แต่ละฝ่ายต่างสาดสกิลใส่กันไม่ยั้ง โดยที่ฝั่งหนึ่งมีจำนวนแค่หลักพัน แต่อีกฝั่งนั้นมีจำนวนเฉียดล้าน!
แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก็คือฝ่ายที่มีกองกำลังเฉียดล้านนั้นกำลังเสียเปรียบอย่างหนัก!
มดจำนวนมหาศาลอาจจะกัดช้างตายได้ แต่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อช้างอยู่ใกล้รังมด ไม่ใช่มดที่อยู่ในถิ่นของช้าง!
กิ่งไม้ยักษ์จำนวนมหาศาลส่ายขยับไปมาราวกับมีชีวิต พุ่งเข้าทะลวงเหล่าทหารกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนฉีกเนื้อพวกเขาเป็นชิ้นๆ เลือดที่ไหลอาบย้อมนั้นทำให้พวกมันดูเหมือนเป็นอสรพิษสีเลือดที่กำลังเข่นฆ่าเหยื่อ
กิ่งไม้ยักษ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมหาพฤกษาแสงจันทร์ ซึ่งมีความทนทานมากถึงขนาดที่นักรบกลายพันธุ์ยังยากจะทำลายได้ มันจึงกลายเป็นอาวุธชั้นดีไปโดยปริยาย
ถึงจะยกอาวุธขึ้นต้านก็เปล่าประโยชน์ ชุดเกราะที่ทหารกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนสวมใส่ถูกทำลายง่ายๆเสมือนเป็นเศษผ้าเก่าๆ
แม้แต่นักรบกลายพันธุ์ก็ต้องคอยระวังตัวไม่ให้เผลอปล่อยให้กิ่งไม้ยักษ์เหล่านี้เล่นงานได้ ไม่อย่างงั้นนั้นคงได้รับเจ็บหนักโดยไม่รู้ตัว
เมื่อฝั่งเผ่าพันธุ์มูนควีนมีมหาพฤกษาแสงจันทร์คอยช่วยเหลือ พวกเขาจึงชิงความได้เปรียบมากขึ้นทุกขณะ
แต่สถานการณ์ทางด้านผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนนั้นกลับแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว
ชุดคลุมสีขาวนั้นชุมโชกไปด้วยเลือด แผลที่แผ่นหลังนั้นปริแตกเปิดกว้างเผยให้เห็นกระดูกอยู่ลางๆพร้อมกับมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด แต่ถึงกระนั้นดวงตาสีมรกตกลับไม่ปรากฏวี่แววของการยอมแพ้
ภายในดวงตาสีมรกตมีสัญลักษณ์จันทร์เสี้ยวปรากฏอยู่ รอบกายมีดวงจันทร์มรกตอยู่ 12 ดวง ลอยสลับหมุนพุ่งเข้าปะทะกับสามแม่ทัพกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนไม่ขาดสาย
แต่ทุกอย่างเริ่มไม่สู้ดีนักเนื่องจากอาการบาดเจ็บของผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนที่ส่งผลให้ความแข็งแกร่งลดลง
สามแม่ทัพเร่งเข้ากดดันผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนโดยมีนักรบกลายพันธุ์ของกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนจำนวนหนึ่งคอยขัดขวางเหล่าร่างในชุดคลุมสีขาวที่พยายามจะเข้ามาช่วยผู้นำของพวกเขา
ก่อนหน้านี้สามแม่ทัพไม่มีความมั่นใจแม้แม้แต่น้อยว่าจะสามารถจัดการผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนได้อย่างเด็ดขาด แต่ปัจจุบันพวกเขามีความเชื่อมั่นกว่า 80 % ว่าจะสามารถฆ่าผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนได้!
