ตอนที่2 ค้นพบเทเลพอร์ต
เมื่อมาถึงสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีแล้วเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่บอกเขาเพียงว่าให้ใช้ััแห่ง์แล้วจะค้นพบเองมันช่างเป็คำแนะนำที่กว้างมากจนเขาไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี คงต้องไปกับคณะทัวร์ก่อน
เมื่อเข้ามาในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้วหลิวเย่เปิดใช้งานัั์ทันทีโดยเน้นไปที่ตาหู และจมูกก่อน ไกด์ทำหน้าที่แนะนำอย่างตั้งใจใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วแต่หลิวเย่ยังไม่พบอะไรที่น่าสนใจเขาพยายามเดินรั้งท้ายและห่างจากกลุ่มเพียงเพื่อจะได้มีโอกาสใช้งานัั์อย่างละเอียดเขาไม่้าพลาดรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ
“ฮ่ะ”หลิวเย่อุทานด้วยความแปลกใจเมื่อเขากำลังเดินช้าๆผ่านรถม้าที่บรรทุกโลงศพในหลุมที่สองเขาเหลียวมองรอบตัวรวมถึงกล้องวงจรปิดด้วย เมื่อมองดูรอบๆพบว่าไม่มีป้ายห้ามัั ทันใดนั้นเขาเอื้อมมือไปัักับโลงบรรจุศพบนรถม้า
“โอ้!” หลิวเย่ตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นตะลึงเขามองทะลุผ่านเข้าไปในโลงบรรจุศพ พบว่าในนั้นมีสิ่งของหลายอย่างรวมถึงร่องรอยของการเคยมีอยู่ของศพเพียงแต่มีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไปมันถูกดินแข็งหุ้มไว้เพียงแต่ภายในนั้นเป็วัตถุโลหะทรงกลมหลายเหลี่ยมขนาดเหมาะมือ
หลิวเย่เหลียวมองรอบตัวพลางครุ่นคิดว่าจะหยิบวัตถุนั้นออกมาได้อย่างไรโดยไม่ให้ถูกใครจับได้
ขณะที่เขากำลังกังวลอยู่นั้นมีลูกทัวร์อีกคณะหนึ่งเข้ามาเยี่ยมชมกลุ่มนี้มีชาวต่างชาติตะวันตกรูปร่างสูงใหญ่เข้ามากันหลายคน
หลิวเย่ยิ้มออกมาด้วยความพอใจเขากำลังรอจังหวะให้กลุ่มชาวต่างชาติเข้ามาดูที่ตำแหน่งนี้เมื่อนั้นด้วยความเร็วของเขาคงมากพอที่จะหยิบสิ่งของออกมาโดยกล้องวงจรปิดจะจับภาพไม่ได้และไม่มีใครสังเกตเห็น
ทันใดนั้นในเวลาชั่วพริบตาเมื่อกลุ่มชาวต่างชาติเคลื่อนเข้ามาใกล้มากพอที่จะบดบังมุมมองคนอื่นๆหลิวเย่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็แยกตัวทำทีไปห้องน้ำ
เขาไม่สามารถตรวจสอบสิ่งของนั้นได้ตรงนี้จุดที่ปลอดภัยที่สุดคือ ห้องน้ำชาย
