ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 281 : ทวีปต้องห้าม

จารึกที่ 281 : ทวีปต้องห้าม กฎเกณฑ์แห่งความตาย และคนเถื่อนอักขระมาร


ความมืดมิดและแสงสว่างในเอกภพ ล้วนมีกฎเกณฑ์ของตัวมันเอง ทว่าเมื่อมหานาวาปราณพุ่งทะยานฝ่าด่านผู้พิทักษ์เขตแดนทวีป และฉีกกระชากม่านกำแพงอาคมสีเลือด ทะลวงเข้าสู่น่านฟ้าของ 'ทวีปหุบเขาต้องห้าม' กฎเกณฑ์ทั้งหมดที่ผู้ฝึกตนแห่งโลกภายนอกเคยเรียนรู้และยึดถือ... พลันแหลกสลายลงประหนึ่งเศษกระจกที่ถูกบดขยี้ด้วยค้อนหิน!


มิติอากาศเบื้องหลังรอยโหว่ของกำแพงเลือด ปิดตัวลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทิ้งกลุ่มมิตรสหายแห่งสำนักหมื่นอักขระไว้ในดินแดนที่แปลกแยกและน่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่วิญญาณของสิ่งมีชีวิตจะจินตนาการได้


แสงสว่างที่สาดส่องลงมากระทบตัวถังของมหานาวาปราณ มิใช่แสงจากดวงตะวันอันอบอุ่น หรือแสงดาราที่เยือกเย็น ทว่ามันคือแสงสีแดงคล้ำที่สาดส่องลงมาจาก 'ดวงตาโลหิตขนาดยักษ์' ซึ่งลอยตระหง่านอยู่กึ่งกลางน่านฟ้า! ดวงตาประหลาดนั้นก่อตัวขึ้นจากกลุ่มเมฆสีเลือดที่ม้วนตัวบิดเบี้ยว รูม่านตาของมันเป็นสีดำสนิทประหนึ่งหลุมดำที่กำลังจดจ้องมองลงมายังทุกสรรพสิ่งบนผืนแผ่นดินเบื้องล่างด้วยเจตจำนงที่ไร้ความปรานี


บรรยากาศรอบด้านไร้ซึ่งปราณฟ้าดินที่บริสุทธิ์ สิ่งที่ล่องลอยอยู่ในอากาศธาตุคือ 'ปราณมรณะ' ที่มีฤทธิ์กัดกร่อนและกดทับกฎเกณฑ์ธรรมชาติอย่างรุนแรง กลิ่นอายของมันเหมือนกับซากศพที่ถูกหมักหมมมานับ 10000 ปี ผสมผสานกับสนิมเหล็กและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน


"กี๊ซซซซซซ... ก๊าซซซซซซ!!!"


ทันทีที่มหานาวาปราณเข้าสู่อาณาเขตของทวีปหุบเขาต้องห้าม วิหคอสูร 9 เศียรปีกทมิฬที่รับหน้าที่ลากเรือเหาะ พลันแผดเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความทรมานแสนสาหัส!


สัตว์วิเศษบรรพกาลที่เคยกางปีกบดบังแสงจันทร์ บัดนี้ร่างกายของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ปีกทั้ง 4 คู่ที่เคยทรงพลังและสามารถตัดขาดพายุมิติ กลับหนักอึ้งประหนึ่งถูกล่ามด้วยขุนเขาเหล็กกล้านับ 100 ลูก! กฎเกณฑ์แห่งแรงโน้มถ่วงของทวีปนี้ วิปริตและบิดเบี้ยวจนถึงขีดสุด มันมิใช่แรงดึงดูดธรรมดา ทว่ามันคือแรงกดทับที่พุ่งตรงเข้าใส่ 'กฎเกณฑ์แห่งการโบยบิน' โดยตรง!