ความดีความชอบนี้แคสเตอร์ได้รับไปเต็มๆ ส่งผลให้คำพูดของเขานั้นมีน้ำหนักมากขึ้น
“กองทัพของเราเริ่มแย่แล้ว พวกเรารีบจัดการมันซะ!จะได้รีบไปตามล่าเจ้าพวกเผ่าพันธุ์มูนควีนที่หนีไปและฆ่าไม่ให้เหลือ”แคสเตอร์เอ่ยขึ้นมาเสียงดัง
นับตั้งแต่ขึ้นมายังเมืองหลวงแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนทุกคนต่างก็รู้แล้วว่าประชากรของเผ่าพันธุ์มูนควีนแทบทั้งหมดได้หลบหนีไปแล้ว เพราะคงจะไม่มีเผ่าพันธุ์ไหนที่จะมีจำนวนประชากรแค่หลักพันแน่นอน นอกเสียจากว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์เร่ร่อน
สองแม่ทัพที่เหลือดองเต้และเมดิสเหลือบมองกันเล็กน้อย ในสายตานั้นแฝงความหงุดหงิดไว้อย่างชัดเจน
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่แคสเตอร์สามารถออกคำสั่งกับพวกเขาได้ทั้งๆที่ตัวเองนั้นอ่อนแอที่สุด!
อย่างไรก็ตามดองเต้และเมดิสไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะในเวลานี้แคสเตอร์นับเป็นคนที่มีผลงานมากที่สุด เมื่อจบสงครามนี้เผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนจะต้องชื่นชมและเพิ่มอำนาจให้กับเขาอย่างแน่นอน
ไม่แน่ว่าในอนาคตแคสเตอร์อาจจะได้รับตำแหน่งมาเป็นผู้สั่งการของดองเต้และเมดิสก็ได้
ดังนั้นทางที่ดีดองเต้และเมดิสควรจะหลีกเลี่ยงการขัดแย้งกับแคสเตอร์แล้วประจบเอาใจเขาแทน
“ตกลง!”
สกิลคืนสภาพ!สกิลคืนสภาพ!สกิลคืนสภาพ!สกิลคืนสภาพ!สกิลคืนสภาพ!สกิลคืนสภาพ!
เมื่อใช้สกิลคืนสภาพรูปลักษณ์ภายนอกของทั้งสามแม่ทัพก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุดก็คือเมดิส
รูปร่างโดยรวมของเมดิสยังคงเดิมแต่บนใบหน้าของเขาพลันปรากฏดวงตา4คู่ โดยมีสามคู่ที่เปิดออก นัยน์ตาที่เคยมีสีน้ำเงินก็แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมน้ำเงินลึกล้ำ รอบๆดวงตาคล้ายมีม่านพลังบางอย่างบดบังไว้ หากใครมองเข้าไปในดวงตาทั้งสามคู่ที่เปิดออก มันผู้นั้นก็อาจจะตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งภาพลวงตาอันลึกลับตลอดกาล![เมดิส]:การกลายพันธุ์ขั้นที่ 1 รูปแบบเนตรผนึก!การกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 รูปแบบดัลทาเลียน!
ผู้เปลี่ยนรูปลักษณ์คนต่อมาก็คือแคสเตอร์ ร่างของเขานั้นไม่คล้ายกับสิ่งมีชีวิตใดทั้งสิ้น ทั่วทั้งร่างของเขาเหมือนประกอบมาจากฟองสบู่สีดำจำนวนมหาศาลที่เสียดสีกันทำให้เกิดประกายไฟตลอดเวลา และที่ใบหน้านั้นมีดวงตาสีม่วงปรากฏอยู่4คู่เช่นกัน แต่มีเพียง 2 คู่ที่เปิดอยู่[แคสเตอร์]:การกลายพันธุ์ขั้นที่ 1 รูปแบบจอมระเบิด! การกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 รูปแบบดัลทาเลียน!คนสุดท้ายที่เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และเป็นผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดก็คือดองเต้ ร่างขนาดมหึมาปานขุนเขาที่จู่ๆโผล่ขึ้นมาทำให้ทุกคนที่กำลังต่อสู้เข่นฆ่าอยู่อดไม่ได้ที่จะเหลียวมอง ผิวกายสีดำเหมือนถ่านที่ลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิง ควันร้อนที่พ่นออกมารูจมูกสามารถทำให้เกิดหมอกหนาได้ในไม่กี่วินาที นอขนาดใหญ่ดูทรงพลังพร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่ง ดวงตาสีม่วงทั้ง4คู่นั้นเปิดออก3คู่เหมือนกับเมดิส ดูๆไปแล้วตอนนี้ดองเต้มีรูปร่างไม่ต่างจากมอนเตอร์เลยสักนิด[ดองเต้]:การกลายพันธุ์ขั้นที่ 1 รูปแบบแรดเพลิง! :การกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 รูปแบบดัลทาเลียน!
