หานลี่นั่งมองสิ่งของที่นำเข้าประมูลด้วยใจสั่นสะท้าน ทุกชิ้นที่นำเข้าประมูลนั้น ล้วนแล้วแต่พลิกฟ้าคว่ำปฐพี
มิว่าจะเป็นโลหิตล้ำค่ากิเลน ระฆังสวรรค์ ทวนฟ้าดิน แลอีกมากมาย แต่ละอย่างนั้นล้วนแล้วแต่ถูกประมูลไปด้วยราคาที่สูงลิ่ว เกินกว่าที่ตระกูลระดับกลางจะจ่ายได้ไหว
" สหาย ข้าอยากรู้นัก ตระกูลระดับสูงเช่นตระกูลของเจ้า ไปเอาเงินมาจากที่ใดมากมายยิ่งนัก " หานลี่เอ่ยออกมา
" ตระกูลที่ยิ่งใหญ่แลเก่าแก่นั้น ล้วนแล้วแต่มีเหมืองหินฟ้าดินเป็นของตน จึงมิยากที่จะมีหินฟ้าดินมากมายมาใช้จ่าย " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" แต่บางตระกูลนั้นเป็นตระกูลหลอมโอสถ บางตระกูลก็หลอมสรรพวุธ บางตระกูลก็ปลูกสมุนไพร " เถียนจ้าเอ่ย
" สามตระกูลนี้ปีหนึ่งๆทำเงินได้มากมายยิ่งนัก หากตระกูลใดมีปรมาจารย์ที่ยังมีชีวิต ก็ยิ่งหาเงินได้ง่าย " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" อย่างสำนักศึกษาบัณฑิตยุทธเป็นเช่นใด " หานลี่เอ่ยถาม
" สำนักศึกษาบัณฑิตยุทธนั้นเป็นส่วนกลางมิขึ้นตรงต่อผู้ใด นั่นจึงทำให้สำนักศึกษาบัณฑิตยุทธอยู่ยงมาถึงทุกวันนี้ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" หากมิได้ขึ้นตรงต่อผู้ใด แล้วเอาเงินจากไหนมาใช้จ่าย " หานลี่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
" สำนักศึกษาบัณฑิตยุทธนั้นก็มีเหมืองเป็นของตนเอง ทั้งในแต่ละปียังให้เหล่าศิษย์บัณฑิตยุทธออกทำภาระกิจหลายอย่างเพื่อรับค่าจ้าง " เถียนจ้านเอ่ย
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" สหาย เจ้ามิสนใจสิ่งใดเลยรึ " เถียนจ้านเอ่ยถาม
" ไม่ " หานลี่ส่ายหน้า
" ข้าเห็นเจ้าตื่นตาตื่นใจไปเสียทุกสิ่ง แต่กลับมิปลงใจสักอย่าง " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" อาวุธข้าก็มีแล้ว ทรัพยากรก็พอมีอยู่บ้าง ทั้งตำหรับตำราก็มีแล้ว " หานลี่เอ่ยออกมา
ในระหว่างที่พูดคุยอยู่นั้น ทั่วร่างของชายหนุ่มพลันสะท้าน เมื่อมีสิ่งหนึ่งถูกนำขึ้นบนเวที
" นั่น " หานลี่ร้องออกมาในทันใด
สองตาของเขามองจ้องยังสิ่งที่อยู่ใต้ผ้าคลุมสีแดง
" สิ่งที่อยู่ใต้ผ้าสีแดงนั้นมันเรียกหาข้า " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " เถียนจ้านพยักหน้า
" มาดูกันว่าเป็นสิ่งใด " เถียนจ้านพึมพำ
" พรึ่บ " ผู้ดูแลการประมูลเปิดผ้าคลุมสีแดงออก
" มันคืออะไร " หานลี่พึมพำ
ทั่วทั้งโรงประมูลต่างส่งเสียงฮือฮา มิใช่เพราะว่าแท่งปริศนาที่อยู่บนถาดหยก จะปลดปล่อยพลานุภาพพลิกฟ้าคว่ำปฐพี
แต่เป็นเพราะแท่งสีดำปริศนานั้นมิปลดปล่อยสิ่งใดออกมาเลยต่างหาก ทั้งยังดูเหมือท่อนไม้สีดำโง่ๆ