ขนนกสีดำที่แข็งแกร่งดุจโลหะวิญญาณ เริ่มปริแตกและหลุดร่วง เลือดสีคล้ำไหลทะลักออกจากบาดแผลที่ฉีกขาดตามข้อต่อของปีก สัญชาตญาณสัตว์ป่าของมันร้องเตือนว่า หากมันยังฝืนบินอยู่บนท้องฟ้านี้ต่อไป ร่างกายของมันจะถูกบีบอัดจนแหลกเหลว!


"ตึง! ตึง! ตึง!"


มหานาวาแห่งสูญตาสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างบ้าคลั่ง! ป้อมปราการโลหะสีดำทมิฬสูญเสียความสมดุล ร่วงหล่นลงจากท้องฟ้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการดิ่งพสุธาตามปกติถึง 10 เท่า! แรงเสียดทานกับมวลอากาศที่หนาแน่นประหนึ่งของเหลว ทำให้เกิดประกายไฟสีแดงฉานลุกโชนไปทั่วตัวถังเรือเหาะ!


"อึก... ปราณของข้า... มันหยุดนิ่ง!"


ฉินมู่หลางที่พยายามจะกางม่านพลังกระบี่นิรันดร์เพื่อพยุงเรือเหาะ กระอักเลือดออกมาคำโต! เขาพบว่าปราณแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ที่เคยไหลเวียนดุจสายน้ำ บัดนี้กลับแข็งค้างประหนึ่งถูกแช่แข็งในบ่อโคลนหนืด เจตจำนงกระบี่ที่เคยทรงพลัง ถูกกดทับจนไม่อาจแผ่ออกไปนอกร่างได้เกิน 1 คืบ!


"ไฟของข้า... มันจุดไม่ติด!" เฟิงอี้หรานเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เปลวเพลิงอัคคีบรรพกาลที่เขาภาคภูมิใจ กลับกลายเป็นเพียงสะเก็ดไฟเล็กๆ ที่วูบดับไปในพริบตาเมื่อปะทะกับมวลอากาศของทวีปนี้


หลินชิงเสวี่ยและเย่ปิงอวิ๋นทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นเรือเหาะ ผิวพรรณของพวกนางซีดเผือด การเชื่อมต่อกับวิถีเหมันต์และพฤกษาถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่เฟิงหลิงเอ๋อร์ต้องปิดตาแน่น เลือดสีสดไหลอาบแก้มเนียน เพราะเพียงแค่นางพยายามจะเบิกเนตรดารามองดูดวงตาโลหิตบนฟากฟ้า กฎเกณฑ์อันบิดเบี้ยวก็พุ่งสะท้อนกลับมาทำร้ายดวงตาของนางในทันที!


แม้แต่ผู้พิทักษ์ศิลาอย่างเจ้าสัว และแมงมุมเงาอย่างเจ้าถุงเงิน ที่ซ่อนตัวอยู่ในคลังสมบัติ ยังต้องส่งเสียงร้องครวญคราง โครงสร้างหินและโลหะวิญญาณของพวกมันส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดจากการถูกบีบอัด!


ท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่ทุกคนสูญเสียพลังและเรี่ยวแรง... มีเพียงผู้เดียวที่ยังคงยืนหยัดอย่างอหังการ!


อาเจียยืนกางขากว้างอยู่บนแท่นบัญชาการสูงสุด แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงตั้งตระหง่านท้าทายแรงกดทับที่วิปริต 2 มือของเขากำสายบังเหียนที่สร้างจากอักขระสูญตาไว้แน่น เส้นเลือดบนท่อนแขนปูดโปน


นัยน์ตาสีเงินยวงของชายหนุ่มสาดประกายความบ้าคลั่งและดุดัน ปราณเซียนในร่างของเขามิได้ถูกสร้างขึ้นจากการดูดซับปราณฟ้าดินทั่วไป ทว่ามันถูกหล่อหลอมมาจาก 'ความว่างเปล่า' กฎเกณฑ์ของทวีปต้องห้ามจึงไม่อาจสะกดข่มเขาได้ทั้งหมด!