เมื่อหลิวเย่เข้ามาในห้องน้ำชายในห้องสุดท้ายเขาใช้ัั์กวาดดูรอบๆรัศมีในระยะอย่างน้อย 10เมตรพบว่าไม่มีใครหรือกล้องวงจรปิดเขาผ่อนคลายลงและหยิบลูกดินจากกระเป๋าเป้ออกมาพลิกดูและใช้ฝ่ามือสองข้างตบแรงๆสลับเบาๆเพื่อเคาะเอาดินแข็งที่เคลือบไว้ให้หลุดออกมา
โดยที่ไม่ทันระวังตัวขณะกำลังเคาะเอาดินออกอยู่นั้น ฝ่ามือข้างซ้ายเผอิญไปถูกมุมเหลี่ยมเล็กๆของวัตถุดังกล่าวทำให้มีเืซึมออกมาจากฝ่ามือของเขาทันใดนั้นเกิดแสงจ้าจากวัตถุเหลี่ยมทรงกลมและมันพุ่งเข้าหาหว่างคิ้วของเขา
หลิวเย่หลับตาลงจากแสงจ้าที่พุ่งเข้ามาทำให้เขาตาลายเกือบหน้ามืดจนต้องใช้สองมือพยุงตัวเองในห้องน้ำแคบๆ
เขาหายใจเข้าออกลึกๆอยู่หลายครั้งจนรู้สึกว่าอาการหน้ามืดดีขึ้นจึงค่อยๆลืมตาเพื่อมองหาวัตถุเหลี่ยมทรงกลมที่เขาสงสัยว่ามันคือเทเลพอร์ตจากัั์มองหาเท่าใดไม่เจอยกเว้นกองดินแข็งที่เคาะออกมาเขาได้แต่ถอนหายใจและรวบรวมดินเ่าั้ทิ้งลงในชักโครกจากนั้นออกมาล้างมือจึงสังเกตเห็นแผลกลางฝ่ามือซ้าย
“เฮ้อ ได้แผลแทนของก็หาไม่เจอ”
หลิวเย่ส่ายหัวพลางบ่นในใจจากนั้นเขาไปรวมกลุ่มกับคณะทัวร์และเดินค้นหาส่วนที่เหลืออีกครั้งโดยใช้ัั์
ปรากฏว่าเขาไม่สามารถค้นหาเทเลพอร์ตได้เลยหลิวเย่ถอนหายใจยาวด้วยความรู้ที่บอกไม่ถูก เขากำลังตัดสินใจว่าจะมาที่นี่อีกครั้งดีหรือไม่
“นี่คนสวยแค่ขอเบอร์โทรนะ ทำไมต้องด่ากันด้วย” เสียงเอะอะจากชายหนุ่มดังใกล้ๆจุดที่หลิวเย่ยืนอยู่
“แล้วคุณมาจับมือเพื่อนฉันทำไม”เสียงะโตอบด้วยความโมโหของสาวสวยคนหนึ่งเมื่อหลิวเย่หันหน้าไปมองก็พบว่าเป็คู่วัยรุ่นชายสองคนและวัยรุ่นหญิงสองคนในคณะทัวร์เดียวกันพวกเขากำลังทะเลาะกันที่จุดรอรถมินิบัส
“ไอ้บ้าเอ้ย ฉันให้เกียรติเธอนะถึงได้ขอเบอร์โทรคิดว่าตัวเองเป็ใคร” ชายหนุ่มหน้าตาดีอีกคนชี้หน้าพลางบ่นใส่สาวสวย
“คุณ.....คุณ”สาวสวยจับข้อมือที่แดงกล่าวตอบด้วยความโมโหและเ็ป
หลิวเย่พบว่าสาวสวยที่ข้อมือแดงนั้นชื่อหยูหยูส่วนอีกคนเป็เพื่อนเธอชื่อ อาเจิ้น เขากำลังพิจารณาว่าจะช่วยเธอหรือดูสถานการณ์ไปก่อนแต่เหตุการณ์ดูเหมือนไม่เป็ใจ
“คุณมารังแกฉันฉันจะบอกแฟนชั้นให้จัดการพวกคุณ” หยูหยูเหลือบตามองเห็นหลิวเย่พอดีเธอจึงรีบเดินเข้าไปยืนใกล้ๆเขา
