พลิกชะตามาเป็นสาวงาม

    ตอนที่ 34 กีดกัน

              แม้ว่าฉู่หลินจะได้เป็นถึงหมอหลวงหญิงเพียงหนึ่งเดียวแต่นางก็ต้องทำงานภายใต้คำสั่งของหัวหน้าหมอหลวงดังนั้นนางจึงได้รับคำสั่งให้ตรวจรักษาเฉพาะฝ่ายในเท่านั้น

              สิ่งที่ฉู่หลินต้องเผชิญ ก็คือการกลั่นแกล้งของเหล่าสนมไม่เว้นแม้กระทั่งพระสนมเอก

              “พระองค์ทรงประชวรหรือเพคะ”ฉู่หลินสงสัยเพราะเห็นพระนางทรงปกติดีแทบทุกอย่าง

              “เรารู้สึกปวดเมื่อยเท้ามากเลยช่วยนวดให้เราหน่อยได้มั้ย” พระสนมเอกทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์

              “ถ้าพระองค์ทรงไม่ได้ประชวรหม่อมฉันขอตัวนะเพคะ” ฉู่หลินกล่าว

              “บังอาจ! เราต้องมีอาการหนัก เจ้าถึงจะยอมรักษาเราอย่างนั้นหรือ” พระสนมเอกทรงกริ้ว

              “ก็ได้เพคะเดี๋ยวหม่อมฉันนวดพระบาทให้” ฉู่หลินจำใจต้องนวดเท้าให้กับพระสนมเอกทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นการกลั่นแกล้ง

              “จริงสิเราลืมไปเลย เจ้าเป็นอดีตพระชายาขององค์ชายรองนี่นาแบบนี้องค์ชายรองต้องมาเอาเรื่องเราแน่” พระสนมเอกทรงแกล้งพูดไปอย่างนั้นเอง

              “ไม่เป็นไรหรอกเพคะองค์ชายรองทรงตัดสัมพันธ์กับหม่อมฉันแล้ว” ฉู่หลินกล่าว

              “น่าสงสารยิ่งนักเจ้ามาเป็นนางกำนัลประจำตำหนักของเราดีมั้ย ถึงเจ้าได้เป็นหมอแต่เพราะเจ้าเป็นผู้หญิง หมอหลวงส่วนใหญ่จึงไม่เชื่อในความสามารถของเจ้ายังไงเจ้าก็ไม่มีทางก้าวหน้าหรอก” พระสนมเอกทรงเกลี้ยกล่อม

              แต่ในระหว่างที่พระสนมเอกตรัสเช่นนั้นอยู่ดีๆก็มีนางกำนัลคนหนึ่งเผลอทำถ้วยน้ำชาตกแตก

              “บังอาจทำไมถึงซุ่มซ่ามแบบนั้น” พระสนมเอกทรงกริ้ว

              “หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ”นางกำนัลรีบเก็บเศษแก้วพัลวัน

              “อย่าทรงกริ้วไปเลยนะเพคะ”ฉู่หลินกล่าว

              “ช่างเถอะว่าแต่เจ้าว่ายังไง สนใจมาเป็นนางกำนัลของเราหรือไม่” พระสนมเอกตรัสย้ำคำถาม

              “หม่อมฉันอยากพิสูจน์ตัวเองโดยการใช้ความรู้ทางการแพทย์เพคะ”ฉู่หลินยังคงดึงดัน

              “ตามใจก็แล้วกันทนไม่ได้เมื่อไหร่ ที่นี่ยินดีต้อนรับเจ้าเสมอนะฉู่หลิน” พระสนมเอกตรัสยิ้มมุมพระโอษฐ์อย่างมีเลศนัย

              “ขอบพระทัยเพคะ”

                                 ******************************

              และแล้วหมอหญิงฉู่หลินก็ไม่ค่อยมีงานทำดังนั้นนางจึงใช้วิธีไปช่วยเสริมความงามให้กับเหล่าสนมและนางกำนัลทั้งหลาย

