วันนี้เย่ชิงหรั่นและฉีหงซิงไปโรงพยาบาลทหารด้วยกันเพื่ออัลตร้าซาวด์ เขาพาเธอไปหาเหยาหลิงจู ภรรยาของจางถิง
“พี่สะใภ้ วันนี้ผมพาภรรยามาอัลตร้าซาวด์เพื่อดูเด็กในท้อง”
เหยาหลิงจูพยักหน้าและโบกมือเรียกพวกเขาสองคนให้เดินตามเธอเข้าไปในห้องตรวจ
“พี่จางถิงบอกฉันไว้แล้ว วันนี้เมื่อเห็นท้องของคุณ ฉันก็เข้าใจว่าทำไมเขาถึงแนะนำให้คุณมาตรวจ”
เย่ชิงหรั่นนอนลงบนเตียงอย่างประหม่า และบีบมือของฉีหงซิงแน่น
เหยาหลิงจูมองดูจอแสดงผล แล้วยิ้ม “มีเด็กสองคนจริงๆ แต่พวกเขาตัวโตเกินเกณฑ์นิดหน่อย” ไม่ค่อยมีเด็กที่โตเกินเกณฑ์มากนัก อาหารขาดแคลนมากจนแม้แต่หญิงตั้งครรภ์ก็ยังขาดสารอาหาร
“คุณควรกินให้น้อยลง ไม่อย่างนั้นมันจะลำบากตอนคลอด”
เย่ชิงหรั่นเม้มปากอย่างลังเลและตอบ “ฉันจะทำค่ะ” การลดน้ำหนักตอนท้องมันทรมานเกินไปจริงๆ ทำไมระบบถึงไม่ให้รางวัลยาลดน้ำหนักบ้างล่ะ?
ฉีหงซิงมองภาพในจอแสดงผลอย่างงุนงง แม้จะมองเห็นไม่ชัด แต่ก็ดูออกว่าลูกสองคนของเขากำลังดิ้นไปมาอย่างร่าเริง ดวงตาของเขาแดงเล็กน้อย และยืนยิ้มอย่างโง่เขลา
เมื่อพวกเขากลับมาถึงบ้านฉีหงซิงก็กอดเย่ชิงหรั่นไว้อย่างเงียบๆ และไม่พูดอะไร
"พี่หงซิง เป็นอะไรคะ" เย่ชิงหรั่นงงเล็กน้อย เธออยากไปเข้าห้องน้ำ ทำไมเขาถึงกอดเธอไว้
"หรั่นหรั่น ผมมีความสุขมากที่ได้เห็นลูกของเรา"
เย่ชิงหรั่นหัวเราะ และลูบใบหน้าของเขา "อีกสามเดือนคุณจะได้เห็นพวกเขาตัวเป็นๆ แล้วค่ะ ฉันไม่รู้ว่าคุณจะมีความสุขอย่างนี้ไหม" การเลี้ยงลูกสักคนเหนื่อยมาก ยิ่งพวกเขามีลูกสองคนยิ่งเหนื่อยมากเข้าไปอีก
"ผมจะมีความสุขมากแน่นอน" ฉีหงซิงยิ้มและจูบแก้มเธออย่างอ่อนโยน
ระบบ : ภารกิจที่ 6 อ่านหนังสือให้ทารกในครรภ์ฟัง วันละ 1 ครั้ง เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ และเพิ่มโอกาสในการจดจำเสียงของพ่อแม่ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ รางวัลคือ องุ่น 1 กิโลกรัม, ไก่ 1 ตัว, นมผง 1 กระป๋อง
เย่ชิงหรั่นเกือบจะหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงจากระบบ มีแต่ของดีๆ ทั้งนั้นโดยเฉพาะนมผงหลังจากหมดกระป๋องที่ได้รับมา เธอต้องซื้อกินเองมาตลอด
อาหารที่ได้จากระบบทำให้เธอประหยัดเงินได้มากจริงๆ เธอมักแสร้งออกไปตลาดและแอบเอาของออกมาจากมิติเสมอ