“ฮ่ะ!”บางทีเื่มีเข้ามาหาเองหลิวเย่ถอนหายใจยาว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คนสวย คุณกำลังติดพันความตาย มาโกหกฉันทำไมเห็นกันอยู่ว่าพวกคุณไม่รู้จักกัน”ชายหนุ่มคนนั้นหัวเราะเยาะพลางกล่าวตอบด้วยความโมโห
“เราเป็แฟนกันจริงแต่เราทะเลาะกัน ยังงัยเขาก็ไม่ยืนดูฉันเฉยๆแน่นอน”หยูหยูยังคงยืนยันเสียงหนักแน่น เธอกำลังพยายามหาทางหนีจากสถานการณ์ตรงนี้ให้ได้
“ได้โปรด” มีเสียงพึมพำเบาๆออกจากปากสีชมพูจิ้มลิ้มของสาวสวยที่ยืนข้างๆหลิวเย่
หลิวเย่ส่ายหัวด้วยความจนใจ แล้วเงยหน้าสบตาชายหนุ่มทั้งสองคนตรงหน้าเขาใช้ัั์ช่วยในการมองเพื่อกระตุ้นความหวาดกลัวในจิตใจของทั้งสองคน
ฉับพลันนั้นวัยรุ่นชายสองคนมีสีหน้าตื่นใเหงื่อซึมรอบใบหน้าและแผ่นหลังมีเหงื่อเปียกโชกพวกเขามองเห็นผีนับไม่ถ้วนอยู่ตรงหน้าและรอบตัวบรรยากาศรอบข้างเป็สีดำมืดเหมือนอยู่ในนรก มีเสียงหวีดร้องโหยหวนดังก้องในหูพวกเขาพากันเข่าทรุดทันที
คณะทัวร์ที่ยืนรอรถและไกด์ยืนมองด้วยความสับสนว่าพวกเขาเป็อะไรกัน
แค่ชั่วพริบตาโดยไม่จำเป็ต้องใช้กำลังกายใดๆการต่อสู้ด้วยจิติญญามันร้ายกาจมากจริงหลิวเย่เห็นดังนี้เขาก็ยิ่งมั่นใจการผลของการฝึกฝนศิลปะแห่งดวงดาวมากยิ่งขึ้น
สองสาวที่ยืนข้างๆ เขาจ้องมองวัยรุ่นชายสองคนด้วยความสับสนงุนงงเช่นกัน
เมื่อรถมินิบัสมาถึง ทุกคนทยอยขึ้นไปนั่งบนรถไกด์กำลังเดินไปหาวัยรุ่นชายสองคน ปรากฏว่าพวกเขารู้สึกตัวแล้วแต่ยังมีความตื่นใอยู่พวกเขารีบขึ้นไปนั่งบนรถโดยที่ก้มหน้าไม่สบตาใครเลย
เมื่อรถมาถึงโรงแรมหลิวเย่ก้าวเดินหลบสองสาวไปอีกทางและรีบเข้าห้องพักโดยที่ทั้งสองสาวไม่ทันตั้งตัวเขาไม่้าสนทนากับปัญหาใดๆและไม่้ารับคำขอบคุณใดๆเช่นกัน
“เฮ้อ สรุปว่าวันนี้ฉันพลาดไปเหรอ”หลิวเย่นั่งหลับตาพลางบ่นกับตัวเองบนโซฟาในห้องพัก
“เอ๊ะ!”หลิวเย่พลิกฝ่ามือซ้ายที่ถูกมุมเหลี่ยมของวัตถุบาดในห้องน้ำแต่ปรากฏว่าแผลหายไปแล้ว ไม่มีร่องรอยใดๆ
“เกิดอะไรขึ้น ฉันจำได้ว่ามันถูกบาดและมีเืไหล” เขาพึมพำด้วยความแปลกใจ
ด้วยความหิวและเหนื่อยล้า หลิวเย่จึงสั่งอาหารมาส่งที่ห้องเมื่อเขาทานเสร็จก็เตรียมตัวอาบน้ำ
ขณะที่เขาปิดไฟห้องนอนเพื่อเตรียมตัวนั่งไขว้ขาฝึกฝนต่อฉับพลันนั้นมีแสงสีเขียวอ่อนส่องประกายออกมาจากท้องแขนซ้ายของเขาหลิวเย่จ้องมองด้วยความใและแปลกใจมันเป็รูปสัญลักษณ์คล้ายเรขาคณิตหลายแบบซ้อนกันและมีแท่งคล้ายสเกลบอกระดับขณะที่เขามองดูสเกลที่เคลื่อนตัวช้าๆจนใกล้จะเต็มทันใดนั้นมีเสียงคล้ายโมโนโทนดังขึ้นในใจเขา
