ระบบความเกลียดชัง

    ตอนที่ 25 ไล่ตาม!

    หลังจากเซี่ยปิงหนีออกไปไม่กี่นาที มีชายหนุ่มสามคนเดินออกมาจากตรอกมืด หัวหน้ากลุ่มเป็นชายวัยกลางคนสวมชุดดำ ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ มีแรงกดดันอันน่าพรั่นพรึงแผ่ออกมาจากร่าง แสดงให้เห็นถึงระดับการฝึกฝนอันลึกล้ำ


    “หัวหน้า รีบมาดูทางนี้ก่อน มัน…มันตายแล้ว” ชายที่มีจมูกงองุ้มคล้ายเหยี่ยวร้าย มองศพของชายวัยกลางคนที่นอนกองอยู่กับพื้น ใบหน้าของเขาดูตกใจ


    อะไรนะ!


    ชายชุดดำมีสีหน้าเปลี่ยนไป “เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง จากความแข็งแกร่งของเขา แม้จะถูกพวกเราลงมือจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่มีทางเป็นไปได้ที่เขาจะตายง่ายๆ แบบนี้”


    “หน้าอกเป็นรูคล้ายถูกเจาะ มีความเป็นไปได้สูงว่า หัวใจของเขาอาจถูกแทงทะลุด้วยมือ” ชายจมูกเหยี่ยวพลิกร่างดูอย่างละเอียด “อาจเป็นฝีมือจากคนภายนอก” 


    พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง 


    “ของชิ้นนั้นยังอยู่บนตัวเขาหรือเปล่า” ชายชุดดำรีบถามทันที


    ชายจมูกเหยี่ยวส่ายหน้า “ของชิ้นนั้นไม่ได้อยู่บนตัวเขา คงมีคนเอาไปแล้ว”


    “ไอ้บัดซบเอ๊ย”


    สีหน้าของชายชุดดำเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “รีบแจ้งไปทางบริษัทหมีดำให้ปิดกั้นพื้นที่ในระยะหนึ่งร้อยกิโลเมตร ทำการตรวจค้นทุกคนที่น่าสงสัยให้หมด ถ้าได้เบาะแสของเป้าหมาย ฉันไม่สนว่าจะจับเป็นหรือจับตาย แค่เอาของสิ่งนั้นกลับมาให้ได้ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไรก็ตาม ไม่เช่นนั้น ฉันจะใช้หัวของพวกแกแทนหัวของมัน!”


    ความโกรธเกรี้ยวโถมทะลักขึ้นมาในใจ จิตสังหารชวนให้ผู้คนหวาดหวั่นแผ่กระจายออกมาจากร่าง แรงกดดันอันหนักหน่วงบดขยี้พื้นปูนที่เท้าเป็นหลุมลึก 


    “พวกเราน้อมรับคำสั่ง!”


    ชายทั้งสองคนส่งเสียงตอบรับทันที


    ..........................


    สถานที่ตั้งบริษัทหมีดำอาศัยอยู่ในแถบพื้นที่เสื่อมโทรมของเมืองจันทราทมิฬ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเลวร้ายเป็นอย่างยิ่ง ในบริเวณนั้นเต็มไปด้วยซากอาคารตึกสูงตระหง่านที่ถูกทิ้งร้างมานานปี ถนนหนทางตามตรอกซอยต่างๆ สลับซับซ้อนราวกับเขาวงกต ตามพื้นมีแต่เศษหินเกลื่อนกลาดและหลุมลึก


    ว่ากันว่าในยุคแห่งความมืด พื้นที่แห่งนี้ถูกกองทัพสัตว์อสูรบุกโจมตีครั้งใหญ่ ผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ต่างพากันอพยพออกไปจนหมด อาคารบ้านเรือนแต่ละแห่งล้วนถูกทำลาย ส่งผลให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นดินแดนรกร้างไร้ผู้คนอยู่อาศัย


    แม้ว่าต่อมาในภายหลัง กองทัพสัตว์ประหลาดจะถูกขับไล่ออกไปจนหมด แต่ไม่มีความเจริญรุ่งเรืองเช่นเมืองอื่น มันจึงกลายเป็นแหล่งรวมขององค์กรใต้ดินและกลุ่มอาชญากร   


    นอกจากนี้แล้ว พื้นที่แห่งนี้มีอาณาบริเวณจากเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าสองร้อยกิโลเมตร เรียกได้ว่ามันเป็นเหมือนเขาวงกตขนาดใหญ่ หากไม่มีแผนที่แล้วละก็ การเดินทางเข้าไปในสถานที่นี้นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย 


