่เย็น ดวงอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้าแดดส่องจนข้างในบ้านร้อนอบอ้าวสุดๆ
น้ำในอ่างถูกแดดส่องตลอด่บ่ายมือชุบลงไปััได้ถึงความอุ่น ฝงซื่อเจินปิดประตูเข้ามา ถอดเสื้อผ้าออกใช้ผ้าชุบน้ำเปียกๆ เช็ดทำความสะอาดทั้งตัว สระล้างทำความสะอาดเส้นผม
ในกระจกที่มีรอยด่างภาพสะท้อนเรือนร่างของหญิงสาวขาวนวลอย่างหิมะ เอวบางร่างน้อย 2 จุดบนหน้าอกทั้ง 2 ข้างเหมือนดั่งดอกเหมยที่ร่วงหล่นลงอยู่บนพื้นหิมะภายในห้องมีแสงลอดผ่านเข้ามาสาดเข้ากับผิว สะท้อนออกมาเหมือนรูปวาดบนเรือนร่างจากศิลปินลวดลายที่โค้งเว้าไปตามเรือนร่างที่สวยงามผู้หญิงในกระจกสวยเหมือนภาพวาดสีน้ำมันอย่างไรอย่างนั้นอีกทั้งยังสวยอย่างกับแสงสะท้อนจากพระจันทร์บนผืนน้ำในยามค่ำคืน เสน่ห์ความงามนั้นแผ่กระจายช่างเย้ายวนน่าหลงใหล
มีสิ่งที่ทำลายภาพวาดอันสวยงามนี้ก็คือรอยแผลเป็ที่อยู่บนแผ่นหลัง่เอวของหล่อน แผลเป็เป็เส้นเล็กๆ ยาวๆ ดูก็รู้ได้เลยว่าเป็แผลที่ถูกของมีคมแต่ผ่านมาหลายปีแล้ว แผลเป็ก็เริ่มจางลงมากแล้ว
ตอนที่ฝงซื่อเจินอายุ 3 ขวบแม่พาเขาและน้องอีกคนออกไปข้างนอก เจอกับแก๊งขโมยเด็ก น้องชายหายไปอย่างไร้ร่องรอยฝงซื่อเจินะโน้ำหนีเอาชีวิตรอด ในตอนนั้นถูกคนใช้มีดแทงเข้าจากด้านหลัง
ทว่าฝงซื่อเจินถือว่ายังโชคดี แม่ของเขาวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอดวิ่งมาติดกับพวกอันธพาล ถูกปาดเข้าที่คอหอยจนขาดใจตาย
ฝงซื่อเจินดวงยังดี คว้าจับแผ่นไม้ไว้ได้ถูกน้ำพัดไปถึงหัวสะพาน คนบ้านตระกูลฝงกำลังเดินทางกลับบ้านลงรถตรงหัวสะพานแวะล้างมือพักสักครู่ พบกับฝงซื่อเจินและช่วยชีวิตเอาไว้
ในตอนนั้นลูกชายคนเล็กของบ้านตระกูลฝงป่วยและเสียชีวิตไปได้ไม่นานนางฝงเป็ดั่งนางฟ้าเก็บเขามาเลี้ยงไว้เป็ลูกอีกคนหนึ่งเด็กคนที่แม้แต่ชื่อของตัวเองก็ยังจำไม่ได้อย่างฝงซื่อเจินอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลฝงอย่างสุขสบายผ่านมาเป็เวลากว่า 20 ปีจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ครั้งนั้น
ฝงซื่อเจินจ้องมองตัวเองในกระจกอย่างเ็าคิดถึงสายตาของคุณนายบ้านตระกูลหรงเมื่อตอนกลางวันที่มองเธออย่างกับแม่เล้าที่กำลังคัดเลือกเธอเอาไปขายอย่างไรอย่างนั้นจนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาเช็ดผมจนแห้งแล้วมัดรวบเอาไว้เขาเปิดตู้แล้วหยิบชุดที่ดูค่อนข้างเก่า เป็เสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีเขียวอ่อนและกระโปรงสีขาวมุกรัดด้วยเข็มขัดเส้นใหญ่ หนีบหนังสือเล่มหนึ่งไว้ที่ใต้รักแร้ ทักทายกับแม่ ไปลามาไหว้เดินออกจากบ้านไปอย่างโล่งอกโล่งใจ