" มันคือสิ่งใดรึ " เถียนจ้านเอ่ยถาม
" ข้ามิรู้ " หานลี่ส่ายหน้า
" ข้ารู้เพียงว่า มันพยายามสื่อสารกับข้า " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" เช่นนั้นแล้วข้าจะประมูลให้เจ้า " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" สหายข้า อย่าเลย " หานลี่เอ่ยออกมา
" ข้ารู้ว่าเจ้าอยากตอบแทนข้า แต่ข้าอยากเก็บการตอบแทนของเจ้าไว้ใช้ในคราจำเป็น " หานลี่เอ่ยออกมา
" ให้มันได้อย่างนี้เถอะ " เถียนจ้านส่ายหหน้าไปมา
" สิบล้านหินฟ้าดินเลยรึ " หานลี่พึมพำ
" นี่ขนาดมิรู้ว่าคือสิ่งใด ผู้ดูแลกลับตั้งราคาไว้สูงลิ่ว " หานลี่พึมพำ
" ผู้อาวุโส " หานลี่เหลียวมองยังชายชราที่ยืนอยู่หน้าประตู
" คุณชายมีสิ่งใดรึขอรับ " ชายชราเดินเข้ามา
" ข้าอยากใช้กระบี่ไม่นี่แลกกับสิ่งนั้นได้รึไม่ " หานลี่เอ่ยออกมา พลางเรียกกระบี่ไม้สีเขียวออกมา
" วู๊มมม " มวลอากาศรอบห้องพลันบีบอัดอย่างหน่วงหนัก
ยอดยุทธที่อยู่ในห้องถึงกับเลือดลมตีกลับสำลักโลหิตออกในทันใด บางคนถึงกับเลือดลมป่วนปั่น
" ยอดศัสตราสูงสุด " ชายชราพลันสะท้านทั่วร่าง เหงื่อกาฬไหลหลั่งอาบย้อมทั่วร่าง
" สหายข้า แพงเกินไป มิคุ้ม " เถียนจ้านส่งเสียงผ่านจิต
" มิเป็นไร อย่างไรเสียข้าก็เก็บได้ " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " เถียนจ้านพยักหน้าช้าๆ
เถียนจ้านยิ่งงุนงงสงสัยต่อสหายมากขึ้น เพราะสหายผู้นี้นอกจากมิเดือดร้อนเรื่องเงินทอง ทั้งยังมากมายด้วยทรัพยากร
" คุณชายหานผู้นี้ ต้องมาจากตระกูลลึกลับเป็นแน่ " ชายแก่ผู้ติดตามเถียนจ้านพูดในใจ
" หากมิใช่ คงมิมียอดศุสตราสูงสุดติดกายเช่นนั้น ทั้งยังใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย " ชายแก่พุดในใจ
" คุณชายรอสักครู่ " ชายชราเร่งส่งเสียงผ่านจิตหาผู้ควบคุมการประมูล
เพียงมินานชายชราในชุดคลุมสีเขียวเข้ามาในห้องรับรอง
" คุณชาย ตกลงตามที่ท่านต้องการขอรับ " ชายชราชุดคลุมเขียวเอ่ยออกมา
" ดี " หานลี่พยักหน้า
" ผู้อาวุโส ข้ารู้สึกว่ากระบี่ของข้ามีมูลค่าสูงกว่าท่อนปริศนานั่น หากข้าพบเจอสิ่งที่ข้าถูกใจ ข้าสามารถใช้กระบี่ไม้แลกได้รึไม่ " หานลี่เอ่ยออกมา
ในใจของชายชราชุดคลุมม่วงพลันบิดเบี้ยว เขามิคิดเลยว่าชายหนุ่มจะเอ่ยออกมาเช่นนี้ คราแรกนั้นเขาคิดว่าคงเคี้ยวหมูได้อย่างสบาย ที่ไหนได้กลับเจอหมูเขี้ยวตันเข้าให้
" ได้ขอรับคุณชาย หนึ่งกระบี่ไม้ สองสมบัตินำเข้าประมูล " ชายชราเอ่ยออกมา
" ดี " หานลี่พยักหน้า
" เช่นนั้นแล้วข้าขอตัวก่อน " ชายชราชุดคลุมเขียวสะบัดแขนเสื้อพริ้วกายจากไป
