มิติเวลา คือสิ่งที่มีจริงแต่ไม่อาจพิสูจน์ได้ หลายร้อยปีมาแล้ว ที่ในโลกมีเหล่านักวิทยาศาสตร์พยายามค้นหาคำตอบ โดยการสร้าง ไทม์แมชชีน แต่ไม่มีใครสามารถสร้างได้สำเร็จเลยแม้แต่คนเดียว ทำให้โครงการต่างๆ ที่เกี่ยวกับ มิติเวลา จึงถูกยุบไปในที่สุด
ปี พ.ศ. 2517
ณ ประเทศไทย ภายในโรงงานร้างแห่งหนึ่ง
ชายวัยกลางคนสวมโค๊ตคลุมสีขาวยาวมาถึงเข่าหน้าตาถูกปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีดำและเคราที่ดูรุงรังจนแทบมองไม่เห็นใบหน้า เขายกมือขึ้นมาขยับขาแว่นราวกับจับให้มันเข้าที่ก่อนจะลดมือแล้วรัวนิ้วทั้งสิบลงไปยังแป้นพิมพ์เบื้องหน้า ที่ชายคนนี้กำลังทำนั้นหากมองเผินๆคนเหมือนคนไม่มีสติที่พยายามทำอะไรซักอย่างเสมือนคนบ้า แต่หากมองลงไปยังจอนูนสีใสนั้น ที่เขากำลังทำคือการแก้สมการในคอมพิวเตอร์อย่างหนัก และในขณะนั้นก็ดูเหมือนจะเริ่มมีไฟฟ้าลัดวงจรจนเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดเกิดการะเิขึ้นมาบางส่วน
ตูม
"ดีมาก ะเิไปอีกคงเครื่องแล้วถ้าเครื่องเมนเฟรมคอมสองตัวสุดท้ายนี้ะเิก็เกมส์โอเวอร์สินะ"ชายสวมโค็ตสีขาวนั้น หันไปมองจอเล็กอีกจอที่เป็ภาพเหมือนกล้องวงจรปิดที่ใหนซักแห่ง โดยมีภาพของคนกลุ่มหนึ่งในมือพวกเขาถืออาวุธหนักอย่างครบมือ พร้อมทั้งยังดูเหมือนพวกเขาเริ่มะเิประตูอะไรซักบาน ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปทั้งกลุ่มจนหายไปจากจอ
"ชิ ไอ้พวกนี้ก็เหลือเกิน จมูกดีเป็หมาเลย อีกราวๆ 10 นาที 4 วินาที คงมาถึงที่นี้สินะ"แม้สายตาจับจ้องไปยังจอเล็กแต่ในมือเขาก็ยังคงรัวนิ้วอย่างพัลวัน เสมือนไม่ใช่ความเร็วของมนุษย์เลยซักนิด แต่ไม่ทันสิ้นคำ แรงะเิจากเมนเฟรมคอมพิวเตอร์อีกตัวก็ดังขึ้น
ตูม
"เหอะๆ ทั้งๆที่คำนวณไว้อย่างถูกต้องแล้วแท้ๆ ทำไมถึงเป็แบบนี้ได้นะ"เขาเริ่มลงน้ำเสียงอย่างหงุดหงิด พลั่งยังหันไปมองจอคอมอีกตัวที่อยู่ไม่ห่างมากนัก
"นี้ ไอ ยังอยู่มั้ย" ตอนนี้เหมือนเขาเริ่มเร่งความเร็วมากขึ้นราวกับตอนนี้เขากำลังแข่งกับเวลาไม่มีผิด เสียงรัวนิ้วลงในแป้นพิมพ์ถึงสองคีย์บอร์ดนั้นเริ่มดังสนั่น และแล้วเสียงที่ขัดกับสถานการณ์ก็ดังขึ้นต้นเสียงนั้นมาจากลำโพงอันเล็กข้างๆเขา แต่หากที่น่าสนใจก็คือเสียงนั้นมันเป็เสียงผู้หญิงเหมือนเสียงสังเคราะห์ไม่มีผิด
"ยังอยู่ค่ะเ้านาย"
หน้าจอคอมอีกเครื่องเปิดขึ้นมา พร้อมกับโค๊ตตัวเลขสีเขียวลอยไปมาบนหน้าจอ
"ไอ ทำไมถึงเกิด เหตุการณ์แบบนี้ได้ ผมน่าจะคำนวณทุกอย่างไว้อย่างถูกต้องแล้วนี่"เสียงเขามีความกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด พร้อมหันไปถามกับหน้าจอคอมสีขาวทรงนูนข้างๆตัวเขา