“เวลาบัฟเฟอร์สิ้นสุด พร้อมเดินทาง”
“ฮ่ะ เทเลพอร์ตใช่ไหมนี่!” หลิวเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นระคนดีใจ
ทันใดนั้นเกิดกลุ่มเรืองแสงเพียงพริบตาตัวหลิวเย่ก็หายไปจากห้องนอนเขารู้สึกราวตกจากที่สูงจึงหลับตาพลางตื่นใเนื่องจากเขายังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย
มีเสียงเพลงและเสียงะโดังก้องไปทั่ว หลิวเย่ลืมตาขึ้นมองไปรอบๆอย่างแปลกใจที่นี่คือที่ไหน เขาเหมือนอยู่ในมุมตรอกแคบๆหลังถังขยะใบใหญ่ถนนเป็ดินแข็งไม่ใช่คอนกรีต ถังขยะก็เป็แบบไม้สาน รั้วบ้านเป็ไม้และปูนแบบโบราณบางหลังไม่มีรั้วบ้าน มองเห็นตัวบ้านและหลังคาคล้ายยุคจีนโบราณ
“เอ๊ะ!” ทันใดนั้นหลิวเย่รู้สึกสดชื่นลึกถึงจิติญญา“ฮืดดดด” เขาสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นเต้นดีใจเปิดรูขุมขนทั่วกายเพื่อรับพลังฉีที่เข้มข้นจากสถานที่แห่งนี้
“นี่มัน! ์!”ประกายตาตื่นเต้น หลิวเย่ยิ้มกว้างด้วยความสุขเต็มเปี่ยม
เขาลองใช้ัั์ปรากฏว่าพลังของเขาถูกจำกัดให้เหลือเพียงแค่ครึ่งเดียว
“อืม.....เหลือแค่ครึ่งเดียวก็น่าจะพอสำหรับการสำรวจคร่าวๆ” เขาพึมพำด้วยความพอใจ
จากัั์เขาพบว่าตัวเขาอยู่ห่างจากหอโคมแดงราวหนึ่งไมล์รอบข้างเป็บ้านของพ่อค้าและชาวบ้านบางส่วน พบขอทานหนึ่งคนทางทิศเหนือตรงข้ามห่างจากเขาครึ่งไมล์มีรถม้าและคนเดินผ่านหอโคมแดงมากทีเดียว รอบข้างเป็ร้านค้าและโรงน้ำชาอีกฟากเป็โรงเตี๊ยมและบ้านเรือนของชาวบ้านจากสภาพแวดล้อมดังกล่าวเขามั่นใจว่านี่คือยุคโบราณแน่นอน แต่จะสมัยราชวงศ์ใดหรือที่ไหนคงต้องสอบถามอีกที
“ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอืม.....ทรงผมด้วย” หลิวเย่พยักหน้าพึมพำเบาๆ
เขามองเห็นเสื้อผ้าคล้ายของแบบผู้ชายในบ้านหลังหนึ่งจึงะโเข้าไปขโมยเปลี่ยน
“เอ๊ะ! แบบนี้ก็เจ๋งดิ”หลิวเย่พบว่าเขาสามารถะโได้สูงเหมือนวิชาตัวเบาในตำนาน
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและกำลังคิดว่าจะเอาเสื้อผ้าเดิมไปไว้ที่ใดทันใดนั้นเสื้อผ้าที่มือซ้ายถือไว้ก็หายไปเขาใพลางจ้องมองไปที่สัญลักษณ์บนท้องแขนซ้ายเขาพบว่าเมื่อเขาตั้งจิตเข้าไปสำรวจพบว่า มีพี้นที่โล่งกว้างราว10 ลูกบาศก์เมตรอืมใหญ่ทีเดียว นี่เขาใช่เรียกว่า มิติพื้นที่หรือมิติช่องว่างใช่ไหม
