ผ่านไปชั่วขณะชายชราหยางอี้พลันหัวเราะเสียงอ่อนแรงแ่เบาออกมา เสียงนั้นพอฟังก็คล้ายเป็เสียงที่สามารถดึงจิตใจมันให้เข้าถึงความรู้สึกอันหดหู่ในจิตใจของเขาได้โดยพลัน" เวลาเราเหลือน้อยแล้ว" มันหันหน้าจ้องมองเจี้ยนเว่ยจากนั้นกล่าวสืบต่อว่า" โชคดีที่มีเ้าอยู่หาไม่เราคงตายแล้ว" คำพูดนี้พอกล่าวถึงคำ" ตายแล้ว" ถึงกับสั่นคลอนจิตใจของเจี้ยนเว่ยไปทันทีหากเมื่อครู่ข้าใเกินไปชายชราใช่ตายแล้วหรือไม่?
มันมิทราบว่าตอนนี้สมควรกล่าวอย่างไรดีเื่ที่ปรากฏขึ้นเมื่อครู่มันคือเื่ลี้ลับหรือปีศาจจริงๆ? มันชำเลืองมองชายชราแวบหนึ่งเห็นหยางอี้จดจ้องมาที่มันด้วยสายตาที่มันไม่เคยััเห็น สายตาแห่งความอ่อนโยนคล้ายความรักของบุพการียามมองดูบุตรชายชายชราหยางอี้พอใกล้ตายใช่อ่อนโยนและเกิดความรักเอ็นดูกับมันหรือไม่?
หรือคนพอใกล้ตายเราจะเกิดรู้สึกบางอย่างขึ้นมา? คนที่เรามองเห็นเป็คนสุดท้ายของชีวิตใช่คนที่เรารักเอ็นดูมากที่สุดหรือไม่ หรือพอความตายมาเยือนเราค่อยเห็นความสำคัญของผู้คนที่รายล้อมอยู่รอบข้างเรา? ความตายเป็เพียงเส้นทางแห่งการเริ่มต้นหรือเส้นจุดที่จบสิ้นในโลกแห่งความตายมีปรโลกอยู่หรือไม่ คนพอตายใช่สูญสิ้นทุกอย่างที่อาลัยอาวรณ์ไม่
คนเราหากตายจะเกิดความรู้สึกสงบหรือว้าวุ่นหลากหลายความคิดผุดขึ้นในสมองในความคิดของมัน มันมาตรแม้นเห็นคนตายมามากหลายกลับไม่เคยรู้สึกถึงอารมณ์เช่นนี้มาก่อน อารมณ์ความหดหู่ที่คล้ายจะโศกศัลย์เพราะการสูญเสีย ความรู้สึกนี้หากข้าไม่้ารู้สึกควรทำอย่างไรดีมันมิทราบว่าไฉนถึงรู้สึกถึงอารมณ์ความคิดแบบนี้ อาจเพราะมันและหยางอี้ใกล้ชิดกันในห้วงเวลาสั้นๆ ?
มาตรแม้นเป็ห้วงเวลาสั้นๆ แต่สำหรับหยางอี้กลับเป็เวลา่สุดท้ายของชีวิตของเขาสำหรับเจี้ยนเว่ยเวลาสั้นๆ นี้กลับเป็ครั้งแรกที่มันได้ใกล้ชิดพูดคุยกับคนคนหนึ่งความรู้สึกนี้คล้ายกับที่เขาลืมเลือนไปแล้ว ความรู้สึกเดียวที่เคยรู้สึกจากลุงที่เลี้ยงดูเขาในอดีตแววตาที่เมตตาการุณย์ทำให้จิตใจมันไม่สงบอีกครั้ง คนเรามีพบต้องมีจากมีเกิดต้องมีตายแต่ข้าพเ้าไฉนต้องโศกเศร้าด้วย?
