"ว้าว"
ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนส่องแสงเป็ประกายเมื่อเห็นกองลูกพีชกองใหญ่ หลังจากที่เมื่อวานบ่นว่าอยากกิน ตื่นเช้าวันนี้กลับเจอลูกพีชกองโต ช่างเป็วันที่ดีจริงๆ
คนตัวเล็กตรงดิ่งไปที่กองลูกพีช ก่อนจะหยิบเอาลูกที่ใหญ่ที่สุดในกองขึ้นมา ริมฝีปากสีแดงสดอ้าออกกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวคมเล็กของเ้าตัว ก่อนจะงับเข้าที่เนื้อสีชมพูของลูกพีช
"อืม อร่อย~" ความหวานฉ่ำของลูกพีชกระจายไปทั่วปากของคนตัวเล็ก ความพึงพอใจในรสชาติที่ได้รับทำให้เ้าตัวยิ้มออกมาจนตาเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว
"ของใครนะ" หลังจากที่กัดเข้าไปได้ไม่กี่คำ คนตัวเล็กก็เกือบจะลืมไปเลยว่าต้องขอเ้าของลูกพีชพวกนี้ก่อนจะกิน
ดวงตากลมโตกวาดสายตามองไปรอบๆ แต่กลับไม่เจอร่างสูงโปร่งของคนทั้งสองเลย ก่อนจะกัดเข้าที่ลูกพีชอีกคำ
"วันนี้จะออกไปข้างนอกหรือไม่" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาจากข้างหลังคนตัวเล็กที่กำลังเคี้ยวตุ่ยๆอยู่ ร่างบางสะดุ้งสุดตัว เมื่อััได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดหัวเขาอยู่ด้านหลัง
คนตัวเล็กหันหน้าขวับทันที ทำให้ใบหน้าน่ารักของเ้าตัวชนเข้ากับแผงอกกว้าง กลิ่นอายของร่างสูงโปร่งทำให้ลู่หานหยุดหายใจไปชั่วขณะ เมื่อตั้งสติได้ร่างบางจึงรีบถอยหลังทันที
"อย่ามาเงียบๆ แบบนี้สิ ข้าในะ" เสียงหวานเอ่ยตำหนิอีกคนก่อนที่จะรีบไปเก็บลูกพีชใส่ไว้ในเสื้ออย่างที่เ้าตัวเคยทำด้วยความลุกลี้ลุกลน
"แล้วจะออกไปหรือไม่" ร่างสูงโปร่งเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วถามคำถามเดิมที่อีกคนยังไม่ให้คำตอบ
"ไปสิ ที่นี่น่าเบื่อจะตาย"
มือเรียวสวยหยิบเอาลูกพีชสี่ห้าลูกมาใส่ในเสื้อแล้วหอบเอาลูกพีชเ่าั้เดินตรงไปที่ลำธารที่เ้าตัวไปนั่งเล่นประจำ ร่างสูงโปร่งก็เดินตามร่างบางออกมาเงียบๆ
"เ้าเก็บลูกพีชมางั้นหรือ"
"เปล่า"
"ขอบคุณนะ"
"ก็บอกว่าไม่ได้เก็บมา"
"คิก" คนตัวเล็กหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง ใบหน้าน่ารักหันไปยิ้มกว้างโชว์เขี้ยวเล็กๆ ของตัวเองให้อีกคนได้เห็น ก่อนริมฝีปากสีแดงสดจะฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ร่างสูงโปร่งแค่นเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิ้วสงสัย ลูกพีชมันอร่อยขนาดนั้นเลยหรือยังไง
เมื่อมาถึงลำธารเล็ก ร่างบางไม่รอช้าที่จะวิ่งเข้าไปเล่นกับเ้าสัตว์ตัวน้อยทั้งหลาย เ้ากระรอกน้อยที่กำลังปีนป่ายอยู่บนต้นไม้ก็วิ่งลงมาหาคนตัวเล็กทันที รวมถึงเ้ากระต่ายน้อยที่ชอบมาออดอ้อนเขาั้แ่วันแรกที่เขามา
"วันนี้ข้ามีผลไม้มาฝากด้วยนะ" เสียงหวานเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะแบ่งลูกพีชที่ตัวเองถือมาด้วยให้กับสัตว์ป่าตัวน้อยทั้งหลาย อากาศวันนี้ไม่สดใสเหมือนทุกวัน ท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนฝนจะตก สายลมพัดแรง อีกไม่นานคงจะเกิดพายุฝน ร่างสูงโปร่งที่นั่งมองคนตัวเล็กจากที่เดิมที่นั่งอยู่เมื่อวาน ก็รับรู้ได้ว่าอีกไม่นาน พายุฝนต้องกระหน่ำลงมาแน่ๆ
"ข้าว่าเรากลับกันเถอะ วันนี้ดูเหมือนจะมีพายุ" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาพลางะโลงจากต้นไม้ทันที
"นั่นสินะ" ร่างบางหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะบอกลาเพื่อนตัวน้อยทั้งหลาย แต่ไม่ทันไร พายุฝนก็กระหน่ำลงมาก่อนเสียก่อน
"ฝนตกแล้ว" ฝนที่เทกระหน่ำลงมาทำให้มองไม่เห็นภาพข้างหน้า คนตัวเล็กเปียกปอนไปด้วยน้ำฝน สองขาเล็กพยายามก้าวไปข้างหน้า แต่ด้วยที่ตรงนั้นเป็ลำธาร ที่เต็มไปด้วยโขดหินมากมาย ทำให้คนตัวเล็กลื่นตกลงไปในลำธารเสียอย่างนั้น
ตู้ม
"โอ๊ย"
"เ้าเป็อะไรหรือเปล่า!"