              “สมุนไพรตัวนี้ใช้ดีแน่นะไม่ใช่ใช้แล้วหน้าเราเสียโฉมเลยล่ะ” สนมคนหนึ่งระแวง

              “ใช้ดีแน่เพคะหม่อมฉันใช้พอกหน้าเป็นประจำ เป็นไงเพคะ” ฉู่หลินยื่นหน้าให้พระสนมทอดพระเนตรใกล้ๆ

              “เจ้านี่ช่างผิวดีจริงๆดูหน้ากระจ่างไร้สิว กระ ฝ้าเสียด้วย เอาล่ะ เราเชื่อเจ้าก็ได้” พระสนมทรงอยากมีพระพักตร์เนียนใสแบบฉู่หลินบ้าง

              “หม่อมฉันช่วยนวดพระพักตร์ให้ดีมั้ยเพคะ”ฉู่หลินเสนอ

              “ก็ดีเหมือนกันดีจังที่มีหมอหญิงอย่างเจ้า” พระสนมกล่าว

              ฉู่หลินได้เปลี่ยนจากหมอรักษาโรคกลายเป็นหมอเสริมความงามปากต่อปากทำให้ฉู่หลินต้องเข้าเฝ้าเหล่าสนมเพื่อคอยนวดหน้าพอกสมุนไพรแทบทุกวันจนไม่มีเวลาว่างเลย

                                 ******************************

              จนกระทั่งวันหนึ่งมีนางกำนัลทำท่าลุกลี้ลุกลนมาขอพบหมอฉู่หลินอย่างลับๆในบ้านพักของหมอหญิง

              “มีอะไรหรือเปล่ามีใครเป็นอะไรงั้นหรือ” หมอฉู่หลินตกใจ

              “รีบเตรียมเครื่องมือรักษาแล้วตามข้ามาเถิดเจ้าค่ะ” นางกำนัลไม่อยากพูดมาก

              “เจ้าเป็นคนของพระสนมเอกไม่ใช่หรือข้าเคยเห็นเจ้าพอผ่านตา” หมอฉู่หลินจำได้

              “รับปากข้าได้มั้ยว่าท่านจะไม่ถามใดๆทั้งสิ้น”นางกำนัลกล่าว

              “ทำไมล่ะ ข้าเป็นหมอข้าจำเป็นต้องรู้ต้นสายปลายเหตุ มิเช่นนั้นข้าก็คงรักษาให้ไม่ได้” หมอฉู่หลินสงสัย

              ฉู่หลินกำลังเดินตามนางกำนัลเข้าไปในกระท่อมในป่าหลังวังสิ่งที่นางเห็นก็คือ ร่องรอยการขับเลือด “นี่เจ้าตกเลือดแท้งลูกอย่างนั้นหรือ”

              “นางกินยาขับเลือดเจ้าค่ะ”เพื่อนนางกำนัลยอมบอก

              “ทำไมถึงต้องฆ่าลูกตัวเองด้วยล่ะ”หมอฉู่หลินตกใจ

              “พวกเราเป็นนางกำนัลและมีกฎว่าห้ามนางกำนัลมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวอย่างเด็ดขาดหากใครฝ่าฝืนให้ประหารชีวิตทันที” เพื่อนนางกำนัลบอกเหตุผล

              “แล้วทำไมเจ้าถึง….”ฉู่หลินไม่สะดวกที่จะถามเรื่องชีวิตส่วนตัวแต่นางก็อยากรู้ว่านางกำนัลจะไปมีความสัมพันธ์กับใครได้

              “ท่านอย่าถามเลยได้มั้ยตอนนี้นางเสียเลือดมากรีบรักษานางเร็วเข้า” เพื่อนนางกำนัลกล่าว

              ฉู่หลินจำต้องรีบให้การรักษานางกำนัลเป็นการเร่งด่วนจนกระทั่งนางกำนัลที่นอนเสียเลือดพ้นขีดอันตราย

              สักพักฉู่หลินและเพื่อนนางกำนัลก็ช่วยกันประคองผู้ป่วยไปในที่พักของนาง

              “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่บอกข้าไม่ได้เลยงั้นหรือ” ฉู่หลินอยากรู้จริงๆ