หลิวเย่ยิ้มกว้างด้วยความพอใจ
“แบบนี้เราก็สามารถเอาอะไรไปก็ได้นี่สงสัยว่าของมีชีวิตเอาใส่ได้เหมือนนิยายไหม”
เมื่อมองดูสเกลบนท้องแขนเขาพบว่ามีจุดกระพริบวาบสีฟ้าเหมือนจุดหนึ่งนาฬิกาในตำแหน่งคล้ายวงกลม้าสุดของสัญลักษณ์เรขาคณิตหากมีครบทุกตำแหน่งจากระยะห่าง น่าจะมีรวม 12 จุด ระยะบัฟเฟอร์กำลังเคลื่อนตัวดูเหมือนว่าเขาต้องใช้เวลาถึงสามวันไม่รู้ว่าทางโรงแรมจะว่าอย่างไรบ้าง เขาถอนหายใจพลางส่ายหัว
ตอนนี้เขาพร้อมสำหรับการสำรวจโลกใหม่แล้ว
หลิวเย่เลือกโรงน้ำชาแต่เขาไม่ได้เข้าไปเพราะเขาไม่มีเงินของที่นี่เลย จึงเลือกมุมอยู่ห่างๆที่สามารถใช้ัั์เพื่อค้นหาข้อมูลที่้าได้
“นี่ๆพี่น้องทั้งหลาย รู้ไหมว่าจักรพรรดิจะเก็บภาษีเพิ่มอีกแล้วนะ”
“อะไรกันเมื่อสามเดือนก่อนก็ขึ้นไปแล้วนี่ ตอนนี้พวกเราลำบากมากเลยนะารอบชายแดนมีทุกวัน”
“เฮ้อ.....ใครบอกให้อาณาจักรของเราอ่อนแอที่สุดล่ะ”
“ตอนนี้ร้ายข้าวสารก็กักตุนสินค้าแล้วนะราคาของก็แพงขึ้น”
“กังวลทำไมบริการหอโคมแดงยังราคาเท่าเดิมอยู่นะ”
เื่ราวหลากหลายเข้าสู่การรับฟังของหลิวเย่เพียงแต่ไม่ปะติดปะต่อเป็เื่ราวเท่าใดนักทันใดนั้นเขามองเห็นชายวัยกลางคนร่างอ้วนก้าวออกมากจากโรงน้ำชาด้วยท่าทางมึนเมาสุรา
“ขอโทษนะพี่ชาย จะไปไหน เดวฉันไปส่ง”หลิวเย่ทำทีเดินชนชายร่างอ้วนและล้วงหยิบถุงเงินพร้อมกับประคองชายอ้วนเดินต่อไปข้างหน้าเมื่อลับตาคนเขาก็กดจุดให้หลับ
จากนั้นเขาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่หนึ่งชุดและทำการเปลี่ยนก่อนจะเข้าไปในโรงน้ำชา
ในโรงน้ำชา หลิวเย่เลือกมุมที่ห่างไกลผู้คน เมื่อบริกรชายท่าทางกระตือรือร้นเดินมาหา
หลิวเย่หยิบเงินก้อนออกมาวางไว้บนโต๊ะโดยเลือกก้อนขนาดกลางจากถุงเงิน “พี่ชายเล่าเื่ราวอาณาจักรนี้ให้ฟังหน่อยสิ”
“ได้เลยน้องชาย” บริกรชายยิ้มกว้างเมื่อเห็นจำนวนเงินนั่นมันเท่ากับเงินเดือนสองเดือนจากนั้นบริกรชายก็เล่าเื่ราวที่ละเอียดยิ่งกว่าเว่ยป๋อ