"ไม่เป็ไร ข้าไม่เป็ไร"
ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กทันที ดีที่ลำธารแห่งนี้น้ำลึกเพียงแค่เข่า แต่ถึงอย่างนั้นลู่หานก็ได้รับาเ็จากการลื่นล้มเล็กน้อย มือหนาพยุงคนตัวเล็กขึ้นมา เมื่อเห็นว่าอีกคนเจ็บข้อเท้า ร่างสูงโปร่งจึงถือวิสาสะอุ้มร่างบางเอาไว้
"จะทำอะไรหรือ ข้ามิเป็อะไรมาก เ้าไม่ต้อง…"
"หลับตา"
"ห้ะ?"
"ข้าบอกให้หลับตา"
คนตัวเล็กหลับตาปี๋ ซุกหน้าเข้าหาอกแกร่ง สองมือเล็กกอดคนตัวสูงไว้แน่น ก่อนที่จะรับรู้ได้ถึงสายลมที่พัดผ่านใบหน้าไปอย่างรวดเร็ว
"ถึงแล้ว" ลู่หานตาขึ้นมา ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนเงยหน้าขึ้นมามองร่างสูงโปร่งที่กำลังอุ้มเขาอยู่ ใบหน้าคมคายที่ตอนนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำ ยิ่งทำให้ใบหน้านี้ดูมีเสน่ห์ขึ้นไปอีก หยดน้ำจากปอยผมสีดำหยดลงมาไม่ขาดสาย ั์ตาสีดำทมิฬที่กำลังมองไปยังด้านหน้า
อ่าา หล่อจัง
ขายาวสาวเท้าเข้าไปในถ้ำ เมื่อถึงแท่นหินที่นั่งประจำตัว เขาจึงวางคนตัวเล็กลง
"เดินได้หรือไม่"
"ด ได้"
ร่างสูงโปร่งมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้เสื้อสีขาวของเ้าตัวเปียกแนบเนื้อ ปรากฏเนื้อขาวเนียนให้เห็น เขาพยายามที่จะหันหน้าหนีไปอีกทาง แต่ก่อนที่คนตัวสูงจะละสายตาไป ั์ตาสีดำทมิฬก็สะดุดตากับอะไรบางอย่างเข้า
"สร้อยของเ้าสวยดีนะ"
"สร้อย? อ่อ คุณนายบยอนบอกว่าั้แ่เจอข้า ก็เจอสร้อยเส้นนี้ด้วย แต่มันเป็สร้อยที่แปลกมากมันไม่สามารถถอดออกได้"
"ถอดไม่ออกงั้นหรือ? ขอข้าดูหน่อยได้หรือไม่"
"ด ได้สิ"
ร่างสูงโปร่งย่อตัวลงมานั่งตรงหน้าคนตัวเล็ก ใบหน้าคมคายเลื่อนมาใกล้ใบหน้าน่ารัก ระยะห่างเพียงนิดทำให้คนตัวเล็กเริ่มหายใจติดขัดเมื่อได้มองใบหน้าหล่อเหลานั้นใกล้ๆ หัวใจดวงน้อยเต้นคึกโครมจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินมันเข้า
มือหนายกขึ้นมาจับจี้อัญมณีสีส้ม เมื่อแรกััหัวใจของเขาก็เต้นแรง ราวกับว่าใเขของสิ่งนี้มันตอบสนองต่อััของเขา เขารับรู้ได้ว่ามีพลังบางอย่างอยู่ในนั้น แต่ดูเหมือนมันจะซับซ้อนเกินไป จนยากที่จะบอกได้ว่ามันคือพลังอะไร ั์ตาสีดำทมิฬจดจ้องไปที่อัญมณีสีส้มอย่างพินิจ ก่อนจะพบตัวอักษรขนาดเล็กสลักไว้ที่ด้านหลังของมัน เป็ตัวอักษรที่เพียงเห็นก็ทำให้ใจของเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
Luhan
"เ้าเป็ใคร!"
