7 | นักเรียนใหม่ของยูโดซัน
ทอรุ้งมาหยุดยืนอยู่หน้าอาคารให้เช่าอเนกประสงค์แห่งหนึ่ง เสียงเครื่องยนต์รถราบนท้องถนนดังกระหึ่มจอแจอยู่เื้ั แทรกด้วยเสียงรถไฟฟ้าแล่นผ่านไปตามราง หญิงสาวถอนหายใจแรง ๆ หนึ่งครั้งเพื่อปลุกขวัญและกำลังใจ กระชับสายกระเป๋ากีฬาใบย่อมซึ่งพาดอยู่บนไหล่ มุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นห้า
สังเกตว่าห้องอื่น ๆ ในอาคารแห่งนี้ปิดไฟมืดกันเกือบหมดแล้ว บางห้องซึ่งเป็กระจกใสก็มองเห็นพนักงานเก็บข้าวของเตรียมกลับบ้าน จะมีก็แต่ห้องกระจกขุ่นยาวตลอดแนวของชั้นห้านี้ที่เปิดไฟสว่างไสว หญิงสาวผลักประตูกระจกเข้าไปก็เจอกับเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เล็ก ๆ มีสาวน้อยร่างอวบ ผิวค่อนข้างคล้ำ อายุน่าจะประมาณยี่สิบต้น ๆ นั่งประจำอยู่
ทอรุ้งชะงักปนเขินเมื่อเดินเข้าไปใกล้แล้วพบว่าเด็กสาวไม่ได้นั่ง แต่ยืนเต็มความสูงต่างหาก อีกฝ่ายไหว้เธอเร็ว ๆ แล้วแนะนำตัวว่าชื่อมะกอก
“พี่เป็นักเรียนใหม่ใช่ไหมจ๊ะ อย่าเพิ่งเข้าห้องจ้ะ มาลงชื่อเข้าเรียนตรงนี้ก่อน” เสียงสดใสดังมาด้วยสำเนียงที่ฟังปุ๊บก็รู้ปั๊บเลยว่าลูกสุพรรณ ฟันธง!
ทอรุ้งจัดการเซ็นชื่อในเอกสารท้ายชื่อสกุลของตนเองตามที่อีกฝ่ายบอก
“ขอให้เรียนสนุก ๆ นะจ๊ะ” หนูมะกอกพูดแล้วยิ้มกว้างอวดฟันเก เอียงคอนิด ๆ
ฝ่ายทอรุ้งเพียงแค่ยิ้มตอบแบบแหย ๆ ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะสนุกได้อย่างที่มะกอกอวยพรหรือไม่ เธออาจเหนื่อยไปหน่อยเพราะเพิ่งเลิกงานจากบริษัทมาร์เกตติงมา
หญิงสาวกำลังจะผลักประตูกระจกเข้าสู่ห้องยิมด้านใน แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน ทอรุ้งปล่อยมือจากที่จับประตูเพื่อรับสาย เห็นชื่อคนโทร. แล้วก็มีอันต้องทำเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจ
“แหม ได้ฤกษ์โทร. กลับมาแล้วเหรอคะคุณเพื่อน แกหายไปไหนมาเนี่ย ฉันติดต่อไม่ได้เลย นึกว่าหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามกะเหรี่ยงชายแดนพม่าไปแล้วซะอีก”
“กะเหรี่ยงชื่อชัชแสนย์หรือเปล่า ถ้าใช่ ฉันก็จะไป” ปลายสายตอบเสียงเพ้อ
ทอรุ้งอยากจะยื่นมือผ่านเข้าไปในโทรศัพท์แล้วผลักหัวคนทางโน้นเสียจริง แต่ก็ทำเสียง ฮึ! ตอบกลับไปแค่นั้น
แม่เพื่อนสาวนักวิจัยหัวเราะ “โทษที ๆ ฉันเข้าป่าไปเก็บตัวอย่างแมลงกับทีมรอบสุดท้ายน่ะ เพิ่งกลับออกมา นี่ก็เหลือแค่ทำรายงานกับเปเปอร์แล้วละ ว่าแต่เห็นแกโทร. มาเมื่อวันก่อนมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ เออ ต้องมีสิเนอะ ไม่งั้นจะโทร. มาทำไม แต่ว่าฉันมีเื่สำคัญอยากเล่าให้แกฟังเหมือนกัน ฟังของฉันก่อนไหม”
ลูกไม้พูดเร็วปรื๋อเป็รถด่วนขบวนพิเศษ เข้าป่าหลายวัน อัดอั้นที่ไม่มีคนพูดด้วยหรือไงนะ
“ไม่ แกฟังของฉันก่อน” ทอรุ้งกระแทกเสียงแบบไม่จริงจังนัก “ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน ให้ทาย”
อีกฝ่ายส่งเสียงเอ่อ...อ่า...อยู่ครู่หนึ่ง
ทอรุ้งใจร้อนจึงเฉลยเองว่า “ฉันอยู่ที่ยูโดซันย่ะ!”
