ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 67 : โรงงานนรกในหอตำรา

    จารึกที่ 67 : โรงงานนรกในหอตำรา : การผลิตซ้ำและการเลือนหาย


    ภายในหอตำราชั้นหนึ่งที่ปิดตายจากบุคคลภายนอก แสงตะเกียงน้ำมันถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงเปลวไฟเล็กจิ๋วเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง ทว่าเงาที่ทาบทับลงบนผนังกลับเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งราวกับปีศาจพันมือ


    "เร็วเข้า! เร็วกว่านี้อีก! เวลาคือเงินทอง!"


    อาเจียนั่งขัดสมาธิ เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก เบื้องหน้าของเขามีกองกระดาษสาคุณภาพต่ำวางเรียงรายเป็นตั้งๆ


    ในมือขวาของเขา 'พู่กันนิรันดร์' ไม่ได้อยู่ในรูปลักษณ์ของพู่กันนุ่มนวลอีกต่อไป ภายใต้ 'รูปแบบที่ 1 : กายาเหล็กไหล' ขนพู่กันได้แปรสภาพเป็นแผ่นโลหะบางเฉียบที่สลักลวดลายตัวอักษรนับพันตัวอัดแน่นยิบย่อย


    มันคือ 'แม่พิมพ์'


    "จุ่มหมึก... ประทับตรา... ผนึกปราณ... เสร็จ!"


    อาเจียกระแทกแม่พิมพ์โลหะลงบนกระดาษสา ปัง! ก่อนจะดึงออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นตัวอักษรและรูปวาดโครงสร้างเส้นชีพจรลมปราณที่คมชัดระดับตำราหลวง


    [เคล็ดวิชาฝ่ามือศิลา (ฉบับละเมิดลิขสิทธิ์ - เกรด A)]


    "เจ้า... เจ้ามันบ้าไปแล้ว" เสียงมู่เฉินดังขึ้นในหัวด้วยความระอาปนทึ่งและขุ่นเคือง


    "พู่กันนิรันดร์คือตัวแทนแห่ง 'มหาสภาวะชีวี' ...จุดกำเนิดของสรรพสิ่งก่อนฟ้าดินจะแยกตัว! มันคืออำนาจที่ใช้เขียนกฎเกณฑ์แห่งจักรวาลและบัญชาความเป็นไปของโลกหล้า... แต่เจ้ากลับเอามันมาทำเป็น... แท่นพิมพ์หนังสือเถื่อนเนี่ยนะ?"


    "ท่านมู่ ท่านต้องมองให้ออกถึงแก่นแท้" อาเจียเถียงพลางปาดเหงื่อ มือยังคงปั๊มหนังสือไม่หยุด "การคัดลอกด้วยมือมันช้าเกินไป แถมยังเปลืองสมาธิ แต่ด้วยแม่พิมพ์โลหะที่สร้างจากพู่กันนิรันดร์ ข้าสามารถผลิตตำราได้หนึ่งเล่มในเวลาเพียงสามลมหายใจ! นี่คือนวัตกรรม!"


    "แล้วหมึกเล่า?" มู่เฉินถาม "เจ้าใช้หมึกธรรมดา มันจะเก็บรักษาเคล็ดความรู้ได้ไม่นาน"


    "ข้าผสม 'หญ้าโลหิต' แห้งลงไปนิดหน่อย" อาเจียแสยะยิ้มภูมิใจ "แค่พอให้มีกลิ่นอายขลังๆ หลอกตาพวกศิษย์ใหม่ได้ สักเดือนสองเดือนตัวหนังสือค่อยจางหายไป... ถึงตอนนั้นพวกเขาก็คงฝึกสำเร็จ หรือไม่ก็ต้องกลับมาซื้อเล่มใหม่จากข้า วนเวียนไม่รู้จบ ฮ่าๆๆ!"


    ความงกและความเจ้าเล่ห์ของอาเจีย ทำเอามหาเทพแห่งจิตวิญญาณอย่างมู่เฉินถึงกับพูดไม่ออก


    ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม (ประมาณสองชั่วโมง)


    กองตำราเถื่อนจำนวนห้าสิบเล่มวางเรียงรายเป็นระเบียบ อาเจียทรุดตัวลงนอนแผ่หลากับพื้น หอบหายใจแฮกๆ การใช้พู่กันนิรันดร์แปลงรูปเป็นแม่พิมพ์และคงสภาพไว้นานขนาดนี้ สูบพลังปราณของเขาไปจนเกือบเกลี้ยง


    "ต้นทุนกระดาษ 50 อีแปะ... ค่าหมึก 20 อีแปะ... ค่าแรงข้า (ประเมินค่ามิได้)..." อาเจียดีดลูกคิดในอากาศ "ถ้าขายเล่มละ 5 หินปราณ... ข้าจะรวยเละ!"


    "แต่ก่อนจะรวย เจ้าต้องมีชีวิตรอดไปใช้เงินก่อน" มู่เฉินเตือนสติ "อีกเจ็ดวัน สุสานศาสตราจะเปิด เจ้าคิดว่าด้วยพลังปราณรวบรวมขั้น 6 ที่แห้งเหือดแบบนี้ เจ้าจะรอดจากกับดักรึ?"