"ไอ้นกกระจอก! อย่าเพิ่งตาย! กางปีกออกให้หมด! ฝืนรับแรงกระแทกไว้! หากเรือเหาะของข้ามีรอยขีดข่วนแม้แต่เส้นเดียว ข้าจะถอนขนเจ้าไปต้มซุปกระดูก!"


อาเจียตวาดก้องเสียงดังกัมปนาทแข่งกับเสียงลมพายุ! ชายหนุ่มรีดเค้นพลังความว่างเปล่า อัดฉีดผ่านสายบังเหียนเข้าสู่ร่างของวิหคอสูร 9 เศียร!

ได้รับพลังสนับสนุนที่ไร้กฎเกณฑ์ วิหคอสูรคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด มันกัดฟันกางปีกทั้ง 4 คู่ที่โชกเลือดออกจนสุดความกว้าง ใช้สรีระมหึมาของมันปะทะกับมวลอากาศเพื่อชะลอความเร็วในการตก!


"ตูมมมมมมมมมมมมมมมม!!!"


มหานาวาแห่งสูญตาและวิหคอสูร พุ่งกระแทกผืนแผ่นดินของทวีปหุบเขาต้องห้ามอย่างรุนแรง!


แผ่นดินเบื้องล่างระเบิดออกเป็นวงกว้าง! คลื่นกระแทกที่รุนแรงประหนึ่งดาวตกชนโลก กวาดเอาฝุ่นดิน หินศิลา และต้นไม้สีดำที่แห้งกรอบให้ปลิวว่อน ฝุ่นควันตลบอบอวลบดบังวิสัยทัศน์ไปทั่วบริเวณ รอยแยกมหาศาลทอดตัวยาวออกไปนับ 100 ลี้!


ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝุ่นดินที่ร่วงหล่นกระทบโลหะ


เมื่อกลุ่มควันและพายุฝุ่นค่อยๆ จางลง... เผยให้เห็นรอยหลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์ ท่ามกลางใจกลางหลุมนั้น มหานาวาแห่งสูญตายังคงตั้งตระหง่านอยู่ แม้พื้นศิลาจะแตกร้าวและตัวถังโลหะจะมีรอยบุบสลายไปบ้าง ทว่าด้วยความแข็งแกร่งของกระดองอสูรบรรพกาล มันจึงรอดพ้นจากการแหลกสลายมาได้


ส่วนวิหคอสูร 9 เศียรปีกทมิฬนั้น นอนสลบเหมือดอยู่เบื้องหน้าเรือเหาะ ปีกทั้ง 4 คู่หักพับผิดรูป เลือดสีคล้ำเจิ่งนองพื้นดิน ทว่ายังมีลมหายใจรวยรินอยู่


บนเรือเหาะ กลุ่มมิตรสหายต่างค่อยๆ พยุงร่างที่บอบช้ำลุกขึ้นยืน อาการบาดเจ็บทางกายไม่เท่าใด ทว่าการถูกกดข่มทางวิถีเต๋าทำให้พวกเขาอ่อนแอลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


"แค่ก... ที่นี่มันดินแดนบ้าบออันใดกัน..." เฟิงอี้หรานเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก หอบหายใจอย่างหนักหน่วง "ข้าสัมผัสปราณธาตุไฟไม่ได้เลยแม้แต่น้อยนิด... กฎเกณฑ์ที่นี่มันบิดเบี้ยวจนไม่เหลือเค้าโครงของวิถีฟ้าดิน!"


"ทุกคนตรวจสอบลมหายใจและบาดแผล!" ฉินมู่หลางสั่งการอย่างเยือกเย็น แม้ปราณจะถูกสะกด แต่สัญชาตญาณการต่อสู้ของเขายังคงเฉียบคม

"ไม่ต้องห่วงเรื่องลมหายใจหรอก..."


