ฮูหยินอัจฉริยะของราชายมโลก

    ตอนที่ 40 กุเรื่อง

    แม่นมได้ยินเสียงคนรอบข้างเริ่มก่นด่าฮูหยินฉู่ จึงรีบโบกมือพัลวันพร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ฮูหยินฉู่ไม่ใช่ปีศาจจิ้งจอก เหตุการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่มู่อวี่ซีเล่าแม้แต่น้อย


    คุณหนูรองพูดจาเหลวไหลสิ้นดี!!


    ใช่แล้ว มู่อวี่ซีพูดจาเหลวไหล หากอยู่ที่อื่น นางไม่มีทางเปิดเผยเรื่องอื้อฉาวในครอบครัวของตนเองโดยเด็ดขาด ทว่าหากเป็นที่นี่ ต่อหน้ากลุ่มนักปราชญ์ทั้งหลาย เรื่องราวทำนองนี้กลับกระตุ้นให้เกิดความเห็นอกเห็นใจในหมู่นักปราชญ์และกวีมากที่สุด!


    ถึงอย่างไรเรื่องราวความรักระหว่างคุณหนูผู้สูงศักดิ์กับนักปราชญ์ผู้ยากไร้ก็เป็นเรื่องที่พวกเขาซาบซึ้งอยู่เสมอ


    บางครั้งในสายตาของบรรดานักปราชญ์เหล่านี้ เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ก็เป็นสิ่งที่สามารถละเลยหรือแม้แต่ท้าทายได้


    พวกเขาทั้งหมดต่างก็ยอมละเมิดธรรมเนียมและกฎเกณฑ์เพื่อรักแท้


    เป็นไปตามคาด เมื่อเรื่องราวของอนุหว่านและมู่หงไห่ถูกเปิดเผยออกมา ก็มีคนวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา สุดท้ายกลายเป็นว่าฉู่เตี๋ยตกเป็นมือที่สามเข้าแทรกแซง! ล่อลวงมู่หงไห่จนทำลายจุดจบอันสมบูรณ์แบบของความรักครั้งนี้!!


    สายตาของทุกคนที่มองมายังมู่อวิ๋นฮว่าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น!


    "มารดาของมู่อวิ๋นฮว่าช่างเป็นผู้หญิงที่ชั่วร้ายจริงๆ!" องค์หญิงหย่งเล่อไม่ชอบมู่อวิ๋นฮว่าอยู่แล้ว คราวนี้ยิ่งเกลียดชังนางมากขึ้นไปอีก รู้สึกขยะแขยงแม้กระทั่งการหายใจร่วมสถานที่เดียวกันกับอีกฝ่าย!


    "เสด็จพี่ รีบพาผู้หญิงคนนี้ออกจากการแข่งขันไปซะ คนอย่างนางไม่คู่ควรที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน!"


    องค์ชายรัชทายาทไป๋หลี่หย่งหนิงได้ยินคำพูดของน้องสาวแล้วก็ไม่ตอบ เขาสนใจแต่เพียงมู่อวี่ซี


    มู่อวี่ซีรับรู้ได้ถึงสายตาของเขาจึงเงยหน้าขึ้นมองตอบ ทว่าก็ต้องตกใจกับสายตาร้อนแรงของเขาจนต้องรีบก้มลง ใบหน้าขาวนวลของนางแดงก่ำขึ้นมาทันที


    ครั้นชายหนุ่มสังเกตเห็นสิ่งนี้แล้วก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที มุมปากอดยกยิ้มขึ้นไม่ได้


    เมื่อได้ลิ้มรสประโยคที่ว่า "ขอเพียงได้เคียงคู่กับคนที่รัก แม้ยามแก่เฒ่าก็ไม่พรากจากกัน"


    ไม่รู้ทำไมแต่ในใจกลับมีเสียงพูดว่า มู่อวี่ซีรอคอยคนรักมาเนิ่นนานแล้ว รอคอยคนที่จะครองรักกันไปจนแก่เฒ่าโดยไม่พรากจากกัน และคนผู้นั้นก็คือเขา องค์ชายรัชทายาทไป๋หลี่หย่งหนิง!!