"คุณไลค์ คุณเองก็ทราบดีว่าสมองของคุณมันเกินกว่ามนุษย์ในยุคนี้กว่าหลายร้อยปี และการคำนวนครั้งนี้ไม่ได้มาจากความผิดพลาดแต่มาจากพลังงานของคุณที่มีค่าบริสุทธิ์สูงมากเกินไปจนไม่รองรับกับตัวกักเก็บพลังงานในครั้งนี้ค่ะ เลยทำให้อุปกรณ์บางชิ้นส่วนไม่สามารถรองรับ ระบบที่คุณคิดค้นได้ จึงอาจจะเกิดการโอเวอร์โหลดขึ้น สูงถึง 89% ในตอนนี้"
"ชิ"
ชายร่างโปร่งรู้สึกเจ็บใจกับความจริงอันน่าเ็ป ทั้งๆที่เขาเป็มนุษย์คนแรกเลยด้วยซ้ำที่มี IQ สูงถึงเกือบ400 แต่ดันเกิดผิดยุคซะงั้น และเขาก็ยังคงพิมพ์ตัวเลขต่างๆราวกับ้าทำอะไรบางอย่างอยู่ในคอมพิวเตอร์ และที่เขากำลังกระวนกระวายที่สร้างสร้างนั้นก็คือ การสร้างสนามแม่เหล็กในการเร่งความเร็วของอะตอมในอากาศผลของมันก็คือการเร่งความเร็วของตัวเองให้ไวขึ้นและเขาจะใช้มันในการหลบหนีครั้งนี้ หากสำเร็จการออกนอกประเทศก็ไม่ใช่เื่ที่ฝันอีกต่อไป
หากมองดีๆภายในโกดังแห่งนั้นไม่ห่างจากตัวเขานัก จะเห็นเครื่องรูปทรงแปลกประหลาดวางเด่นสง่าอยู่กลางโกดัง เครื่องนี้ไม่มีความรู้สึกถึงอะไรที่ยิ่งใหญ่แม้แต่น้อย มันเหมือนกับเศษเหล็กที่มาประกบกันก็ไม่ผิดนัก จนมีรูปทรงคล้ายๆ พัดลมขนาดใหญ่จะเปลี่ยนก็แต่ใบพัดที่กลายเป็ แท่งเหล็กงอลงมาสามตัวที่หมุนวนอย่างช้าๆ พร้อมกับกระแสไฟฟ้าที่ฟาดไปมาระหว่างเครื่องประหลาดนี้กับพื้นที่ภายในโกดังรอบๆ และเครื่องที่ว่านี้ก็คือเครื่องที่มีไว้สำหรับเปลี่ยนโค๊ตทำเขากำลังลงสมการการใช้งานให้กลายเป็ตัวกระตุ้นการทำงานของแหล่งประจุพลังงานที่มีไว้สำหรับสร้างสนามแม่เหล็กนั้นเอง โดยเขานั้นใช้เศษเหล็กวัสดุแถวๆในโกดังแห่งนี้แหละในการสร้างเครื่องนั้น และเขาก็อดหลับอดนอนถึงสองวันสองคืนกันเลยทีเดียวในการประกอบ ผลของเ้าเครื่องนี้ก็ เพื่อไว้ใช้ในการหนีจากการจับกุมของ องค์กร ซึ่งตอนนี้ก็ดูเหมือนเ้าองค์กรที่ว่าเริ่มเข้ามาถึงตัวเข้าเรื่อยๆแล้ว จากจอภายในกล้องวงจรที่แอบติดอยู่แถวบริเวณรอบๆโกดัง จากจะเข้าถึงเขาได้นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับเวลา หากเขาทำเครื่องสร้างสนามแม่เหล็กนี้เสร็จก่อน เขาก็จะเป็ฝ่ายชนะ แต่... นั้นคงเป็เหตุการณ์เมื่อชั่วโมงก่อนเพราะตอนนี้มันไม่เป็อย่างนั้นแล้ว
ตูม
เสียงะเิดังอีกครั้ง แต่เพียงเปลี่ยนตำแหน่งที่ะเิจากเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ไปยัง เครื่องรูปทรงประหลาดแทน ความฉุนเฉียวของชายคนนั้นก็เริ่มเข้าถึงจุดขีดสุด
