ณ ยอดเขาโลกันต์ ที่ตั้งของ นิกายมารสยบฟ้า อันเกรียงไกร บรรยากาศในเช้าวันนี้ควรจะเป็ไปอย่างเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน เหล่าศิษย์นับพันกำลังฝึกปรือวิชามารจนไอปราณสีม่วงปกคลุมไปทั่วลานศิลาหยก
ทว่า ความสงบนั้นถูกทำลายลงด้วยเสียงฉีกกระชากของชั้นบรรยากาศ
หวีดดดดดดด! บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!
วัตถุสามอย่างพุ่งแหวกอากาศลงมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง มันมิใช่ดาวตก และมิใช่อาวุธลับ แต่มันคือร่างของมนุษย์! ร่างทั้งสามกระแทกเข้ากับลานศิลาหยกใจกลางสำนักอย่างรุนแรงจนหินหยกล้ำค่าแตกละเอียดเป็หลุมลึกสามหลุม ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
"นั่นอะไรน่ะ! มีศัตรูบุกรุกรึ!" ศิษย์สายในคนหนึ่งะโพลางชักดาบออกเตรียมพร้อม
เมื่อฝุ่นควันจางลง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาเหล่าลูกศิษย์กลับทำให้พวกเขาแข็งทื่อดุจรูปปั้นหิน ในหลุมลึกนั้นคือ ผู้าุโกระดูกมาร และยอดฝีมือกึ่งเซียนอีกสองคน ผู้ซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งจะเหินหาวออกไปจากสำนักด้วยท่าทีผยอง บัดนี้กลับนอนบิดเบี้ยวอยู่ในหลุม สภาพดูไม่ได้แม้แต่น้อย
ชุดคลุมนิกายมารที่เคยดูภูมิฐานขาดวิ่นรุ่งริ่ง กระดูกทั่วร่างแตกหักจนผิดรูป และสิ่งที่น่าสยดสยองที่สุดคือ "นิ้วชี้และนิ้วกลาง" ของพวกเขาทั้งสามที่บิดงอเป็รูปเกลียวและแหลกละเอียดจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ กลิ่นอายปราณมารที่เคยน่าเกรงขามบัดนี้เหือดแห้งราวกับบ่อน้ำที่ถูกสูบจนเกลี้ยง
ภายในโถงโลหิตอันกว้างขวางและมืดสลัว เ้าสำนักมาร ิเทียน นั่งอยู่บนบัลลังก์ไม้ดำแกะสลักรูปัอสูร ดวงตาของเขาฉายแววอำมหิตและลุ่มลึกขณะทอดพระเนตรดูร่างของกึ่งเซียนทั้งสามที่ถูกหามมาวางไว้บนพื้นเบื้องหน้า
"บอกข้ามา..." เสียงของิเทียนดังกังวานและเย็นเฉียบจนทำให้ผู้าุโรอบด้านต้องก้มหน้าด้วยความขยาด "แคว้นต้าเฉียน... แคว้นบ้านนอกที่ไร้ชื่อเสียงนั่น มีข่ายอาคมโบราณของบรรพชนชิ้นใดกัน? หรือว่ามีกองทัพกึ่งเซียนนับร้อยซุ่มโจมตีพวกเ้า?"
ผู้าุโกระดูกมารพยายามไอเอาลิ่มเืออกมา เขามองเ้าสำนักด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ยังไม่จางหาย "หามิได้... พะยะค่ะ... ไม่มีกองทัพ... ไม่มีค่ายกล... มีเพียง... มีเพียงยามคนหนึ่ง..."
"ยาม?" ิเทียนขมวดคิ้ว "ทหารยามเพียงคนเดียวงั้นรึ? เขาใช้กระบี่วิเศษหรือวิชามารนอกรีตอันใดถึงทำพวกเ้าเป็เช่นนี้!"
"เขา... เขาไม่ได้ใช้แม้อาวุธ..." ผู้าุโกระดูกมารเอ่ยเสียงสั่นพร่า "เขาเพียงแค่... ดีดนิ้ว... พะยะค่ะ เพียงแค่เขาดีดนิ้วใส่พวกเราเบา ๆ พวกเราก็รู้สึกเหมือนโดนูเาหมื่นลูกกระแทกใส่... แล้วพวกเราก็... ปลิวมาถึงนี่..."
