“ไม่เคยเห็นคนเหรอ สึกหรอ” เสียงใสของเธอดังกังวานอยู่ในใจเขา
“อุ่ย ลูกตาล เอ๊ย พี่ตาลเองเหรอครับ แหมใส่แว่นมาผมจำแทบไม่ได้”
“เวอร์ ไม่ใช่แว่นดำสักหน่อย”
“สายตาไม่ดีเหรอครับ เมื่อก่อนทำไมไม่เห็นใส่”
“จ้องคอมเยอะไปหน่อย” ญาณินท์ตอบเหลือบตามองทางอื่นก่อนกลับมามองเขาเขม็ง
“อุ๊ย นั่งครับนั่ง รุ่นพี่ที่รัก”
“อย่ามาทะลึ่งนะ”
“ผมล้อเล่นน่า” เขากล่าวพลางลุกขึ้นสลับให้เธอนั่ง
“ไอ้แดงเอ๊ย ขอบใจที่เองเสียวันนี้นะลูก”
“ว่าไงนะ”
“อ้อ เปล่าครับ”
“นายมีลูกแล้วเหรอ”
“ไม่ใช่” กรินทร์พูดเสียงสูง “ผมหมายถึงรถบิ๊กไบค์ผมน่ะ” เธอพยักหน้าขณะยกมือดูเวลา
“พี่นั่งสองแถวประจำเหรอ วันหลังให้ผมมารับไหม” ชายหนุ่มรีบเสนอตัว
“อ๋อ รถเสียเหมือนกัน ขอบใจ”
“พี่ตาล คิดบ้างก็ได้นะ”
“คิดแล้ว”
“โธ่ แห้วเลยเรา” เขาบ่นอุบแต่เธอเหลือบมอง
“ผมเพิ่งรู้ว่าบ้านพี่อยู่แถวนี้”
“ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน”
“เอ๊า”
“เพิ่งรู้ว่านายอยู่แถวนี้ เพราะฉันเองก็เพิ่งย้ายมาตอนก่อนเปิดเทอม”
“อ๋อครับ”
“แต่คงอยู่ไม่นานหรอก”
“ทำไมล่ะครับ” เขาถามขณะรถจอดแต่ยังไม่ได้คำตอบก็เห็นเธอทำทีเหมือนกำลังจะลุกขึ้น
“อ้าว จะลุกไปไหนล่ะ” กรินทร์สงสัย
“คนท้องจะขึ้นมาขยับไปสิ” ร่างสูงหันมองท้ายรถก็เห็นหญิงท้องแก่กำลังเดินขึ้น กรินทร์จึงก้าวชิดเข้าด้านในและญาณินท์เองก็ขยับตามเพื่อหลีกทางผู้หญิงคนนั้น นี่เป็ความใจดีเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้แอบปลื้มเธอ เขายิ้มบางก่อนเอ่ย
“ตัวเล็กน่ารักจังนะ” ญาณินท์ได้ยินก็แหงนมองร่างที่ต้องก้มหัวเล็กน้อยใต้หลังคาสองแถวเพราะเขาสูงถึงร้อยแปดสิบหก
“ใครจะเทียบเสาไฟฟ้าอย่างนายได้ล่ะ ลมเย็นไหมข้างบนน่ะ” ว่าแล้วก็หลับตาค้อนหันออกข้างทาง เขายิ้มแห้งก่อนตอบ
“นิดหน่อย แฮะๆ” ชายหนุ่มทำหน้ามุ่ย
ขณะรถเคลื่อนออก กรินทร์แอบมองเธอเป็ระยะ นึกอยากให้ทางไปมหาลัยไกลกว่าเดิมสักหน่อย เพื่อจะได้ยืนมองเธอนานๆ แต่ทันใดนั้นเอง
เอี๊ยด!!