              “ขอบคุณที่รักษาให้นะหมอฉู่หลินแต่พวกเราบอกอะไรไม่ได้จริงๆ” เพื่อนนางกำนัลจำต้องเก็บงำความลับไว้

              ฉู่หลินนึกไม่ถึงว่านางกำนัลผู้นี้จะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ที่ตำหนักพระสนมเอกนั้นมีความลับอะไรกันแน่นะหรือเป็นเพราะนางกำนัลคนนี้ไม่ยับยั้งชั่งใจจนยอมฝ่าฝืนกฎแอบไปมีความสัมพันธ์กับใครสักคนหรือเปล่า

              “ท่านต้องสัญญาก่อนห้ามบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด ได้มั้ยหมอฉู่หลิน”เพื่อนนางกำนัลขอร้อง

              “ข้ารับปากเจ้าแล้วข้าจะแอบนำยาบำรุงเลือดมาให้ก็แล้วกัน” ฉู่หลินรู้สึกสงสาร

              “ขอบคุณท่านหมอ” จากนั้นเพื่อนนางกำนัลก็เข้าไปดูแลผู้ป่วยที่กำลังนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง

              ดังนั้นความลับที่มีนางกำนัลในตำหนักพระสนมเอกแอบทำแท้งเด็กเพื่อหนีความผิดฐานลักลอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวก็ยังคงเป็นความลับต่อไป

              ******************************

              หลายวันต่อมาฝ่าบาททรงประชวรหนักถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ หมอฉู่หลินทำได้เพียงเข้าร่วมประชุมหมอหลวงแต่ไม่มีสิทธิ์ช่วยหรือเสนอแนวทางในการรักษาฝ่าบาท

              ฝ่าบาททรงประชวรเป็นเวลาหลายวันแต่ไม่ว่าเสวยยาขนานใดก็ไม่อาจช่วยรักษาพระองค์ได้

              องค์รัชทายาททรงเข้าเยี่ยมฝ่าบาทในห้องบรรทม

              แคร็กๆ แคร็กๆ “มาแล้วหรือ หยางฉี” ฝ่าบาทตรัสอย่างอ่อนแรง

              “ฝ่าบาททรงเป็นอย่างไรบ้างพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาททรงเป็นห่วง

              “อาการของเราไม่ดีขึ้นเลยรู้สึกว่าร่างกายนั้นอ่อนเพลียตลอดเวลา ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง” ฝ่าบาทตรัส

              “ทรงอดทนอีกนิดนะพะย่ะค่ะเดี๋ยวพระองค์ก็ทรงหายประชวรแล้ว” องค์รัชทายาททรงพยายามปลอบ

              “เราฝันถึงอดีตฮองเฮาทุกวันฝันว่านางร้องขอความเป็นธรรม ดังนั้นเจ้าช่วยสืบเรื่องนี้ให้กระจ่างด้วยเถิดบางทีดวงวิญญาณของนางอาจไม่สงบ นางคงจะแค้นเรามาก” ฝ่าบาทตรัส

              “กระหม่อมจะสืบให้เร็วที่สุดพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทตรัส

              แคร็กๆ แคร็กๆ “เราง่วงนอนแล้ว” ฝ่าบาททรงไม่มีแรงตรัส

              “งั้นกระหม่อมขอทูลลาพะย่ะค่ะ”

              องค์รัชทายาททรงสงสัยว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงยังไม่หายดีสักทีแต่พระองค์ไม่สามารถก้าวก่ายงานของสำนักแพทย์ได้เนื่องจากพวกเขาอาจคิดว่าพระองค์ทรงอาจลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทโดยบงการให้หมอวางยาพิษเพื่อที่ตัวพระองค์จะได้ขึ้นครองราชย์เสียที

                        ******************************

              ณ ตำหนักขององค์รัชทายาท

              “เรารู้สึกกังวลจริงๆอาการประชวรของฝ่าบาทยังไม่ดีขึ้นเลย” องค์รัชทายาทตรัสด้วยความกังวล