"นี้มันเกิดบ้าอะไรกันฟ่ะ!!! ทำไมยิ่งแก้เหมือนยิ่งเร่งเวลาะเิขึ้น ถ้าหากหยุดพิมพ์แล้วหนีไป มีคนตายในระยะ 500 กิโลเมตร นี้อย่างแน่นอน"
เขาดูเหมือนจะรู้ว่าสิ่งที่พยายามทำมาตลอด 2 วันที่ผ่านมานี้ไม่เป็ผลอะไรเลย ตอนนี้กลับกลายเป็ต้องพยายามแก้สมการเพื่อป้องกันการะเิแทนที่จะสร้างโมเลกุลเร่งพลังงานเร่งระดับของสนามพลังแม่เหล็กแทน
มือกร้านเขายังคงแก้สมการเพื่อลดระดับพลังงานจากการะเิของตัวกักเก็บพลังงาน ให้อยู่ในการควบคุมเพราะการสร้างสนามพลังงานแม่เหล็กเพื่อเร่งความเร็วของมนุษย์ มันจำเป็ต้องใช้พลังงานที่เขาเป็ผู้คิดค้นขึ้นเองเท่านั้น พลังงานทุกอย่างในโลกตอนนี้ถ้าเทียบกับพลังที่อยู่ในเครื่องสร้างสนามแม่เหล็กนั้น อาจกลายเป็แค่ไม้ขีดไฟก็ว่าได้ และแล้วค่าการทำงานในจอวัดระดับก็สูงขึ้น มองในแง่ดีก็คือ การลดระดับอย่างรวดเร็วส่งผลให้มันบีบอัดจนมีความเข้มข้นสูงขึ้นนั้นเอง
"คุณไลค์ การลดระดับพลังงานจำนวนมากในเวลารวดเร็ว อาจทำให้เกิดแรงะเิของอะตอมในบริเวณกว้าง จากการคำนวน คุณไลค์ มีเวลา 30 วินาที ในการหนีค่ะ"เสียงสังเคราะห์ทำการแจ้งเตือนอีกครั้ง
"30 วิ อย่าพูดอะไรให้น่าขันสิ เวลาแค่นั้นผมจะหนีไปใหนได้ และวงการะเินี้ก็มากกว่า 500 กิโลเมตรเป็อย่างต่ำ ผมรู้ถึงอนุภาคของไอ้ถ่านไฟฉายนี้ดี อย่างน้อย ขอจำกัดบริเวณการะเินี้ให้เหลือแค่ห้องก็พอ ผมไม่อยากเป็ต้นเหตุในการพรากชีวิตของคนอื่น"
ไลค์ตอบกับไอ AI อัจฉริยะที่เขาสร้างขึ้นมา ด้วยเสียงหนักแน่น และแล้วภาพั้แ่อดีตก็ค่อยๆไหลเข้ามาในหัวราวกับหวนนึกคิดอะไรบ้างอย่างนั้นคือภาพของตลอดเวลา 45 ปี ที่เขาดิ้นลนจากเด็กสลัมที่ชื่นชอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มาสร้างแบบแปลนเครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งของอำนวยความสะดวกต่างๆ จนเข้าตาคนจากรัฐ ต่อมาเขาทุนวิจัยมาก้อนหนึ่ง ซึ่งนั้นคือจุดเปลี่ยนในชีวิต โดยเงินจำนวนนั้น้าให้เขาเขียนแบบแปลนอาวุธสมัยใหม่ให้กับทางรัฐบาลเพื่อเป็กำลังสำคัญในอนาคต แต่สิ่งที่เค้าเขียนขึ้นมามันไม่สามารถสร้างได้เลยในยุคนี้ นักวิทยาศาสตร์และนักสร้างอาวุธหลายคนในทีมเริ่มส่ายหน้ากันอย่างอ่อนใจ จนเบื้องบนเริ่มมองว่าเื่แบบแปลนพวกนั้นมันเป็เื่เพ้อฝัน และแล้วเขาก็ถูกถีบให้จมดิ่งไปในความมืด เขาเร่ร่อนไปอย่างไม่มีจุดหมาย เป็เวลาหลายเดือนเพราะเขาต้องคอยระวังภัยจากคนของรัฐที่เหมือนจะ้าที่จะปิดปากเขาจากอะไรบางอย่างที่เขารับรู้