นี้เป็เพียงเื่ราวตามธรรมชาติประการหนึ่งเหตุใดข้าถึงยึดติดกับความรู้สึกที่ไม่เที่ยงแท้เช่นนี้? หากข้าไม่รู้สึกเสียใจเวลามีคนรู้จักตกตายมันจะดีกับตนเองหรือไม่ เจี้ยนเว่ยร้อยคำนวณพันครุ่นคิดความคิดหลากหลายประการเหล่านี้ต่างถาโถมมาอย่างไม่สิ้นสุด จนมันเองยังงงงันอยู่บ้างว่านี้คือความคิดของตนเองจริงๆ? ยามมันจดจ้องในแววตาของอีกฝ่าย
ไฉนเกิดความรู้สึกเหล่านี้ขึ้นมามันใช่เวทมนตร์หรือไม่ หยางอี้สีหน้าอ่อนแอคล้ายคนรวยรินใกล้ตายทอดถอนใจคำหนึ่ง มันคล้ายรู้สึกถึงความคิดที่กำลังพลุ่งพล่านของขอทานน้อย.. มันในตอนนี้มิได้เรียกเจี้ยนเว่ยว่าขอทานบัดซบอีกต่อไปเพราะอีกฝ่ายเป็คนสุดท้ายที่มันอาศัยพูดคุยด้วยก่อนจะตายและจะเป็คนสืบทอดปณิธานของเขา
ชายชราหยางอี้เงียบงันอยู่ชั่วขณะพลางกล่าวออกในที่สุดว่า" เ้าคงคาดเดาออกแล้วว่าเรามีชีวิตไม่ยั่งยืนแล้วแต่ก่อนเราจะจากไปเราจะขอถ่ายทอดความรู้ทุกประการของเราให้แก่เ้า เ้ายินยอมกราบเราเป็อาจารย์หรือไม่" คำพูดเหล่านี้ที่กล่าวออกมาคล้ายดังจากหัวใจที่แท้จริง ไม่มีอารมณ์ของความทระนงเย่อหยิ่งหรือน่าเกรงขามกดดันผู้คนมีเพียงความเมตตาและเอ็นดู...
เจี้ยนเว่ยตอนนั้นสมองคล้ายโคลงเคลงถูกจับยัดไปในเมฆหมอกหนาทึบ เพียงการเปลี่ยนแปลงครั้งเดียวทุกอย่างก็แปรเปลี่ยนไปกระทั่งความคิดยังคล้ายถูกแปรผัน ไม่สมควรใช้ความคิดเ้าเล่ห์อันใดอีก...ที่สมควรกลับเป็ความจริงใจ เจี้ยนเว่ยผงกศีรษะสองสามครั้งสีหน้ามันแตกต่างจากปกติแล้ว ชายชราหยางอี้เพียงยิ้มอย่างอ่อนโยนยินดีคาดไม่ถึงคนที่องอาจผู้หนึ่งกลับเปลี่ยนเป็คนที่เหี่ยวแห้งใกล้ตายเช่นนี้
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเป็ผลพวงจากการใช้สังขารแลกพลังฝีมือมาที่แท้เขามีจิตใจเข้มแข็งใช้ความคิดสมาธิกล้ำกลืนอัดอั้นความตายและพลังอาถรรพ์เอาไว้ จึงยังรอดได้แต่เมื่อครู่เพราะจิตใจถูกแรงอาถรรพ์และพลังอำมหิตกดดันมากเกินไปสมาธิจึงไม่มั่นคงถูกพลังอาถรรพ์ครอบงำจนแทบตายไป ประกายดวงตาเขาเริ่มหม่นหมองสะท้อนกับพลังชีวิตที่กำลังจะแห้งเหือด
เจี้ยนเว่ยเดินออกหน้าถ้ำชำระล้างร่างกายจากสายน้ำที่เทราดอยู่หน้าถ้ำคราบ เืที่แห้งกรังพอถูกชะล้างค่อยเปิดเผยรูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของมันเจี้ยนเว่ยหันหน้าไปทางทิศตะวันตกแสงสนธยาสีแดงส่องต้องใบหน้าจนสว่าง เห็นใบหน้ามันเต็มไปด้วยาแนับสิบจุดโครงสร้างใบหน้ามาตรแม้นจะคมคายหล่อเหลาแต่กลับมีแผลเป็มากมายบดบังจนอัปลักษณ์ไป
เห็นดวงตามันกลมโตั์ตาดำขลับ คิ้วเรียวยาวคมเข้มจรดจอน จมูกโด่งเป็สันคมคาย ริมฝีปากเล็กสีแดงสดที่เม้มเข้าหากัน หยาดน้ำสดใสไหลผ่านในหน้าที่คมคายมันลงไปเค้าหน้ามันยิ่งมองยิ่งดึงดูดใจคนราวกับวีรบุรุษผู้อาจหาญผู้หนึ่งดุจดั่งเทพบุตรอาภัพคนหนึ่งเป็เทพบุตรที่ป่วยหนัก...
