สามบุรุษสามวัยเดินตามกันไปด้านหลังของตำหนัก พลันได้ยินเสียงขันทีเฝ้าประตูตะโกนขึ้น
“องค์หญิงจินอวี้เหนียงมาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ!!”
พระวรกายแกร่งมิได้หยุดยืนฟังเสียงนั้นแม้เพียงนิด ในทางตรงกันข้ามพระองค์กลับทะยานกายขึ้นหายไปบนต้นไม้เงาหลายสายติดตามอยู่ด้านหลังมากมายราวกับลมพัดมาหอบใหญ่.. ช่างน่าสงสาร? ที่นางมิเคยอยู่ในสายพระเนตรเลยซักครั้ง
โรงเตี๊ยมเสื่ยวซื่อ
ยามนี้ด้านหน้าปรากฏร่างของคุณชายหานยืนประจันหน้ากับเหล่าองครักษ์มากมายรวมทั้งองครักษ์คนเดิมที่มิเคยถูกชะตากัน
ลู่ชิงเทียนเอ่ยขึ้น “ยามนี้คุณหนูมิค่อยสบายเชิญคุณชายหานกลับไปก่อนเถิด” คำปฎิเสธเดิม ๆ ขององครักษ์คนเดิม
“ไม่สบาย นางเป็นอะไร” ทั้งๆ ที่รับรู้อยู่แก่ใจแต่ยังคงถามกลับด้วยความใจเย็น
“มิใช่เรื่องที่บุรุษแคว้นเพ่ยจะรับรู้”
“????” มือแกร่งกำพัดจนแหลกป่นคามือเศษละอองร่วงลงพื้น ทุกสายตามองภาพนั้นด้วยใจที่หวาดหวั่นกลัวว่าคุณชายหานผู้มีวรยุทธ์สูงส่งผู้นี้จะใช้กำลังกับกลุ่มคนต่างแคว้นซึ่งถ้าหากทำเช่นนั้นนับว่ามิไว้หน้ากลุ่มราชทูตแม้เพียงนิดและเรื่องใหญ่จะเกิดขึ้นตามมาทีหลังแน่นอน เพ่ยหานหรงมิกล่าววาจาใด เขาทำเพียงแค่หันหลังกลับไปอีกด้านหนึ่งซึ่งคือทางเข้าโรงเตี๊ยมเสี่ยวซานฝั่งตรงข้าม
ลู่ชิงเทียนก้มมองเศษซากพัดไม้เนื้อดีที่แหลกละเอียดปะปนกับเศษฝุ่นจนแทบจะแยกไม่ออก 'กำลังภายในต้องมากมายเพียงใดถึงทำได้ขนาดนี้ภายในพริบตา'
“ขั้นห้าตอนปลาย..เจ้าตายในฝ่ามือเดียวเชียวล่ะชิงเทียน” ตั้งมู่เกอกอดอกมองสหายรักที่กำลังภายในอยู่ในขั้นห้าตอนต้นและหยุดอยู่เพียงเท่านั้นมาครึ่งปีแล้วซึ่งตัวเขาเองก็เป็นเช่นนั้น ท่านอาจารย์อาวุโสบนเขาไท่ซานบอกแก่เขาว่าเมื่อกำลังภายในขึ้นถึงขั้นห้าลำดับขั้นจะเลื่อนขึ้นได้ยากยิ่งกว่าผู้กำลังหัดใหม่เสียด้วยซ้ำการฝึกปรือจะยากยิ่งกว่าเดิมเพราะกำลังภายในจะปั่นป่วนและกำลังที่ใกล้จะปะทุหากทำมิถูกวิธีบางคนถึงถึงกับเสียสติไปเลยก็มีประจวบกับรัชทายาทต้องลงจากเขาไปพร้อมกับเจ้าหยางหลงพวกสหายหลายคนจึงติดตามลงไปด้วยมากมาย เขาไม่รู้ว่าเหตุใดคุณชายหานคนธรรมดาถึงได้แข็งแกร่งเช่นนั้นและเหตุใดถึงมาตามองค์หญิงใบหน้าตุ่มของตนเองได้..จะว่าเคยเห็นยามที่นางมิถูกพิษก็มิน่าจะใช่เพราะพวกเขาเพิ่งเคยติดตามราชทูตมาที่แคว้นนี้เป็นครั้งแรกความไม่สมเหตุสมผลนี้คิดอย่างไรก็มิเข้าใจ
โรงเตี๊ยมเสี่ยวซาน
กลิ่นยาสมุนไพรมากมายลอยกระทบปลายจมูกของบุรุษผู้ยืนนิ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามของห้องสตรีหน้าตุ่ม ‘แม้ไม่อยากจะยอมรับแต่ก็ต้องรับว่าเขาห่วงนางแล้วจริงๆ’ ห่วงนางผู้อัปลักษณ์ที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว
“ส่งหมอหญิงอันดับหนึ่งในวังไปรักษานาง” ปากพูดแต่ดวงตาเฝ้ามองประตูนั้นที่ยังคงมีควันลอยออกมาไม่ขาดสาย
