“ห้องคุณอยู่ไหนฮันนี่” เสียงทุ้มกังวานถามขึ้นหลังจากเ้าของร่างสูงใหญ่พาเ้าของเรือนร่างระหงออกมาพ้นจากบริเวณงานปาร์ตี้ คิ้วเข้มขมวดมุ่นลมหายใจสะดุดเป็่ๆ เมื่อคนในวงแขนแกร่งแหงนเงยใบหน้าขึ้นมาแล้วช้อนสายตามองด้วยสายตาหวานหยด
แม้จะรู้ว่าอาการนี้เป็ผลพวงมาจากฤทธิ์ของสารอะไรสักอย่างที่ผสมลงไปในบลูฮาวายที่เธอดื่มแต่ความเย้ายวนนั้นก็กระตุ้นให้ความเป็ชายตื่นตัวจนแทบเก็บข่มลงไปไม่ได้ ผ่านผู้หญิงมาก็มาก แต่กับคนที่เขาลากออกมาจากงานปาร์ตี้นั่นกลับให้ความรู้สึกบางอย่าง ลึกๆ ก็อยากแต่ความรู้สึกหนึ่งก็แย้งว่าเขาไม่ควรผลีผลามตามใจตัวเองในขณะที่เธอกำลังคุมสติตัวเองไม่ได้แบบนี้
เพราะอะไรหรือ? เพราะดวงตาราวกวางน้อยระแวงภัยคู่นั้นหรือเปล่าที่เขาบังเอิญเห็นตอนเ้าหล่อนเดินเข้ามาในงาน ดวงตาที่ผิดกับดวงตาที่กำลังมองเขาอย่างเชื้อเชิญในตอนนี้!
“อยู่หนายน้า...ติ๊ก...ต่อก...ฮิๆๆ”
เตชัสถอนหายใจ เขาคิดผิดไหมที่พาเธอมาโดยไม่ตามเพื่อนเธอมาด้วย แบบนี้เขาจะเอาเธอไปส่งที่ไหน แล้วไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนเธอถึงจะคืนสติกลับมาคุยกันรู้เื่
“หนาย...อยู่หนาย...”
เตชัสก้มลงมองคนส่งเสียงอู้อี้คลอเคลียตรงต้นแขนแล้วตัดสินใจพากลับไปห้องของตัวเอง อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเดินวนไปวนมาอยู่แบบนี้
เพียงอึดใจคนร่างใหญ่ก็พาคนร่างสูงโปร่งแต่สัดส่วนยั่วยวนใจมาถึงจุดหมาย ไม่รอช้าเตชัสพาคนที่กำลังหัวเราะเกินกว่าเหตุตรงเข้าห้องนอนที่แยกเป็สัดส่วนด้านในทันที จับเธอขังไว้ในห้องนี้น่าจะดีกว่าให้ไปนัวเนียอยู่ใกล้ๆเขา เพราะนั่นรังแต่จะทำให้อะไรๆ มันตื่นตัวจนยากเกินควบคุม
แต่เพียงแค่เขาประคองร่างอ้อนแอ้นให้นอนลงบนเตียงนุ่มเรียวแขนงามที่ทำท่าผละจากแต่โดยดีกลับวาดขึ้นคล้องต้นคอแกร่งแล้วออกแรงโน้มดึงจนเขาเสียหลักล้มตามลงไปด้วย เตชัสตามพร่าเมื่อปลายจมูกโด่งััเข้ากับพวงแก้มนุ่ม ผิวของเธอช่างนวลเนียนราวผิวของเด็กทารก ซ้ำยังให้กลิ่นหอมอ่อนๆแบบที่เขาไม่เคยพานพบ คนกำลังใจเต้นโครมครามกับความรู้สึกประหลาดล้ำได้ยินเสียงหวานพึมพำอะไรสักอย่างก่อนที่เ้าของจะเบี่ยงหน้าหันมาหาแล้วผงกศีรษะขึ้นยื่นริมฝีปากจิ้มลิ้มจูบเบาๆที่ริมฝีปากหยักร้ายของเขาอย่างที่เขาไม่ทันตั้งสติยับยั้งการกระทำของเ้าหล่อน
