“หลินหาน รอให้นายกลายเป็นักรบ พวกเราสองพี่น้องจะไปล่ามอนสเตอร์ เก็บเลเวลด้วยกัน!” หวังเฉียงตบไหล่หลินหานพร้อมกับเอ่ยขึ้น
“ได้! รอฉันกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ได้เลย!”
หลินหานยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเดินขึ้นไปยังแท่นพิธีสูง ค่ายกลปลุกพลังเริ่มขับเคลื่อนทันที
วินาทีต่อมา
ครืน!
เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวบนชั้นฟ้า หมู่เมฆาดำทะมึนก่อตัวม้วนตัวหนาแน่น ท้องฟ้ามืดมิดลงในพริบตา
ขณะเดียวกัน สายลมคลั่งพัดกระโชกมาจากทั่วทุกสารทิศ ผู้คนที่อยู่ด้านล่างแท่นพิธีสูงถึงกับยืนแทบไม่อยู่ ความมืดมิดกลืนกินคลอเคล้ากับลมพายุคลั่ง ราวกับวันสิ้นโลกกำลังจะมาเยือน
สถานการณ์เช่นนี้ นักเรียนหลายร้อยคนที่เข้ารับการปลุกพลังก่อนหน้านี้ ไม่เคยมีใครเกิดปรากฏการณ์แบบนี้ขึ้นเลยสักคน!
“นี่! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ชั่วพริบตา ลานกว้างที่เคยจอแจกลับเงียบสงัดไร้เสียง ทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
“หัวหน้าหวัง สถานการณ์แบบนี้ หรือว่าจะเป็... อาชีพลับ?!”
หยางเสวี่ยเวยอ้าปากค้างเล็กน้อย เอ่ยข้อสันนิษฐานในใจออกมา
“ถูกต้อง! นี่คือปรากฏการณ์เฉพาะตัวยามที่อาชีพลับตื่นรู้จริง ๆ !” หวังเจี้ยนกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ในโลกใบนี้ นอกจากอาชีพสามหมวดหมู่ใหญ่แล้วยังมีอาชีพพิเศษอีกรูปแบบหนึ่ง พวกมันพบเจอได้ยากกว่าอาชีพหายากและยังหาได้ยากยิ่งกว่าอาชีพในตำนานบางอาชีพเสียอีก
ซึ่งถูกเรียกว่า... อาชีพลับ
เมื่ออาชีพลับแต่ละอาชีพปรากฏขึ้น ล้วนชักนำให้เกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ นี่คือการแซ่ซ้องสรรเสริญจากฟ้าดินที่มีให้อาชีพลับเท่านั้น!
“ซี้ด! ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าหลินหานจะต้องกลายเป็ยอดฝีมือระดับแนวหน้าแน่นอน!”
เมื่อเห็นว่ามีอัจฉริยะเช่นนี้ปรากฏขึ้นในห้องเรียนของตน ใบหน้าของหยางเสวี่ยเวยก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
“ไม่แน่เสมอไป! แม้ว่าอาชีพลับจะหาได้ยากยิ่ง แต่ข้อเสียใหญ่หลวงที่สุดของอาชีพประเภทนี้ก็คือเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน!”
สีหน้าของหวังเจี้ยนยังคงสงบนิ่ง
ในประวัติศาสตร์ ใช่ว่าจะไม่เคยมีตัวอย่างที่เกิดปรากฏการณ์ฟ้าดินสั่นะเื ทว่าอาชีพที่ตื่นรู้กลับอ่อนแออย่างมาก จนสุดท้ายก็กลายเป็เพียงคนธรรมดาทั่วไป
แต่แล้วในวินาทีต่อมาหลังจากหวังเจี้ยนกล่าวจบ
ทันใดนั้น เสาแสงขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นมาจากค่ายกลปลุกพลัง กลืนกินร่างของหลินหานจนหมดสิ้น มันสว่างไสวจนตาพร่าและพุ่งตรงสู่ท้องฟ้าเบื้องบน
ชั่วกัปชั่วกัลป์… แสงสว่างและความมืดมิด… ได้กลายเป็ท่วงทำนองหลักของฟ้าดิน!