“ยูโดซัน? โรงเรียนคุณแสนย์?”
“ก็ใช่น่ะสิ”
“แกไปทำอะไรที่นั่นน่ะ หรือว่า...”
“ฉันมาเรียนยูโด มาเป็แม่สื่อ เอ้อ...” เธอเหลือบไปมองมะกอก เห็นกำลังดูละครในโทรศัพท์อยู่ก็ลดเสียงลง “มาช่วยแกไงล่ะ”
“หูย...” ปลายสายร้องตอบมาด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้มขั้นสุด “ฉันรักแกจังเลยรุ้ง แกสุดยอดมาก ฉันจะไม่มีวันลืมบุญคุณของแกเลย”
“แกต้องกราบไหว้บูชาฉันแล้วละ จะหาเพื่อนที่ไหนประเสริฐเท่าฉันไม่มีอีกแล้ว” หญิงสาวได้ทีก็รีบเกทับลงไปหนัก ๆ แต่ใจจริงแค่พูดให้ฟังดูตลกไปอย่างนั้นเอง
“แน่นอน รุ้ง...นับจากนี้ไปฉันสัญญาว่าจะเซ่นไหว้แกด้วยน้ำเขียวน้ำแดง ถ้าวันไหนแกคอแห้งอยากกินขึ้นมา ไม่ต้องซื้อนะเว้ย ฉันจะซื้อให้แกเอง ขอเป็ลูกศิษย์เ้าแม่ทอรุ้ง เซ่นน้ำอัดลมแกไปตลอดชีวิต”
ทอรุ้งหัวคิ้วกระตุก นึกในใจว่า เอ๊ะ อีนี่...แต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกมาเพราะเกรงใจหนูมะกอก
“แต่ว่านะรุ้ง ฉันมีเื่จะสารภาพว่ะ” ปลายสายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คือ...แกอย่าโกรธฉันนะเว้ย”
ทอรุ้งขมวดคิ้ว “เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น ลูกไม้”
“คือว่า...” อีกฝ่ายสูดลมหายใจราวกับเื่ที่จะพูดนั้นช่างหนักอก “ฉันเพิ่งออกจากป่ามา เลยเพิ่งเห็นข้อความเตือนในโทรศัพท์ คุณแสนย์ตอบมาแล้วแก!”
