ความโกรธแค้นของชูร่า

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 41 ความผกผัน (1)

            “อ๊ากกก—”

            “อ๊าก——”

            “อ๊ากกกกกก!!!”

            เสียงแผดร้องด้วยความเจ็บปวดไม่แผ่วลงแม้แต่น้อยในความเป็นจริง ความเจ็บปวดกลับเพิ่มมากขึ้นในแต่ละครั้งที่เขาส่งเสียงร้องการแผดเสียงร้องทุกครั้งของหลิงเฉินจะสั่นสะเทือนพื้นที่มืดมิดแห่งนี้อย่างรุนแรงความหวาดกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสตรีชุดสีดำแม้กระทั่งดวงตาของเธอก็เผยร่องรอยของความหวาดผวา

            ‘จันทร์ต้องสาป’กำลังสั่นกลัว!

            พลังของมันไม่สามารถสยบและล่วงล้ำเข้าไปในจิตวิญญาณของเขาได้จิตวิญญาณของมนุษย์ผู้นี้ไม่เพียงดิ้นรนและต่อต้าน แต่กำลังตอบโต้มันด้วย และยังพยายามที่จะทำลายการควบคุมของมัน!!

            เป็นไปไม่ได้ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร!? นี่มันเป็นเรื่องเหลวไหล!!!

            ในโลกแห่งนี้จะมีคนที่สามารถต่อต้านพลังของ ‘จันทร์ต้องสาป’ ได้อย่างไร!!นี่เป็นไอเทมที่แม้กระทั่งเทพปีศาจยังหวาดกลัวเชียวนะ

            “อ๊ากกกก———”

            อีกครั้งที่พื้นที่มืดมิดแห่งนี้สั่นสะเทือนมันโอนเอนไปมาด้วยแรงสั่นไหวที่รุนแรงมากกว่าครั้งก่อนทันใดนั้นลำแสงเส้นหนึ่งก็ส่องเข้ามาภายในพื้นที่มืดมิดแห่งนี้ราวกับว่ามีรอยแตกเล็กๆ ข้างในความมืดนี้

            ‘จันทร์ต้องสาป’ กำลังพ่ายแพ้!

            สตรีในชุดสีดำไม่อาจเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นเด็กหนุ่มดูอ่อนแอ แต่กลับมีความแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อหากไม่ใช่ความจริงที่ว่าเขาเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่มาถึงพื้นที่แห่งนี้ในรอบหลายปี‘จันทร์ต้องสาป’ ก็คงกลืนกินจิตวิญญาณของเขาอย่างเหยียดหยันและเปลี่ยนให้เขากลายเป็นหุ่นเชิดของมัน ทว่ามนุษย์อ่อนแอผู้นี้กลับมีชีวิตรอดจากพลังอำนาจของมันและกำลังดิ้นรนอยู่ภายใต้ความเจ็บปวดแสนสาหัสตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยยอมแพ้ ไม่เคยหมดสติและไม่เคยส่งสัญญาณว่าจะถอยหนีแม้แต่น้อยมันมีแค่เพียงการต่อต้านของเขาที่รุนแรงมากขึ้นเท่านั้น...

            สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่ ‘จันทร์ต้องสาป’ ต้องการครอบงำ ไม่ว่ามันจะเป็นเทพเจ้าหรือปีศาจร้ายพวกมันก็ไม่สามารถต่อต้านได้!

            มนุษย์ผู้นี้ทำได้อย่างไร...

            แม้พลังของ ‘จันทร์ต้องสาป’จะอ่อนแอลงจากการหายไปของลูกแก้วเซียนทั้งสามและลูกแก้วเทพเจ้าทั้งสิบสองแต่พลังของมันยังอยู่ในระดับที่มนุษย์ไม่อาจรับมือได้!! ผลลัพธ์จากการที่‘จันทร์ต้องสาป’ ไม่สามารถครอบงำมนุษย์ผู้นี้ได้มีอย่างหนึ่งที่เธอรู้ถ้ามันไม่สามารถครอบงำเป้าหมายของมันได้ พลังของมันก็จะถูกทำลายลง จากนั้น...

            มันจะถูกยึดครองโดยมนุษย์ผู้นี้!

            เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ความหวาดกลัวก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสตรีชุดสีดำตอนนี้เธอเริ่มประเมินมนุษย์ผู้นี้ใหม่อีกครั้งใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวจากความเจ็บปวดจนดูไม่เหมือนคนหนุ่มสาวอีกต่อไปเขามีอายุยี่สิบปี มีดวงตาที่เย็นเยียบและใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกแต่เขากลับไม่มีรูปร่างส่วนใดที่เธอเห็นว่าน่าจดจำความแข็งแกร่งของเขาไม่อาจเป็นส่วนหนึ่งของระดับที่อ่อนแอที่สุดรวมถึงอุปกรณ์สวมใส่ของเขาที่เป็นแค่ของไร้ค่ามนุษย์ผู้นี้ดูธรรมดาอย่างยิ่งและอาจพูดได้ว่าเขาเป็นมนุษย์ผู้ต่ำต้อยด้อยค่า...