    ทั้งคู่จะสบตากันอย่างไรนั้น มู่อวิ๋นฮว่าไม่มีเวลาสนใจ นางเห็นความโกรธแค้นของฝูงชน เมื่ออาลักษณ์กรมธรรมการเข้ามาเกลี้ยกล่อมให้ถอนตัว มู่อวิ๋นฮว่าก็หัวเราะออกมา "ถอนตัวหรือ ทำไมข้าต้องทำเช่นนั้นด้วย แค่เพราะมู่อวี่ซีกุเรื่องขึ้นมา แล้วทำให้พวกท่านโกรธแค้น ข้าก็ต้องถอนตัวอย่างนั้นหรือ"


    "เหอะ"


    เสียงหัวเราะทิ้งท้ายประโยคนั้นเต็มไปด้วยแววเย้ยหยัน


    แม้แต่ผู้เข้าแข่งขันที่นั่งอยู่ด้านหลังยังไม่อาจอดกลั้นโทสะและตั้งท่าจะต่อว่ามู่อวิ๋นฮว่า แต่มู่อวิ๋นฮว่ากลับเก็บมือที่ค้ำศีรษะไว้ก่อนลุกขึ้นยืน จากนั้นเก้าอี้ที่นางนั่งอยู่ก็ถูกผลักล้มหงายไปด้านหลัง


    เสียงเก้าอี้กระแทกกับพื้นหินอ่อนดัง "โครม"


    ไม่ได้มีเพียงมู่อวี่ซีและองค์ชายรัชทายาทที่ขมวดคิ้วงุนงง แต่ยังรวมถึงฝูงชนที่อยู่ในอารามเดือดดาลด้วย


    มู่อวิ๋นฮว่าหันมองมู่อวี่ซีอย่างไร้ท่าทีเกรี้ยวกราด แต่กลับปรบมือให้ "พูดตามจริงแล้ว ข้าคิดว่าหากข้าโง่เป็นอันดับสอง ไม่มีใครกล้าโง่เป็นอันดับหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะได้เจอคนที่โง่กว่ามู่อวิ๋นฮว่าคนนี้ คนที่โง่ที่สุด"


    "คุณหนูใหญ่ เจ้าเป็นอะไรไป" มู่อวี่ซีปั้นหน้าไร้เดียงสา


    มู่อวิ๋นฮว่าหัวเราะเบาๆ แล้วยิงคำถามโดยไม่ให้ตั้งตัว "มู่อวี่ซี ข้าขอถามเจ้าหน่อยว่าเจ้าเกิดเดือนอะไร แล้วข้าเกิดเดือนอะไร ระหว่างเจ้ากับข้า ใครอายุมากกว่ากัน”


    แม้มู่อวี่ซีจะคาดเดาความนัยของคำพูดของมู่อวิ๋นฮว่าไม่ออก แต่ก็ยังตอบตามความจริง "ถึงเจ้าจะเป็นคุณหนูใหญ่จวนมู่ แต่ถ้าพูดถึงอายุแล้ว ข้าก็โตกว่าเจ้าเล็กน้อย"


    มู่อวิ๋นฮว่าพยักหน้า "อย่างนั้นก็สรุปได้ว่ามารดาของเจ้าไม่ใส่ใจคำสั่งสอนของพ่อแม่ ไม่แยแสคำชี้แนะของแม่สื่อ ดันทุรังจะตามท่านพ่อไปให้ได้ แล้วก็ตั้งท้องโดยที่ยังไม่ได้แต่งงาน อ๊ะ ไม่ใช่สิ ต้องหมั้นหมายถึงจะได้เป็นภรรยา หากหนีตามกันก็เป็นได้เพียงอนุ มารดาเจ้าเต็มใจจะยอมสละเป็นอนุ เต็มใจจะยอมต่ำต้อย เช่นนั้นก็ไม่มีใครกงการได้ แม้แต่ฮ่องเต้ยังไม่อาจจัดการคนใฝ่ต่ำได้"


    "คุณหนูใหญ่ เจ้าใส่ร้ายแม่ของข้าแบบนี้ได้อย่างไร!!" แม้ว่าในใจมู่อวี่ซีจะเกลียดมู่อวิ๋นฮว่าแทบตาย แต่คำพูดที่หลุดจากปากกลับไม่มีคำหยาบแม้แต่น้อย


    "ข้าใส่ร้ายตรงไหน ในเมื่อเจ้าโง่กว่าข้า ข้าผู้ได้ชื่อว่าโง่งมที่สุดในอาณาจักรต้าซีก็จะอธิบายให้เจ้าเข้าใจอย่างชัดเจน ไม่ให้เจ้าต้องอับอายขายหน้าโดยไม่รู้ตัวอีก" มู่อวิ๋นฮว่ายกยิ้ม ทว่าในสายตาของมู่อวี่ซี รอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม!


    ในจังหวะที่นางสังหรณ์ใจไม่ดีก็ได้ยินอีกฝ่ายเอ่ย "มู่อวี่ซี ข้าไม่ถือสาที่เจ้าเที่ยวป่าวประกาศต่อธารกำนัลว่าอนุหว่านต่ำต้อย แต่หากจะมาทำลายชื่อเสียงของท่านพ่อและภรรยาเอกของจวนมู่อย่างท่านแม่ของข้า ข้ามู่อวิ๋นฮว่าผู้นี้ไม่มีทางยอมโดยเด็ดขาด!!"