“เสาแสงดารา!”
ทุกคนตกตะลึงพรึงเพริดอีกครั้ง
โดยทั่วไปแล้ว หลังจากผู้รับการปลุกพลังก้าวเข้าสู่ค่ายกลปลุกพลัง ค่ายกลจะแผ่ละอองดาวระยิบระยับ ออกมาประปรายเพื่อชักนำให้อาชีพปรากฏขึ้นเท่านั้น ยิ่งละอองดาวหนาแน่นมากเท่าไหร่ อาชีพที่ตื่นรู้ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น
แต่นักเรียนที่มีละอองดาวควบแน่นจนกลายเป็เสาแสงั์เช่นหลินหาน ในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนมัธยมฮุยเยว่ที่สอง หรือแม้กระทั่งทั่วทั้งจักรวรรดิัดารา ล้วนหาได้ยากยิ่ง!
และหลังจากเสาแสงดาราปรากฏขึ้นไม่นาน… บนแท่นพิธีสูงก็บังเกิดวงแหวนธาตุสี่สี ได้แก่ เขียว ดำ น้ำเงิน และม่วง!
พวกมันแผ่ซ่านกลิ่นอายอันทรงพลังอย่างมาก หมุนวนรอบเสาแสงดาราพลางลอยตัวขึ้นสู่เบื้องบนอย่างช้า ๆ !
“ให้ตายเถอะ!”
“นี่มันจะปลุกพลังได้อาชีพที่แข็งแกร่งขนาดไหนกันเนี่ย?!”
“พร์ของหลินหานคนนี้ จะน่ากลัวเกินไปแล้ว!”
“...”
ในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นักเรียน คุณครู หรือผู้ปกครอง ยามที่จับจ้องไปยังค่ายกลปลุกพลัง ล้วนเผยสายตาอิจฉาริษยาออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ท้ายที่สุดภายใต้การนำพาของเสาแสงดารา วงแหวนทั้งสี่สายพุ่งทะยานสู่ชั้นฟ้า ซัดหมู่เมฆาดำทะมึนบนท้องฟ้าจนสลายหายไปสิ้น ฟ้าดินกลับคืนสู่ความแจ่มใส
ในเวลาเดียวกัน แสงสว่างของค่ายกลปลุกพลัง มอดดับลง
และร่างของหลินหาน ก็ปรากฏขึ้นบนแท่นพิธีสูงอีกครั้ง
[อาชีพลับหนึ่งเดียว : ผู้สังเวยชีวิต!]
บนม่านแสงเหนือศีรษะของหลินหาน ปรากฏตัวอักษรแถวหนึ่งขึ้นมา!
“???”
เมื่อมองดูอาชีพที่ตนเองปลุกพลังได้ หลินหานถึงกับอึ้งงัน!
เขาอยากเป็นักรบ แต่ทำไมกลับเปลี่ยนอาชีพเป็ผู้สังเวยไปได้ล่ะเนี่ย?!
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็อาชีพลับหนึ่งเดียวอีกด้วย!
ซึ่งหมายความว่า ในโลกใบนี้จะมีเพียงเขาแค่คนเดียวเท่านั้นที่อาชีพนี้!
“อาชีพลับหนึ่งเดียว!”
“หลินหานคนนี้ดวงดีเกินไปแล้ว!”
“โรงเรียนมัธยมฮุยเยว่ที่สองของพวกเราครั้งนี้ ถือว่าสร้างชื่อเสียงให้จักรวรรดิัดาราได้มากจริง ๆ !”
“...”