เสียงเรียบๆ ทว่าแฝงไปด้วยความเดือดดาลของอาเจียดังขึ้น ชายหนุ่มกระโดดลงมาจากแท่นบัญชาการ เดินสำรวจรอบๆ ตัวถังเรือเหาะด้วยใบหน้าที่ดำทะมึนประหนึ่งก้นหม้อ นัยน์ตาสีเงินยวงจ้องมองรอยบุบขนาดใหญ่ที่กระบังหน้าของกะโหลกอสูร


"มหานาวาของข้า... ป้อมปราการมูลค่าหลายสิบล้านศิลาปราณของข้า... บุบไปตั้งขนาดนี้! ค่าซ่อมแซมตีแผ่แผ่นเหล็กและสลักอักขระใหม่ มันต้องใช้โลหะวิญญาณระดับสูงตั้งเท่าไหร่! พวกเจ้าเตรียมตัวถูกหักเงินเดือนและส่วนแบ่งการปล้นล่วงหน้าไปอีก 10 ปีได้เลย!"


อาเจียชี้หน้าด่ากราดมิตรสหายอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม สำหรับจอมละโมบผู้นี้ ความตายยังไม่น่ากลัวเท่าการต้องเสียเงินค่าซ่อมบำรุงทรัพย์สิน!


"ศิษย์พี่อาเจีย... ท่านห่วงเรือมากกว่าห่วงชีวิตพวกเราอีกหรือเนี่ย..." เฟิงหลิงเอ๋อร์ยิ้มแห้งๆ แม้จะบาดเจ็บแต่นางก็อดขำกับปรัชญาความงกที่เสมอต้นเสมอปลายของชายหนุ่มไม่ได้


"ชีวิตพวกเจ้ามันของฟรี! แต่เรือคันนี้ข้าจ่ายศิลาปราณสร้างมาเว้ย!"


อาเจียเถียงกลับอย่างหน้าไม่อาย ก่อนจะหยุดชะงักฝีเท้า นัยน์ตาสีเงินยวงหรี่แคบลง สัมผัสวิญญาณที่ก้าวล่วงกฎเกณฑ์ของเขา แผ่ขยายออกไปรอบหลุมอุกกาบาต


ภูมิประเทศรอบด้านเป็นป่าที่แห้งแล้ง ต้นไม้ไร้ใบมีลำต้นสีดำสนิทบิดเบี้ยวประหนึ่งวิญญาณที่กำลังกรีดร้อง พื้นดินเป็นโคลนหนืดสีแดงคล้ำคล้ายคราบเลือดที่แห้งกรัง บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น... ทว่ามันกลับมีความเงียบที่ 'ผิดปกติ' ซ่อนอยู่!


"มีอะไรบางอย่างกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้..." อาเจียเอ่ยเสียงต่ำ รังสีสังหารปะทุขึ้น "พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ทว่าข้ากลับสัมผัส 'ความผันผวนของพลังปราณ' จากพวกมันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!"


"เป็นไปได้อย่างไร?" ฉินมู่หลางกำด้ามกระบี่แน่น "สิ่งมีชีวิตที่ไร้ซึ่งพลังปราณ ย่อมเป็นเพียงสัตว์ป่าหรือมนุษย์ธรรมดา พวกมันจะทนรับแรงกดทับของทวีปนี้และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงได้อย่างไร?"


คำตอบของคำถามนั้น ปรากฏขึ้นในอึดใจต่อมา!


"ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!"


เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่พร้อมเพรียงกัน ดังกึกก้องมาจากขอบหลุมอุกกาบาต! แผ่นดินสั่นสะเทือนตามจังหวะการย่ำเท้า มันมิใช่เสียงของสัตว์ร้าย ทว่ามันคือเสียงย่ำเท้าของ 'กองทัพ'!


ตามมาด้วยเสียงรัวกลองที่ทุ้มต่ำและดุดัน กลองเหล่านั้นถูกขึงด้วยแผ่นหนังที่ดูคล้ายหนังมนุษย์ เสียงของมันกระแทกเข้าโสตประสาท บีบรัดจังหวะการเต้นของหัวใจผู้ฟังให้ปั่นป่วน!


