“แก แอบชอบใครบางคนนี้ ก็เหนื่อยใจมากเหมือนกันนะ”
“หือ!!...... แก พูดมาอย่างนี้ แกแอบชอบใครอยู่ชัวร์แน่ๆ เลย บอกมาเลยนะ แกกำลังแอบชอบใคร??”
วริศญา เธอเป็เพื่อนสนิทของวรารัตน์ ในวันนี้วรารัตน์มีธุระต้องไปทำ เธอจึงขอหยุดงานหนึ่งวัน และพอเสร็จจากธุระที่ว่า คิดได้ว่าวริศญาทำงานอยู่แถวๆ นี้ วรารัตน์จึงโทรหาวริศญา เพื่อนัดรับประทานอาหารกลางวันแถวบริษัทที่วริศญาทำงานนั่นแหละ เพื่อนจะเข้างานทันตามเวลา
พอสองสาวเจอหน้ากัน ก็พากันหาร้านอาหาร จนได้ร้านไก่ย่างส้มตำที่เป็เ้าเด็ดของแถวนั้น สองสาวสั่งอาหารกันเสร็จ ก็นั่งรออาหารที่สั่ง ระหว่างรอวรารัตน์ก็พูดเหมือนเป็การระบายให้เพื่อนฟัง อย่างไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไปดี วริศญาได้ยินเพื่อนพูดมาอย่างนั้นก็หูผึ่ง ตาโต ถามกลับไปทันควัน
“เฮื่อออ!!!!..... ฉันดันไปแอบชอบเ้านายจอมเ็าของฉันเข้านะสิ ฉันพยายามตัดใจไม่ให้แอบชอบแล้วนะ แต่ทำไม่ได้อ่ะ ยิ่งได้เห็นหน้า ได้ใกล้ชิดกับเขาแทบทุกวัน ฉันก็ยิ่งชอบเขามากขึ้นทุกวัน จนไม่รู้จะทำยังไงแล้วตอนนี้ มันอึดอัดอ่ะ"
วรารัตน์มองหน้าเพื่อนสนิท ถอนหายใจออกมาก่อน แล้วระบายความรู้สึกที่ฝั่งลึกอยู่ภายในใจออกมา ให้เพื่อนได้ฟัง เพื่อนคนนี้วรารัตน์สนิท และเชื่อใจกันมากพอสมควร ถึงขั้นที่ว่าสามารถเล่าทุกเื่ให้ฟังได้
“เ้านายที่แกไปทำงานเลี้ยงลูกให้เขาน่ะนะ…… โอ๊ย!! แก เขานะ เป็พ่อม่ายพ่อลูกอ่อนนะแก ผู้ชายคนอื่นๆ ที่มาชอบแกก็เยอะแยะ แกก็ไม่ชอบเนอะ ชอบดันมาชอบคนนี้”
“ก็ทำไงได้ คนมันชอบไปแล้วนี่นา ความรักความชอบมันห้ามกันได้ที่ไหนกันล่ะ”
วรารัตน์ส่งค้อนวงใหญ่ไปให้เพื่อน ก็คนมันชอบนี่นะ ใครจะไปห้ามหัวใจไม่ให้รักไม่ให้ชอบได้ล่ะ เผลอๆ ตอนนี้และ ณ เวลานี้ เธออาจถึงขึ้นรักเขาไปแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้
คนทั้งสองหยุดพูดชั่วคราว เมื่อเห็นพนักงานของร้านอาหาร นำอาหารที่สั่งมาวางลงตรงหน้า อาหารที่สองสาวสั่งก็มีทั้งส้มตำรสแซ่บ ต้มแซ่บกระดูกอ่อน หมูแดดเดียว ลาบหมูทอด ซึ่งเป็เมนูที่วรารัตน์อยากจะทานทั้งนั้น เนื่องจากไม่ได้ทานนานแล้ว
“แกชอบเขาอย่างนี้แล้วก็บอกเขาไปเลยสิ หรือทำให้เขารู้ไปเล๊ยยย... ว่าแกน่ะชอบเขา จะได้รู้ไงว่าเขาจะชอบแกหรือเปล่า อย่ามามัวเสียเวลาอะไรให้มันมากเลย เราๆ ก็ไม่ใช่วัยหนุ่มๆ สาวๆ อายุยี่สิบต้นๆ แล้ว เข้าเลขสามกันแล้ว”
ระหว่างที่วริศญาพูดบอกกล่าววิราศนิรา มือที่จับช้อนก็ได้ยื่นไปตักส้มตำมาใส่จานของตนเอง ใช้ช้อนและส้อมเกลี่ยส้มตำในจานตัวเองให้ได้พอคำใส่ช้อน ยกขึ้นเข้าปาก และตามด้วยข้าวเหนียว เคี้ยวๆ อย่างเอร็ดอร่อย
“หากเกิดฉันทำอย่างที่แกว่า แล้วเขาไม่คลิกกันกับฉันล่ะ ฉันจะไม่อาย จนต้องหอบผ้าหอบผ่อนหนีออกจากบ้านเขาไม่ทันเหรอแก!!??......”
วรารัตน์ถามกลับเพื่อนอย่างสองจิตสองใจ และให้หวาดหวั่น กลัวว่าหากเธอทำอย่างที่เพื่อนว่ามาแล้วนั้น เกิดเ้านายจอมเ็าของเธอ ไม่ได้ชอบเธอเลย แล้วเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน และงานที่ทำอยู่อีกล่ะ จะทำต่อได้หรือเปล่า
“แก!! ยุคสมัยนี้เป็ยุคที่ผู้ชายผู้หญิงมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ความรักนั้นก็เช่นกัน สามารถแสดงออกได้เหมือนกัน หากผู้หญิงอย่างเราๆ ไม่แสวงหา และไม่ไขว่คว้ามันเอาไว้ แล้วมันจะไปเจอความรักได้ยังไงกันล่ะแก”
วริศญาพูดให้วรารัตน์ได้คิดตาม โดยที่มือก็ยังคงยื่นไปตักลาบหมูทอดมาใส่จาน และใช้ช้อนตัดเป็ชิ้นแต่พอคำ เอาเข้าปาก ส่วนวรารัตน์ก็ขมวดคิ้วโก้งโค้งคู่สวยเข้าหากัน ภายในใจก็ยังกล้าๆ กลัวๆ ไม่รู้ว่าตัวเองจะใจกล้าหน้าด้านได้ขนาดนั้นหรือเปล่า เพราะปกติจะมีแต่ผู้ชายที่วิ่งเข้ามาจีบ มาแสดงท่าทีให้เห็นว่าชอบพอตัวเธอ
“มันจะดีหรือแก!!?? ที่ฉันจะทำให้เขารู้ว่าฉันชอบเขาน่ะ”
“ดีสิ ทำไมจะไม่ดีล่ะ หากเธอไม่แสดงออกให้เขารู้เขาเห็น ฉันว่าชาตินี้ทั้งชาติ เธอก็คงจะแอบรักเขาไปอยู่อย่างนี้นั่นแหละ”
คำพูดของวริศญา ทำให้วรารัตน์ครุ่นคิดเป็อย่างหนัก ว่าตัวเองควรจะทำตามคำเสนอแนะของเพื่อนหรือเปล่า หรือจะทำเพียงแค่แอบมอง และแอบชอบแอบรัก ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเ้านายจอมเ็าของเธออยู่อย่างนี้ไปเงียบๆ เพียงลำพัง
๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