“ฮะ!” ทอรุ้งอ้าปากค้าง หางตาเหลือบเห็นมะกอกสะดุ้งโหยง
“ฉันขอโทษ ไม่รู้จริง ๆ ว่าแกสมัครเรียนไปแล้ว แต่ว่า...คุณแสนย์ตอบมาแล้วละแก แกดีใจกับฉันใช่ไหมรุ้ง”
ทอรุ้งบอกไม่ถูกว่าตอนนี้รู้สึกยังไง มันมึนงงไปหมด เงยหน้าดูป้ายโลโก้วงกลมรูปดวงอาทิตย์สีแดงก็ได้แต่สงสัยว่าเธอมาทำอะไรที่นี่
ลูกไม้คงเห็นเธอเงียบไปจึงรีบพูดต่อ “แต่แกไม่ต้องกังวลนะรุ้ง เดี๋ยวฉันออกค่าเรียนให้เอง แกเรียนยูโดก็ดีเหมือนกันนะ เหมาะกับแกออก”
“ไม่ต้องเลย ฉันไม่เรียนแล้ว ในเมื่อแกหาทางติดต่อกับสามีในอนาคตของแกได้แล้ว ก็หมดหน้าที่ฉันละ”
“เฮ้ย เดี๋ยวสิรุ้ง ใจเย็น ๆ ก่อน”
“นั่นสินะ ถ้าฉันใจเย็นสักหน่อย ก็คงไม่ต้องมาเรียนเก้ออย่างนี้หรอก”
“รุ้ง...แกอย่าโกรธเลยนะ ฉันขอโทษ ขอโทษจริง ๆ ฉันไม่น่าทำให้แกต้องลำบากเลย”
ผู้ฟังทางนี้ไม่อาจพูดคำใด ได้แต่กัดปากข่มอารมณ์ไว้ เธอไม่ได้โกรธ ทุกอย่างเป็เื่สุดวิสัยที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น หญิงสาวลอบถอนหายใจยาว ในเมื่อลูกไม้หาทางติดต่อกับผู้ชายของเ้าหล่อนได้แล้ว เธอก็หมดประโยชน์ กลับคอนโดพักผ่อนให้หายเหนื่อยจะดีกว่า
ทอรุ้งปาดไล่น้ำตาที่เอ่อมาตรงขอบตา หลังจากวางสายก็ตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์อีกครั้ง ถามสั้นจนเกือบห้วนว่า “ถ้าลาออกตอนนี้ ได้รับเงินคืนไหมคะ”
มะกอกกะพริบตาปริบ ๆ คงสงสัยว่าเพิ่งเซ็นชื่อเข้าเรียน ยังไม่ทันเข้าห้องก็จะลาออกซะแล้ว
“เอ่อ...เงินน่ะคืนได้จ้ะ แต่อย่าเพิ่งลาออกเลย ลองเรียนดูก่อน ชอบไม่ชอบไม่ว่ากัน ค่อยตัดสินใจอีกทีก็ได้นะจ๊ะ”
“ไม่ละค่ะ ตัดสินใจแล้วว่าไม่เรียน ต้องทำเื่ยังไงบ้างคะ”
มะกอกหน้าเสีย เจอท่าทีสวยเชิดคมดุของเธอเข้าไปคงกลัวละสิท่า สุดท้ายสาวสุพรรณอึกอักอยู่ครู่ก็ยอมเปิดลิ้นชักหยิบเอกสารการลาออกมาวางให้
“เอ่อ...ขอทราบเหตุผลที่ลาออกหน่อยได้ไหมจ๊ะ เดี๋ยวหนูต้องไปรายงานพี่แสนย์ เอ่อ...เ้าของน่ะจ้ะ พี่มาถึงปุ๊บก็เปลี่ยนใจลาออกปั๊บเลยแบบนี้ หนูต้องโดนพี่แสนย์ซักแน่”
ทอรุ้งชะงักปากกาที่กำลังกรอกใบลาออก เหตุผลงั้นเหรอ
“คิดไม่ออกก็ไม่ต้องลาออกหรอกคุณ”
ทันใดนั้นเอง เสียงเข้ม ๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง ทอรุ้งหันไปก็พบกับชายหนุ่มผิวเข้มผู้หนึ่งในชุดยูโดสีขาวสะอาด สายคาดเอวสีดำ ยืนตีหน้าเข้มจ้องมองเธอนิ่ง
แวบแรกที่เห็น หญิงสาวยอมรับว่าแอบใกับรูปร่างสูงใหญ่และใบหน้าดุดันของอีกฝ่าย คิ้วเข้มกับดวงตาคมกริบนั่นดูไม่เป็มิตรเอาเสียเลย เรือนผมดำขลับหยักศกตามธรรมชาติทำให้เธอนึกถึงนายหัวหฤษฎ์ในนิยายเื่จำเลยรักมากกว่าใครอื่น
ทอรุ้งคุ้นหน้าเขาเหลือเกิน แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอกันที่ไหน ทว่ายังไงก็ไม่ใช่นายหัวหฤษฎ์แน่ ๆ
“เรียนเถอะคุณ ไม่ยากหรอก โดนทุ่มสองสามทีเดี๋ยวก็เป็”
“ไม่เป็ไรค่ะ ไม่เรียนแล้วดีกว่า ขออนุญาตนะคะ”
ทอรุ้งละความสนใจไปเสีย เขาจะเป็ใครยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเธอ เพราะเธอจะไม่ข้องเกี่ยวกับยูโดซันอีกต่อไป คิดแล้วก็หยิบปากกามาจะกรอกใบลาออกต่อ ทว่า...