"ข้าหรือ? …"
“เ้าชื่ออะไร!”
“ลู่หาน ข้าชื่อลู่หาน”
“ลู่ หาน…”
.
.
.
"ป่าเบรย์เดนกว้างชะมัดเลย ฮืออ" แบคฮยอนกำลังเดินระหกระเหินในป่าเบรย์เดนอย่างโดดเดี่ยว
"ทำไมข้าต้องเจอเื่อะไรแบบนี้ด้วย" คนตัวเล็กโอดครวญ เมื่อหลายวันก่อนที่มาถึงป่าเบรย์ พวกเขาก็ถูกต้อนรับอย่างดีจากสัตว์เหลือเดนอย่าง บาซิลิกส์ เมื่อรู้ตัวว่าลู่หานได้หายตัวไป พวกเขาก็ะโขึ้นหลังไคและออกตามหาทันที แต่พวกบาซิลิกส์ก็ยังไม่วาย ตามพวกเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ก็เกิดเื่ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อมีพายุขนาดใหญ่พัดพวกเขาไปคนละทิศละทาง จนผ่านมาหลายวันแล้ว เขายังไม่มีทีท่าว่าจะเจอเพื่อนทั้งสามของเขาเลย
"คิดถึงเนื้อแกะย่างจัง" มือเล็กลูบท้องน้อยๆ ของตัวเอง หลายวันมานี้เขาได้กินแต่ผลไม้ ป่าเบรย์ไม่มีสัตว์ป่าเลยสักตัว ก็ยังดีที่มีผลไม้ให้กินล่ะนะ เขาเจอกับสัตว์ดุร้ายแทบจะทุกวัน เขาต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดมา เกือบจะโดนกินไปหลายต่อหลายครั้ง
"ถ้าครั้งนี้โผล่มาอีก ข้าจะยอมแพ้แล้วนะ ฮือ" คนตัวเล็กเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้า ร่างบางที่ดูซูบผอมลงไปมาก กำลังเดินโซซัดโซเซไปเรื่อยๆ
แกร็ก
เสียงฝีเท้าและเสียงกิ่งไม้หัก ทำให้คนตัวเล็กแทบจะทรุดตัวลงทันที เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้แล้ว ครั้งนี้เขาอาจจะต้องตายจริงๆ ทำไมเขาต้องมาตายในสถานที่ที่ไม่สวยงามแบบนี้ด้วย คนตัวเล็กหันมาเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนใหม่ เมื่อหันไปเจอก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมา
"เป็พวกเ้าอีกแล้วหรือ" บาซิลิกส์นับสิบตัวกำลังจ้องมาที่ร่างบางของแบคฮยอนด้วยความหิวกระหาย
"พวกเ้ามีตั้งสิบตัว จะกินข้าแค่คนเดียวไม่อิ่มหรอกนะ แบ่งกันไปหาเหยื่อตัวอื่นเสียด้วยสิ" พอเอ่ยจบบาซิลิกส์นับสิบก็เริ่มพุ่งมาที่คนตัวเล็กทันที
"นี่! ฟังไม่รู้เื่หรือ" คนตัวเล็กที่ะโหลบอย่างชำนาญ เป็เพราะเขาเจอพวกมันโจมตีเกือบทุกวันเลยหน่ะสิ เลยพอจะรับมือกับพวกมันได้บ้างแล้ว
ร่างบางพยายามหลบหลีกการโจมตีของบาซิลิกส์ การต่อสู้กับพวกมันมีความยากอยู่มาก เพราะถ้าเผลอจ้องตากับมันเพียงไม่กี่วิ ก็จะกลายเป็หินไปตลอด ถ้าเขาจะต้องตายก็ขอกลายเป็หินให้พวกมันกินไม่ได้ดีกว่า ถ้าโดนกินศพคงไม่สวยเท่าไหร่
ครั้งนี้เขามีความเสียเปรียบพวกมันค่อนข้างมาก เรี่ยวแรงที่ไม่ค่อยมี ทำให้พลังเวทของเขาอ่อนแรงลงไปด้วย เนื่องจากพวกมันมีมากเกินไป ทำให้แบคฮยอนพลาดท่าจากบาซิลิกส์ตัวนึงที่พุ่งเข้าใส่เขาทางด้านหลัง แบคฮยอนโดนปากแหลมของมันจิกเข้าไปที่เอวด้านขวา ร่างบางทรุดลงกับพื้นทันที
"โอ๊ย" เมื่อล้มลงและไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นต่อสู้แล้ว คนตัวเล็กจึงตั้งใจยอมรับชะตาฟ้ากำหนด เขาคงต้องตายที่นี่จริงๆ
ฉึก!
