ตอนที่ 61: นครแห่งการค้า
นาวาเหินเมฆาของสำนักหมอกครามร่อนลงจอดอย่างสง่างาม ณ ท่าจอดยานลอยฟ้าทางทิศตะวันออกของนครเมฆาล่อง บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากเมืองหมอกครามอย่างสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ แต่งกายด้วยอาภรณ์ของสำนักและตระกูลต่างๆ ที่เฟิงหวงไม่เคยเห็นมาก่อน ทุกคนต่างแผ่รังสีแห่งความมั่งคั่งและอำนาจออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ด้วยตราสัญลักษณ์ของสำนักหมอกคราม ทำให้พวกเขาผ่านด่านตรวจได้อย่างราบรื่นและถูกนำทางไปยัง "หอรับรองเมฆาคราม" ซึ่งเป็นที่พักประจำของสำนักในนครแห่งนี้ มันคือฐานที่มั่นที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขา
หลังจากจัดการเรื่องที่พักเรียบร้อย เฟิงหวงก็ไม่รอช้าที่จะออกไปสำรวจ "ตลาด" ของโลกใบใหม่นี้ โดยมีหลินเยว่ทำหน้าที่เป็นผู้นำทางและองครักษ์ไปในตัว
"ที่นี่คือถนนร้อยสมบัติ" หลินเยว่อธิบายขณะที่พวกเขาเดินไปตามถนนที่กว้างขวางซึ่งสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าที่หรูหราโอ่อ่า "ทุกสิ่งอย่างที่ท่านพอจะจินตนาการได้...ล้วนหาซื้อได้ที่นี่ ขอเพียงแค่ท่านมีหินวิญญาณมากพอ"
เฟิงหวงมองเห็นร้านขายโอสถ, ร้านขายศาสตราวุธวิเศษ, และแม้กระทั่งร้านที่ขายสัตว์อสูรหายากที่ถูกจับมาฝึกจนเชื่อง! ทุกอย่างดูน่าตื่นตาตื่นใจและมีราคาที่สูงจนน่าตกใจ สายตาของเขาเหลือบไปเห็น "หอร้อยสมบัติ" สาขาหนึ่ง...มันใหญ่โตและหรูหรายิ่งกว่าสาขาที่เมืองหมอกครามที่เขาเพิ่งยึดมานับสิบเท่า บ่งบอกว่านี่คือองค์กรการค้าขนาดมหึมาจริงๆ
เมื่อสำรวจตลาดจนพอใจแล้ว พวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังเป้าหมายที่แท้จริง...อาคารที่ใหญ่และสง่างามที่สุดใจกลางนคร...หอประมูลกลาง
สถานที่แห่งนี้ถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนาโดยยอดฝีมือจากห้าตระกูลใหญ่ เมื่อพวกเขาก้าวเข้าไป ก็พบกับโถงที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยผู้คนที่นำของวิเศษมาลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการประมูล
"สำนักหมอกคราม" หลินเยว่แสดงป้ายหยกของนาง ทำให้พวกเขาถูกนำทางไปยังห้องรับรองพิเศษสำหรับผู้ขายระดับสูง
ผู้ที่เข้ามาประเมินของคือชายกลางคนผู้หนึ่งจาก "ตระกูลสุริยัน" หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ เขามีท่าทีหยิ่งผยองเล็กน้อยเมื่อเห็นตราของสำนักหมอกคราม
"สำนักหมอกครามไม่ได้ส่งของเข้าร่วมประมูลใหญ่นานแล้วนะ" เขากล่าวเรียบๆ "หวังว่าของที่นำมาคราวนี้จะคุ้มค่ากับเวลาของข้า"
หลินเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับท่าทีนั้น แต่เฟิงหวงกลับเป็นฝ่ายก้าวออกมาข้างหน้าอย่างสงบ "ข้าเฟิงหวงเป็นหุ้นส่วนทางการค้าของสำนักหมอกคราม และเป็นเจ้าของของที่จะนำมาประมูลในครั้งนี้"
เขาวางกล่องหยกขาวใบเล็กๆ ลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา
ผู้ประเมินเปิดกล่องออกด้วยท่าทีไม่ใส่ใจนัก...แต่แล้วการกระทำของเขาก็หยุดชะงัก!
ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก...กลิ่นหอมอันบริสุทธิ์และไอแห่งชีวิตที่เข้มข้นอย่างไม่น่าเชื่อก็แผ่กระจายออกมาจนทั่วทั้งห้อง! ภายในกล่อง...คือ "โอสถพลิกชะตาสมบูรณ์" ที่นอนอยู่อย่างสงบนิ่ง ผิวของมันขาวราวหิมะ มีเส้นสายสีทองไหลวนอยู่บนผิวราวกับกลุ่มดาว...มันดูไม่เหมือนโอสถ แต่เหมือนกับงานศิลปะจากสวรรค์!
ชายจากตระกูลสุริยันผู้เคยเห็นของวิเศษมานับไม่ถ้วนถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง!
"โอสถ...โอสถเม็ดนี้มัน..." เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานชีวิตและกฎเกณฑ์บางอย่างที่ลึกล้ำเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้ เขารีบปิดกล่องลงและโค้งคำนับให้เฟิงหวงอย่างนอบน้อมทันที ท่าทีหยิ่งผยองหายไปจนหมดสิ้น "ขออภัยที่ล่วงเกิน! โปรดรอสักครู่! ข้า...ข้าต้องไปเรียนเชิญท่านหัวหน้าผู้ประเมินมาด้วยตนเอง!"
เขารีบร้อนวิ่งออกไปจากห้องอย่างลนลาน
ไม่นานนัก ชายชราผมขาวโพลนในชุดผ้าไหมหรูหราก็เดินเข้ามาด้วยท่าทีที่จริงจัง เขามองเฟิงหวงและหลินเยว่แวบหนึ่งก่อนจะพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่กล่องหยกบนโต๊ะ
เขาเปิดมันออกอย่างระมัดระวัง ดวงตาของเขาเบิกกว้างและมีแววตกตะลึงอย่างสุดขีด "โอสถระดับนี้...ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต!" เขาสูดกลิ่นหอมเข้าไปลึกๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาเล็กน้อย "มันสามารถชำระล้างรากฐานและยกระดับพรสวรรค์ได้จริงๆ...นี่คือโอสถในตำนาน!"
เขาปิดกล่องลงอย่างทะนุถนอมและมองมายังเฟิงหวงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพ "คุณชาย...โอสถเม็ดนี้...ท่านต้องการจะตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่เท่าไหร่หรือขอรับ?"
เฟิงหวงยิ้มบางๆ "หนึ่งล้าน...หินวิญญาณคุณภาพสูง"
ราคานี้ทำให้แม้แต่หัวหน้าผู้ประเมินยังต้องสูดลมหายใจ! มันเป็นราคาที่สูงมหาศาล!
แต่เฟิงหวงยังพูดไม่จบ
"...และนี่เป็นเพียงหนึ่งในสามเม็ดที่ข้าเตรียมมาสำหรับงานประมูลครั้งนี้เท่านั้น"
คำพูดประโยคสุดท้ายนี้...เป็นดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของหัวหน้าผู้ประเมิน!
เขายืนนิ่งตัวแข็งทื่อไปแล้ว ข่าวที่ว่าพ่อค้าลึกลับผู้หนึ่งได้นำโอสถในตำนานที่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้ถึงสามเม็ดมาเข้าร่วมงานประมูล...กำลังจะสั่นสะเทือนไปทั่วนครเมฆาล่องในอีกไม่ช้า!