ต้าสึรับคำ “พะยะค่ะ” แล้วถอยออกไปจากห้อง องครักษ์คนสนิทอยากจะบอกความจริงจากทุกคำถามที่เขาถามสหายคนสนิทจากต่างแคว้นเมื่อสามวันที่แล้วที่เขาเฝ้าติดตามกลุ่มองค์หญิงเข้าไปในชายป่าให้พระองค์ได้รับรู้ทุกสิ่งให้หมดสิ้น..ในตอนนี้ตัวเขาทราบถึงความรู้สึกของพระองค์แน่ๆแล้ว ว่าพระองค์ทรงตกหลุมรักองค์หญิงหน้าตุ่มเพราะต้องพิษผู้นั้นเข้าให้ ต้าสึรู้ว่าพระองค์คงจะรู้พระทัยตนเองดีแต่ยังทรงไม่แน่พระทัยในอะไรหลายๆอย่างแต่องครักษ์เช่นเขาคิดว่า อีกไม่นานความรู้สึกนี้ของพระองค์จะต้องระเบิดออกมาไม่ช้าก็เร็ว สิ่งที่องครักษ์เช่นเขาต้องทำในยามนี้คือต้องหาหมอมากฝีมือมารักษาใบหน้าขององค์หญิงให้กลับมาเป็นดังเดิมเผื่อในวันข้างหน้าหากเจ้าเหนือหัวหน้ามืดมิฟังคำค้านของผู้ใดจับนางขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮาด้วยใบหน้าอัปลักษณ์นั่นคงจะเป็นที่ครหาไปทั่วทั้งแคว้นเป็นแน่ ทุกย่างก้าวที่ต้าสึทะยานไปหาได้มุ่งตรงไปหาหมอรักษาแผ่นหลังองค์หญิงแต่เขากำลังมุ่งหน้าไปหา ‘หมอหญิงชิงเช่อฮวา หมอหญิงผู้เก่งกาจด้านสมุนไพรและพิษ’
๑-------------------๑
ยามจื่อ (23.00)
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าตอนปลายพริ้วกายแผ่วเบากระโดดเข้าไปในห้องตรงกันข้ามของห้องที่พระองค์สั่งให้กงกงเหมาไว้ทั้งหมด ห้องซึ่งมีองค์หญิงอัปลักษณ์นอนหลับอยู่ กลิ่นยายังคงกระทบปลายจมูกออกมาจางๆ ให้ผู้บุกรุกยามวิกาลนึกฉุน ใบหน้าหล่อเหลามองตรงไปยังที่นอนที่มีสตรีนอนคว่ำหันใบหน้าเป็นตุ่มมาด้านนอก ผ้าห่มผืนหนาปกคลุมร่างกายอย่างมิดชิด เขาเดินย่างเท้าเข้าไปใกล้ๆ นั่งลงตรงขอบเตียงก่อนจะเปิดผ้าห่มลงถึงบั้นเอวเพื่อดูแผลที่แผ่นหลังอย่างถือวิสาสะ พรึ่บ!! ผิวกายขาวแต่เต็มไปด้วยตุ่มนูนมากมาย ผ้าพันแผลสีขาวปกปิดร่างกายตรงช่วงอกเป็นอย่างดียกเว้นช่วงไหล่และบั้นเอวที่ยังคงเปลือยเปล่า มือแกร่งลูบลงบนแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้า
“อื้มม” เสียงครางดังมาจากสตรีอัปลักษณ์เมื่อถูกรบกวน
เพ่ยหานหรงมองนางอย่างไม่ละสายตา นางมิใช่สาวงาม แต่นางทำให้เขาห่วง ทำให้เขาโมโห ทำให้เขาแปลกใจในทุกๆเรื่องอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนความขัดแย้งเกิดขึ้นในใจเกี่ยวกับเรื่องสตรีเนื้อคู่ ‘งดงามล่มเมืองและทำให้พระองค์ใจเต้น’ และนางทำให้พระองค์เป็นอย่างหลัง
ผู้รู้ใจตนเองก้มหน้าลงกระซิบชิด “มิใช่แค่เจ้าที่แย่…ยามนี้ข้าก็แย่มิแพ้เจ้าเฟิ่งเซียน”
คนป่วยบนเตียงใบหน้ายุ่งขยุกขยิกกระพริบตาปริบๆ นางสัมผัสได้ว่ามีคนอยู่ในห้องร่วมกันกับนาง ความปวดร้าวด้านหลังทำให้ต้องนิ่วหน้าเล็กน้อย “อือ..เจ็บจัง” เม้มปากเป็นเส้นตรงลืมตาเต็มตาใบหน้าที่เคยหวานใสมองเห็นชายผ้าสีดำตรงหน้า “อือออ” มือวางไปตรงตักลูบๆ “ใครรึ?” กลิ่นบุรุษคล้ายๆ “พี่หานหรง” นางมองเห็นเพียงตักแกร่งแต่มิอาจมองสูงขึ้นไปถึงใบหน้าได้เพราะนางนอนคว่ำ
“อืม” ผู้ถูกเรียกชื่อหัวใจเต้นกระหน่ำ..เพียงแค่นางเอ่ยชื่อเขาแม้จะยังมิเห็นหน้า…ใจข้าเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอกเพราะเจ้า ‘จากนี้ไปจงรับผิดชอบมันซะ!!’