เมื่อตอนกลางวันสู้รบตบมือกับแม่หม้ายแซ่จางคราวนี้เพื่อนบ้านมองดูฝงซื่อเจินด้วยสายตาที่เกรงขามและอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาอย่างมากเหมือนกับได้พบเจอปรมาจารย์วรยุทธ์สำนักบู๊ลิ้มอย่างไรอย่างนั้น
ฝงซื่อเจินแสดงสีหน้าที่อ่อนโยนและน่ารักน่าเอ็นดู ยิ้มออกมาทำเป็ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนเดินผ่านเหล่าเพื่อนบ้านก้มหน้าก้มตาเดินผ่านออกไป
เขาเดินออกมาจากย่านนั้น เรียกรถแท็กซี่คันหนึ่ง บอกว่า“ไปซินตูฮุ่ย”
“ซินตูฮุ่ย” เป็ดิสโก้เทกที่เพิ่งเปิดกิจการใหม่เมื่อตอนต้นปีอยู่ที่ถนนเสียเฟย พื้นที่กินบริเวณอาคาร 3 ชั้นป้ายไฟนีออนส่องประกายสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลนับสิบลี้ ดูมีสไตล์มากั้แ่เปิดกิจการมา ซินตูฮุ่ยก็มีแขกประจำเยอะมาก แขกมาเที่ยวแน่นร้านทุกๆ คืน แขกผู้ใจดีมอบรางวัลให้กับนักร้องสาวหลายๆคน
ตรงชั้น 1 เป็ห้องโต๊ะบิลเลียด มีบ๋อยคอยดูแลให้บริการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกับแกล้ม ชั้น 2 เป็ฟลอร์เต้นรำ ชั้น 3 เป็ห้องส่วนตัวให้เหมาเช่ามีไว้ให้สมาชิกได้ตั้งวงเล่นการพนันกันเองกับเพื่อน
ฝงซื่อเจินเดินตรงไปที่ชั้น 3 ผู้ชายไม่กี่คนที่ยืนอยู่หน้าบันไดหันมามองเป็สายตาเดียวกันผู้ชายคนที่ใส่สูทสีน้ำตาลอ่อนคนหนึ่ง ใส่หมวกแก๊ปทรงตุ่นปากเป็ด รูปร่างสูงใหญ่เดินตรงเข้ามาพูดเสียงเบาสุภาพ “คุณฝง คุณชายเจ็ดมีแขกอยู่ คุณต้องรอก่อนนะครับ”
ฝงซื่อเจินพยักหน้า แล้วเดินกลับลงไปอีกเดินมาถึงฟลอร์เต้นรำชั้น 2 ผลักประตูกระจกเปิดออกเสียงดนตรีที่ดังครึกโครมลอดผ่านประตูออกมา แสงไฟระยิบระยับสาดส่องไปมาเงาของผู้คนคลุกเคล้าพลุกพล่าน ทั้งชายและหญิงเกี้ยวพาราสี บรรยากาศเข้ากับเพลงวอลตซ์ที่เป็จังหวะสนุกสนานร่าเริง
ผู้หญิงคนหนึ่งใส่เสื้อเกาะอกกระโปรงยาวสีแดงเข้ม กำลังจูงมือแขกผู้ชายท่านหนึ่งอยู่หัวเราะสนุกสนานเดินตรงมาทางหล่อน ฝงซื่อเจินเดินหลีกทางให้ผู้หญิงที่เดินตรงมาทางนี้มองเห็นหล่อน เอ่ยทักทายอย่างเซอร์ไพรส์ “ซื่อเจิน!”