“มันบาดเจ็บหนักแล้ว เอาทีเดียวให้ตายเลย ดองเต้เตรียมสกิลนั้นของเจ้าซะ”แคสเตอร์ยังทำท่าทางราวกับตนเป็นผู้นำต่อไปทำให้ดองเต้และเมดิสไม่พอใจมากขึ้น
“เออ! ถ่วงเวลาให้ข้า 5 นาที”ศีรษะของดองเต้ขยายใหญ่ขึ้นก่อนจะกระแทกคางลงจนทั้งเมืองสั่นสะเทือน เกิดรอยแตกร้าวขยายเป็นวงกว้างที่เปลือกไม้เรืองแสง
ปากขนาดมหึมาเปิดออก ก่อนจะแผ่ไอร้อนคุกรุ่นออกมารอบๆ ภายในปากนั้นเต็มไปด้วยลาวาและเปลวเพลิงที่ปะทุออกมาเป็นระยะๆ ออร่าสีแดงเดือดเกิดขึ้นภายในปากของดองเต้ หล่อหลอมควบแน่นเกิดเป็นก้อนลาวาที่มีความร้อนสูงที่มีพลังทำลายล้างพอที่จะลบเมืองออกไปได้ทั้งเมือง!
เหล่าทหารกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนที่อยู่ใกล้ๆจู่ๆก็มีไฟสีแดงเข้มลุกท่วมร่างร้องโหยหวนวิ่งวุ่นไปทั่ว เกลือกกลิ้งไปกับพื้นแต่ทำอย่างไรไฟนั้นก็ไม่ดับลง จากนั้นใช้เวลาไม่นานทั้งร่างก็ไหม้เป็นตอตะโกแล้วถูกลมพัดสลายไปเป็นฝุ่นละอองสีดำลอยไปตามลม!
เมื่อนักรบกลายพันธุ์ใช้สกิลคืนสภาพเมื่อใด ก็เท่ากับว่าเขาพร้อมจะใช้พลังเต็มที่แล้ว!
กระทั่งนักรบกลายพันธุ์ทั้งสองฝ่ายเองก็ถอยฉากออกห่างจากตัวดองเต้ เพราะความร้อนที่ทวีเพิ่มขึ้นไม่หยุดเริ่มแสดงอันตรายต่อพวกเขาแล้ว
ผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนหน้าเครียดตั้งใจจะเข้าไปหยุดยั้งดองเต้ ทว่าเมดิสและแคสเตอร์กลับพุ่งมาขวางไว้เสียก่อน
นัยน์ตาสีม่วงอมน้ำเงินของเมดิสเปล่งประกาย ทะเลเมฆที่ลอยล่องอยู่รอบด้านสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ถูกเคลือบไปด้วยแสงสีม่วงอมน้ำเงิน เคลื่อนที่ก่อตัวกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ถาโถมเข้าใส่เมืองหลวงแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีน!
เมื่อใกล้เข้ามาหมู่เมฆที่เคยเบาดุจปุยนุ่นก็พลันเปลี่ยนแปลงเป็นแข็งยิ่งกว่าเหล็กกล้าและมันวาวราวกับคริสตัล คลื่นสึนามิแตกกระจายดังเศษแก้วที่แหลมคมปูพรมมาที่เมืองหลวงแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนโดยไม่แบ่งแยกว่ามิตรหรือศัตรู!
ทุกสายตาเบิกกว้างมองห่าฝนคริสตัลสีม่วงอมน้ำเงินตาไม่กระพริบ!
“มหาพฤกษาแสงจันทร์ปกป้องทุกคนไว้!”ผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนควาดลั่น
กิ่งไม้ยักษ์นับพันพุ่งขึ้นสูงก่อพันกันในลักษณะของแผ่นจานปิดกั้นการทำลายล้างของห่าฝนคริสตัลสีม่วงอมน้ำเงินไว้!
เพล้งๆๆๆๆๆๆๆๆ!