“ทำไมล่ะ เกิดกลัวอะไรขึ้นมา”
“กลัว?” หญิงสาวหันขวับ “ไม่ได้กลัวค่ะ แค่ไม่อยากเรียนแล้วเฉย ๆ ทำไมคะ ที่ยูโดซันไม่อนุญาตให้นักเรียนที่ไม่อยากเรียนแล้วลาออกหรือไง จะไม่คืนเงินก็ได้ ยังไงฉันก็จ่ายไปแล้วนี่”
“มันไม่เกี่ยวกับเื่เงินหรอกนะคุณ” ชายหนุ่มก้าวไปยืนตรงหน้าหญิงสาว สีหน้าเข้ม ๆ นั้นดูไม่ค่อยพอใจ “แต่มันเกี่ยวกับเื่ชื่อเสียงของโรงเรียนเรา นักกีฬาเรามีแต่ต่อคอร์สเรียนกันทั้งนั้น อาจมีบ้างที่เข้าคลาสครั้งแรกแล้วลาออกไปเพราะไม่ชอบสไตล์การสอน แต่ไม่ใช่คุณที่ ‘อุตส่าห์’ รีบสมัครให้ทันวันสุดท้าย แต่แล้วก็ ‘อุตส่าห์’ มาถึงที่นี่เพียงเพื่อจะลาออก แล้วนี่...” เขาชี้ไปที่กระเป๋ากีฬาของเธอ “เตรียมชุดมาแล้วด้วยไม่ใช่หรือไง ทำไมจู่ ๆ เกิดเปลี่ยนใจล่ะครับ”
หางเสียงคำสุดท้ายช่วยให้ทอรุ้งใจเย็นลงได้นิดหน่อย แต่ก็นิดเดียวเท่านั้น
“ขออนุญาตไม่ตอบค่ะ เป็เหตุผลส่วนตัว”
ชายหนุ่มตัวโตหน้าตึงขึ้นทันใด “แล้วเหตุผลที่สมัครเรียนล่ะครับ”
“ก็ขออนุญาตไม่ตอบ มันเื่ของฉันค่ะ”
“โอเค ก็ดีเหมือนกันครับ” เขาพยักหน้าแล้วจ้องตาเธอนิ่ง “ถ้าคุณไม่ได้มาเพราะสนใจยูโดจริง ๆ ก็ไปเถอะ ผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาสอนด้วย คนที่ไม่มีใจรัก สอนเท่าไหร่ก็ไม่เก่งหรอก เหนื่อยเปล่า เข็นไม่ขึ้น”
ทอรุ้งรู้สึกเหมือนหัวคิ้วกระตุกยิก ๆ “นี่คุณกำลังดูถูกฉันอยู่นะคะ”
“เปล่าครับ ผมว่าคนที่ไม่ได้มาเรียนเพราะสนใจจริง ๆ ต่างหาก หรือคุณจะยอมรับว่าเป็หนึ่งในคนพวกนั้นที่มาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อื่น”
“จุดประสงค์อื่น?”