แขกที่กำลังเมากรึ่มๆ มองเห็นผู้หญิงผิวขาวตัวสูงหุ่นดี ก็เริ่มมีความสนใจ“คุณคนนี้เป็ใคร?”
“อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะ!”เสี่ยวเป่าลี่ยิ้มร่า แล้วผลักแขกผู้ชายไปให้สาวนักเต้นข้างๆ รับเอาไว้ในอ้อมแขนให้พาตัวเขาออกไป เดินมาจูงมือฝงซื่อเจินเอาไว้
“ไม่ได้เจอเธอมานานแล้วนะอาการป่วยของพ่อเธอดีขึ้นหรือยัง?”
“ดีขึ้นแล้วละขอบคุณเธอมากๆ นะที่แนะนำโรงพยาบาลให้”ฝงซื่อเจินกุมมือตอบเสี่ยวเป่าลี่อย่างสนิทชิดเชื้อ “เธอกลับมาเมื่อไหร่กัน?”ผู้ชายที่มาก่อความวุ่นวายให้เธอครั้งก่อนโดนไล่ตะเพิดออกไปแล้วเหรอ?
“คุณชายเจ็ดออกมาจัดการให้เขาใกลัวจนฉี่ราดวิ่งหนีไปเลย” เสี่ยวเป่าลี่ยื่นมือที่เล็บนั้นทาด้วยสีทาเล็บสีแดงออกมาทรงผมหยิกดัดสีเข้ม “ปีที่ผ่านมานี้ ทั้งเซี่ยงไฮ้นี่หาผู้ชายดีๆ ไม่ได้เลยสักคนถ้ามีก็คงดีสิ คงไม่ต้องมาที่ซินตูฮุ่ยนี่ทุกๆ วัน”
เสี่ยวเป่าลี่จูงมือฝงซื่อเจินเข้าไปบนฟลอร์เต้นรำนั่งตรงมุมมืดๆ ตรงบาร์เครื่องดื่ม สั่งค็อกเทลมา 2 ช็อต
ฝงซื่อเจินเอ่ยคำ “ฉันว่าคุณหมอหลี่ที่โรงพยาบาลชอบเธอมากเลยนะเขาว่าเธอเป็ผู้หญิงที่มีความกล้าหาญ”
“ความชอบของแขกก็เหมือนกับค็อกเทลแก้วนี้แหละ แอลกอฮอล์นิดเดียว ส่วนมากเป็น้ำหวานหมดเลยสีสันสดใสน่ามอง แต่กลับเป็ได้แค่เครื่องดื่มไว้ดื่มเล่นแล้วก็ไม่สามารถทำให้อิ่มได้ ดื่มไปก็ไม่ได้ทำให้ลืมปัญหา”เสี่ยวเป่าลี่แกว่งแก้วค็อกเทล บนหน้าที่แต่งด้วยเครื่องสำอางหนาๆ แต่ก็ยังมองออกถึงความเป็เด็กน้อยของเด็กสาวคนนี้เขาให้ฝงซื่อเจินดูแหวนเพชรบนมือของเขา “เพิ่งได้มาใหม่ สวยไหม?คนนี้ทำธุรกิจนำเข้าส่งออกเล็กๆ ดีกับฉันมาก”
ฝงซื่อเจินคว้ามือของเธอมาดูอย่างตั้งใจ ดูขนาดเพชรเม็ดนี้แล้วถึงแม้ว่าจะไม่ใหญ่แต่ก็น่าจะเป็พันๆ หยวนเหมือนกัน ซื้อรถได้เป็คันๆ ได้เลยละ การเริ่มต้นแบบนี้ถือว่าจ่ายหนักจริงๆ
“ผู้ชายเธอมีเยอะมากไม่อยากจะคิดเลยว่าเธอจะใส่ตะกร้าล้างน้ำเป็ฝั่งเป็ฝา?”