" ข้านึกว่าเจ้าจะยอม " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" หากเจ้ามิบอก ข้าคงแลกไปแล้ว " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " เถียนจ้านพยักหน้าช้าๆ
เขายิ่งให้สงสัยสหายเพิ่มมากขึ้น เหตุใดจึงมิรู้เรื่องราวเหล่านี้ " จริงสิ มิอาจจดจำเรื่องราวคราอดีตได้ " เถียนจ้านพูดในใจ
" เช่นนั้นแล้ว ทุกสิ่งที่ผ่านตาล้วนแล้วแต่ดูไร้ค่า " เถียนจ้านพูดในใจพลางพยักหน้าช้าๆ
" ทุกท่าน รายการต่อไปเป็นเตาหลอมสมุนไพรที่ขุดค้นได้จากซากเมืองโบราณ " ผู้ดูแลการประมูลเอ่ยออกมา
" ตึง " เตาหลอมสมุนไพรสามขาสองหู ถูกวางลงยังพื้นเวที ด้วยน้ำหนักที่มากเหลือประมาณเตาสามขาเกือบทำเวทีพังทลาย
สองตาของหานลี่มองจ้องยังคราบโลหิตที่แห้งเกรอะกรังเต็มทั่วเตา ทั้งเก่าแก่แลลึกลับ
รอยแตกราวปรากฎอยู่ทั่วเตาสามขา ปากเตาบิ่นแตก ที่สำคัญไร้ฝาปิด
ร่องรอยกระบี่ดาบปรากฎอยู่เต็มทั่ว รอยกระบี่บางรอยทะลวงผ่านเข้าไปภายในเตา
สภาพที่พบเห็นนั้น มิอาจคาดเดาได้เลยว่า มันผ่านอะไรมาบ้าง
" เหมือนของไร้ค่า ชิ้นนี้คงมิมีผู้ใดประมูล " เสียงหนึ่งดังขึ้น
" แม้นมันจะมาจากยุคโบราณ แต่การที่จะซ่อมแซมมันกลับคืนนี่สิ "
" มูลค่าของการซ่อมคงมากมายมิอาจนับได้ "
" ของเช่นนี้ยังกล้านำเข้าประมูล ช่างเห็นแก่เงินยิ่งนัก "
" ของที่เก่าแก่ขุดคุ้ยได้ค่ามิต่างจากขยะ ให้ข้าข้ายังมิอยากได้ "
เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างดัง ทั้งน้ำเสียงยังเต็มไปด้วยความหยามเหยียดต่อหอสมบัติ
หานลี่เหลียวมองยังชายชราที่ยืนเฝ้าประตู พลางพยักหน้า
" ขอรับ " ชายชราพยักหน้า แลเร่งส่งเสียงผ่านจิต
" คุณชายขอรับ ได้ตามที่ท่านต้องการ " ชายชราหน้าประตูเอ่ยออกมา
" ดี " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" ข้าแปลกใจยิ่งนัก เหตุใดเจ้าต้องการขยะเหล่านี้ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" ผู้อื่นมองเป็นขยะ แต่ข้ามองเป็นสมบัติล้ำค่า " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " เถียนจ้านพยักหน้าช้าๆ
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม การประมูลเป็นอันยุติ
สองสหายเดินออกจากหอสมบัติ แลมุ่งหน้าไปยังเหลาสุราเพื่อดื่มกิน
หลังจากแยกย้ายกับเถียนจ้าน เมื่อมาถึงบ้านหานลี่เร่งเข้าห้องอย่างรวดเร็ว
เขาใช้ภาพมังกรแขวนไว้เหนือศีรษะ แลปลดผนึกกายของตน
" หากว่าร่างนี้เป็นสมบัติวิเศษ เช่นนั้นแล้วคงสามารถฟื้นคืนพลังของเตาสามขานี้ได้ " หานลี่พึมพำ
" เริ่ม " หานลี่พึมพำ
หานลี่ยื่นเหยียดสองมือออกไปวางทาบลงยังผิวเตาสองฝั่ง พลางส่งพลังไปยังเตาสามขา
" วู๊มม " มวลอากาศพลันกระเพื่อมไหว