            ทำไมเขาถึงมีจิตวิญญาณอันน่าหวาดกลัวซึ่งสามารถดิ้นรนต่อสู้กับ‘จันทร์ต้องสาป’ ได้!

            มนุษย์ผู้นี้เป็นตัวอะไรกัน! เขาเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจริงๆใช่ไหม? หรือรูปร่างของเขาเป็นแค่เพียงภาพลวงตาเท่านั้น!

            “อ๊ากกกกกกกก!!!”

            ตูม!!!

            พื้นที่มืดมิดแห่งนี้สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอีกครั้งรวมทั้งมีแสงสว่างลอดเข้ามาข้างในมากกว่าเดิม สตรีในชุดสีดำมองไปที่ ‘จันทร์ต้องสาป’ ออร่าสีดำที่มันเปล่งออกมาลดลงไปทีละนิดๆ...

            ‘จันทร์ต้องสาป’ กำลังจะพ่ายแพ้มันกำลังสั่นกลัวและเริ่มล่าถอย มันพ่ายแพ้จริงๆ!

            เรื่องแบบนี้จะปล่อยให้เกิดขึ้นได้ยังไง!

            กลิ่นหอมอันน่าเบิกบานใจค่อยๆลอยมาแตะปลายจมูกของหลิงเฉิน สตรีชุดดำยืนอยู่เบื้องหน้าของเขาเธออยู่ห่างจากเขาเพียงแค่ห้าก้าวเท่านั้น เมื่อเธอเผยอริมฝีปากสีแดงขึ้นเสียงหวานที่สามารถทำให้คนทั้งโลกหลงเสน่ห์ก็ออกมาจากปากของเธอ  “น้องชาย เจ้าต้องการต่อต้านจริงๆ งั้นหรือ?ทำไมเจ้าไม่เชื่อฟังสิ่งที่พี่สาวคนนี้พูดแล้วนอนหลับไปซะเมื่อเจ้าหลับความเจ็บปวดทั้งหมดก็จะหายไป”

            “อ๊าก———!”

            “น้องชายมองตรงนี้สิมองเข้ามาในดวงตาของพี่สาวนี่...”

            น้ำเสียงของเธอฟังดูเหมือนปีศาจที่ชอบยั่วยวนในขณะที่จิตวิญญาณของหลิงเฉินกำลังอดทนอยู่กับความเจ็บปวดรุนแรงนี้เขาก็เงยหัวขึ้นอย่างไม่รู้สึกตัวและเหลือบมองไปที่สตรีในชุดสีดำเมื่อเธอเข้ามาใกล้เขามากขึ้น เขาก็สามารถเห็นใบหน้าของเธอได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในการเหลือบมองครั้งนั้น เขาก็แข็งทื่อไปอย่างสิ้นเชิงด้วยความหวาดกลัวใบหน้าของเธองดงามไร้ที่ติและมันเอาชนะสาวน้อยสุ่ยรั่วที่ยังเป็นต้นกล้าอ่อนได้อย่างหมดจดดูจากใบหน้าของเธอแล้ว เขาสามารถบอกได้ว่ามีเสน่ห์อย่างรุนแรงที่ถูกสลักลึกลงไปถึงในกระดูกของเธอสิ่งเย้ายวนนี้ไม่ใช่ของปลอมและมันไม่อาจปกปิดไว้ได้นี่คือสิ่งยั่วยวนที่สามารถดึงจิตวิญญาณของคนผู้หนึ่งออกมาได้ มันจะปลุกความใคร่ของคนผู้นั้นไปสู่จุดสูงสุดแม้หญิงสาวที่งดงามจะหาได้ทุกหนแห่งแต่การมีเสน่ห์ที่ไม่อาจต้านทานได้เช่นนี้นับเป็นสิ่งที่หลิงเฉินไม่เคยพบเห็นหรือได้ยินมาก่อน

            นี่คือความงดงามที่สามารถนำหายนะมาสู่ประเทศได้!