“ก็อย่างเช่น” เขาทำปากเบ้ ผายมือสองข้างแล้วยักไหล่ “เรียนตามเพื่อน ตามกระแส หาแฟน ไม่รู้สิ”
“ฉัน...” จะเถียงว่าไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาแฟนแต่ไม่อาจพูดได้ เพราะอันที่จริงมันก็ถูกครึ่งหนึ่ง
“เงียบทำไมล่ะ แทงใจดำหรือไง”
“ฉันไม่ได้มาหาแฟนหรอกนะ หรือถึงจะมาเพื่อหาแฟนจริงก็ไม่มองคนอย่างคุณแน่ ๆ สบายใจได้ค่ะ”
เขาก้าวเข้ามาจนเกือบประชิดตัว ทอรุ้งเชิดหน้าขึ้นกลั้นใจไม่ถอยเท้าอย่างเด็ดขาด จ้องสบตาคมกล้าดุดันของอีกฝ่ายไม่มีหลบ แม้ใจจริงจะแอบสั่นไหวอยู่ก็ตาม
“งั้นก็เชิญคุณกลับไปเถอะ”
แล้วชายหนุ่มก็ล่าถอย ทอรุ้งแอบผ่อนลมหายใจ กระหยิ่มใจว่าเธอชนะ
และคงจะกลับบ้านได้อย่างมีความสุขหากไม่ได้ยินประโยคต่อมา
“ผู้หญิงใจเสาะปากเสียแบบนี้ ผมไม่อยากได้เป็ศิษย์หรอก”
“ว่าไงนะ!” ทอรุ้งวิ่งไปดักหน้าคนที่ก้าวยาว ๆ พรวดเดียวถึงหน้าประตูยิม “คุณว่าใครใจเสาะ และว่าใครปากเสียมิทราบ”
“อะไรอีกล่ะคุณ อยากลาออกผมก็ไม่ห้ามแล้วไง จะตามมาทำไมอีก”
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะเรียน อยากรู้นักว่าถ้าได้ทุ่มผู้ชายกวนประสาทสักคน มันจะรู้สึกยังไง”
ทอรุ้งประกาศกร้าว จ้องหน้าเขานิ่งราวกับจะจดจำให้ขึ้นใจ จะได้ไม่เผลอไปทุ่มผิดตัว
ชายหนุ่มมองเธอครู่เดียวก็หันไปทางอื่น ผลักประตูกระจกเข้าไปในยิม ขณะตอบเพียงว่า
“นั่นมันก็เื่ของคุณไม่ใช่เหรอ”
ทอรุ้งกำหมัดแน่นอยู่ตรงหน้าประตูนั้นเอง อยากจะกรี๊ดออกมาให้สมกับที่อัดอั้น ถ้าไม่ติดว่านี่ไม่ใช่บ้านก็คงทำไปแล้ว
ชายตัวโตคนนั้นเดินอาด ๆ เข้าไปข้างใน ไม่หันมาสนใจทางนี้อีก ระหว่างทางมีนักกีฬาทั้งหญิงชายยกมือไหว้เหมือนว่าเขาเป็คนสำคัญของที่นี่ แล้วทอรุ้งก็เกิดนึกออกโดยพลันว่าเคยเห็นเขาที่ไหน
ไม่ใช่อื่นไกล ในเว็บไซต์ของยูโดซันนั่นแหละ ในหน้าแนะนำตัวโคชมีคนคนนี้อยู่ด้วย
ถ้าจำไม่ผิด นายนี่ก็คือ ‘โคชโอห์ม’ หนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงเรียนยูโดซันร่วมกับคุณแสนย์
นักกีฬายูโดสายดำ อดีตทีมชาติไทย...
แล้วไง คนอย่างอีรุ้งต้องกลัวด้วยหรือไง ฮึ!
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
อยากไปเรียนบ้างจัง แอบกรี๊ดโคชโอห์ม ^_^ กลายเป็ทอรุ้งเข้ามาในโรงเรียนแบบนี้แล้ว จะช่วยลูกไม้ได้ไหมนะ ติดตามไปด้วยกันนะคะ