ในราตรีนั้นกงเสวี่ยหานถูกมอมเมาจนไร้สิ้นสติสัมปชัญญะทั้งไม่อาจควบคุมความกระสันของตนเองได้ทั้งยังทำกับนางอย่างสุดแสนจะดุเดือดร้อนเร่า ความรุนแรงในครานั้นทำให้เขาเหมือนดั่งเดรัจฉานที่อดอยากมาเป็เวลานาน
ในตอนนั้นเขาไม่อาจทัดทานมวลกระสันในร่างกายของตนเองได้เลยจึงจำต้องระบายมันไปกับเรือนร่างที่แสนจะยั่วยวนของฟางจิ้งเหยียนสิ่งนี้จึงทำให้เขารู้สึกผิดต่อจิ้งเหยียนเสมอมา ประกอบกับอากัปกิริยากึ่งขึงกึ่งโกรธที่นางมีต่อเขาแทบทุกครั้งที่พบหน้ากันเสวี่ยหานจึงขบคิดได้ว่า...
หรือนางจะไม่พึงพอใจที่เขาไม่อ่อนโยนและไม่เบามือกับนาง?
ดังนั้นเสวี่ยหานจึงคิดมาตลอดว่าหากมีโอกาสก็อยากจะแก้มือกับนาง แก้ไขความเข้าใจผิดของนาง รวมถึงทำให้นางประทับใจในรสสวาทที่เขามอบให้แต่ไม่ว่าจะหาทางเข้าใกล้นางอย่างไร นางก็ออกท่าออกทางว่าจะผลักไสเขาอยู่ร่ำไปอย่าหวังจะได้อุ่นเตียงกับนางเป็ครั้งที่สองเลย แม้แต่อ้าปากบอกความในใจนางก็แทบจะไม่ให้โอกาสเขาได้พูด
กงเสวี่ยหานคลั่งไคล้ในตัวนางยิ่งนักมันก็จริงที่เมื่อก่อนเสวี่ยหานไม่เคยคิดจะสนใจในตัวนางยิ่งไม่คิดจะแต่งนางมาเป็ภรรยาจะเรียกว่าสตรีผู้นี้อยู่นอกเหนือสายตาของเขามาโดยตลอดก็ว่าได้แต่บัดนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เขาปรารถนานางเขาอยากนาง เขาอยากเป็ของนาง เขาอยากตกอยู่ในสายตาของนางจรดเช้าจรดค่ำยิ่งไม่อาจปล่อยให้นางเป็ของบุรุษจวนอื่นได้ จึงต้องหากลอุบายต่าง ๆมาหลอกกินเต้าหู้นางเฉกเช่นวันนี้
“จิ้งเหยียน…อย่าโทษว่าข้าเอาเปรียบเ้าเลยนะ อย่างไรพวกเราก็คนกันเองเคยหลับนอนด้วยกันแล้วหนหนึ่ง จะมีหนที่สองเ้าคงไม่ขุ่นเคืองข้ากระมัง”
ว่าไว้เพียงเท่านี้ใบหน้าคมคายก็ซุกลงไปสูดดมนวลแก้มของหญิงสาวประหนึ่งสูดดมกลิ่นเกสรดอกพุดซ้อนเขานึกเอ็นดูนางที่ยามนี้สตรีตัวร้ายกลายมาเป็ลูกจิ้งจอกน้อยในอ้อมแขนของเขาเสวี่ยหานนึกโทษตัวเองที่ต้องสะกดจุดและทำให้นางตัวแข็งประหนึ่งท่อนไม้ตายด้านแต่ถ้าไม่ทำอย่างนั้นเขาคงไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองกับนางว่าเขาหาใช่บุรุษป่าเถื่อน เห็นแก่ได้ และกินทิ้งกินขว้าง
เสวี่ยหานอยากทำให้นางได้รู้ว่าเขาไม่ได้มีดีแค่หน้าตากับความสามารถ แต่เื่อย่างว่าเขาก็ไม่เคยเป็รองใครหนำซ้ำยังเฝ้าถนอมนางดุจไข่มุกล้อมหยกก็ไม่ปานเป็เช่นนั้นแล้วนางยังจะกล้าปฏิเสธเขาอีกงั้นหรือ...
