เช้าวันถัดมา เมืองไม่พูดถึงสนามใต้ดินอย่างเปิดเผย
แต่ชื่อหนึ่งเริ่มถูกเอ่ยซ้ำ
ไม่ดัง
ไม่เป็นข่าว
เป็นแค่คำพูดที่ส่งต่อกันระหว่างคนทำงาน คนดื่มเหล้า และคนที่เคยสู้
“คนที่ล้มเอง”
“คนที่ไม่ต่อย”
“คนที่รับผลจริง”
ลู่เฉินเดินผ่านย่านคนงาน
ไหล่ซ้ายยังตึง
ซี่โครงยังปวดลึก
ความเจ็บไม่หาย ไม่เบา
แต่มันไม่ถูกดึงออกไปจากร่างเหมือนเมื่อก่อน
ดี
อย่างน้อยมันยังอยู่กับเขา
เขาหยุดที่ลานโล่งข้างโกดังเก่า
พื้นดินแข็ง
ไม่มีหลังคา
ไม่มีคน
เป็นพื้นที่ที่โลก “รับ” ครบ
เสียงฝ่าเท้ากระแทกพื้นดังชัด
และนั่นเอง
เสียงฝีเท้าอื่นก็ดังตามมา
ไม่เร่ง
ไม่ซ่อน
สามคนเดินเข้ามาจากสองทิศ
เสื้อผ้าธรรมดา
มือด้าน
ไหล่หนา
ไม่ใช่สำนัก
ไม่ใช่นักฆ่า
“ขอคุยหน่อย”
ชายคนหนึ่งพูด
น้ำเสียงไม่ข่ม
แต่ไม่เปิดทางให้ปฏิเสธ
ลู่เฉินไม่ตอบ
เขาแค่ยืน
น้ำหนักเท้าลงเต็ม
พื้นที่ตอบรับทันที
“พวกเรามีเรื่อง”
อีกคนพูด
“และเรารู้ว่าเจ้าเลือกสนาม”
คำว่า เลือกสนาม
ไม่ใช่คำชม
มันคือการทดสอบ
“เราไม่อยากให้ใครเจ็บแทนอีก”
ชายคนเดิมพูดต่อ
“ถ้าเจ้ามายืนตรงนี้
ผลจะตกตรง
ไม่อ้อม
ไม่พลาด”
ลู่เฉินหัวเราะเบา ๆ
ไม่มีอารมณ์ขันในนั้น
“แล้วถ้าข้าไม่มา?”
เขาถาม
ชายคนนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบตรง ๆ
“ก็จะมีคนเจ็บอยู่ดี
แต่ไม่ใช่เรา”
ประโยคนั้นทำให้ลู่เฉินขยับเท้า
ไม่ถอย
แต่หนักขึ้น
“ข้าไม่ใช่เสา”
เขาพูด
“และไม่ใช่สนามให้ใครโยนความแค้น”
บรรยากาศเปลี่ยนทันที
ไม่ใช่ความโกรธ
แต่เป็นความจำเป็น
เสียงฝีเท้าเพิ่ม
อีกสี่คนโผล่ออกมาจากด้านหลังโกดัง
ไม่มีอาวุธยาว
มีแต่หมัด เท้า และร่างที่เคยผ่านการสู้จริง
“งั้นก็ขอใช้ตรงนี้”
เสียงหนึ่งพูด
ไม่ใช่คำขอ
เป็นการตัดสิน
พวกเขาพุ่ง
ไม่พร้อมกัน
แต่ประสาน
สองเข้าหน้า
หนึ่งอ้อมหลัง
หนึ่งปิดทางถอย
ลู่เฉินไม่เปิดพลัง
ไม่เรียกชีพอสูร
เขายืนรับ
หมัดแรกเข้าซี่โครง
แรงเต็ม
เจ็บจริง
ลมหายใจสะดุด
ดี
มันควรเจ็บ
เขาสวนศอก
กระแทกข้อมือ
เสียงกรอบ
อีกคนถอย
ขาซัดมา
ต่ำ
เร็ว
ลู่เฉินยกขารับ
แรงชนสะเทือนถึงสะโพก
เขาไม่สวน
เขาก้าวเข้า
ไหล่ชน
ศอกตาม
หมัดซ้ำ
ปึก—ปึก
อีกคนล้ม
ไม่สลบ
แต่ลุกไม่ขึ้น
คนด้านหลังเข้าซ้อน
หมัดหนัก
ลู่เฉินรับเต็มหน้าอก
แรงผลักถอยสองก้าว
ฝ่าเท้าครูดพื้น
พื้นที่ยังรับ
ไม่มีแรงอ้อม
ไม่มีใครเจ็บแทน
เขาหายใจลึก
แล้วเดินกลับเข้าไป
หมัดซ้าย
เข้าชายโครง
หมัดขวา
เข้าหน้าอก
ไม่แรงเกิน
แต่ตรง
ร่างหนึ่งทรุด
อีกคนหยุด
ไม่ใช่เพราะกลัว
แต่เพราะรู้ว่า
ตรงนี้ไม่มีใครรับแทนอีกแล้ว
“พอ”
เสียงหนึ่งดังจากด้านข้าง
เซิ่งอวี่ยืนอยู่ตรงนั้น
ห่างครึ่งช่วงแขน
เหมือนเคย
ทุกคนหยุด
ไม่ใช่เพราะเขาสั่ง
แต่เพราะจังหวะมันจบ
ลู่เฉินหอบ
เลือดซึมจากมุมปาก
มือสั่นเล็กน้อย
“เห็นหรือยัง”
เซิ่งอวี่พูด
เสียงเรียบ
“เจ้าเลือกสนามได้แล้ว”
เขามองคนที่นอน
มองคนที่ยืน
มองลานโล่ง
“แต่ถ้าเจ้าไม่ตั้งขอบเขต”
“สนามของเจ้า
จะกลายเป็นที่ทิ้งเรื่องของทุกคน”
ลู่เฉินเช็ดเลือด
ไม่ตอบทันที
เขามองพื้นที่
มองรอยเท้า
มองเหงื่อและเลือดที่เป็นของเขาเอง
“ข้าจะสู้”
เขาพูดช้า ๆ
ชัด
“แต่ไม่ใช่ให้ใครลากมา”
เขยกเท้า
ยืนตรง
แม้จะเจ็บ
“ถ้าจะมีสนาม”
“ข้าจะเป็นคนเรียกมันเอง”
ไม่มีเสียงเฮ
ไม่มีเสียงโห่
มีแต่ความเงียบที่ยอมรับ
เซิ่งอวี่พยักหน้าเล็กน้อย
“งั้นต่อไป”
เขาพูด
“ศัตรูจะไม่ใช่คนที่มีเรื่อง”
ลู่เฉินมองไปข้างหน้า
ดวงตานิ่ง
“แต่เป็นคนที่ไม่อยากให้เจ้า
เลือกได้อีก”
ลู่เฉินกำหมัด
เจ็บ
แต่มั่นคง
เขารู้แล้วว่า
การรับผลเอง
ไม่ใช่จุดจบ
มันเป็นแค่เงื่อนไขแรก
ของการได้สิทธิ์
จะเลือกต่อไปว่า
ใคร
ควรยืนอยู่ในสนามเดียวกับเขา
#แนะนำนิยาย บัญชีเงา
เข้ามาอ่านกันน้าาา