“ว๊าย” ร่างบางถลาไปตามแรงเบรก ใบหน้าด้านข้างกระแทกกับอกผายจนแว่นเป๋
“โอ๊ย” ยังไม่ทันไรแรงเหวี่ยงจากการเหยียบเบรกและผ่อนอย่างกะทันหันก็ดึงร่างเธอกลับจนหงายหลัง มือขวาที่ว่างอยู่ปัดป่ายหาที่เกาะยึดไม่ให้ตัวเองล้ม แต่สิ่งที่คว้าได้คือเสื้อช็อปของเขา กรินทร์เองก็ใไม่แพ้กันรีบช้อนตัวเธอไว้ด้วยแขนซ้าย โอบรั้งเอวบางเข้าหาตัว แต่หญิงสาวยังทำหน้าย่นแว่นตาหลุดจากหูไปข้างหนึ่ง
“เจ็บหรือเปล่า”
ด้วยร่างกายที่แข็งแรงเขาเป็หลักให้เธอทรงตัวขณะที่ถามไถ่ ญาณินท์เจ็บจนไม่มีอารมณ์หวงเนื้อหวงตัวพยักหน้าตอบเงยมองเขาขณะจัดแว่นตัวเองให้เข้าที่ ส่วนกรินทร์เองก็ลืมตัวเพราะเป็ห่วงสังเกตเห็นรอยแดงตรงจมูกก็ยื่นมือไปจับทำให้เธอเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเขาและมันไม่ใช่การเสแสร้งแต่อย่างใด
“แดงหมดเลย ดีนะที่ไม่ถลอก”
“อืม ขอบใจนะ”
“ไม่เป็ไรครับ เกือบล้มแน่ะ ผมใหมด” ญาณินท์แย้มยิ้มบางให้หนุ่มรุ่นน้องแต่ดันเหลือบไปเห็นสายตาคนอื่นที่มองอยู่
“พอได้แล้ว อายคน” ญาณินท์บอกสีหน้าเปลี่ยนทันที
“ไม่มต้องอายหรอกลูก มีแฟนดูแลดีก็ดีแล้ว” กรินทร์ได้ยินก็อมยิ้ม ส่วนเธอรีบปฏิเสธทันควัน
“ไม่ใช่ค่ะคุณป้า เขาเป็รุ่นน้องที่คณะของหนู ไม่ใช่แฟนค่ะ” เธอกล่าวก่อนหันไปมองเขาที่รีบเม้มปาก
“คู่กันแล้วไม่แคล้วกันหรอก” หญิงสูงวัยอีกคนกล่าว
“จริงครับคุณป้า” กรินทร์พูดพลางแอบยกนิ้วโป้งให้
“นี่” ญาณินท์หันไปค้อนใส่แต่กรินทร์ยิ้มกวน คนแก่บนรถยิ้มตามด้วยความเอ็นดู
“ผมล้อเล่นน่า ไปกันเถอะถึงแล้ว” เธอจิ๊ปากใส่เขาก่อนหันไปยิ้มแห้งๆ ให้หญิงชราแล้วรีบเดินลงรถโดยไม่รู้ว่าชายหนุ่มหันไปขอบคุณผู้หญิงคนนั้นก่อนจะรีบลงมาจ่ายค่าโดยสารและวิ่งตามเธอ
“ลูกตาลรอผมด้วย” หญิงสาวหันขวับ เดินถอยหลังมองหน้าเขาก่อนถาม
“นายเรียกฉันว่าอะไรนะ”
“เอ่อ พี่ตาลครับ” ญาณินท์หันกลับหน้านิ่ง
ชายหนุ่มวิ่งไปเคียงข้างเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มในขณะที่เพื่อนของเขาและรุ่นน้องคนอื่นๆ เห็น รวมทั้งกลุ่มที่เคยท้าทายกันให้ไปจีบเธอต่างก็เห็นและเริ่มส่งสัญญาณ
“เพื่อน ดูนั่นสิ”