ตอนที่50 : กลองศึกแรก
ปลายฤดูหนาวแห่งปีที่ลมหนาวกัดกระดูก
เหนือเทือกเขาลั่วซี เสียงกลองศึกดังก้องสะท้อนฟ้า
ธงมังกรดำของแคว้นฉินสะบัดปลิวเหนือค่ายทัพนับร้อย
ควันจากเตาโลหะพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
เมื่อ ฉินอ๋องอู่หลาง (秦武朗) ประกาศคำเดียว —
“ยกทัพตะวันออก —ทำลายหานให้สิ้น!”
ใต้พระบัญชานั้นกองทัพเหล็กของแคว้นฉินเริ่มเคลื่อนไหว
เสียงเกราะและเกือกม้าสั่นสะเทือนทั่วหุบเขา
กองทัพฉินเริ่มเคลื่อนจาก เมืองลั่วซี(雒西)
ข้ามหุบเขา “ไป่หลิง” ผ่านช่องทาง “เสวี่ยหมิงกวน”
ตั้งค่ายใหญ่ที่ เมืองฮู่หลิง (虎嶺城) — เมืองชายแดนสำคัญด้านตะวันตกเฉียงเหนือของหาน
เสนาธิการ มู่หลิง (穆陵) จัดกองทัพฉินกว่า หนึ่งแสนหนึ่งพันนาย
แบ่งออกเป็นสามกองหลักอย่างเข้มงวด
①กองมังกรเหล็ก (鐵龍軍) — “กำปั้นแห่งฉิน”
แม่ทัพใหญ่: ป๋ายเหวินเจา (白文昭)กำลังพล: 45,000 นายลักษณะ: ทหารราบหนักแนวหน้าอาวุธ: หอกปลายขวาน โล่กลมฉินเกราะ: ทองแดงผสมหนังวัวขัดมันสะท้อนแสงหน้าที่: บุกทะลวงค่ายศัตรูโดยตรง“พวกมันคือกำแพงเหล็กเคลื่อนไหว— ที่ไม่มีสิ่งใดหยุดได้”
②กองอัสนีฟ้า (雷震軍) — “ทัพม้าแห่งฟ้าผ่า”
แม่ทัพ: หานอี้เฟิง (韓義風)กำลังพล: 30,000 นายลักษณะ: กองม้าเบาและหนักผสมทัพม้าเบา: ใช้ม้า “ฉินจวิ้นหง” — วิ่งเร็ว อดทน ยิงธนูจากหลังม้าได้แม่นยำทัพม้าหนัก: 5,000 นาย ใช้เกราะทองแดงและโล่กลมหน่วยลอบเร้น “อินเฟิง隊” 500 นาย — ลอบเข้าแนวศัตรูในยามราตรีหน้าที่: เคลื่อนตีโอบซ้าย, ทำลายเส้นส่งเสบียง, โจมตีฉับพลัน“เมื่อธงฟ้าผ่าปรากฏทัพศัตรูไม่เหลือแม้เถ้า” — ฉินอ๋อง
③กองโลหิตฉิน (血秦營) — “สายเลือดแห่งอำนาจ”
แม่ทัพ: จ้าวเซิงอัน (趙晟安)กำลังพล: 25,000 นายลักษณะ: กองหนุน เสบียง รถศึก วิศวกรพิเศษ: มีองค์หญิง ฉินอวี้เหม่ย (秦玉媚) ร่วมขบวนในฐานะ “ผู้แทนทางการทูต”หน้าที่: สนับสนุนแนวหลัง, รักษาเส้นทาง, ดูแลยุทธปัจจัยรวมทั้งหมดกว่า 100,000 นายเต็มยุทโธปกรณ์
พร้อมเสบียงสำหรับศึกยาวนาน 3 เดือน
แผนยุทธศาสตร์ —การบุกสู่แผ่นดินหาน
ตามแผนของมู่หลิง
ทัพฉินจะเคลื่อนเข้าสู่ชายแดนหานทางเมือง หลงกวน城 (龍關城)
ก่อนตีทะลุไปยัง “ช่องเขาหลงหยาง (龍陽關)”
ซึ่งเป็นทางผ่านสู่ใจกลางหานหลงโดยตรง
“เมื่อมังกรเหล็กทะลวงและอัสนีฟ้าโอบล้อม — หานจะมอดในเจ็ดวัน”
มู่หลิง กล่าวต่อหน้าฉินอ๋อง
เมืองหลวงหานหลง
ในวังหลวงหานหลงเสียงฆ้องเตือนภัยดังสะท้อนทั่วเมือง
รัชทายาท หานอวี้จิน (韓禹晉) เรียกประชุมขุนนางและแม่ทัพ
บนโต๊ะหินมีแผนที่มหึมาของแคว้นหาน
จุดแดงคือตำแหน่งทัพฉิน
เส้นน้ำสีฟ้าและแนวเขาสีเทาถูกขีดไว้ละเอียด
“ศัตรูตั้งค่ายที่ฮู่หลิงและเริ่มข้ามเขามุ่งหน้าสู่หลงกวน
หากปล่อยไว้ พวกมันจะทะลวงถึงหานหลงได้ในหนึ่งเดือน”
แม่ทัพใหญ่ ไป๋เหิงเซิน รายงาน
“ทัพเรามี 50,000นาย แม้รวมกองเพลิงหานแล้ว ก็ยังน้อยกว่าศัตรูครึ่งหนึ่ง”
แม่ทัพลู่เฟิงตะโกน
“แต่เรามีเหล็กกล้าและหน้าไม้แรงสูงที่พวกมันไม่เคยเห็น!”