ขุนนางหนุ่มเคลื่อนใบหน้าที่แต่เดิมสูดดมช่อแก้มเนียนนวลของอิสตรีอยู่ไปยังใบหูด้วยััเนิบช้าจากนั้นแหย่ปลายลิ้นร้อนออกมาเลียติ่งหูอ่อนของนางเบา ๆดั่งกำลังเล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวน้อยก่อนจะใช้ริมฝีปากขบเม้มอย่างหยอกเย้าแล้วจึงค่อย ๆใช้สันจมูกโด่งโลมไล้ลงมาสูดกลิ่นหอมข้างซอกหู ซอกคอ จรดไหปลาร้าอย่างรู้จังหวะราวกับช่ำชอง
ขณะเดียวกันนั้นฝ่ามือหยาบใหญ่ของเขาก็ลูบโลมเข้าไปใต้ร่มผ้าอย่างไร้ยางอายทั้งยังเฝ้าลูบเกลี่ยเนื้ออ่อนบนบริเวณเรียวขาสวยที่นวลเนียนดุจแพรไหมอย่างหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น
มืออีกข้างหนึ่งประคองต้นคอของนางเอาไว้ตลอดเวลาบ่งบอกว่าทะนุถนอมนางยิ่งนักครั้นลูบไล้จนพึงพอใจชายหนุ่มก็หันมาอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกกระนั้นก็ย้ายริมฝีปากของตนไปประกบจูบริมฝีปากน้อย ๆ ของนางอย่างอ่อนโยน เขาขบเม้มเบาๆ ราวกับ้าทักทาย จากนั้นจึงค่อย ๆ ตวัดลิ้นเข้าไปในโพรงปากน้อย ๆของนางอย่างนุ่มนวล
จังหวะที่วางร่างอรชรลงบนเตียงนอนซึ่งรองด้วยฟูกนวมสีแดงชาดเขาไม่ลืมที่จะคลายจุดอัมพาตให้แก่นางวินาทีนี้แม้จิ้งเหยียนอยากจะร้องขอความช่วยเหลือเพียงใด แต่นางก็ไม่อาจทำอย่างนั้นได้ตามใจชอบเสวี่ยหานเล่นใช้ริมฝีปากของตนปิดริมฝีปากของนางเอาไว้แน่นแม้แต่จังหวะผ่อนลมหายใจนางยังทำได้ลำบากเช่นนั้นเื่อ้าปากเรียกให้บ่าวไพร่เข้ามาลากตัวเขาออกไปยิ่งเป็เื่ไกลตัว
เขาไม่สนว่านางจะดื้อดึงเขาไม่สนว่านางจะขัดขืน ยามนี้เขาสนเพียงอย่างเดียวก็คือจะต้องใช้ร่างใหญ่โถมทับและกักขังนางเอาไว้ใต้ร่างทั้งที่ริมฝีปากยังคงบดจูบอย่างต่อเนื่องส่วนเรียวนิ้วมือใหญ่กำลังนวดเฟ้นอยู่บนหน้าอกอวบอิ่มของนางอย่างบ้าบิ่นไม่นานนักร่างกายที่พยายามดีดดิ้นของหญิงสาวก็กลายเป็อ่อนระทวยด้วยเคลิบเคลิ้มไปกับจังหวะปลุกเร้าที่เขาเสนอให้แก่นาง
“คนงามไม่คิดขัดขืนข้าแล้วหรือ?”
ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกจากริมฝีปากเล็กๆ ของนางแล้วหยุดมองใบหน้างามของนางครู่หนึ่งพร้อมกับใช้ปลายนิ้วมือเกลี่ยไรผมของนางเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดูวินาทีนั้นจิ้งเหยียนไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเขานางได้แต่เบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายครั้นนึกถึงฉากร้อนราคะที่เขากลืนกินร่างกายของนางในราตรีนั้นนางก็รู้สึกเสียววาบลงไปถึงท้องน้อย
ที่นางผลักไสเขาที่นางพยายามถอยห่างจากเขา ไม่ใช่เพราะนางรังเกียจเขาหรือเพราะนางเกลียดชังในตัวเขา เพียงแต่นางไม่้าผูกมัดกับผู้ใดเพียงแต่นางไม่อยากลงเอยกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็ตัวร้าย
ในท้องเื่ของนิยายเื่นั้นกงเสวี่ยหานค่อนข้างเ้าชู้เ้าคารม มากราคะ มากเมีย มากอนุนางไม่อยากเข้าไปเป็หนึ่งในบรรดาเมียน้อยเมียใหญ่ของจวนสกุลกงนางเบื่อที่ต้องแย่งชิงความรักกับผู้หญิงพวกนั้นหากต้องใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการแก่งแย่งชิงดีมิสู้นางเอาเวลาออกไปใช้ชีวิตให้หนำใจเอาให้สมกับที่ทวยเทพให้โอกาสนางได้กลับมามีชีวิตใหม่จะไม่ดีกว่าเหรอ…
แต่ก็อย่างที่เห็น!จิ้งเหยียนไม่ใช่หุ่นดินเผา ยิ่งไม่ใช่ท่อนไม้ ยิ่งไม่ใช่อิฐหินดินทรายแล้วนางจะทนทานต่อการปลุกเร้าของบุรุษเพศได้อย่างไรกลิ่นกายของความเป็ชายมันดึงดูดให้นางใจสั่นระทวยราวกับหลงใหลในมนต์สะกดน้ำเสียงแหบพร่าที่เอาแต่กระซิบอยู่ข้างหูของนางนั้นมันชวนให้นางวูบไหวดั่งสตรีที่ตกอยู่ใต้อาณัติใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายนั้นยิ่งกล่อมเกลาให้นางสมยอมที่จะตกเป็ของเขาอีกครา
ไม่สิ!จะคล้อยตามเขาเช่นนี้ไม่ได้
“คนเลว!คนฉวยโอกาส!”
นางด่าทอเขาแค่ครั้งสองครั้งตามด้วยดุนฝ่ามือยันอกแกร่งหวังกักกันให้เขาหยุดโครมคร่อมนางเสียทีแต่แล้วจะอย่างไร สตรีเช่นนางปากอย่างใจอย่าง ชอบทำตัวเหมือนร้ายกาจและต่อต้านทั้งที่ตนเองก็้าการปรนเปรอจากเขาไม่ใช่น้อย ๆ
“ไม่เห็นว่าเ้าจะร้ายกาจเหมือนอย่างที่ถลึงตาใส่ข้าในคราแรกหรือว่าเ้าเองก็ถวิลหารสรักจากกายข้าไม่ได้น้อยไปกว่าตัวข้าที่ถวิลหากามภิรมย์ในร่างกายของเ้า”
เขาพูดจาเย้าหยอกด้วยน้ำเสียงแสนร้ายพลางใช้ปลายนิ้วมือแตะสันจมูกที่เชิดสูงของนางเล่นอย่างสุขใจรอยยิ้มพราวของเขาช่างรวยเสน่ห์เหลือแสนวูบหนึ่งก็ทำให้นางเผลอไผลไปกับความหล่อเหลานั้นจนอ้าปากเถียงไม่ออก
“นี่ท่าน!!!”
รู้ตัวอีกทีนิ้วมือเรียวยาวของชายหนุ่มก็เกี่ยวกวัดทำสายคาดเอวของนางหลุดลุ่ยกงเสวี่ยหานแหวกอาภรณ์สีฟ้าอ่อนของนางออกจากอกอวบอย่างง่ายดายสองมือของเขาโอบประคองเต้าเต่งตึงไว้เต็มรูปมือจากนั้นก้มหน้าลงไปดูดซดอย่างมูมมาม
ยามที่ปลายลิ้นร้อนตวัดวนอยู่บนปานนมและตุ่มไตปฏิเสธไม่ได้ว่านางรู้สึกชอบใจ และนางก็รู้สึกซ่านสะท้านไปทั้งร่างครั้งนี้เขาอ่อนโยนกับนางเหลือเกิน อ่อนโยนจนน่าใมันขัดแย้งกับบุคลิกของเขาราวกับพลิกฝ่ามือ