    "เจ้ารู้ไหมว่าระหว่างตำแหน่งขุนนางชั้นผู้น้อยกับมนตรีสำนักหงลู่นั้นห่างกันตั้งเท่าใด รู้ไหมว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะเลื่อนขั้นจากขุนนางชั้นผู้น้อยไปเป็นมนตรีสำนักหงลู่ คิดว่ามันได้มาจากการสอบคัดเลือกหรือ สอบผ่านก็ได้เป็นมนตรีสำนักหงลู่เลยหรือ เหอะ โง่สิ้นดี! ท่านพ่อใช้เวลาทั้งหมดเจ็ดปีในการเลื่อนจากขุนนางชั้นผู้น้อยไปเป็นมนตรีสำนักหงลู่! ตลอดเจ็ดปีนั้นท่านพ่อยังไม่รับอนุหว่านเข้าจวนเลยด้วยซ้ำ เจ้าคิดว่าเพราะเหตุใดกันเล่า เพราะท่านพ่อรู้ว่านางเป็นคนต่ำต้อยที่ดันทุรังจะติดตามเขามา เขาจึงไม่มีความคิดจะแต่งงานกับนางมาตั้งแต่แรก สตรีที่หนีตามบุรุษย่อมตกเป็นอนุ ชาตินี้ไม่มีทางได้ครองตำแหน่งภรรยาเอก เช่นนั้นอนุหว่านก็ต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเอง! เดิมทีก็ไม่มีใครบังคับให้นางหนีตามคนอื่นไปไม่ใช่หรือ"


    "นางเลือกที่จะเป็นอนุแล้ว ทำไมถึงยังคิดอยากได้ตำแหน่งภรรยาเอกอีก ข้าอยากถามผู้ชายทุกคน ณ ที่นี่ว่าพวกท่านจะยอมไม่แต่งงานกับภรรยาเอกเพราะอนุคนหนึ่งหรือไม่"


    ไม่แต่งงานกับภรรยาเอกเพียงเพราะภรรยาน้อยคนหนึ่ง จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!


    ต่อให้โปรดปรานอนุมากแค่ไหน แต่ก็ต้องมีภรรยาเอกไว้ในจวน


    เดิมทีนี่เป็นเรื่องที่ไม่ขัดแย้งกันเลย


    เหล่าชายหนุ่มที่อยู่ในงานต่างไม่ตอบ เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่มู่อวิ๋นฮว่าพูดนั้นเป็นความจริง ทำเอาพวกเขาหมดคำจะโต้แย้ง


    มู่อวิ๋นฮว่ากวาดตามองไปคนทั้งงานที่เงียบกริบ ก่อนเลื่อนสายตาไปยังมู่อวี่ซีแล้วผายมือออก "พี่รอง เจ้าเห็นไหม ผู้ชายปกติทุกคนรู้ดีว่าควรตัดสินใจอย่างไร ท่านพ่อถึงได้แต่งงานกับภรรยาเอก นี่เป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง แล้วเหตุใดมันถึงกลายเป็นเรื่องไม่ถูกต้องในกรณีของอนุหว่านเล่า ข้าสงสัยนักว่าตระกูลหลี่เลี้ยงดูอนุหว่านมาอย่างไร สมองถึงได้เลอะเลือนเพียงนี้!"


    "ไม่ใช่ ไม่ใช่แบบนั้น" มู่อวี่ซีโบกมือปฏิเสธพัลวัน


    ทว่ามู่อวิ๋นฮว่าไม่ปล่อยโอกาสให้นางแก้ตัวแม้แต่น้อย กลับพูดต่อทันที "ไม่ต้องสนใจว่าท่านแม่ของข้าเป็นใคร อย่างน้อยนางก็ไม่ลักขโมยหรือจี้ปล้น ไม่ได้เป็นคนชั่วช้า ท่านพ่อยังไม่รังเกียจความแตกต่างทางฐานะระหว่างพวกเขา แต่งนางเป็นภรรยาเอกแล้วจะมีปัญหาอันใดเล่า ข้าขอถามนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนที่อยู่ในงาน ว่าอาณาจักรต้าซีมีกฎหมายที่บัญญัติว่าห้ามแต่งงานกับสตรีที่มีฐานะสูงกว่าหรือต่ำกว่าตนเองตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินอัจฉริยะของราชายมโลก ที่คุณอ่าน