คนตัวเล็กหลับตาปี๋เตรียมรับกับความเ็ปที่กำลังจะเกิดขึ้น
"..." ทำไมเขาไม่เจ็บเลยล่ะ หรือว่าการตายมันง่ายกว่าที่เขาคิด
แบคฮยอนตาขึ้นมาก็พบว่า เสียงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เสียงเขาโดนกิน แต่เป็เสียงดาบจากคนตรงหน้า ที่กำลังไล่ฟันหัวของบาซิลิกส์นับสิบตัวอยู่
ใครกันนะ
แบคฮยอนกำลังตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สมองน้อยๆ กำลังประมวลผลเหตุการณ์เมื่อครู่ก็พบว่าตัวเองยังไม่ตาย และใครก็ไม่รู้ที่กำลังฟาดฟันอยู่กับสัตว์ดุร้ายนับสิบ
ใช้เวลาไม่นานบาซิลิกส์นับสิบตัวก็กลายเป็ศพเกลื่อนกลาดไปทั่ว หัวและตัวอยู่คนละทิศละทาง เืสีเขียวกระจายไปทั่ว ช่างเป็ภาพที่น่าสยดสยองจริงๆ
"เจ็บตรงไหนหรือไม่" เสียงของบุคคลปริศนาเอ่ยถามร่างบางที่นั่งอยู่กับพื้น สภาพของแบคฮยอนนั่นดูอิดโรย อ่อนแรง พร้อมกับมีเืไหลซึมออกจากเสื้อที่เอวด้านขวา
"นิดหน่อยน่ะ เ้าเป็ใคร?" แบคฮยอนถามคนตรงหน้าอย่าสงสัย ถึงแม้ว่ารูปร่างของอีกคนจะเท่าๆ กันกับเขา แต่กล้ามเนื้อที่แขนและขาบ่งบอกได้ว่า คนตรงหน้านั้นแข็งแรงมาก เหมือนกับได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนัก
"ซิ่วหมิน เ้าล่ะ"
"บยอน แบคฮยอน"
"เ้ามาทำอะไรที่นี่?"
"ข้าก็ไม่ได้อยากอยู่ที่นี่หรอกนะ" คนตัวเล็กพูดน้ำเสียงโอดครวญ ใบหน้าน่ารักนั้นงอแงทำท่าจะร้องไห้ออกมา
"หมายความเช่นไร"?"
"ข้ามาที่นี่กับเพื่อนครั้งแรกแล้วพลัดหลงกันน่ะ"
"แล้วมาทำอะไรที่นี่งั้นหรือ?"
"ถ้าบอกว่ามาเที่ยวเล่นเ้าจะเชื่อหรือไม่"
"ไม่" ซิ่วหมินตอบด้วยใบหน้าไม่อยากจะเชื่อ นั่นน่ะสิ ใครจะมาเที่ยวเล่นที่ป่าผีสิงแห่งนี้กัน
"ช่างมันเถอะ เ้าล่ะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่"
"ข้าอาศัยอยู่ที่นี่"
"จริงหรือ! ป่าผีสิงนี่ยังมีคนอาศัยอยู่อีกงั้นหรือ?" คนตัวเล็กทำตาโตเมื่อรู้ถึงที่อยู่อาศัยของคนตรงหน้า
"แล้วเ้าจะเอายังไงต่อไป"
"ข้าต้องตามหาเพื่อน ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็อย่างไรบ้าง"
"งั้นกลับไปที่พักกับข้าแล้วทำแผลก่อน จะเอายังไงค่อยว่ากันอีกที"
ร่างบางพยักหน้ารับ ในที่สุดเขาก็ไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียวแล้ว แถมได้อยู่กับหนุ่มหล่อหน้าตาดีคนนี้อีก พระเ้ายังไม่ทอดทิ้งเขา คนตัวเล็กคิดในใจก่อนจะลุกขึ้นเพื่อที่จะเดินตามอีกคนไป แต่ด้วยความเจ็บที่ได้รับ ทำให้ใบหน้าน่ารักเหยเกด้วยความเ็ป
"ข้าช่วย" แขนแกร่งพยุงร่างบางอย่างระมัดระวัง
.