เสี่ยวเป่าลี่จุดบุหรี่สูบ พูดเสียงเบาๆ “เปิดตัวจ่ายหนักมากเกินไปเข้าฝั่งเข้าฝาไปได้แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ออกมาเหมือนเดิม”
ท่ามกลางแสงไฟที่วุ่นวายและควันบุหรี่ที่ขมุกขมัวทำให้ใบหน้าของสาวน้อยดูเข้ม เห็นได้ชัดว่าหน้าผอมตอบไปหน่อย
ฝงซื่อเจินขมวดคิ้ว แล้วพูดแนะ “เธอต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดแล้วยังมีอะไรที่ตัดไม่ขาดอีก?”
“แล้วพ่อเธอเลิกขาดแล้วรึยัง?”เสี่ยวเป่าลี่ย้อนถาม
ฝงซื่อเจินกระอักกระอ่วน เก็บความอึดอัดเอาไว้ในใจ ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนเกลี้ยงทีเดียว
พอพวกเขาดื่มเหล้าหมด บาร์เทนเดอร์ก็เสิร์ฟมาอีก 2 แก้วพูดขึ้นว่า “คุณผู้ชายโต๊ะ 9 สั่งให้คุณ 2 คนครับ”
ฝงซื่อเจินยิ้มเยาะ ลุกขึ้นพร้อมพูดขึ้น“ฉันไปชั้นบนรอคุณชายเจ็ดดีกว่า”
“อย่ารีบสิ”เสี่ยวเป่าลี่ยิ้มแหะๆ แล้วดึงรั้งเขาเอาไว้ “โอ๊ย เธอดูนั่นสิ!”
ฝงซื่อเจินมองไปด้านข้างเห็นผู้ชายวัยรุ่นรูปร่างสูงใหญ่กำยำเดินเข้ามาจากประตูเข้าฟลอร์เต้นรำตัดผมสกินเฮด คิ้วเข้มตาโต หล่อมากๆ ดูแล้วก็คงเป็ประเภทเด็กที่พ่อแม่ร่ำรวยเลี้ยงมาอย่างสุขสบายฝงซื่อเจินเจอมาเยอะ จึงไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร
ในตอนที่เขาจะหันกลับนั้นเด็กหนุ่มเสื้อขาวก็ได้เดินตามเด็กหนุ่มผมสกินเฮดนั้นเดินเข้าไปยังฟลอร์เต้นรำ
ในนั้นเต็มไปด้วยแสงสีไฟนีออน แสงไฟสะท้อนจ้าแยงเข้าไปในตาฝงซื่อเจินสติหลุด ทันใดก็ลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังจะไปทำอะไรต่อไป
หนุ่มเสื้อขาวกับเพื่อนของเขาส่วนสูงพอๆ กันแต่รูปร่างบอบบางไปหน่อย เสื้อขาวกางเกงดำเข็มขัดที่รัดนั้นทำให้ปรากฏเห็นเอวที่บอบบาง ไหล่ของเขายังแหลมหุ่นผอมบางเพรียวลมอย่างกับกิ่งหยางลู่ลม ไม่อาจจะอธิบายออกมาเป็คำพูดได้หมดในบรรดาลูกคนรวยช่างหาคนที่นิสัยดีๆ ได้ยากเหลือเกิน
“เฮ้ เฮ้!” มืออันอ่อนนุ่มของเสี่ยวเป่าลี่ประคองไปที่เอวของฝงซื่อเจินแนบคางไว้บนไหล่ของหล่อน มองไปทางเดียวกับหล่อน “อยู่ๆ ก็ได้พบได้เจอเ้าชายดูสะอาดสะอ้านอะไรขนาดนี้หน้าตายังหล่อเหลาเอาการ เหมือนเพิ่งเคยมาครั้งแรกอย่างนั้นแหละ”
พอหนุ่มเสื้อขาวเดินเข้ามาในฟลอร์ก็ดึงดูดสายตาของคนไปครึ่งค่อนร้าน หน้าเขานิ่งๆ เฉยๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจจะมาสักเท่าไหร่มองกวาดผ่านมาทางฝงซื่อเจิน