แต่แล้วโชคชะตาก็นำพามาเขามาพบกับแสงสว่าง มีองค์กรลึบลับที่มีนามว่า [ซุส] รับเขาไปดูแลภายใต้การควบคุมการทำงานภายในระบบ ในเวลาที่ไม่มีองค์กรฝ่ายใหนในประเทศ้าเขาไปทำงานนั้นจึงเป็จุดเปลี่ยนในชีวิตเขาอีกครั้ง ่ที่เข้ามาในองค์กรนั้นเขามีเพียง 25 ปี ่แรกก็เป็ที่ที่ดีสำหรับเขามาก เพราะตัวเองก็เป็เพียงเป็เด็กกำพร้าในสลัมอยู่แล้วดังนั้น การที่มาอยู่ในองค์กรแล้ว ให้บ้านให้อยู่มีข้าวให้กินแถมยังได้ทำงานที่รักอย่างการเขียนสิ่งต่างๆให้เป็รูปธรรมทำให้เขาคิดว่ามันสบายซะยิ่งกว่าการเป็ าา แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขามีความสุข
การถูกถีบออกมาจากรัฐบาลในตอนนั้นมันทำให้แหล่งศูนย์วิจัยในที่ต่างๆนั้น ต่างมองเขาอย่างตัวตลก จนทำให้เขาหมดหนทางไม่มีที่ไป ใหนจะเื่โดนกีดกั้นจากคนใหญ่คนโต ใหนจะคนที่ออกตามล่าเพื่อปิดปากแต่พอมาอยู่ในองค์กรนี้ เขาเพียงทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างการเขียนแบบแปลนการสร้างอาวุธทางการทหารให้กับกองกำลังป้องกันตัวเองเพียงแค่นั้นก็เพียงพอแล้วทำให้เขาพอใจมาก เพราะทั้งหมดก็เพื่อความสงบสุขของมนุษยชาติ
20 ปีผ่านไป ผลงานต่างๆที่ถูกเขียนไว้มีมากมายแม้บ้างอย่างเริ่มทำขึ้นมาได้แล้วจากยุคสมัยที่เริ่มเปลี่ยน ไม่เพียงแค่นั้นเขายังเขียนเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่สามารถใช้ในกองทัพได้อีกด้วย ถ้ามันเป็งานเพื่อปกป้องเขาเต็มใจซะยิ่งกว่าเต็มใจเสียอีกเพราะมันคือปณิธานความตั้งใจของเขาครั้งในอดีต...
แต่แล้วมันไม่ใช่อย่างที่คิด!!! เขาเริ่มรู้ความจริงจากคนในองค์กรคุยกันในห้องลับที่เขาดันเผลอไปงีบหลับตอนเข้าอยู่ในนั้น สิ่งที่คุยกันนั้นทำให้รู้ว่าองค์กรนี้มืดสนิทและเลวร้ายมากเพียงใด เมื่อเริ่มลงมือลองสืบดูความกระจ่างก็เริ่มคลี่คลาย พวกคนในองค์กรนั้นได้ขายแบบแปลนอาวุธที่เค้าสร้าง ให้กับ ฏในประเทศต่างๆด้วยราคาที่สูงริบ มีลูกค้าหลายรายเลยทีเดียวที่ยอมจ่ายเงินก้อนโตให้กับความฝันเ่าั้ แม้แปลนพวกนี้ยังไม่สามารถสร้างขึ้นได้ภายใน 30-40 ปี นี้ก็ตาม นั้นก็คงจะเพราะด้วยวัสดุอุปกรณ์ไม่สามารถสร้างขึ้นได้หรือพลังงานที่สิ่งเหล่านี้้ามัน้าพลังงานที่มีอนุภาคบริสุทธิ์ที่สูงมากกว่าน้ำมันปกติแต่ให้พลังงานมากกว่าพลังงานนิวเคลียร์ มันเลยกลายเป็ 'แปลนแห่งอนาคต' ตามชื่อของการขายองแบบแปลนนั้น