.
.
"ไค โยนลงมาเลย" เสียงหวานของคยองซูกำลังบอกเพื่อนตัวสูงที่ตอนนี้กำลังเก็บผลไม้อยู่บนต้นไม้ใหญ่ ลูกแอปเปิลหนึ่งลูกถูกปล่อยลงมา แต่ก่อนที่มันจะตกลงสู่พื้น มือเรียวสวยของคยองซูก็รับเอาไว้ได้ทันท่วงที
"ทำไมเ้าไม่ใช้พลัง"
คนที่ยังอยู่บนต้นไม้เอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขาที่ไม่มีพลังเวทต้องปีนขึ้นมาเก็บลูกแอปเปิล ต่างจากอีกคนที่มีพลังควบคุมสิ่งของ สามารถเก็บลูกแอปเปิลพวกนี้โดยไม่ต้องลงแรงเลยด้วยซ้ำ
"เปลืองมานีเปล่าๆ" คนหน้าสวยยิ้มแฉ่งออกมา พลางกัดแอปเปิลลูกที่เพิ่งจะได้รับมาเมื่อครู่
"รับนะ" เสียงทุ้มเอ่ยบอกคนที่มัวแต่กินอยู่ข้างล่างให้รับลูกแอปเปิลจากเขา
“โยนลงมาเลย” คยองซูเอ่ยบอกขณะที่ปากเต็มไปด้วยเนื้อแอปเปิล เมื่อลูกแอปเปิลหล่นลงมา แทนที่อีกคนจะใช้มือรับเหมือนเคย กลับใช้พลังในการรับเสียอย่างนั้น ลูกแอปเปิลลอยค้างกลางอากาศ ไคที่มองอยู่บนจิ๊ปากอย่างอารมณ์เสีย เขาโดนแกล้งเสียแล้ว
"ไหนบอกจะไม่ใช้พลังอย่างไรเล่า ข้าจะไม่โยนลงไปแล้วนะ"
ไคเอ่ยบอกคนตัวเล็กที่แกล้งให้เขาขึ้นมาเก็บลูกแอปเปิล แต่ร่างบางกลับยักไหล่ไม่สนใจคำพูดของเพื่อนที่อยู่ข้างบน คยองซูยกมืออีกข้างที่ว่างขึ้นมา หันฝ่ามือไปทางต้นแอปเปิล แสงสีขาวสว่างออกมาจากมือเรียวสวย ลูกแอปเปิลทั้งต้นลอยตามมือคนตัวเล็กลงมา
กองแอปเปิลขนาดใหญ่กองอยู่บนพื้นดิน ร่างสูงโปร่งเห็นดังนั้นก็อยากจะเข้าไปเตะคนที่ยืนอยู่ข้างล่างสักสองที บังอาจมาแกล้งเ้าป่าอย่างเขา ไคะโลงจากต้นไม้และชี้หน้าไปที่คนตัวเล็ก คยองซูเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ไม่ได้เกรงกลัวอีกคนเลยสักนิด
"รีบกินเสียซิ ข้าอุตส่าเก็บมาให้ทั้งต้นเลยนะ" คยองซูว่าพลางหยิบแอปเปิ้ลโยนไปให้ร่างสูงโปร่งที่ทำตาเขียวใส่เขา ไครับแอปเปิลมาและกินมันอย่างอารมณ์เสีย
"ป่านนี้ลู่หานกับแบคฮยอนจะเป็ยังไงบ้างนะ" คยองซูบ่นพึมพำออกมา พวกเขาพลัดหลงกันได้หลายวันแล้ว แต่เมื่อสองวันก่อน เขาได้เจอเข้ากับไคที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า ไคก็กำลังตามหาพวกเขาอยู่เหมือนกัน ป่าที่นี่ใหญ่มาก จะหากันเจอคงเป็เื่ยาก ด้วยความที่ไม่คุ้นเคยกับป่าแห่งนี้ยิ่งเป็เื่ที่ยากเข้าไปใหญ่ หวังว่าเพื่อนทั้งสองของเขาจะปลอดภัย