มันมีผิวกายผิวหน้าที่ขาวซีดดั่งคนป่วยร่างน้อยๆ มันคล้ายจะโคลงเคลงตลอดเวลา ผมสีดำยาวที่ยุ่งเหยิงสยายลง มีน้ำไหลผ่านราวกับธารน้ำตกสุกใสแห่งหนึ่ง ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็สัดส่วนที่ยอดเยี่ยมหล่อเหลาแต่มันกลับมีรอยแผลเป็มากมายบดบังไปนับเป็ที่น่าเสียดายยิ่ง เป็รอยแผลจำนวนมากที่ทำให้แสงมิอาจสว่างทำให้เพชรมิอาจเปล่งประกาย...
เห็นาแบนใบหน้ามันมีสองจุดที่เด่นชัดคือลากยาวจากหน้าผากผ่านดวงตาจรดกรามสองข้าง ที่โหนกแก้มมีริ้วรอยถูกกรีดทั้งหมดสามแผลรวมสองข้างเป็หกแผลราวกับรอยเหงือกของปลาฉลาม อีกสองแผลลากยาวจากจอนหูจรดคางยิ่งมองดูยิ่งขับเน้นความรู้สึกโศกศัลย์สงสารให้เน้นชัด หน้าใบที่คมคายสามส่วนโศกศัลย์สามส่วนอัปลักษณ์สามส่วนและน่าสะพรึงกลัวหนึ่งส่วนนี้นับว่าพบเจอได้ยากยิ่ง
รอยแผลทั้งสิบจุดล้วนแต่ตรงคมชัดคล้ายดั่งถูกกรีดด้วยมือหมอผ่าตัดผู้หนึ่งก็ปาน น้ำพอชะล้างคราบเืที่ลำตัวไปกลับสร้างความตกตะลึงหดหู่กับหยางอี้อย่างใหญ่หลวง ความคิดที่มันเคยคิดไว้ว่าขอทานน้อยนี้มีชีวิตที่ผิดเพี้ยนน่าสงสารตอนนี้มันกลับทราบกระจ่างแจ้งว่าที่มันคิดไว้ยังน้อยกว่าที่เด็กคนนี้เคยพบเจอมา.... มันใช่เกิดมาเป็ตุ๊กตาให้หมอผ่าตัดเล่นหรือไม่?
ความคิดนี้น่าตระหนกใเพราะบนร่างกายของเจี้ยนเว่ยที่ผอมโซเต็มไปด้วยรอยาแหนาใหญ่นับร้อยแผล คนผู้หนึ่งไฉนมีรอยแผลใหญ่นับร้อยเช่นนี้ได้ มาตรแม้นขุนพลนักสู้ที่ต่อสู้ห้ำหั่นยาวนานนับร้อยปียังมิอาจมีาแเป็มากมายถึงขนาดนี้ มันพอมองก็ทราบว่าแต่ละแผลเป็ล้วนแต่กรีดลึกเกินหนึ่งข้อนิ้วและมีทั้งแผลเก่าและแผลใหม่มันแท้ที่จริงเติบโตมาอย่างไรกันแน่?