              “หมอหลวงเป็นคนของพระสนมเอกหรือเปล่าพะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายถามตรงๆ

              “ไม่น่านะหมอหลวงไม่น่ายุ่งเกี่ยวทางการเมือง” องค์รัชทายาทตรัสอย่างไม่แน่พระทัย

              “ประมาทไม่ได้นะพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายเตือน

              “แล้วจะทำยังไง” องค์รัชทายาทตรัส

              “ขอความช่วยเหลือจากฉู่หลินดีมั้ยพะย่ะค่ะหากการรักษาของหมอหลวงไม่มีปัญหา ก็แล้วไปแต่หากหมอหลวงจงใจให้ความร่วมมือกับพระสนมเอกโดยไม่ได้ตั้งใจรักษาหรือตั้งใจปลงพระชนม์พวกเราจะได้แก้ไขได้ทันนะพะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายเสนอ

              “ทหาร! รีบไปเชิญหมอฉู่หลินมาที่นี่เร็วเข้า” องค์รัชทายาทตรัสสั่งทหารทันที

              “พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ

              ผ่านไปไม่นานฉู่หลินก็มาถึงตำหนักขององค์รัชทายาท

              “พระองค์ทรงมีอะไรหรือเปล่าเพคะ”ฉู่หลินสงสัย

              “เจ้ารู้มั้ยว่าฝ่าบาททรงประชวรด้วยโรคอะไร” องค์รัชทายาทตรัสถาม

              “หม่อมฉันไม่ทราบเพคะหัวหน้าหมอหลวงไม่ให้หม่อมฉันยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการรักษาฝ่าบาทเพคะ” ฉู่หลินกล่าวตามตรง

              “หากเราจะพาเจ้าแอบไปดูพระอาการของฝ่าบาทล่ะจะได้มั้ย” องค์รัชทายาทตรัส

              “ทรงสงสัยวิธีการรักษาของหมอหลวงหรือเพคะ”ฉู่หลินขมวดคิ้ว

              “เราแค่อยากป้องกันไว้ก่อนเท่านั้น”องค์รัชทายาทตรัส

              “ก็ได้เพคะแต่ต้องแอบทำนะเพคะ หม่อมฉันถูกสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการรักษาฝ่าบาทจริงๆ”ฉู่หลินยอมตกลง

              “งั้นเจ้าปลอมตัวเป็นกงกงเราจะพาเจ้าเข้าเฝ้าฝ่าบาทคืนนี้” องค์รัชทายาทตรัส

              เหลียงอ้ายรีบแปลงโฉมฉู่หลินให้เป็นกงกงแล้วติดตามองค์รัชทายาทไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทตอนพลบค่ำ

              พอทั้งสองมาถึงห้องบรรทมของฝ่าบาท

              องค์รัชทายาทก็ทรงรีบตรัส “ทุกคนออกไปก่อน”

              เหล่ากงกงและนางกำนัลรีบออกไปปล่อยให้องค์รัชทายาทและกงกงส่วนพระองค์เข้าเยี่ยมดูพระอาการของฝ่าบาท

              ตอนนี้ฝ่าบาททรงบรรทมหลับไม่ได้สติกงกงฉู่หลินรีบตรวจพระอาการอย่างเร่งด่วน

              “ริมฝีพระโอษฐ์ของพระองค์ดูเขียวคล้ำลักษณะเหมือนถูกพิษเพคะ” ฉู่หลินคาดการณ์

              “อะไรนะฝ่าบาททรงถูกวางยาพิษอย่างนั้นหรือ ว่าแต่พิษอะไรล่ะ”องค์รัชทายาททรงตกพระทัย

              “ขอหม่อมฉันสำรวจก่อนเพคะ”ฉู่หลินสูดดมถ้วยยาที่ตั้งทิ้งไว้ เพราะฝ่าบาททรงยังไม่ตื่นมาเสวยยาจากนั้นก็ใช้เข็มเงินพิสูจน์พิษ พอแน่ใจก็เลยว่า “ถ้วยยามีพิษจริงๆเพคะ”