หลังจากที่ไลค์ได้รู้ความจริง เขาจึงพยายามสร้าง AI สมองกลอัจฉริยะ ขึ้นมาเพื่อ ไปตามแฮ็คระบบแล้วลบแบบแปลนที่เขาเขียนขึ้นมา นั้นก็เพื่อจะได้ป้องกันการเกิดากลางเมืองขึ้นในอนาคต และแล้ววันหนึ่งองค์กรที่ว่านี้ก็เริ่มรู้แล้วว่าเขาเป็คนที่หักหลังอยู่ภายใน ถึงเขาจะไม่รู้ว่าพวกคนในองค์กรรู้เื่นั้นได้ไงก็เถอะ เขาเริ่มทำการจึงหนีการไล่ล่ามาในที่สุด จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบปีแล้วไม่ว่าจะแอบอยู่ที่ใหนพวกนี้ก็จะตามจนเจอราวกับเป็หมาล่าเนื้อไม่มีผิดเพี้ยน จนล่าสุดเขามาพักอยู่ในโกดังร้างทางตอนเหนือของประเทศไทยนั้นคือปัจจุบัน แต่ไม่ว่าจะด้วยกองกำลังที่ตามเขาอยู่หรือการกบดานที่ไร้มิตรนั้น ทำให้อะไรหลายๆอย่างไม่ง่ายเลย ดังนั้นการจะหลบหนีไปได้นั้นจึง ลงคะแนนมาที่การสร้างเครื่องทรงประหลาดนี้ให้เสร็จสมบูรณ์แทน อุปกรณ์ที่ทำให้เร่งความเร็วในร่างกายเพื่อใช้ในการหลบหนีจากพวกมัน แต่ก็อย่างว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ว่า สร้างได้ไม่ได้ แต่จะอยู่ที่ว่าจะะเิแล้วมีคนตายมากแค่ใหนเท่านั้น
"คุณไลค์ เหลือเวลาอีก10วิ ค่ะ"
AI แจ้งเตือนเวลาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ไลค์เองก็ยังคงรัวนิ้วมืออย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้ไวจนตาคนตามไม่ทันไปแล้ว
3
2
"เสร็จแล้ว"
ไลค์ะโออกมาพร้อมกับหัวเราะร่า เพราะอย่างน้อยก็ได้ลดจำนวนคนตายให้เหลือเพียงแค่เขาคนเดียว เขาไม่เสียดายชีวิตแม้แต่น้อย หากชีวิตใช้สำหรับการป้องกันเพื่อไม่ให้คนอื่นมารับเคราะห์ที่เขาสร้างขึ้น
1
.
สิ้นเสียงของไอ ก็เกิดแรงปะทะของกระแสลมและไฟฟ้าจากอุปกรณ์ที่เด่นสง่าอยู่กลางโกดังเข้ามาแทนที่สิ่งต่างๆ จนเกิดการดูดกลืนสิ่งของภายในโกดังรวมถึงตัวเขาด้วยภายในห้อง จะเรียกปรากฏการณ์ในครั้งนี้ว่า เบล็คโฮล ขนาดย่อมๆก็ว่าได้
"ย๊ากกคคคค"
. . .
..
.
"อูยยย ปวดหัวชะมัด ยังไม่ตายหรอเนี่ย แต่ก็เอาเถอะ อูยย ว่าแต่ ที่นี้ที่ใหนกันนะ"
ไลค์พยายามลืมตาขึ้นพบว่าตัวเองนอนอยู่ในบ่อขยะขนาดใหญ่ แต่ด้วยอาการปวดหัวทำให้เขายังไม่สามารถลุกขึ้นได้ เขาพยายามประคองตัวเองลุกขึ้นนานหลายนาทีก่อนที่การกระทำนั้นจะสำเร็จ เขาสังเกตุเห็นมือตัวเองที่เล็กลงเหมือนมือเด็กไม่มีผิด เขาเอามือมาลูบๆหน้าตัวเองพร้อมสำรวจร่างกาย พบว่าตัวเอง กลายเป็เด็กอายุเพียง8-9ขวบ เท่านั้น ในขณะที่ร่างกายในตอนนี้ไม่มีเสื้อผ้าใส่อยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว เขาพยายามสรุปความคิดคือ อาจโดนมิติดูดกลืนเวลาในชีวิตไป จนทำให้ร่ายกายเกิดการแปรเปลี่ยนสภาพ ไลค์พยักหน้าเหมือนยืนยันตัวเองอีกที ก่อนจะเดินหาชุดเก่าๆในกองขยะมาใส่ ทันทีที่ไลค์มองขึ้นฟ้า ทำให้อ้าปากค้างราวกับตกตะลึง!!!