    ตอนนี้ หลังจากหลบหนีคนของบริษัทหมีดำได้ครึ่งชั่วโมง เซี่ยปิงวิ่งมาถึงหน้าอาคารร้างแห่งหนึ่งเพื่อหยุดพัก ซึ่งดูจากระยะทางแล้วเขาน่าจะวิ่งมาไกลกว่ายี่สิบกิโลเมตร 


    “บ้าเอ๊ย ดวงฉันโคตรจะดีเลย เจอแต่เรื่องที่พาชีวิตสู่ความชิบหายทั้งนั้น” แม้เซี่ยปิงจะรู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรง แต่อดบ่นไม่ได้ “ฉันเพิ่งฆ่าคนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทหมีดำไป ปัญหาคือ…ฉันจะซื้อโอสถทองคำได้จากที่ไหนละทีนี้ จากบริษัทอื่นงั้นเหรอ”


    เขาเข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่า หลังจากที่ฆ่าชายปริศนาแล้วนำสิ่งของปริศนาชิ้นนั้นมาด้วย เขาก็กลายเป็นศัตรูกับบริษัทหมีดำไปโดยปริยาย 


    แม้ทางบริษัทหมีดำจะไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ถึงอย่างนั้น เขาไม่มีทางเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยง 


    ว่าแต่…ไอ้เวรตะไลนั่นไปเอาของสำคัญอะไรมากันแน่ ถึงได้ลากกลุ่มยอดฝีมือของบริษัทหมีดำออกมาเป็นโขยง 


    ดวงตาเซี่ยปิงเป็นประกาย คิดอยากจะเปิดดูว่าข้างในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ของที่ทำให้บริษัทหมีลงทุนส่งยอดฝีมือออกมาไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง 


    ทว่าทันใดนั้น มีเสียงดังขึ้นในตรอกหน้าอาคาร “เมื่อครู่ ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างในอาคารตรงนั้น ไปดูกันเถอะ”


    เวรอีกแล้ว!


    เซี่ยปิงรู้โดยสัญชาตญาณ จึงรีบเข้าไปซ่อนตัวอยู่ที่มุมกำแพงพลางจับสังเกตทุกการเคลื่อนไหว จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนหลายคนกำลังเดินมาทางเขา 


    เซี่ยปิงหรี่ตาลงครุ่นคิด “เอ่อ…คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง คนพวกนี้มาเพื่อตามหาฉันเหรอ” 


    เขาเห็นชายสามคนที่เดินเข้ามา พวกเขาสวมใส่เสื้อกล้ามสีแดงและเป็นนักสู้ขั้นที่ 4 ทั้งหมด พวกเขามีรอยสักที่หัวไหล่ มีสายตาที่ดุร้าย ใบหน้ามีแผลเป็นเต็มไปหมด ได้เห็นก็รู้ทันทีว่าพวกนี้ต้องเคยฆ่าคนมามากแล้ว


    ในระยะสายตาของเซี่ยปิง มีชายสองสามคนปรากฏตัวขึ้นตรงทางเข้าอาคาร มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับนักสู้ขั้นสี่ พวกเขาสวมเสื้อแขนสั้นสีแดง ใบหน้าดุร้ายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและมีรอยสักบนไหล่ ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตและเจตนาสังหารเข้มข้น ดูแล้วมีแนวโน้มสูงทีเดียวว่า พวกเขาเคยฆ่าคนมาก่อน


    ชายทั้งสามเดินหน้าสำรวจที่ชั้นหนึ่งของอาคาร กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรอบคอบ


    “แปลกจริง ก่อนหน้านี้ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าจากที่นี่ไม่ผิดแน่ แต่ตอนนี้มันหายไปไหนแล้ว” 


    หนึ่งในกลุ่มพูดในสิ่งที่เขาสงสัย สีหน้าแววตาแสดงถึงความสับสน 


    ชายอีกคนในกลุ่มกล่าวว่า “อาจเป็นเสียงของแมวก็ได้ นายคงหูเพี้ยนไปเอง อย่าลืมว่าที่นี้คือพื้นที่รกร้าง ไม่มีใครบ้าทนอยู่ที่นี่ได้ เอาล่ะเราลองไปตรวจสอบที่อื่นกันต่อ”


    “หุบปากไปซะ!”