              “บังอาจใครกล้าวางยาฝ่าบาทแบบนี้ เราจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”องค์รัชทายาททรงกริ้ว

              “แต่ที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนก็คือขับพิษและหายาแก้พิษเพคะ”ฉู่หลินเริ่มกังวลเพราะฝ่าบาททรงได้รับพิษมาหลายวันแล้วพิษกำลังสะสมอยู่ในร่างกาย

              “ขอบใจมากฉู่หลินเราจะรีบไต่สวนอย่างเร่งด่วน” องค์รัชทายาทตรัส

              ในระหว่างที่ฉู่หลินฝังเข็มและให้ฝ่าบาททรงเสวยยาสกัดพิษอยู่นั้นองค์รัชทายาททรงรีบให้ทหารไปจับกุมตัวหมอหลวงเพื่อมาไต่สวน

                                  ******************************

              ณ ท้องพระโรง กลุ่มหมอหลวงห้าคนพากันคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ขององค์รัชทายาท

              “ใครกันเป็นคนจ่ายยานี้ให้ฝ่าบาททรงเสวย”องค์รัชทายาทตรัส

              หมอสี่คนมองมาที่เจียงหลีเป็นตาเดียว

              เจียงหลีจึงยอมรับ “กระหม่อมเองพะย่ะค่ะ”

              “เจ้าบังอาจมากเจ้ากล้าดียังไงถึงวางยาพิษลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาท” องค์รัชทายาทตรัสแกมตะคอก

              “กระหม่อมเปล่าพะย่ะค่ะกระหม่อมถูกปรักปรำ ทรงให้ความเป็นธรรมแก่กระหม่อมด้วย” เจียงหลีตกใจ

              “ใครบงการเจ้าบอกมา”องค์รัชทายาททรงเค้นถาม

              “ไม่มีพะย่ะค่ะ” เจียงหลีกล่าว

              “งั้นทหาร! จับมันไปทรมานจนกว่ามันจะยอมบอก” องค์รัชทายาททรงสั่งทหาร

              “กระหม่อมถูกปรักปรำกระหม่อมถูกปรักปรำพะย่ะค่ะ” เจียงหลีตะโกน

              ดังนั้นองค์รัชทายาททรงยึดอำนาจสั่งการในสำนักแพทย์พระองค์ทรงสั่งให้ฉู่หลินเป็นผู้รักษาฝ่าบาท ห้ามหมอหลวงคนอื่นยุ่งเกี่ยวทำให้เหล่าขุนนางและราชวงศ์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา

              วันต่อมาหมอหลวงเจียงหลียอมรับสารภาพว่าเป็นคนวางยาพิษจริงๆ แต่ไม่ยอมซัดทอดถึงผู้บงการ

              “เจ้าทำคนเดียวแน่หรือ”องค์รัชทายาททรงไม่เชื่อ

              “กระหม่อมทำคนเดียวพะย่ะค่ะ”เจียงหลียืนยัน

              “มันคือพิษอะไรและไหนคือยาแก้พิษ” องค์รัชทายาทตรัส

              “พิษนี้ก็คือพิษเพียงหลับ กระหม่อมไม่มียาแก้พิษพะย่ะค่ะ” เจียงหลียอมบอก

              “เจ้าทำไปทำไมเจ้ามีความแค้นอะไรต่อฝ่าบาท” องค์รัชทายาททรงสงสัย

              “กระหม่อมเกิดในตระกูลแม่ทัพแต่เป็นคนเดียวที่เป็นหมอในครั้งที่ฝ่าบาททรงหลงเชื่อว่าอดีตฮองเฮาและท่านแม่ทัพเจียงฝานร่วมมือกันก่อกบฏพระองค์ทรงสั่งประหารท่านแม่ทัพซึ่งเป็นท่านพ่อของกระหม่อมทั้งๆที่ท่านพ่อของกระหม่อมนั้นจงรักภักดีต่อฝ่าบาท กระหม่อมซึ่งเป็นลูกต้องแก้แค้นให้ท่านพ่อให้จงได้พะย่ะค่ะ”เจียงหลีเล่า