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงทันที เหล่าผู้าุโคนอื่น ๆ ต่างหันมามองหน้ากันด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ กึ่งเซียนสามคนพ่ายแพ้ให้กับการดีดนิ้วของทหารเลวเฝ้าประตู? นี่มันมิใช่เื่เหลือเชื่อ แต่มันคือเื่ตลกที่ไร้รสนิยมที่สุดในรอบพันปี!
ปัง!
ิเทียนทุบเท้าแขนบัลลังก์จนแตกละเอียด "ดีดนิ้วรึ! พวกเ้ากำลังบอกว่าเกียรติยศหมื่นปีของนิกายมารสยบฟ้าถูกทำลายลงด้วยปลายนิ้วของไอ้กระจอกคนหนึ่งงั้นรึ! นี่มันคือความอัปยศที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์สำนัก!"
ิเทียนมิใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าหากคนคนหนึ่งสามารถดีดกึ่งเซียนสามคนปลิวข้ามทวีปได้ ตัวตนนั้นต้องไม่ใช่ระดับธรรมดา "มันอาจจะเป็ยอดฝีมือเร้นกายที่ปิดบังระดับพลัง หรือไม่ก็เป็ผู้สมบัติเทพที่แข็งแกร่งเกินจินตนาการ"
เขามองข้ามร่างที่าเ็สาหัสของผู้าุโทั้งสามไป แล้วเอ่ยสั่งการด้วยเสียงที่เฉียบขาด "ไปเรียก 'สี่จตุรเทพมาร' ออกมาจากการกักตนเดี๋ยวนี้!"
เหล่าผู้าุโต่างสูดหายใจเข้าลึก สี่จตุรเทพมารคือกลุ่มยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากเ้าสำนัก พวกเขาคือ กึ่งเซียนขั้นสูง (ขั้น 8 ระดับสูงสุด) ที่ใกล้จะััขอบเขตของเซียนที่แท้จริง
"เ้าสำนัก... ท่านจะส่งพวกเขาทั้งสี่ไปรุมสังหารมันเลยหรือพะยะค่ะ?"
"โง่เขลา!" ิเทียนตวาด "ถ้าข้าส่งพวกเขาไปบุกตรงๆ แล้วโดนดีดนิ้วกลับมาอีก นิกายเรามิต้องกลายเป็ตัวตลกไปทั้งทวีปรึ? สั่งการลงไป... ให้พวกเขาแทรกซึมเข้าไปในเมืองหลวงแคว้นต้าเฉียน เปลี่ยนแผนจากการฆ่าเป็การสืบหา 'จุดอ่อน' ดูว่ามันชอบอะไร เกลียดอะไร และกุญแจศิลานั่นมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่"
ทว่า ข่าวร้ายมักจะเดินทางเร็วกว่าที่คิด ข่าวเื่กึ่งเซียนสามคนปลิวกลับสำนักแพร่สะพัดไปทั่วทวีปภายในเวลาไม่กี่ชั่วพริบตา สำนักฝ่ายธรรมะที่เป็คู่แข่งเริ่มส่งสาส์น "แสดงความห่วงใย" มาให้นิกายมารอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในจดหมายจากสำนักกระบี่์เขียนไว้ว่า:
"ถึงสหายิเทียน ได้ยินว่า่นี้สำนักของท่านค้นพบวิชา 'ร่อนเวหา' แบบใหม่ ไม่ต้องใช้กระบี่บินแต่ใช้เพียงแรงดีดนิ้ว ไม่ทราบว่าลมเหนือแคว้นต้าเฉียนเย็นสบายดีหรือไม่? หากคราวหน้ามีกึ่งเซียนคนไหนอยากบินอีก ทางเรายินดีจะช่วยดีดให้เป็การส่วนตัว"
ิเทียนขยำจดหมายจนกลายเป็ผง "หลี่ิ... เ้าทำให้ข้าต้องกลายเป็ตัวตลกของโลกใบนี้ ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าความโกรธของเ้าสำนักมารสยบฟ้ามีค่าน้อยกว่าซาลาเปาที่เ้ากินอยู่เพียงใด!"
เขาสั่งปิดสำนักชั่วคราวและเริ่มวางแผนร่วมกับขุนนางและองค์ชายในแคว้นต้าเฉียนที่เขารู้จัก เพื่อเตรียมวางกับดักครั้งใหญ่ที่ไม่ได้ใช้แค่กำลัง แต่ใช้ "ความตะกละ" และ "ความี้เี" ของหลี่ิเป็ตัวล่อ!