เตชัสเพิ่งรู้ก็วันนี้เองว่าอาการตัวแข็งทื่อจากการถูกจู่โจมเข้าจูบก่อนมันเป็อย่างไร จูบผู้หญิงมาก็มากมายแต่ทำไมกับผู้หญิงคนนี้เพียงแค่ริมฝีปากของเธอจรดมาแ่เบาเขาถึงได้รู้สึกราวถูกไฟแผดเผาไปทั้งกายและใจ ความรู้สึกที่พยายามเก็บกดไว้พุ่งพรวดขึ้นมาจนเขาไม่อยากหักห้ามใจอีกต่อไป บางทีดวงตาใสซื่อราวกวางน้อยระวังภัยที่เขาบังเอิญเห็นนั้นอาจเป็เพียงภาพลวงตา แท้จริงแล้วเธอก็คือนางแมวป่าที่พร้อมจู่โจมเข้าหายั่วยวนเขาให้หลงใหลดีๆนี่เอง
“ฮันนี่...” เตชัสครางเสียงแหบห้าวด้วยกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งเสน่หา ยิ่งอยากััโลมไล้เธอมากเท่าไรเขาก็รู้สึกราวจะขาดใจเสียให้ได้ ไม่เคยคิดเลยว่าจะปรารถนาผู้หญิงคนไหนราวต้องมนตร์เสน่หามากมายเท่านี้
พลอยชมพูพยายามปรือเปลือกตาแสนหนักอึ้งขึ้น เธอรู้สึกเนื้อตัวรวดร้าวไปหมด มือน้อยค่อยๆแตะัับางสิ่งบางอย่างซึ่งทาบทับอยู่บนเรือนร่าง สิ่งนั้นช่างหนักเสียเหลือเกิน หนักเกินกว่าเธอจะผลักไสออกไปไหว และตอนนี้เธอรู้สึกคล้ายภายใต้สิ่งที่ทาบทับเรือนกายเธอนั้นมีบางสิ่งบางอย่างกำลังดุนดันเสียดสีอยู่ตรงต้นขานวลเนียน
หญิงสาวหลุดครางออกมาผะแ่เพราะััตรงจุดนั้นก่อเกิดความรู้สึกบางอย่างในกาย คล้ายกำลังมีฝูงผีเสื้อโบยบินอยู่ในนั้นมันวาบหวิวแปลกประหลาดจนเธอต้องแขม่วเกร็งหน้าท้อง หนักเข้าก็ต้องพ่นลมหายใจออกมาเพื่อผ่อนความรู้สึกนั้นให้คลายตัวลง
ดวงตาคู่หวานปรือขึ้นจนเริ่มมองเห็นสิ่งที่ทาบทับบนเรือนกายเธอ ภาพที่ปรากฏคล้ายจะแจ่มชัดแต่ก็สุดท้ายพร่าเลือน หญิงสาวรับรู้ในจิตใต้สำนึกว่าภาพที่เธอเห็นคือใบหน้าของบุรุษเพศ พลันใบหน้าของใครบางคนก็ฉายวาบขึ้นในห้วงคำนึง
“คุณ...”
‘ยศวิน...’เสียงหวานขานเรียกเ้าของใบหน้าที่ผุดพรายขึ้นมาแ่เบาได้เพียงคำนำหน้าแต่ว่าชื่อของเขานั้นเธอขานได้เพียงในใจ ‘พลอยรักคุณ’ ความรู้สึกโหยไห้ในส่วนลึกของหัวใจทำให้เธอกระทำบางสิ่งที่ไม่เคยแสดงต่อเขามาก่อนในชีวิต สองมือเลื่อนมาประคองใบหน้าหล่อเหลานั้นแล้วส่งริมฝีปากแบบบางราวกลีบกุหลาบประกบจูบริมฝีปากอุ่นจัดของเ้าของดวงหน้าคมนั้น
เตชัสหูอื้อดวงตาพร่าพรายไปชั่วขณะ ความคิดจะผละออกจากเรือนร่างเย้ายวนใจเลือนหายไปทันทีที่ริมฝีปากหยักสวยถูกประกบจูบอีกครั้ง ความรู้สึกประหลาดล้ำในกายชายตื่นตัวขึ้นจนเกินจะยับยั้ง เขาคงคลั่งจนขาดใจหากไม่สนองตอบจุมพิตแสนรัญจวนใจนั้น!