หลังจากข้อมูลอาชีพปรากฏขึ้น คุณครูบางส่วนของโรงเรียนมัธยมฮุยเยว่ที่สองต่างพากันเอ่ยปากชื่นชม เพราะอย่างไรเสีย กระทรวงศึกษาธิการของจักรวรรดิัดาราจะมีการประเมินและจัดอันดับโรงเรียนในทุก ๆ ปี
การที่โรงเรียนมัธยมฮุยเยว่ที่สองมีอาชีพลับปรากฏขึ้นมาคนหนึ่ง ไม่แน่ว่าอาจจะได้รับเลือกให้เป็โรงเรียนระดับท็อป ซึ่งจะทำให้ทุกคนพลอยได้รับผลประโยชน์ไปด้วย
“เฮ้อ! ทำไมถึงกลายเป็ผู้สังเวยไปได้! เด็กคนนี้ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ !”
ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนคาดคิดไม่ถึงก็คือ…
บริเวณข้างแท่นพิธีสูง!
หัวหน้าระดับชั้นหวังเจี้ยนกลับถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็ความผิดหวังอย่างมาก
“???”
ชั่วพริบตา ฝูงชนที่เอ่ยปากชมเปาะกันพลันเงียบเสียงลงทันควัน
หลายคนไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติของหลินหานทรงพลังขนาดนั้น เห็นได้ชัดว่าเป็อาชีพที่สุดยอดมาก แล้วทำไมถึงบอกว่าน่าเสียดายกันเล่า?
“ผู้สังเวยถือเป็ตัวประหลาดในกลุ่มสายเวทมนตร์! พวกเขาไม่ได้ควบคุมธาตุทั้งสิบเหมือนอาชีพสายเวทมนตร์ส่วนใหญ่ แต่กลับใช้การขับขานบทเพลงาเพื่อสนับสนุนพันธมิตร! บทเพลงาที่แตกต่างกันจะมอบบัฟที่แตกต่างกัน นับเป็อาชีพสายสนับสนุนที่ทรงพลังมากจริง ๆ ”
“แต่การเลื่อนคลาสแต่ละครั้งของผู้สังเวย นอกจากเลเวลต้องถึงเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว ยังจำเป็ต้องดูดซับแหล่งกำเนิดธาตุจำเพาะ จึงจะถือว่าเสร็จสิ้นการปลุกพลังเปลี่ยนคลาสอย่างแท้จริง และแหล่งกำเนิดธาตุนั้นก็คือพลังต้นกำเนิดของโลกใบนี้!”
“วิธีที่ง่ายที่สุดในการได้รับแหล่งกำเนิดธาตุ ก็คือการบุกเข้าไปภายในภัยพิบัติเพื่อค้นหาแกนกลางธาตุ ต้องรู้ไว้ว่า ว่าแม้แต่ยอดฝีมือระดับราชันเลเวล 60 ก็ยังไม่กล้าเหยียบย่างเข้าสู่ใจกลางภัยพิบัติ แล้วเงื่อนไขนี้จะสำเร็จได้อย่างไร! ดังนั้นในประวัติศาสตร์ ผู้สังเวยทุกคนจึงไม่มีใครเลเวลเกิน 10 เลยสักคน ถือเป็หนึ่งในอาชีพที่ไร้ค่าที่สุด!”
เมื่อเผชิญกับสายตาเคลือบแคลงของฝูงชน หวังเจี้ยนจึงเอ่ยอธิบายเสริม
ภัยพิบัติเชียวนะ นั่นคือพลังธรรมชาติที่ทรงพลังเทียบเคียงได้กับมหาเวทต้องห้ามเชียวนะ!