จากเงามืดของป่าสีดำ ปรากฏร่างของกลุ่มคนนับ 100 ก้าวเดินออกมายืนล้อมรอบขอบหลุมอุกกาบาตเอาไว้!


พวกเขามีรูปร่างหน้าตาคล้ายมนุษย์ ทว่าสรีระกลับใหญ่โตและบึกบึนผิดมนุษย์มนา! ส่วนสูงโดยเฉลี่ยของพวกเขาสูงกว่า 9 ฉื่อ กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนอัดแน่นและนูนเด่นประหนึ่งถูกแกะสลักจากหินศิลาโลหิต ผิวพรรณของพวกเขาเป็นสีทองแดงคล้ำ และแต่งกายด้วยหนังสัตว์บรรพกาลที่ขาดวิ่น


ทว่า สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด มิใช่ความใหญ่โตของร่างกาย... แต่เป็น 'ลวดลายอักขระสีดำคล้ำ' ที่ถูกสลักลึกลงไปบนผิวหนังและกล้ามเนื้อของพวกเขาทั่วทั้งร่าง!


อักขระเหล่านั้นดิ้นพล่านประหนึ่งมีชีวิต มันแผ่กลิ่นอายที่ดิบเถื่อน โหดเหี้ยม และเปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้างที่ป่าเถื่อนที่สุด! มันมิใช่อักขระวิถีฟ้าที่ดูศักดิ์สิทธิ์ และมิใช่อักขระวิญญาณที่ใช้กักเก็บปราณ... ทว่ามันคือ 'อักขระมาร' สายพันธุ์หนึ่ง ที่ถูกฝังลงในเรือนร่างเพื่อรีดเร้น 'พลังกายเนื้อ' ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของวัฏจักร!


"เผ่าคนเถื่อนอักขระมาร..." อาเจียพึมพำ นัยน์ตาสีเงินยวงสาดประกายความสนใจปนความละโมบ "พวกมันไม่ได้บำเพ็ญเพียรพลังปราณในจุดตันเถียน... ทว่าพวกมันสลักอักขระมารลงบนเนื้อหนัง เพื่อเปลี่ยนร่างกายให้คล้ายศัสตราวิเศษ!"


"ในทวีปที่กฎเกณฑ์แห่งปราณและวิถีเต๋าถูกสะกดข่ม... การใช้เพียงพลังกายเนื้อดิบๆ คือหนทางเดียวในการเอาชีวิตรอดงั้นหรือ..." เย่ปิงอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคาวเลือดที่คละคลุ้งมาจากคนเถื่อนเหล่านั้น


ผู้ที่ก้าวออกมายืนอยู่เบื้องหน้ากองทัพคนเถื่อน คือชายร่างยักษ์ที่มีความสูงกว่า 12 ฉื่อ! กล้ามเนื้อหน้าอกและท่อนแขนของมันเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยแผลเป็นที่ทับซ้อนกัน อักขระมารบนร่างของมันเรืองแสงสีแดงวาบวับประหนึ่งถ่านหินที่กำลังลุกไหม้ ในมือขวาของมันกำ 'หอกกระดูกอสูร' ที่ยาวกว่าตัวมันเอง หัวหอกเปื้อนคราบเลือดที่แห้งกรัง


มันก้มมองลงมายังกลุ่มมิตรสหายและมหานาวาปราณที่อยู่ก้นหลุม ดวงตาสีเหลืองขุ่นของมันเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและความละโมบ!


"เหยื่อ... จากฟากฟ้า..." คนเถื่อนร่างยักษ์เอ่ยด้วยภาษามนุษย์ที่แปร่งหู น้ำเสียงของมันแหบห้าวประหนึ่งหินบดกัน "เรือเหาะเหล็กดำ... เนื้อนุ่มๆ... และวิหค 9 หัว... ของขวัญ... จากดวงตาโลหิต!"


