"หน่วยวิวัฒน์กลไกของอาณานิคมใน ได้เตรียมอาคารวิจัยส่วนตัวให้กับเจ้าเรียบร้อยแล้วพร้อมกับจัดสรรงบประมาณให้ไม่จำกัด"
คากิถึงกับอ้าปากค้างเขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะได้รับการสนับสนุนถึงเพียงนี้
"งบไม่จำกัด?"
เขาพึมพำเบาๆ อย่างไม่อยากเชื่อสายตา
"ใช่ งบไม่จำกัด"
ผู้อำนวยการยืนยันด้วยน้ำเสียงมั่นคง
"เราต้องการให้เจ้าใช้พรสวรรค์ของเจ้าให้เต็มที่สร้างสิ่งใหม่ๆ ที่จะช่วยให้อาณานิคมของเรา โดยเฉพาะเมื่อพวกศัตรูเริ่มเดินเกมรุกอย่างรุนแรง"
นาฟมองคากิที่ยังคงนิ่งงันอยู่ข้างๆเขารู้สึกยินดีที่เพื่อนคู่หูของเขาได้รับโอกาสครั้งสำคัญนี้แววตาของคากิเริ่มเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นและตื่นเต้นรู้สึกได้ถึงความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า
“รับทราบครับ ท่านผู้อำนวยการ!”
สุดท้ายผู้อำนวยการหันสายตาที่เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมมาทางนาฟผู้ซึ่งนั่งอยู่อย่างเงียบสงบอยู่
"นาฟ"ผู้อำนวยการเริ่มเอ่ยขึ้น
"เจ้าคือสิ่งอัศจรรย์และเป็นตัวแปรที่สำคัญในหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้"
ทุกสายตาต่างจับจ้องมาทางนาฟด้วยความสนใจบางคนเคยได้ยินชื่อเสียงของเขาในสนามประลองบางคนก็เพิ่งรู้จักผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
นาฟรู้สึกถึงน้ำหนักของคำพูดที่ถูกถ่ายทอดออกมาแต่เขายังคงนิ่งสงบ แม้หัวใจจะเต้นแรงขึ้น
"ทางราชวงศ์ให้ความสำคัญกับเจ้าอย่างมากสำหรับความกล้าหาญและการเสียสละของเจ้าที่ช่วยชีวิตองค์ชายสามไว้ในเหตุการณ์ครั้งนั้นเจ้าได้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่โดยไม่ลังเล และเพื่อแสดงความขอบคุณราชวงศ์ได้เตรียมของขวัญพิเศษเพื่อมอบให้แก่เจ้า"
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันทุกคนต่างรู้ดีว่า การที่ราชวงศ์จะมอบของขวัญโดยตรงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนับว่าเป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่
นาฟเองก็ตกใจเล็กน้อย แต่ยังคงเก็บอาการไว้เขาไม่ได้คาดคิดว่าจะได้รับการยอมรับในระดับนี้ เพียงแค่เขาทำตามหน้าที่ของตัวเองแต่ก็ยากที่จะปฏิเสธความตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้นในใจ
ผู้อำนวยการหันมามองนาฟอีกครั้งคราวนี้น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นมีความหนักแน่นยิ่งกว่าเดิม
ดวงตาคมเฉียบจ้องมองตรงไปที่เขาราวกับจะส่งผ่านคำเตือนที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
"เจ้าเข้ามาอยู่ในองค์กรได้ไม่นาน แต่สามารถทำภารกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบสร้างความสูญเสียให้กับสมาคมใต้ดินเป็นอย่างมากข้ายอมรับว่าเจ้ามีความสามารถที่เกินกว่าที่คาดไว้" คำพูดนั้นดังก้องในห้องประชุม
นาฟนั่งนิ่ง ไม่ได้แสดงอาการอะไรมากนักแต่ในใจกลับรู้สึกถึงน้ำหนักของคำชมนั้น สมาชิกในองค์กรจันทร์เสี้ยวล้วนแต่เป็นยอดฝีมือทั้งนั้นและการที่เขาได้รับการยอมรับจากผู้อำนวยการถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง
ผู้อำนวยการยิ้มเล็กน้อยขณะยกมือขึ้นและชี้ไปยังสร้อยจันทร์เสี้ยวบนคอนาฟ
"ข้าขอมอบสามดาวให้เจ้า!" เขาประกาศเสียงดัง
“นี่คือสัญลักษณ์ของการยอมรับและเครื่องหมายที่แสดงถึงความสำเร็จของเจ้าในองค์กรนี้"
เสียงฮือฮาเล็กๆจากเหล่าสมาชิกในห้องประชุมดังขึ้น ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับเรื่องนี้
คากิที่นั่งอยู่ข้างๆนาฟเองก็แอบยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เขารู้ดีว่านาฟเหมาะสมกับตำแหน่งนี้มากเพียงใด
"แต่ที่สำคัญกว่านั้น...!"เสียงของผู้อำนวยการเปลี่ยนเป็นจริงจัง
"ตอนนี้เจ้ามีหน้าที่ เพิ่มศักยภาพตัวเองให้มากที่สุดทรัพยากรที่องค์กรมี เจ้าสามารถนำไปใช้ได้อย่างไม่จำกัดข้าไม่ต้องการให้เจ้าถูกจำกัดด้วยความขาดแคลนใดๆ"
นาฟฟังด้วยความเงียบสงบ การได้รับสิทธิ์ใช้ทรัพยากรทั้งหมดขององค์กรนั้นเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่เขาจะคาดคิดมาก่อน
"แต่จงจำไว้ให้ดี....ต่อจากนี้เจ้าห้ามออกปฏิบัติภารกิจ!”
คำสั่งนี้ทำให้สมาชิกหลายคนในห้องประชุมหันมามองนาฟอย่างตั้งใจ
"เจ้าอยู่ในลำดับรายชื่อที่สมาคมใต้ดินต้องการตัวมากที่สุดในตอนนี้พวกมันรู้ว่าเจ้าเป็นใคร และรู้ว่าเจ้าเป็นภัยต่อพวกมันขนาดไหน"
ผู้อำนวยการกล่าวต่อ
"ข้าจะไม่ให้พวกมันได้โอกาสแม้แต่น้อยที่จะได้เข้าใกล้เจ้า"
นาฟพยักหน้าอย่างช้าๆเขารู้ดีว่าผู้อำนวยการพูดถูก แม้ในใจก็มีความขัดแย้ง แต่เขาก็รู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้อาจอันตรายกว่าที่คิด
"ฝึกฝนตัวเอง พัฒนาทักษะของเจ้าให้ถึงขีดสุดและเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่ใหญ่กว่า...เพราะเมื่อถึงเวลาที่เจ้าพร้อมเราจะต้องการพลังของเจ้าอย่างแน่นอน"
ทุกสายตาจับจ้องที่นาฟผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่อาจจะเปลี่ยนอนาคตของอาณานิคม
สายตาเฉียบคมของผู้อำนวยการมองไปยังเยาวชนทั้งสามก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เด็ดขาด
"พวกเจ้าทั้งสาม...สามารถกลับไปได้แล้ว!...ต่อจากนี้จะเข้าสู่การวางแผนการทำงานซึ่งไม่เกี่ยวกับพวกเจ้าในตอนนี้"
นาฟเหลือบมองคากิที่นั่งข้างๆซึ่งกำลังดูเหมือนกำลังสงสัยเล็กน้อย แต่เมื่อสบตากับสายตาของผู้อำนวยการคากิก็พยักหน้ารับรู้โดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม
หม่าเหลี่ยงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ทำท่าทางคล้ายกันจากนั้นจึงหันไปทางผู้อำนวยการย่อตัวเล็กน้อยเป็นสัญญาณเคารพก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมไป
นาฟและคากิลุกขึ้นตาม พวกเขาทำความเคารพผู้อำนวยการอย่างเงียบๆก่อนจะเริ่มเดินออกจากห้อง แต่ไม่วายที่คากิจะหันมามองนาฟด้วยแววตาฉงนเมื่อพวกเขาก้าวพ้นประตูที่เป็นทางออกของห้องประชุม คากิหันมากระซิบถามเสียงเบา
"นายคิดยังไง?
นาฟพยักหน้าเบาๆ รู้สึกเหมือนยังมีข้อสงสัยในใจบางประการรู้สึกว่ามีบางอย่างซ่อนอยู่
"ไม่รู้สิ แต่ไม่ว่าอะไรที่กำลังจะเกิดขึ้นมันต้องใหญ่กว่าที่เราคิดแน่"