รอยแผลเป็ของเจี้ยนเว่ยมากมายจนนับไม่ถ้วนไม่ว่าส่วนใดบนิัและร่างกายล้วนแต่ประดับไว้ด้วยรอยแผลเป็ตะปุ่มตะป่ำจำนวนมาก หากจะนับรวมทั้งแผลเล็กแผลใหญ่อาจมากกว่าสามสี่ร้อยจุด ตอนนี้มันค่อยเข้าใจว่าเด็กคนนี้น่าสงสารเกินไปจริงๆ มันอาภัพเกินไปาแเหล่านี้ล้วนได้มาตอนอายุราวๆ หกขวบหยางอี้เองก็จินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ว่าใครจะโหดร้ายถึงขนาดนี้
มันคิดไม่ออกกระทั่งความคิดขบขันยังไม่รู้สึก สิ่งเดียวที่มันคิดคือเด็กคนนี้ทนรับความเ็ปมากมายเพียงนี้ได้อย่างไร แม้แต่มันก็มิอาจทนทานจริงๆ เด็กหกขวบถูกทรมานขนาดนี้มันไฉนรอดได้ เจี้ยนเว่ยพอชะล้างร่างกายก็เดินเข้าถ้ำมาสภาพมันพอมองดูไม่ว่าผู้ใดก็ต้องเกิดอารมณ์ความรู้สึกที่หดหู่อย่างอธิบายไม่ถูกชนิดหนึ่ง คนที่หล่อราวกับเป็เทพบุตรกลับถูกย่ำยีจนเป็ปีศาจอัปลักษณ์ไปแล้ว
มันพอเข้ามาหยางอี้ยิ้มอ่อนโยนแววตาแจ่มใสคล้ายสายตาบุพการีกับมันความรู้สึกครั้งนี้ยังอ่อนไหวยิ่งกว่าครั้งก่อน เจี้ยนเว่ยเดินไปคุกเข่าอยู่หน้าหยางอี้จากนั้นก้มกราบสามครั้งทำพิธีระหว่างศิษย์และอาจารย์เจี้ยนเว่ยขณะกราบก็เรียกคำว่า" ข้าพเ้าเจี้ยนเว่ยขอกราบท่านเป็อาจารย์ของข้าตลอดไป" คำกล่าวนี้คล้ายคำสัตย์ปณิธานแห่งฟ้าดินมิว่าสิ่งใดมิอาจย่ำทำลายได้ พอเสร็จพิธีหยางอี้เพียงผงกศีรษะยิ้มแย้มอย่างยินดีและภูมิใจกล่าวกับมันว่า
"เ้าเป็ศิษย์เรา เรามิทราบเ้าเคยพบเจอเื่ราวอาภัพอันใดมา แต่เมื่อเป็ศิษย์เราเ้ามีแต่ต้องเข้มแข็งมาตรแม้นเราจากไปเ้ายังต้องคงอยู่ยั่งยืนดั่งรูปปั้นเทพเ้าดวงอาทิตย์ในทะเล เ้าต้องอาจหาญดั่งวีรชนผู้กล้ามิอาจเกิดความสิ้นหวังในจิตใจหาไม่เราคงเศร้าสลดในปรโลกหากรับรู้" เขาหัวเราะฮาๆ เล็กน้อยเจี้ยนเว่ยตอนนี้ไม่คล้ายเด็กดื้อแต่คล้ายเด็กสัตย์ซื่อผู้หนึ่งเป็ความสัตย์ซื่อที่จริงใจ มิได้ใช้การแสดงแต่เป็ความรู้สึกความผูกพันที่แท้จริงความรู้สึกระหว่างศิษย์อาจารย์มองดูน่าเอ็นดูยิ่ง