อาณาจักรนี้ชื่อว่าอาณาจักรเทียน มีจักรพรรดิชื่อเทียนหลง เป็อาณาจักรที่เล็กและอ่อนแอที่สุดในบรรดาห้าอาณาจักรได้แก่ ทิศเหนืออาณาจักรเล่ยทิศใต้อาณาจักรเหอ ทิศตะวันออกอาณาจักรหยาง ทิศตะวันตกอาณาจักรลู่และตรงกลางคืออาณาจักรเทียน ตอนนี้อาณาจักรหยางและอาณาจักรลู่กำลังก่อาขนาบข้างสองฝั่งส่วนอีกสองอาณาจักรกำลังจับตาดูทั้งสามอาณาจักร ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่้าทำาเพียงแต่มีด่านป้องกันตามธรรมชาตินั่นคือทิศเหนือมีูเาและหน้าผาทอดเป็แนวยาวส่วนทางทิศใต้ก็มีทะเลทรายที่มีทั้งโจรและสัตว์ร้ายชุกชุม ส่วนทางทิศตะวันออกมีแม่น้ำเชี่ยวกรากคั่นกลางทิศตะวันตกแห้งแล้งแต่ไม่แล้งเท่าทะเลทรายทางทิศใต้
ปรากฏว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ตรงกับประวัติศาสตร์ใดๆของมนุษยชาติ
เมืองนี้ชื่อว่าเมืองซู อยู่กึ่งกลางระหว่างเมืองหลวงกับชายแดนฝั่งทิศใต้ มีประชากรราวสองหมื่นกว่าคนเป็เมืองรอง เมืองหลักมีสี่เมืองได้แก่ เมืองอัน เมืองเสว่ เมืองฟาง และเมืองหลิน
แต่ละเมืองจะมีเ้าเมืองปกครองและมีทหารประจำการตามสัดส่วนขนาดเมืองเมืองซูเ้าเมืองชื่อ เผิงโจว มีทหารรักษาการณ์หนึ่งกองพัน มีรองแม่ทัพชื่อ หลี่ชางหลง
เมืองซูมีการค้าเสรี คหบดีที่มีอำนาจมากที่สุดชื่อจูผิงอันมีสามตระกูลใหญ่คือ ตระกูลจู ตระกูลหลี่ และตระกูลไป๋
โรงน้ำชาแห่งนี้เป็ของตระกูลไป๋ คุณชายรองชื่อไป๋ิ เป็ผู้ดูแล
เงินที่ใช้คล้ายกับจีนโบราณคือ เหรียญทองแดง 100 ทองแดงเท่ากับ 1เหรียญเงินและ 100 เหรียญเงินเท่ากับ 1 เหรียญทองโดยทั้งห้าอาณาจักรใช้หน่วยเงินเหมือนกัน ที่นี่ไม่นิยมเพชรพลอยมันกลายเป็วัตถุไร้ค่า พวกเขานิยมแต่หยกและของเก่าโบราณบางอย่างเท่านั้น
ผู้มีอำนาจสูงสุดคือจักรพรรดิมีแม่ทัพหนึ่งคนและรองแม่ทัพสี่คน อาวุธมีแบบทั่วไปเช่นหอก ดาบ มีด กระบี่ไม่มีหน้าไม้หรืออาวุธรุนแรง วิชายุทธ์มีโรงสอนและวิชาลับของแต่ละตระกูล ตระกูลที่ครองอันดับหนึ่งคือตระกูลหลี่
สมาชิกตระกูลส่วนใหญ่เป็ทหาร
ข้อมูลที่หลิวเย่ได้รับนั้นมีมากมายและน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่นี่ราคาแพงและหายากเช่น ผลไม้ ขนม ผักสด หรืออาหารบางชนิด
เมื่อได้รับข้อมูลมากเพียงพอแล้ว หลิวเย่ออกไปหาโรงเตี๊ยมที่บริกรชายแนะนำชื่อโรงเตี๊ยม “ลมหวน” สภาพแวดล้อมค่อนข้างสะอาดและโล่งโปร่ง
โชคดีที่เงินที่เขาขโมยมายังคงมีเพียงพอสำหรับการรอเวลาบัฟเฟอร์สิ้นสุด