มันชูหอกกระดูกขึ้นสุดแขน แผดเสียงคำรามลั่น!


"โฮกกกกกกกก!!!"


สิ้นเสียงคำราม! กองทัพคนเถื่อนอักขระมารนับ 100 ก็กระโจนลงมาจากขอบหลุมอุกกาบาต พุ่งทะยานเข้าหากลุ่มสหายประหนึ่งฝูงสุนัขป่าที่หิวโหย!


การเคลื่อนไหวของพวกมันรวดเร็วและทรงพลังอย่างน่าตระหนก! แม้ปราศจากวิชาตัวเบาหรือปราณส่งเสริม ทว่าเพียงแค่พวกมันถีบเท้าลงบนพื้น แผ่นหินก็ระเบิดออก ร่างใหญ่โตพุ่งแหวกอากาศธาตุด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเซียนระดับแก่นทองคำ!


"ตั้งค่ายกลป้องกัน! อย่าปะทะด้วยกำลังตรงๆ!" ฉินมู่หลางตวาดสั่ง เขาฝืนโคจรปราณที่เหลืออยู่น้อยนิด ตวัดกระบี่สร้างกำแพงรังสีกระบี่สีเงินขึ้นขวางหน้า!


"เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!"


ทว่า ทันทีที่หอกกระดูกและกำปั้นของคนเถื่อนอักขระมารกระแทกเข้ากับม่านกระบี่ ม่านพลังที่เคยแข็งแกร่งกลับถูกทุบจนแตกกระจายประหนึ่งแผ่นแก้วบางๆ! พลังกายเนื้อดิบๆ ที่ผสานกับอักขระมารของพวกมัน ทรงพลานุภาพเกินกว่าจะจินตนาการได้!


ฉินมู่หลางกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เลือดลมตีกลับจนต้องกระอักโลหิตออกมา!


"พลังกายของพวกมัน... เทียบเท่ากับความแข็งแกร่งของศัสตราวิเศษระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์!" เฟิงอี้หรานตะโกนอย่างร้อนรน เขาพยายามซัดลูกไฟอัคคีบรรพกาลใส่คนเถื่อนที่พุ่งเข้ามา ทว่าเมื่อเปลวเพลิงปะทะกับผิวหนังของพวกมัน อักขระมารบนร่างคนเถื่อนกลับเรืองแสง และ 'สลาย' ความร้อนนั้นไปจนหมดสิ้น!


"ฮ่าฮ่าฮ่า! ปราณอันอ่อนแอ! เนื้ออันหอมหวาน!" คนเถื่อนร่างยักษ์ผู้เป็นหัวหน้า หัวเราะร่า มันทะยานร่างลอยข้ามศีรษะของลูกสมุน ง้างหอกกระดูกอสูรในมือ พุ่งตรงดิ่งลงมาหมายจะสับร่างของหลินชิงเสวี่ยและเย่ปิงอวิ๋นให้ขาดเป็น 2 ท่อน!


สตรีทั้ง 2 เบิกตากว้าง ปราณของพวกนางถูกสะกดจนไม่อาจกางม่านพลังป้องกันได้ทัน!


ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ปลายหอกกระดูกกำลังจะสัมผัสเรือนผมของพวกนาง!


"ปังงงงงงงงงงงงง!!!"


เสียงปะทะที่ดังกัมปนาทสนั่นหวั่นไหวประหนึ่งฟ้าผ่า ระเบิดขึ้นกลางอากาศ! คลื่นกระแทกที่เกิดจากการปะทะของ 'พลังกายเนื้อที่แท้จริง' แผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง ซัดเอาร่างของคนเถื่อนลูกสมุนที่อยู่รอบๆ ให้กระเด็นลอยละลิ่วไปไกลนับ 10 จั้ง!


ฝุ่นควันจางลง เผยให้เห็นภาพที่ทำให้ทุกคนต้องลืมหายใจ!


บุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีดำยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าสตรีทั้ง 2 แผ่นหลังของเขายังคงตั้งตรง แขนขวาที่เปลือยเปล่ายกขึ้นเหนือศีรษะ มือเพียงข้างเดียวของเขา... บีบจับอยู่ที่ 'คมหอกกระดูก' ของหัวหน้าคนเถื่อนร่างยักษ์เอาไว้แน่นสนิท!


หอกกระดูกอสูรที่พุ่งลงมาด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถผ่าภูเขาให้แยกออกเป็น 2 ส่วน กลับถูกหยุดยั้งไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วย 'มือเปล่า' ของมนุษย์ที่ดูตัวเล็กกว่ามันถึงครึ่งต่อครึ่ง!


หัวหน้าคนเถื่อนเบิกตาสีเหลืองขุ่นกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด! มันพยายามออกแรงกดหอกลงไป ทว่าหอกกระดูกกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่มิลลิเมตรเดียว! มือของชายหนุ่มชุดดำนั้น แข็งแกร่งยิ่งกว่าคีมเหล็กสวรรค์!


"เจ้า..." คนเถื่อนร่างยักษ์เค้นเสียงในลำคอ


อาเจียค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองคนเถื่อนร่างยักษ์ นัยน์ตาสีเงินยวงสาดประกายความเย็นเยียบและโหดเหี้ยมที่ป่าเถื่อนยิ่งกว่าอสูรบรรพกาลใดๆ ท่อนแขนขวาของเขา ปรากฏรอยสัก 'อักขระมารบรรพกาล' สีแดงคล้ำที่กำลังเดือดพล่านและดิ้นรนประหนึ่งมีชีวิต!


"อักขระมารกะโหลกกะลาที่พวกเจ้าสักไว้บนตัว... มันทำให้พวกเจ้าหลงลืมวิถีของการเป็นโจรไปแล้วงั้นหรือ?"


อาเจียเอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มอหังการปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ข้อแรก... อย่าบังอาจมาทำตัวเหนือกว่าต่อหน้าข้า... และข้อ 2... ผู้ใดที่กล้าถืออาวุธพุ่งเป้ามาที่ทรัพย์สินและคนของข้า... ผู้นั้นต้องจ่ายค่าชดเชยด้วยวิญญาณและแหวนมิติ!"


"กร๊อบบบบบ!"


อาเจียออกแรงบีบฝ่ามือเพียงเล็กน้อย! หอกกระดูกอสูรที่ทนทานยิ่งกว่าเหล็กกล้า พลันแตกร้าวและแหลกละเอียดคามือของเขา กลายเป็นเพียงเศษผงกระดูกร่วงหล่นลงสู่พื้น!


"อ๊ากกกก! หอกของข้า!" หัวหน้าคนเถื่อนคำรามด้วยความตกใจ มันปล่อยมือจากด้ามหอกที่เหลือเพียงครึ่งท่อน แล้วกำหมัดซ้ายขนาดเท่าโอ่งน้ำ พุ่งเข้าชกใส่ใบหน้าของอาเจียด้วยพลังกายทั้งหมดที่มี!


"พลังกายเนื้อดิบๆ งั้นหรือ... ดี! ข้าไม่ได้ยืดเส้นยืดสายด้วยการอัดคนแบบดิบๆ มานานแล้ว!"


อาเจียไม่หลบ! ชายหนุ่มกำหมัดขวาที่สลักอักขระมาร ง้างขึ้นสุดหล้า แล้วชกสวนกลับปะทะกับหมัดของยักษ์เถื่อนโดยตรง!


"เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!"


การปะทะของหมัดทั้ง 2 ไม่มีการใช้พลังปราณวิเศษ ไม่มีการใช้วิชาเซียนที่ซับซ้อน! ทว่ามันคือการปะทะของ 'พลังความแข็งแกร่งทางกายภาพล้วนๆ' !