เสียงปะทะดังติดต่อกันไม่ขาดสาย เมื่อคริสตัลสีม่วงอมน้ำเงินแตกสลายมันก็กลายเป็นละอองกระจายไปรอบๆแล้วเกาะกลุ่มกันอีกครั้ง ปิดผนึกทุกสิ่งโดยรอบสร้างดินแดนคริสตัลไว้เหนือเมืองหลวงแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีน!
กิ่งไม้ยักษ์นับพันพยายามขยับแยกตัวออกเพื่อทำลายคริสตัลสีม่วงอมน้ำเงินแต่ไม่สำเร็จ!
กิ่งไม้ยักษ์ถูกผนึกไว้โดยสมบูรณ์!
ผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนมีสีหน้าจริงจังตัดสินใจในเสี้ยววินาทีว่า
“เผ่าพันธุ์มูนควีนฟัง! ถอนตัวจากที่นี่ทันทีแล้วไปพบกันที่จุดนัดพบ!”
เหล่าร่างในชุดคลุมสีขาวมีท่าทีลังเลจนผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนต้องตวาดซ้ำว่า
“ไปเดี๋ยวนี้! พวกเจ้าอยากให้เผ่าพันธุ์มูนควีนถูกทำลายวันนี้หรือยังไง!”สิ้นคำเหล่าร่างในชุดคลุมสีขาวก็ปราศจากความลังเล หันกายให้คู่ต่อสู้มุ่งหน้าไปยังด้านหนึ่งของเมืองที่มีเพียงความว่างเปล่า
“เคี๊ยกๆๆ คิดจะหนีไปง่ายๆอย่างงั้นหรือ!!”แคสเตอร์หัวเราะลั่นพุ่งไปดักหน้าเหล่าร่างในชุดคลุมสีขาวไว้
ดวงตาสีมรกตฉายรังสีอำมหิต ทั่วทั้งร่างมีพลังสายหนึ่งพุ่งทะลักออกมา
“ดูเหมือนว่าถ้าข้าไม่เอาจริง เจ้าก็จะได้ใจต่อไปสินะแคสเตอร์!!”
สกิลจันทราสถิต[จันทร์เสี้ยว]!
เงาพร่าเลือนของจันทร์เสี้ยวสีเงินโผล่ขึ้นที่เบื้องหลังของผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีน ทำให้ร่างที่ชุ่มโชกด้วยเลือดดูสูงสง่าขึ้นถนัดตา
ฟุ่บ!
ร่างผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนหายวับไปจากตำแหน่งที่ยืนอยู่ไปโผล่ที่ข้างๆแคสเตอร์ในเสี้ยวพริบตา!
แคสเตอร์ตาเบิกกว้างคำรามลั่นสองมือประกบกันสร้างฟองสบู่สีดำที่มีประกายไฟแล่นเปรี๊ยะๆขึ้นมาขว้างเข้าใส่ผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีน
ทว่าเมื่อมองไปที่ด้านข้างก็พบว่าร่างของผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนได้หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกระจกน้ำบางๆที่มีเงาของจันทร์เสี้ยวสีเงินสว่างไสวสะท้อนอยู่ดูงดงาม และที่ใต้จันทร์สีเงินนั้นก็มีร่างของแคสเตอร์สะท้อนให้เห็น
สกิลทะเลสาบสะท้อนจันทรา!
บึ้มมมม!
อ๊ากกกก!
แคสเตอร์รู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างระเบิดขึ้นในตัวทำให้ร่างพองขยายขึ้นชั่วครู่ อวัยวะภายในเสียหายอย่างหนัก
สายตาของแคสเตอร์แดงก่ำไปด้วยเลือดมองหน้าของผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนด้วยความเกลียดชังแล้วชี้นิ้วไปที่เหล่าร่างในชุดคลุมสีขาวแล้วสั่งกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนว่า
“ไปฆ่าพวกมันให้หมด!”
เหล่าทหารกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนรับคำ พากันพุ่งทะยานตามเหล่าร่างในชุดคลุมสีขาวไป
ครั้งนี้ผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด ทำเพียงแค่ผิวปากดังๆขึ้นคราหนึ่ง
มู!!