หยางอี้มองดูสภาพคล้ายคนป่วยของมันอยู่ชั่วครู่ได้แต่กล่าวคำว่า" เสียดาย เสียดาย" อยู่ในใจค่อยหยิบเอาเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าเก็บของเล็กๆ ในอกเสื้อนอกจากเสื้อผ้ายังมีเม็ดยาสี่สีในกล่องใสกล่องหนึ่ง ขวดนมใหญ่หนึ่งฝ่ามือขวดหนึ่งในนั้นยังมีสิ่งของที่แปลกประหลาดพิกลอยู่สองสามอย่าง คล้ายคลึงอาวุธที่ใช้ขว้างปาห้าชนิดและมีกล่องไม้ลาวาเก็บวัตถุมีคมแปดชิ้นกล่องหนึ่ง
หยางอี้โบกมือให้มันเข้ามาจากนั้นกล่าวว่า
" ทำสมาธิให้สงบเราจะถ่ายทอดพลังหลายสายเข้าไปในร่างเ้า ด้วยเคล็ดวิชาเปลี่ยนสัดส่วนมนุษย์แก่เ้า จะสำเร็จมรรคผลวิถีได้เท่าใดล้วนขึ้นอยู่กับจิตปณิธานของเ้าว่าเข้มแข็งสงบนิ่งเพียงใด" ยามนั้นเห็นหยางอี้แยกนิ้วสามนิ้วสองข้างจากนั้นจี้ใส่ร่างกายตนเองยี่สิบสี่ครั้งปรากฏแรงไร้ลักษณะแผ่พุ่งออกอย่างไร้วิถีคล้ายสายลมที่ฉวัดเฉวียนไปมา
จากนั้นสูดลมหายใจลึกตบจุดฝ่ามือฟาดหลังมือทิ่มแทงดรรชนีตามร่างกายของมันอากาศคล้ายหมอกสีขาวค่อยๆ แทรกซึมเข้าร่างกายของมันอย่างแช่มช้า เจี้ยนเว่ยร่างสั่นสะท้านแต่กลับไม่โคลงเคลงโอนเอนเพราะพลังลึกลับในร่างมันเกิดปฏิกิริยาขึ้นกับเคล็ดวิชานี้ มันมาตรแม้นจะรู้สึกเ็ปแต่เทียบกับที่มันเคยพบเจอก็คล้ายมดกัดเบาๆ
เห็นใบหน้าซีดเผือดของหยางอี้ปรากฏเหงื่อหยดผุดออกเห็นปลายนิ้วและฝ่ามือสะท้อนแสงคล้ายกระจกกรีดเข้าิัของตนเอง ลึกหนึ่งข้อนิ้วอย่างสม่ำเสมอท่วงท่าพอร่ายออกกลับไม่ผิดพลาดแม้สักนิดเดียว แต่น่าแปลกที่นิ้วพอกรีดเข้ากลับไม่มีเืไหลซึมออกมา หยางอี้ที่แท้ใช้เคล็ดวิชาเปลี่ยนสัดส่วนมนุษย์แก่มันวิชานี้เป็วิชาที่สาบสูญจากยุทธจักร ทางเดียวกันก็เป็วิชาที่อันตรายชนิดหนึ่งเช่นกัน
วิชานี้อันตรายตรงจุดที่หากผิดพลาดก็จะเกิดเภทภัยใหญ่หลวงขึ้นทั้งคู่ ทั้งยังมิทราบว่าจะมีผลสำเร็จอย่างไร แต่มันมองดูใบหน้าที่น่าสงสารของขอทานน้อยทราบดีว่ามันมีดวงชะตาที่แกร่งกล้ามิตายตกง่ายๆ เพราะเื่นี้ดังนั้นมันจึงใช้ออกมาเพื่อหวังว่าจะเกิดพัฒนาการยิ่งใหญ่กับศิษย์ของตนเองโดยตนใช้วิชานี้จะแลกเปลี่ยนชีวิตของตนเองเพื่อใช้ออกมา ความรักเป็สิ่งที่ยิ่งใหญ่ดั่งเช่นคนกล่าวจริงๆ !