            ในตอนที่เธอเรียกความสนใจของหลิงเฉินได้เธอก็เผยรอยยิ้มเล็กๆ ที่น่าดึงดูดใจและดวงตาที่แวววับออกมาพร้อมกับกัดริมฝีปากสีแดงของตัวเองเบาๆ โดยอาศัยดวงตาที่ยั่วยวนคู่นั้นเธอเผยให้เห็นแววตาที่ทรงเสน่ห์อย่างยิ่ง เธอค่อยๆ สาวเท้าไปข้างหน้าระยะทางระหว่างตัวเธอกับหลิงเฉินใกล้กันมากขึ้น ในขณะที่เธอเดินนั้นชุดสีดำที่รัดส่วนโค้งเว้าบนร่างกายอันแสนยั่วยวนของเธอก็ทำให้รูปร่างที่มีเสน่ห์ของเธอน่าหลงใหลยิ่งขึ้นกว่าเดิม

            สตรีในชุดสีดำเดินไปจนกระทั่งเธออยู่ห่างจากหลิงเฉินเพียงแค่ครึ่งก้าวที่ระยะใกล้เช่นนี้ ส่วนโค้งเว้าอันน่าดึงดูดใจของเธอเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เขาเหลือบเห็นหน้าอกอวบอิ่มที่ยั่วยวนใจของเธอซึ่งทำให้เขาจดจ้องไปที่เธอโดยไม่รู้ตัวในชั่วพริบตาเดียว ความเจ็บปวดจาก ‘จันทร์ต้องสาป’ ก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสตรีชุดสีดำดวงตาของเธอดูเหมือนกับปกคลุมอยู่ในหมอกบางๆ ซึ่งดูมีเสน่ห์ขณะจ้องมองอย่างหยาดเยิ้มไปที่เขา “น้องชาย พูดสิเจ้าคิดว่าพี่สาวคนนี้สวยไหม?”

            นี่คือซุ่มเสียงของปีศาจ ปีศาจที่คล้ายกับสตรีในบรรดาผู้หญิงทั้งหมดที่หลิงเฉินเคยพบเจอส่วนโค้งเว้าชวนให้หลงใหลบนเรือนร่างของเธอไม่มีหญิงใดสามารถเทียบเทียมหน้าอกอวบอั๋นชูชันขึ้นมาเหนือชุดสีดำจนเกือบทะลักออกมาจากตะเข็บของเสื้อคลุมซึ่งใครก็จินตนาการได้ถึงสิ่งที่อยู่ข้างใต้นั่นสะโพกอันกลมกลึง นุ่มนิ่ม และเด้งดึ๋งภายใต้กระโปรงสีดำของเธอช่วยดึงดูดความสนใจมากยิ่งขึ้นและตรงกลางลำตัวของเธอมีริบบิ้นเส้นบางๆ ผูกอยู่ซึ่งเผยให้เห็นเอวอันสะโอดสะองเรือนร่างของเธอที่อยู่ภายใต้ชุดคลุมสีดำนั้นเผยให้เห็นเสน่ห์ที่แม้แต่เทพเจ้าหรืออสูรปีศาจยังมิอาจต้านทาน

            หญิงงามชั่วร้าย!

            ภายใต้ความเจ็บปวดเหลือคณานับเช่นนั้นเขาไม่น่าจะสามารถเบี่ยงเบนความสนใจหรือความพยายามไปหาสิ่งอื่นอย่างไรก็ดีสายตาของเขาไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของตัวเองอีกต่อไป พวกมันหยุดอยู่ที่สตรีในชุดสีดำอย่างสมบูรณ์และไม่อาจละสายตาไปจากเรือนร่างของเธอได้ ความตั้งใจ จิตวิญญาณและความเชื่อมั่นของเขาพวกมันทั้งหมดเริ่มหายไปอย่างช้าๆ และอีกด้านหนึ่งความเจ็บปวดจากพลังของ ‘จันทร์ต้องสาป’ ก็ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

            “อ๊ากกกกก————!”

            ความรู้สึกเจ็บปวดไม่เคยหยุดยั้งเขาต้องทนรับความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบจะหมดสติทว่าตอนนี้เขายังต้องเผชิญกับการทดสอบยั่วยวนใจอีกที่สุดของความเจ็บปวดและการเย้ายวนใจทำให้จิตวิญญาณของเขาตึงเครียดจนมันจะแหลกเป็นผุยผงเขาแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับใช้ความพยายามอย่างที่สุดพยายามปิดตาของเขาลง

            “ไม่มีใครที่จะทำลายจิตวิญญาณของเราได้!”

            ตูม!!!