องค์ชายสาม หานอวี้เหยียน เสริม
“หากเรารู้ที่ตั้งสนามรบดีพอปริมาณไม่ใช่ทุกสิ่ง!”
รัชทายาทยิ้มบาง
“ถูกต้อง —และสนามนั้นคือ ช่องเขาหลงหยาง”
ช่องเขาหลงหยาง
“หลงหยางกว้างเพียงสามลี้
มีภูเขาขนาบสองข้าง แม่น้ำสายเล็กตัดกลาง
ม้าไม่อาจวิ่งเต็มกำลังได้
แต่ไฟ... จะวิ่งแทนมัน”
ไป๋หงเหวิน หัวหน้าหน่วยข่าวสาร เสริม
“ใต้พื้นหินของช่องเขามีแร่กำมะถันและดินประสิวจำนวนมาก
หากขุดอุโมงค์และวางไหเพลิงไว้จะเกิดแรงระเบิดรุนแรงพอทำลายกองม้าได้เป็นหมื่น”
รัชทายาทพยักหน้า
“ดี —ให้เริ่มฝังเพลิงลับ และตั้งค่ายลวงที่ปากเขา
ศัตรูจะคิดว่าเราตั้งรับตรงนั้น”
องค์ชายสามประกาศเสียงเข้ม
“ข้าจะนำกองเพลิงหานออกไปรับศึก!”
การตั้งค่าย
รัชทายาทจึงจัดกำลังใหม่ดังนี้
① กองเพลิงหาน (火漢軍)
20,000 นาย นำโดยองค์ชายสามทำหน้าที่ล่อศัตรูเข้าช่องเขาปักธงแดงทั่วแนว, ตั้งค่ายที่ปากหลงหยาง② กองยุทธเพลิงลับ (潛火營)
5,000 นาย นำโดยไป๋หงเหวินทำหน้าที่ขุดอุโมงค์, ฝังไหเพลิง, เชื่อมสัญญาณควัน③ กองทัพหลัก (中軍)
25,000 นาย นำโดยรัชทายาทและไป๋เหิงเซินตั้งค่ายใหญ่ที่ “ทุ่งหานหนิง (寒寧原)”ห่างจากเมืองหลงกวน 20 ลี้ใช้เป็นฐานบัญชาการและจุดควบคุมสัญญาณค่ำคืนก่อนศึก
ค่ายหานหนิงสว่างด้วยแสงคบเพลิงนับพัน
เสียงลับดาบและทุบเหล็กดังสะท้อนทั่วหุบเขา
องค์ชายสามเดินตรวจแนวทหาร
“พรุ่งนี้ เมื่อฟ้าสาง— เราจะให้โลหะของหานเปล่งเสียงเหนือศัตรู”
ในห้องบัญชาการ
รัชทายาทนั่งมองแผนที่ ท่ามกลางเสียงลมพัดแรง
ไป๋เหิงเซินรายงาน
“ทัพมังกรเหล็กและอัสนีฟ้าเริ่มเคลื่อน
คาดว่าจะถึงหลงกวนในห้าวัน”
“ดี” —หานอวี้จินกล่าวเรียบ
“ให้คนของเราถอยครึ่งหนึ่งจากเมือง ทำทีว่าตระหนก
เปิดประตูไว้ แล้วปล่อยให้พวกมันคิดว่าเราหนี”
“เปิดประตู?” — ไป๋เหิงเซินทวนอย่างตกใจ
“ใช่...เมื่อตัวเหล็กของมันเข้าสู่ช่องเขา
จะรู้เองว่า ไฟ ของหาน — ร้อนเพียงใด”
ก่อนออกศึก
ฮองเฮาเสด็จมาส่งโอรสทั้งสอง
พระหัตถ์ของพระนางแตะไหล่ทั้งคู่
“เจ้าคือความหวังของแผ่นดิน
แต่จงจำไว้ — ชนะที่แท้ มิได้อยู่ที่การสังหาร
แต่อยู่ที่ทำให้ศัตรูไม่อาจลุกขึ้นได้อีก”
รัชทายาทก้มศีรษะ
“ลูกจะจำไว้ —เพื่อรักษาทั้งคนและผืนดิน”
ลมแห่งสงคราม
สามวันต่อมา
กองเพลิงหานเคลื่อนเข้าสู่ช่องเขาหลงหยาง
ธงแดงพลิ้วเหนือแนวหิน
เสียงกลองศึกและฆ้องดังประสานกับเสียงลม
จากยอดเขาด้านตะวันตก
ธงมังกรฉินเริ่มโผล่พ้นหมอก
แม่ทัพหานอี้เฟิงแห่งกองอัสนีฟ้า ควงหอกชี้ไปข้างหน้า
“ทะลวง!เอาศีรษะรัชทายาทหานมาให้ข้า!”
ที่ค่ายทุ่งหานหนิง
รัชทายาทหานอวี้จินยืนมองควันจากตะวันตก
เสียงเกราะฉินเริ่มใกล้ขึ้นทุกชั่วลมหายใจ
ไป๋หงเหวินเข้ามารายงาน
“พรุ่งนี้พวกมันจะถึงช่องเขาแน่พ่ะย่ะค่ะ”
รัชทายาทตอบเรียบ
“ดี — ให้พรุ่งนี้เป็นวันเริ่มของสงครามใหม่แห่งแผ่นดิน”
เขาเงยหน้ามองฟ้าดาวถูกกลืนด้วยหมอกและควัน
“คืนนี้ ดาวเงียบ...
พรุ่งนี้ ฟ้าจะคำราม”