"ไม่จริง ใช่มั้ย" เพราะที่เขาเห็น คือมหานครที่ล้ำยุคสุดๆ ลอยอยู่บนฟ้าที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางคงไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตรอย่างแน่นอน โดยมี ยานบิน ร่อนไปมา อยู่เต็มบนท้องฟ้าเหนือนคร ไลค์คิดทางเดียวเลยคือ โดนดูดมาอยู่ที่โลกอื่น ก่อนเขาหัวเราะให้กับชีวิตของตัวเองที่หลุดโผ ราวกับเป็นิยาย
"ไอ้หนู เอ็งเป็อะไรรึเปล่าเนี่ย"ชายชรา เดินเข้ามาทัก ไลค์มองเขาเล็กน้อย ชายชราคนนี้ แต่งตัวด้วยชุดขาดๆมอมแมมไม่ต่างจากชุดที่ตัวเขาใส่อยู่ตอนนี้เลยเผลอๆแย่กว่าด้วยซ้ำในมือของชายชราถือถุงปุ๋ยมีของเก่ามากมาย คงเป็คนเก็บของเก่าสินะ แต่...
"ภาษาไทย" ไลค์อ้าปากค้าง
"ลุงๆ ลุงพูดภาษาไทยรึเปล่า"
"เอ้าไอ้นี้ แปลกคนจริง ข้าก็ต้องพูดไทยสิวะ แปลกคนจริงๆ"ชายชรา ส่ายหัวเล็กน้อย พร้อมกับหัวเราะเบาๆ
"หัวเอ็งไปโดนอะไรกระแทกมารึเปล่าไอ้หนู ยาบ้านข้าพอมีนิดหน่อย จะเอาไปกินมั้ย"
ชายชราถามอาการไลค์อย่างเป็ห่วง
"ลุงๆ ตอนนี้ปี พ.ศ.อะไรครับ "
ไลค์ถามด้วยเสียงดัง บนใบหน้าเขาใไม่น้อย เพราะตัวเขาเองคิดว่าหลุกมาอีกโลกแล้วด้วยซ้ำ
"ข้าว่าหัวเอ็งฟาดกับอะไรแน่ๆ ถึงขนาดจำปียังไม่ได้ แต่จะบอกให้ก็ได้ ปีนี้ พ.ศ.2747"
'เชี้ยยยยย!!!! ล้ำมา230 ปี ตูหลุดมาขนาดนี้เลยหรอเนี่ย!!'ไลค์ทำหน้าใหนักมาก ก่อนจะพยายามใจเย็นลงเพื่อคิดในใจทบทวนกับตัวเองอีกหลายครั้งโดยดึงสมการความเป็ได้ทั้งหมด สรุปคือ อาจจะเกิดการบิดเบียวของเวลาจากการเร่งอนุภาคความเร็วบวกกับพลังงานชนิดใหม่ที่ดันะเิขึ้นมาเลยเกิดเอฟเฟคกระแสเวลาบิดเบี้ยว เขาพยักหน้าให้กับความคิดตัวเองอีกครั้ง แต่อีกใจกลับชอบตอนนี้มาก เพราะสิ่งตรงหน้าคือเมืองขนาดใหญ่สุดล้ำยุคที่กำลังลอยตัวอยู่เหนืออากาศ
ไลค์ยืนอยู่บนกองขยะนับล้านๆตันเพราะมันกว้าง จนสุดลูกหูลูกตาและเบื้องล่างก็มีแต่ขยะเต็มไปหมด โดยเขาหารู้ไม่ทำเมืองลอยอยู่แบบนี้กับโลกที่เป็อยู่ตอนนี้ต้นเหตุมาจากตัวของเขาเอง