    อาเจียเด้งตัวลุกขึ้นทันที แววตาเปลี่ยนจากพ่อค้าหน้าเลือดเป็นผู้ฝึกตนที่เคร่งขรึม


    "จริงของท่าน... เงินสำคัญ แต่ชีวิตสำคัญกว่า (เพราะถ้าตายก็ไม่ได้ใช้เงิน)"


    เขานั่งขัดสมาธิอีกครั้ง ปรับลมหายใจเข้าออก ลึกและยาวนาน เพื่อฟื้นฟูพลังปราณ แต่ครั้งนี้ เขาไม่ได้โคจรลมปราณแบบปกติ


    "ท่านมู่... สอนข้าที" อาเจียกล่าวเสียงหนักแน่น "เคล็ดวิชาป้องกันของ วิถีสูญตา... ข้าไม่อยากเป็นแค่กระสอบทรายเดินได้ ข้าต้องการเกราะที่แข็งแกร่งที่สุด"


    "วิถีแห่งสูญตา ไม่มีเกราะ" มู่เฉินตอบกลับทันควัน "เกราะคือการ 'ปะทะ' แต่สูญตาคือการ 'ความว่างเปล่า' ...จงจำไว้ หนึ่งกำเนิดสอง คือการแยกแยะ ศูนย์ คือการไม่แบ่งแยก"


    "ไม่เข้าใจสักนิด" อาเจียเกาหัว


    "เจ้าลองขว้างตำราใส่ตัวเองสิ" มู่เฉินสั่ง


    อาเจียหยิบตำราเล่มหนาขึ้นมา แล้วขว้างขึ้นไปบนเพดาน รอให้มันตกลงมาใส่หัวตัวเอง


    ฟิ้ว... ตำราหนักอึ้งร่วงลงมาตามแรงโน้มถ่วง


    แทนที่อาเจียจะยกมือรับ หรือเกร็งลมปราณกระแทกกลับ เขากลับหลับตาลง จินตนาการถึง 'อักขระหลิง (ศูนย์)' ที่หมุนวนอยู่รอบตัว

    ไม่ใช่การสร้างกำแพง แต่คือการสร้าง 'หลุมอากาศ'


    วูบ!


    วินาทีที่ตำราจะกระทบศีรษะ อาเจียวาดนิ้วเป็นวงกลมเล็กๆ เหนือหัว


    อักขระสูญตา : ลบเลือนแรงเฉื่อย


    ตำราเล่มนั้นไม่ได้หยุดกึก แต่มัน ไหลผ่าน ม่านอากาศที่บิดเบี้ยว ความเร็วในการตกถูก 'ลบ' ออกไปชั่วพริบตา ก่อนที่มันจะค่อยๆ ร่วงลงมาแปะบนหัวอาเจียเบาๆ ราวกับขนนก


    แปะ.


    "สำเร็จ!" อาเจียลืมตาขึ้นด้วยความตื่นเต้น "ข้าทำได้! ข้าลบแรงกระแทกได้!"


    "แค่ตำราเล่มเดียว เจ้าดีใจราวกับได้แก่นทองคำ" มู่เฉินแค่นเสียง "ในการต่อสู้จริง แรงกระแทกจะรุนแรงกว่านี้ร้อยเท่า พันเท่า และมาพร้อมกับธาตุทำลายล้าง... หากเจ้าคำนวณพลาดแม้แต่เสี้ยววินาที หรือวาดอักขระไม่สมบูรณ์ หัวเจ้าจะแบะเป็นแตงโมตกพื้น"


    อาเจียกลืนน้ำลายเอือก


    "และที่สำคัญ..." มู่เฉินเสริม "ดูปริมาณลมปราณของเจ้าสิ"


    อาเจียตรวจสอบจุดตันเถียนของตน แล้วก็ต้องหน้าซีดเผือก การใช้อักขระสูญตาเมื่อครู่เพียงแวบเดียว กินพลังปราณไปถึงหนึ่งในสิบ!

    "เปลืองชะมัด!" อาเจียร้องโอดโอย "แบบนี้ถ้าโดนรุม ข้าก็หมดแรงข้าวต้มก่อนศัตรูตายสิ!"


    "นั่นคือเหตุผลที่เจ้าต้องฝึก..." มู่เฉินกล่าวเสียงเข้ม "ฝึกการ 'ผสานอักขระ' ...หากเจ้าสามารถผสานอักขระสูญตา เข้ากับอักขระธาตุธรรมชาติรอบตัว เพื่อ 'ยืม' พลังฟ้าดินมาจ่ายแทนพลังของเจ้า... เมื่อนั้น เจ้าถึงจะเรียกว่าเข้าใกล้คำว่า 'ราชัน' อย่างแท้จริง"


    "ยืมพลังฟ้าดิน..." ดวงตาของอาเจียลุกวาวขึ้นมาอีกครั้ง คำว่า 'ยืม' (โดยไม่คืน) คือคำกริยาที่เขาโปรดปรานที่สุด


    "เอาล่ะ!" อาเจียตบเข่าฉาด "คืนนี้ยังอีกยาวไกล... ข้าจะฝึกยืมพลังลมมาช่วยพยุงแรง และพรุ่งนี้เช้า... ตลาดมืดจะต้องสะเทือนด้วยตำราเถื่อนล็อตใหญ่ของข้า!"


    ท่ามกลางความมืดมิดของหอตำรา เด็กหนุ่มผู้มีความงกเป็นที่ตั้ง กำลังค่อยๆ ก้าวเดินบนเส้นทางสายมรรคาที่ยิ่งใหญ่และอันตรายที่สุด... เส้นทางที่จะเปลี่ยนจาก 'ผู้คัดลอก' ให้กลายเป็น 'ผู้กำหนด' กฎเกณฑ์แห่งใต้หล้า