หลิวเย่นั่งไขว้ขาฝึกฝนบนเตียงนอนหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาสามารถทำเงินจากอาณาจักรนี้ได้หลายช่องทาง แต่ต้องดูอิทธิพลของงูท้องถิ่นด้วยเขาอยากทดสอบพลังของเขากับวิชายุทธ์ของที่นี่ว่าแตกต่างกันมากเพียงใดเหลือบมองท้องแขนซ้ายพบว่าบัฟเฟอร์กำลังทำงานเขายังมีเวลาเก็บข้อมูลในอาณาจักรนี้อีกสองวัน
แสงแดดแรกของรุ่งเช้าลอดช่องผ่านหน้าต่างเข้ามาหลิวเย่ลืมตาขึ้นมาจากการนั่งฝึกฝนทั้งคืน เขาพบว่าั้แ่เขาเทเลพอร์ตมาในอาณาจักรนี้เขาไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับเศษเสี้ยวจิติญญาของจักรพรรดิะหลิวเย่ได้เลย
นั่นหมายความว่าเขาต้องพึ่งตัวเองเท่านั้น
ดังนั้นเขาต้องคิดและพิจารณาทุกการกระทำให้ดีก่อนตัดสินใจ
แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกมีการชดเชยคือพลังฉีที่เข้มข้นเป็ผลให้การฝึกฝนของเขาั้แ่ได้รับเศษเสี้ยวจิติญญาของจักรพรรดิะหลิวเย่ตอนนี้เขาอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐาน ระดับกลางแล้ว
ขอบเขตการฝึกฝนะตามคำบอกเล่าของเศษเสี้ยวจิติญญาของจักรพรรดิะหลิวเย่ มีทั้งหมด 7 ขอบเขต ได้แก่ ขอบเขตสร้างฐานราก แกนเสมือนแกนทองคำ แกน์ แกนเทพ แกนะ และนิรันดร์ โดยแต่ละขอบเขตมี 4 ระดับ คือระดับต้น กลาง ปลาย และสูงสุดส่วนการปรับแต่งร่างกายเพื่อรับพลังฉีนั้นเป็เพียงระดับเริ่มต้นก่อนเข้าสู่ระดับการฝึกฝนะที่แท้จริง
ก่อนเดินทางกลับบ้าน หลิวเย่จะเก็บข้อมูลของเมืองนี้รวมถึงอีกสี่อาณาจักรให้ได้มากที่สุดเขาอาจค้นหาสินค้าและหรือสิ่งของที่จะทำการค้าระหว่างสองสถานที่ได้ในอนาคตรวมถึงต้องพิจารณาสถานการณ์ของา
เช้านี้หลิวเย่ตั้งใจจะไปทดสอบพลังภายในของเขาทีู่เานอกเมือง
“ตู้มมมมม พรึ่บบบบบ วี๊ดดดดดดด บู้มมมมมม”หลิวเย่ทดสอบพลังภายในระดับกลางของสร้างรากฐานอย่างเต็มที่ปรากฏว่าต้นไม้และก้อนหินในป่าแตกสลายเป็ชิ้นเล็กๆพื้นที่รอบข้างในรัศมีสิบเมตรที่เขาทดสอบกลายเป็ที่ราบโล่งเตียนทันที
“เจ๋ง! นี่ขนาดมีพลังเหลือแค่ครึ่งเดียวเองนะ” ประกายแสงแวบวาบในตาของหลิวเย่ เขายกยิ้มอย่างพึงพอใจ
จากนั้นเขานั่งพักฟื้นพลังเพียงชั่วครู่
“เมืองซู รอก่อนนะฉันพร้อมที่จะท้าทายพวกคุณแล้ว”หลิวเย่ลุกขึ้นยืนและหันหน้าไปมองในตัวเมืองด้วยฮึกเหิมในใจ