              “เจ้ารู้ผลที่จะตามมาหรือไม่”องค์รัชทายาทตรัสเตือน

              “กระหม่อมไม่กลัวตายพะย่ะค่ะ”เจียงหลีกล่าวน้ำเสียงจริงจัง

              “ทหาร! จับเจียงหลีไปขังไว้ก่อน รอลงอาญา” องค์รัชทายาททรงตรัสสั่งทหาร

              “พะย่ะค่ะ” ทหารรีบดำเนินการทันที

                                           ******************************

              ณห้องทรงงานขององค์รัชทายาท

              “หมอเจียงหลีบอกว่าฝ่าบาททรงได้รับพิษเพียงหลับเจ้ามีวิธีแก้พิษหรือไม่” องค์รัชทายาททรงถามหมอหญิง

              “หม่อมฉันเคยได้ยินพิษชนิดนี้เอ่อ วิธีแก้พิษนั้นมันอยู่ในตำราของบิดาเหวยเซียงเพคะ” ฉู่หลินจำต้องโกหก

              “เจ้ารู้จักบิดาของเหวยเซียงได้อย่างไรในเมื่อเจ้าอยู่แคว้นฝาง” องค์รัชทายาททรงสงสัย

              “อาจารย์ของหม่อมฉันเป็นลูกศิษย์ของบิดาเหวยเซียงเพคะ”ฉู่หลินแต่งเรื่อง

              “อย่างนี้นี่เองแล้วจะทำยังไงดีล่ะ” องค์รัชทายาททรงหลงเชื่อ

              “ขอหม่อมฉันเดินทางไปลู่ผิงเพื่อค้นวิธีการรักษาในตำราแพทย์ของบิดาเหวยเซียงก่อนเพคะ”ฉู่หลินกล่าว

              “ได้เพื่อความปลอดภัยของเจ้า เราจะส่งต้าหยวนไปคุ้มกันเจ้าด้วย” องค์รัชทายาทตรัส

              “ไม่เป็นไรก็ได้เพคะ”ฉู่หลินเกรงใจ

              “ชีวิตของฝ่าบาทอยู่ในกำมือของเจ้าแล้วเจ้าอย่าลืมสิ” องค์รัชทายาทตรัสเตือน

              “ก็ได้เพคะ” ฉู่หลินใจอ่อนยอมให้ต้าหยวนติดตามนางไปเมืองลู่ผิงด้วยกัน

              “ว่าแต่ฝ่าบาททรงจะทนได้อย่างนั้นหรือ”องค์รัชทายาททรงห่วงพระอาการของฝ่าบาท
              “พิษถูกขับออกไปบ้างแล้วเพคะต่อไปห้ามให้ฝ่าบาทถูกพิษอีก มีเวลาเหลือเพียงเจ็ดวันเท่านั้น หากไม่ได้วิธีแก้พิษฝ่าบาททรงอาจ เอ่อ” ฉู่หลินไม่กล้าพูด

              “เราเข้าใจแล้วเราจะคุ้มกันฝ่าบาทอย่างแน่นหนา ส่วนเจ้าจงรีบไปให้เร็วที่สุดเถิด” องค์รัชทายาททรงห่วงฝ่าบาทมาก

              “เพคะ” ฉู่หลินรีบกลับไปบ้านพักของตน เพื่อเตรียมข้าวของให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

                                                     ******************************

              ต้าหยวนรีบเตรียมรถม้าเพื่อพาหมอหญิงเดินทางไปที่ลู่ผิงเป็นการด่วน

              “จับแน่นๆนะฉู่หลินข้าจะเร่งความเร็วแล้ว” ต้าหยวนกล่าว

              “ตามสบายเลยท่าน ข้าทนได้ขอให้ถึงลู่ผิงให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน” ฉู่หลินกล่าวทั้งๆที่ตนก็กลัว

              ต้าหยวนต้องขี่รถม้าพาหมอหญิงไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุด

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตามาเป็นสาวงาม ที่คุณอ่าน