อันที่จริงเขายังพูดน้อยไปด้วยซ้ำ เพราะต่อให้เป็ยอดฝีมือระดับสูงสุดเลเวล 70 เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ ก็ใช่ว่าจะสามารถล่าถอยออกมาได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นเมื่อเห็นข้อมูลอาชีพของหลินหาน หวังเจี้ยนถึงได้รู้สึกผิดหวังขนาดนี้
ต่อให้หลินหานคนนี้จะเปลี่ยนอาชีพเป็นักเวทธรรมดาทั่วไปก็ยังดีกว่าสถานการณ์ในตอนนี้ตั้งไม่รู้กี่เท่า
“หลินหาน อย่าเพิ่งท้อแท้ไปเลยนะ อย่างไรเสียเธอก็เป็อาชีพลับ ต่อให้เลเวลหยุดอยู่แค่ 10 แต่ก็ยังเทียบเคียงกับอาชีพสายใช้ชีวิตเลเวล 20 ได้ละนะ! อย่างน้อยที่สุด ชีวิตในวันข้างหน้าของเธอก็ไม่ขัดสนหรอก บางทีเธออาจจะมีโอกาสได้พบเจอแหล่งกำเนิดธาตุสักชนิด แล้วกลายเป็ยอดฝีมือขึ้นมาก็ได้ ใครจะรู้”
อาจารย์ประจำชั้นหยางเสวี่ยเวย ทอดถอนใจพลางเอ่ยปลอบใจหลินหาน ทว่ายิ่งหยางเสวี่ยเวยพูด น้ำเสียงของเธอก็ยิ่งแ่เบาลงเรื่อย ๆ
อันที่จริง เธอเองก็รู้ดีว่านี่มันก็แค่การฝันกลางวันเท่านั้น
หากคิดจะย่างกรายเข้าไปในภัยพิบัติระดับต่ำสุด อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมียอดฝีมือระดับสูงสุดคอยนำทีมอยู่บริเวณรอบนอก มิฉะนั้นสิ่งที่จะต้องเผชิญก็มีเพียงความตายเท่านั้น
พูดได้เลยว่าหลังจากรู้ศักยภาพของหลินหานแล้ว ดีไม่ดีแม้แต่ตอนพาเก็บเลเวล คนอื่นก็อาจจะไม่ยินดีช่วยเหลือด้วยซ้ำ ชะตากรรมในชาตินี้ถูกกำหนดให้ต้องไร้ความก้าวหน้าแล้ว เพราะอย่างไรเสีย ขอเพียงมีเวลาและทรัพยากรที่มากพอ ก็สามารถปั้นจอมเวทระดับศักดิ์สิทธิ์ได้หลายคนแล้ว!
ไม่มีความจำเป็ใด ๆ ที่จะต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงปั้นผู้สังเวยเพียงคนเดียว!
“ครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับอาจารย์ครับ!”
แม้จะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่ใบหน้าของหลินหานก็ยังคงเผยความผิดหวังออกมา ตอนนี้เขาเข้าใจอนาคตของตนเองแจ่มแจ้งแล้วว่าแทบไม่มีความหวังใด ๆ ทว่าการได้เกิดใหม่สองชั่วชีวิตทำให้สภาวะจิตใจของเขาแข็งแกร่งกว่านักเรียนทั่วไปมาก เขาไม่ได้สติแตกต่อหน้าทุกคน
ต้องรู้ว่าผู้ใช้อาชีพสายใช้ชีวิตบางคน ชั่วชีวิตนี้ยังไม่อาจไปถึงเลเวล 20 ได้เลยด้วยซ้ำ
วันนี้แม้ว่าตนเองจะไม่ได้รุ่งโรจน์เป็ัทะยานขึ้นฟ้า แต่ก็ไม่นับว่าเป็หนอน วันข้างหน้ายังสามารถทำงานทั่วไปได้บ้าง
จากนั้นหลินหานก็เดินลงมาจากแท่นพิธีสูง กลับเข้าไปในแถวของห้องเรียนที่เสร็จสิ้นการปลุกพลังแล้ว เพื่อนร่วมชั้นบางคนหันมามองหลินหาน สายตาที่พวกเขาส่งมาให้ต่างแฝงไปด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา แน่นอนว่าส่วนใหญ่คือความรู้สึกสะใจที่เห็นคนอื่นตกต่ำ!
อย่างไรแล้ว เมื่อเทียบกับการได้เห็นอัจฉริยะรุ่งโรจน์ ผู้คนมักจะชอบดูอัจฉริยะตกต่ำมากกว่า!