เธอเดินไปเลือกหนังสือที่จะอ่านให้ลูกฟังคืนนี้ ต้องเป็นหนังสือที่อ่านแล้วทำให้ลูกของเธออารมณ์ดี เธอเลือกไปเลือกมาแต่ได้มาแค่เล่มเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้เธอจะไปเลือกซื้อหนังสือนิทานเด็กมาเก็บไว้ แต่ตอนนี้เธอต้องไปงีบหลับก่อน วันนี้พวกเขาตื่นแต่เช้าเพื่อไปโรงพยาบาล มันเหนื่อยมากสำหรับเธอ
เมื่อเธอตื่นมาอีกครั้งก็เป็นเวลาเกือบเย็นแล้ว เธอเดินเข้าไปในครัวเพื่อทำกับข้าว แต่เห็นฉีหงซิงกำลังยุ่งอยู่ข้างใน
“คุณตื่นแล้ว ไปนั่งรอที่โต๊ะเถอะ อาหารกำลังจะเสร็จ”
เย่ชิงหรั่นยิ้มอย่างพอใจ และหอมแก้มเขาเพื่อให้กำลังใจแล้วเดินออกไป
แต่เย่ชิงหรั่นยิ้มไม่ออกเมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะ มันมีแค่โจ๊กลูกเดือย ไข่คนมะเขือเทศ และไข่ต้ม
ทำไมเขาถึงทำแบบนี้กับเธอ? ระหว่างทางไปโรงพยาบาลเธอบอกเขาว่าอยากกินหมูตุ๋นนุ่มๆ เขายิ้มและรับปากอย่างดิบดีว่าเขาจะทำมันให้เธอ แต่นี่คืออะไร เธอเงยหน้ามองเขาอย่างน่าสงสาร
“หมูตุ๋นของฉันละคะ ฉันไม่ชอบกินอาหารแบบนี้เลย”
ฉีหงซิงก็ลำบากใจเช่นกัน ใจหนึ่งก็สงสารเธอ แต่อีกใจหนึ่งก็ต้องทำเป็นแข็งกระด้างเพื่อสุขภาพของเธอ
“ต่อไปคุณต้องกินอาหารที่มีประโยชน์แบบนี้ในมื้อเย็น เพื่อตัวคุณเองและลูกของเรา ตกลงไหมครับ”
เย่ชิงหรั่นน้ำตาคลอ สูดน้ำมูกและก้มหน้ากินอาหารที่มีอย่างช้าๆ จนหมด มันไม่อร่อยเลยจริงๆ เธอเศร้ามาก
เย่ชิงหรั่นสามารถเข้าใจความห่วงใยของฉีหงซิงที่มีต่อเธอและลูกได้ แต่เธอยังคงรู้สึกหดหู่จนกระทั่งเข้านอน
หลังจากอาบน้ําแล้วฉีหงซิงก็กอดภรรยาของเขาจากด้านหลังตามปกติ และลูบท้องของเธอเบาๆ
เขารู้สึกถึงความเศร้าของเธอ จึงพูดเกลี้ยกล่อม “คุณต้องกินอาหารพวกนั้นแค่มื้อเย็นเท่านั้น อีกสองมื้อตามใจคุณ ตกลงไหมครับ”
เมื่อได้ยินแบบนี้เย่ชิงหรั่นก็สบายใจขึ้นมาก จากนั้นเธอก็คิดถึงภารกิจที่ต้องทำ
“พี่หงซิงมาอ่านหนังสือให้ลูกของเราฟังกันเถอะค่ะ เราผลัดกันอ่านลูกจะได้จำเสียงเราได้ทั้งคู่”
ฉีหงซิงพยักหน้าและลุกขึ้นทันที ปกติแล้วเขามักจะคุยกับลูกทุกวัน แต่ยังไม่เคยอ่านหนังสือให้ฟัง บางทีถ้าเขาอ่านให้ลูกฟังทุกวัน ลูกของเขาอาจโตขึ้นมาเป็นอัจฉริยะก็ได้
"หนังสืออยู่ไหนครับ ผมจะอ่านก่อน"
เย่ชิงหรั่นยื่นหนังสือให้เขา ฉีหงซิงพลิกหนังสือดูและเริ่มอ่านทันที เสียงของเขาแหบต่ำ และเป็นจังหวะ จนเย่ชิงหรั่นอดไม่ได้ที่จะเคลิบเคลิ้ม แน่นอนว่าหลังจากนั้นเธอก็ค่อยๆ ผล็อยหลับไป
เมื่อฉีหงซิงอ่านหนังสือจบ ก็เห็นว่าภรรยาของเขาหลับไปแล้ว เขายิ้มและห่มผ้าให้เธอ เดินไปดับตะเกียง แล้วนอนกอดเธอไว้ในอ้อมแขนและหลับไปอย่างสบายใจ