กระดูกนิ้วมือของหัวหน้าคนเถื่อน แหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา! แรงกระแทกมหาศาลจากหมัดของอาเจีย ทะลวงผ่านแขนซ้ายของมัน ทำลายกระดูกท่อนแขน หัวไหล่ และกระแทกเข้าสู่แผงอก!


ร่างที่สูงกว่า 12 ฉื่อของหัวหน้าคนเถื่อน ปลิวกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่า 30 จั้ง! เลือดพุ่งกระฉูดออกจากปาก ร่างของมันกระแทกเข้ากับผนังหลุมอุกกาบาตจนหินศิลาถล่มลงมาทับ!


"ทะ... ท่านหัวหน้า!"


กองทัพคนเถื่อนที่เหลืออยู่ต่างหยุดชะงัก ชะงักงันด้วยความหวาดกลัวสุดขีด! พวกมันที่เชิดชูพลังกายเนื้อเป็นสัจธรรมสูงสุด บัดนี้กลับได้เห็นหัวหน้าเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุด ถูกมนุษย์ร่างเล็กชกกระเด็นด้วยหมัดเดียว!


อาเจียสะบัดข้อมือขวาเบาๆ ไล่คราบเลือดออกจากหมัด นัยน์ตาสีเงินยวงกวาดมองกองทัพคนเถื่อนนับ 100 ด้วยสายตาของจอมขูดรีดที่กำลังประเมินราคาสินค้า


"อักขระมารบนตัวพวกเจ้าน่าสนใจดี... แม้จะดูหยาบกระด้างไปหน่อย ทว่ามันทำให้กระดูกและเนื้อของพวกเจ้าอัดแน่นไปด้วยแร่ธาตุและพลังงาน..."


ชายหนุ่มก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ รังสีสังหารปะทุขึ้นจนมวลอากาศสีเลือดรอบด้านสั่นสะท้าน "ในเมื่อดินแดนแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ใช้ปราณ และบังคับให้พวกเราต้องจ่ายค่าผ่านทาง... เช่นนั้น ข้าก็ขออนุญาตใช้ร่างกายของพวกเจ้า เป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงเตาหลอมเรือเหาะของข้าก็แล้วกัน!"


อาเจียหักนิ้วมือดังก๊อบแก๊บ รอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้า "เหล่าสหายของข้า! นั่งพักซะให้พอ! ส่วนไอ้พวกก้อนเนื้อเดินได้พวกนี้... ข้าจะใช้กำปั้นเปล่าๆ บดขยี้และรีดไถพวกมันทีละตัวเอง!"


ชายหนุ่มพุ่งทะยานร่างเข้าสู่ดงศัตรูประหนึ่งหมาป่าพุ่งเข้าขย้ำฝูงแกะ! การต่อสู้ที่ไร้ซึ่งวิชาเซียน ทว่าเต็มไปด้วยการหักกระดูก ฉีกเนื้อ และความป่าเถื่อนของการต่อสู้ระยะประชิด ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!


ในขณะเดียวกัน... เหนือขึ้นไปบนท้องฟ้าอันไกลโพ้น ท่ามกลางหมู่เมฆสีเลือด... 'ดวงตาโลหิตยักษ์' ที่ลอยตระหง่านอยู่ พลันกะพริบตาลง 1 ครั้ง!

การกะพริบตาเพียงครั้งเดียวของมัน ทำให้กฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาและมิติรอบทวีปหุบเขาต้องห้าม เกิดการบิดเบี้ยวและฉีกขาดอย่างรุนแรง! พายุแห่งความว่างเปล่าที่สามารถกลืนกินสวรรค์ กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน... หายนะที่แท้จริงของการพลัดพราก กำลังคืบคลานเข้าหากลุ่มมิตรสหายโดยที่พวกเขาไม่ทันตั้งตัว!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

เทพสงครามสายเลือดมังกร

เทพสงครามสายเลือดมังกร

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
854K 4500
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.38M 1499
จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.76M 3640
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
337K 1011
เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
85K 247
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
152K 152