คิ้วคมเข้มและดวงตาที่เป็ประกาย ั์ตาดำอย่างกับน้ำหมึกสายตาเยือกเย็นเหมือนกับน้ำที่ไหลลงมาจากธารน้ำแข็งมองผ่านไปมา
“ดูดีขนาดนี้สะอาดหมดจดขนาดนี้” เสี่ยวเป่าลี่พร่ำเพ้อยกใหญ่“นี่จะต้องเป็เ้าชายที่แท้จริงเลยละเธอ กับคนแบบนี้แค่เต้นรำด้วยคงเสียเที่ยวถ้าได้ตกลงปลงใจได้คบหาด้วยเนี่ยสิถึงจะคุ้มค่า”
จะใช่เหรอ? ไม่รู้ว่าครอบครัวดีขนาดไหน ถึงได้เลี้ยงให้โตมาดีพร้อมได้ขนาดนี้
หนุ่มเสื้อขาวถูกเพื่อนที่มาด้วยกันลากแขนเข้าไปในฟลอร์เต้นรำด้วยกันทันใดก็ถูกรายล้อมไปด้วยสาวสวย เปรียบเทียบกับเพื่อนที่ร่าเริงแจ่มใสของเขาแล้วหนุ่มเสื้อสีขาวท่าทางดูขัดเขินต่อสิ่งที่อยู่รายล้อมเช่นนี้อย่างเห็นได้ชัดไฟที่สาดแกว่งไปมา หญิงสาวยั่วเย้าคลอเคลีย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาเลิกขมวดคิ้วได้เขาเอาแต่ยืนอยู่ทื่อๆ เฉยๆ ยืนทื่อๆ อยู่อย่างนั้น ต่อต้านสิ่งต่างๆ รอบกายโดยไม่ใช้เสียงไม่ยอมคล้อยตามเข้ากับสภาพแวดล้อมที่มอมเมาเช่นนี้
มองดูหน้าอันเ็าของเด็กหนุ่มคนนั้นแล้วทำให้ฝงซื่อเจินเผลอยิ้มออกมาอย่างละมุนละไม
ถ้าหากว่าบ้านเธอไม่ล้มละลาย พ่อแม่ไม่มาป่วยแบบนี้เธออาจจะอยู่ในฐานะเดียวกัน ใส่เสื้อสีขาวแบบนี้ได้คบหาดูใจกับชายหนุ่มดูดีสะอาดหมดจดเช่นนี้ พวกเขาก็คงจะได้จูงมือไปร่วมงานพรอมที่บ้านของเพื่อนๆ คงได้เต้นรำด้วยกันอยู่ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ในคืนวันที่พระจันทร์ส่องแสงจุมพิต
ฝันกลางวันของหญิงสาวยังไม่ทันจะเป็จริงก็โดนไฟไหม้จนไม่เหลืออะไรเลย เหลือก็เพียงแต่ไฟที่อยู่ในดิสโก้เทกนี้เท่านั้น่เวลาแห่งเพลงอันไพเราะ เพิ่งจะถูกเก็บกลับคืนมาเหมือนเดิมเป็ความสุขอบอุ่นเล็กๆ ที่ได้แต่เก็บไว้ในใจ
“คุณฝง”การ์ดดูแลตามมาถึงในฟลอร์ “คุณชายเจ็ด้าพบคุณครับ”
ฝงซื่อเจินตื่นจากความฝันแล้วกลับเข้าสู่ความเป็จริงเหมือนกับว่าบินไปได้ครึ่งทางก็ต้องตกลงมาจากฟ้าอย่างไรอย่างนั้นตื่นตัวมีสติคืนมา เขารีบเก็บอารมณ์และปรับความรู้สึกใหม่ ไม่คำนึงถึงเขาอีกต่อไปเดินตามการ์ดออกมาจากฟลอร์เต้นรำ
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/0818cc58522cbd86eda61452a3988291
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เมืองศิวิไลซ์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #เมืองศิวิไลซ์ #readAwrite ด้วยน้า