    ชายคนที่สามพูดเสียงห้วน “นายก็รู้ว่าคำสั่งจากหัวหน้าคืออะไร ระบุให้สมาชิกของบริษัทหมีดำตรวจาสอบทุกคนที่เข้ามาในเมืองจันทราทมิฬทั้งหมด รวมถึงเขตของเราเอง และจงจำไว้ว่า ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ ถ้าเราพบเป้าหมาย ให้ทำการสังหารมันผู้นั้นได้ทันที ห้ามไม่ให้มีการละเว้นใดๆ ทั้งสิ้น”


    “หัวหน้าได้ออกคำสั่งไปแล้ว สมาชิกทุกคนได้ระดมกำลังเข้าล้อมพื้นที่นี้ไว้จนหมด กระทั่งน้ำหยดเดียวยังไม่สามารถทะลุผ่าน หากเราละเลยหน้าที่ หัวหน้าคงไม่ปล่อยเราไว้จนกว่าเราจะตาย”  หนึ่งในกลุ่มนั้นพูดออกมาด้วยความหวาดกลัว 


    “ไอ้คนที่กล้าขโมยของจากบริษัทหมีดำของเรา มันคงกำลังถามหาความตายอยู่” ชายอีกคนพูดกลั้วเสียงหัวเราะ “เชื่อฉันสิ ไม่นานหรอกน่า เมื่อไอ้บ้านั่นถูกพบโดยกลุ่มของเรา ร่างของมันจะถูกแยกออกเป็นชิ้นๆ เพื่อประกาศให้รู้ว่า ไม่มีใครสามารถสร้างปัญหาในเขตของบริษัทหมีดำของเราได้” 


    “หยุดพูดก่อน เหมือนฉันเจออะไรบางอย่าง”


    ชายคนที่สามใช้สายตากวาดมองไปที่รอยเท้าบนพื้น “ดูพื้นนี่สิ ที่นี้ไม่มีใครเข้ามาหลายปี ฝุ่นจึงเกาะคลุมอยู่ทุกที่ แต่มันกลับมีรอยเท้าอยู่ แสดงว่าต้องมีคนเพิ่งเข้ามาก่อนหน้าเรา”


    แย่ล่ะสิ!


    สีหน้าของเซี่ยปิงเปลี่ยนไป เขามัวแต่หากที่ซ่อนจนลืมลบร่องรอยไปเสียสนิท เขาเห็นชายทั้งสามคนเดินตามรอยเท้ามาอย่างช้าๆ ดวงตาของคนทั้งสามประกาศเจตนาฆ่าเด่นชัด 


    ในเมื่อไม่มีทางอื่นให้เลือก เซี่ยปิงจึงคิดจบปัญหาด้วยการฆ่าพวกเขาก่อนดีกว่าถูกพวกเขาฆ่า!


    ปัง!


    เซี่ยปิงศัยจังหวะที่ชายสามคนเดินเข้าใกล้มุมระยะสองสามเมตร กระโจนออกมาจากมุมดั่งพยัคฆ์โผทะยาน ร่างกายของเขาอัดแน่นไปด้วยพลังปราณ ก่อนปล่อยหมัดนั้นออกไปสุดแขน


    หมัดพยัคฆ์ดารา!


    หมัดนี้มีความรวดเร็วอย่างไร้ที่เปรียบ ทั้งทรงพลัง ทั้งไร้ความปราณี มันทะลวงผ่านอากาศจนขาดสะบั้น เกิดเป็นเสียงลมหวีดดังพุ่งตามหมัดไป 


    ชายทั้งสามคน ไม่คิดว่าศัตรูของพวกเขาจะเร็วขนาดนี้ ด้วยระยะห่างเพียงสามเมตร พวกเขาไม่มีทางหยุดหมัดนี้ได้ทันแน่


    ปัง! ปัง! ปัง!


    ชั่ววินาทีนั้น ในอากาศมีเสียงดังขึ้นสามครั้งติด และหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณอัดเข้าที่อกซ้ายของชายทั้งสามเต็มแรง ทำให้บริเวณช่วงอกสองในสามคนนั้นถูกเจาะทะลวง เกิดเสียงกระดูกหักลั่นราวกับกิ่งไม้ หัวใจแหลกละเอียด


    “ไอ้เวรเอ๊ย!” 


    ชายอีกคนที่เหลือรอด รีบชักมีดออกมาแทงเซี่ยผิง “ตายซะ!”


    เซี่ยปิงนะหรือจะให้โอกาสเขาได้ทำเช่นนั้น ร่างของเขาปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าชายคนสุดท้าย พลางยื่นมืออกไปคว้าคอเขาไว้แน่นิ่ง ก่อนจะมีเสียงบิดสั้นๆ คล้ายเสียงกระดูกลั่นกึก!


    คล้ายกับเรื่องระบบความเกลียดชัง ที่คุณอ่าน