            ออร่าสีดำที่เปล่งออกมาจาก ‘จันทร์ต้องสาป’ ลดน้อยลงไปเรื่อยๆและมีแสงสว่างหลุดลอดเข้ามายังพื้นที่อันมืดมิดแห่งนี้มากขึ้นอีกทั้งในคราวนี้มันยังนำเอาเสียงของบางสิ่งที่แตกหักมาด้วย

            อีกครั้งหนึ่งที่ความหวาดกลัววูบผ่านดวงตาของสตรีชุดดำจิตวิญญาณของชายหนุ่มผู้นี้แข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอประเมินไว้ความกระสับกระส่ายแวบผ่านดวงตาของเธอ เธอเริ่มกัดริมฝีปากของตัวเองเบาๆ

            หลังจากเสียงของผ้าฉีกขาดชุดสีดำที่เธอสวมอยู่ก็ค่อยๆ เลื่อนหลุดจากส่วนโค้งเว้าของร่างกายลงสู่ปลายเท้าสิ่งที่เหลืออยู่บนเรือนร่างของเธอมีเพียงผ้าคลุมกายไหมแพรสีดำกึ่งโปร่งแสงบางๆผืนหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามผ้าคลุมกายผืนนี้แนบชิดกับเรือนร่างที่งดงามของเธออย่างมากจึงเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าอันมีเสน่ห์ของเธออย่างชัดเจนและยังเผยให้เห็นยอดปทุมถันสีแดงเรื่อบนหน้าอกขาวนวลของเธอ การยั่วยวนใจสั้นๆ นี้ภาพที่เห็นก็มากพอที่จะทำให้บุรุษทุกคนบนโลกใบนี้หลงเสน่ห์อย่างบ้าคลั่งในทันทีทันใด

            ดวงตาของหลิงเฉินเบิกกว้างเขาไม่สามารถปกป้องจิตวิญญาณของเขาจากการโจมตีเช่นนี้ได้ เขาแผดเสียงร้องออกมาด้วยความทุกข์ทรมานมากกว่าเดิม

            “คิกๆๆๆ” สตรีรูปร่างงดงามไร้ที่ติซึ่งตอนนี้เปลือยกายอยู่ครึ่งท่อนหัวเราะคิกคักเสียงหัวเราะอันเร่าร้อนของเธอคือฝันร้ายที่อันตรายที่สุดมันกำลังรุกล้ำเข้าไปในจิตวิญญาณของหลิงเฉินที่กำลังตกอยู่ภายใต้ความเจ็บปวดมหาศาลเธอใช้มือทั้งสองข้างจับหน้าอกอันอวบอิ่มของเธอ และค่อยๆก้มลงไปหาหลิงเฉินอย่างช้าๆ จนกระทั่งหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าของเขาหน้าอกใหญ่ของเธออยู่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงแค่หนึ่งนิ้วเท่านั้นและชั่วขณะที่รอยยิ้มอันแสนงดงามปรากฏขึ้น ทันใดนั้นมือทั้งสองข้างของเธอก็เริ่มกระชากออกจากกันเบาๆ

            แควก...

            เสียงผ้าฉีกขาดดังขึ้นมาอีกครั้งตามการเคลื่อนไหวของมือเธอผ้าคลุมกายบางๆ ฉีกขาดหมดสิ้น หน้าอกใหญ่ทั้งสองข้างเด้งออกมาหน้าอกอวบอันขาวนวลเผยออกมาเบื้องหน้าของหลิงเฉินเต็มตาหน้าอกของเธอไม่เพียงแต่มีขนาดที่ยอดเยี่ยม พวกมันยังมีรูปร่างกลมกลึงไร้ที่ติหน้าอกของเธอมีสีขาวราวกับหิมะแทบจะเหมือนกับพระจันทร์อันงดงามสองดวงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนรูปร่างอันไร้ที่ติเช่นนี้ไม่มีสิ่งใดมาทัดเทียมได้เรือนร่างที่เผยออกมาของเธอนั้นขาวเนียนดุจใยไหมจนก่อให้เกิดตัณหาอย่างรุนแรงทั้งยังงดงามราวกับหยกอันเปราะบางที่ดูคล้ายจะแตกหักเมื่อสัมผัส

            ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณของหลิงเฉินโดนสูบออกไปขณะที่เขาเกือบจะถูกบดขยี้โดย‘จันทร์ต้องสาป’ สิ่งเย้ายวนใจเบื้องหน้าของเขานั้นงดงามยิ่งมันเป็นความงดงามที่ไม่มีบุรุษคนไหนต้านทานได้ แต่สำหรับเขา มันเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าปีศาจร้ายที่น่าสยดสยองที่สุดในโลกมันมีเสน่ห์จนทำให้จิตวิญญาณของเขาแหลกสลายเขารู้สึกราวกับว่าจิตวิญญาณของเขาถูกค้อนสองด้ามทุบตีอย่างไร้ความปราณีด้วยแรงกดดันมหาศาลติดๆกัน...

            “หนุ่มน้อยเจ้าคิดว่าร่างกายของพี่สาวงดงามไหม? เจ้าอยากลองสัมผัสร่างกายของพี่สาวคนนี้ไหม?”

    คล้ายกับเรื่องความโกรธแค้นของชูร่า ที่คุณอ่าน