เสียงร้องขานตอบรับดังขึ้น ทุกคนที่อยู่บนเมืองหลวงแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนต่างได้ยินเสียงนี้อย่างชัดเจน
กระแสลมพัดอย่างรุนแรงไปทั่วทั้งเมือง พร้อมกับที่ร่างหนึ่งโผล่มาบดบังแสงจันทร์ไว้มิด!
มอนเตอร์ที่มีลักษณะเหมือนกระเบนราหูขนาดพอๆกับเมืองหลวงบินขึ้นมาด้านบน สถานที่ที่มันพึ่งจากมาก็คือโพรงขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้เมืองหลวงแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีน
เกล็ดสีฟ้าครามส่องประกายสง่างามท่ามกลางความมืด ปลายหางแหลมคมสะบัดไปมามีเสียงตัดอากาศดังเป็นระยะๆ
เหล่าร่างในชุดคลุมสีขาวไม่รอช้ากระโจนขึ้นไปบนหลังมอนเตอร์กระเบนเตรียมตัวหลบหนี แคสเตอร์ที่เห็นเช่นนั้นจึงตะโกนขึ้นด้วยความฉุนเฉียวว่า
“ฆ่าไอ้มอนเตอร์นั้นซะ!”นักรบกลายพันธุ์ของกองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนหลายร้อยคนทะยานเข้าใส่มอนเตอร์กระเบนตามคำสั่งในบัดดล ในจำนวนนั้นมีนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 อยู่หลายสิบคน!
ฟุ่บๆๆ ปุ๊ๆๆๆๆ
หางมอนเตอร์กระเบนหมุนควงไปรอบๆราวกับเป็นแส้ ก่อนจะพุ่งเข้าทะลุศีรษะของเหล่านักรบกลายพันธุ์ในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีโดยที่ไม่มีใครสามารถป้องกันได้ แม้แต่นักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ก็ตาม
มอนเตอร์กระเบนตัวนี้มีความแข็งแกร่งที่เหนือยิ่งกว่านักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ทั่วๆไปซะอีก!
ร่างนักรบกลายพันธุ์กองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนร่วงกราวราวกับนกปีกหัก นอนทอดกายกลายเป็นศพอยู่บนเปลือกไม้เรืองแสงเกลื่อนกลาดปล่อยให้มอนเตอร์กระเบนบินหนีไปต่อหน้าต่อตาของแคสเตอร์!
แม้แต่เมดิสที่ตั้งใจจะพุ่งเข้าไปขวางก็ไม่สามารถไปได้ทัน ใครจะคิดว่านักรบกลายพันธุ์จำนวนมากนั้นจะไม่สามารถรั้งมอนเตอร์กระเบนได้ถึงนาทีด้วยซ้ำ
“ไอ้พวกไร้ประโยชน์!!!”แคสเตอร์สบถลั่น ก่อนจะหันมาจ้องผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนเขม็ง
ตอนนี้ทั้งเมืองหลวงมีเผ่าพันธุ์มูนควีนเหลืออยู่แค่อย่างเดียวเท่านั้น!
“อย่างน้อยก็ต้องฆ่าเจ้าให้ได้...”แคสเตอร์พูดเสียงเข้ม วันนี้เขาเสียหน้ามามากพอแล้ว
ถึงอย่างไรซะทั้งหมดก็ไม่เชื่อว่าเผ่าพันธุ์มูนควีนจะหนีไปได้จริงๆ เพราะบริเวณรอบมหาพฤกษาแสงจันทร์ล้วนถูกเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนปิดล้อมไว้หมดแล้ว
ต่อให้เดินทางบนบก บนอากาศ หรือใต้ดิน ก็ไม่มีทางหนีไปได้!
ขอแค่ฆ่าผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนได้ พวกเขาก็สามารถไปไล่ล่าเผ่าพันธุ์มูนควีนที่เหลือได้สบายๆ
เมดิสพุ่งไปหยุดอยู่ที่ทิศหนึ่งตรงข้ามแคสเตอร์ กองทัพแห่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนที่เหลือรอดบีบกระชับวงล้อมเข้ามาปิดทางหนีของผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์มูนควีนไว้ พร้อมกับมีเสียงดองเต้ลอยมาตามลมว่า
“สกิลพร้อมใช้งานแล้ว!”