เวลา01.30 น.
หลังจากสั่งการเสร็จ ศิลาทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยเขาก็ออกมานอกเขตชั้นในเขามองเห็นผู้คนมากมายกำลังเตรียมพร้อม
“พี่ศิเมื่อกี้ภุชจังรายงานมาว่า กองทัพยักษ์มีประมาณ 4 แสนตน แบ่งเป็นสองกองทัพ” ฟ้าครามพูดขึ้นในขณะที่ศิลากำลังเดินตรวจกองทัพ
เขาหยุดฝีเท้า ใช้ความคิด “มีความเป็นไปได้ว่าทางนั้นเองอาจจะส่งกองทัพเข้ามาโจมตีเราเป็นละลอก โดยกองทัพแรกจะถูกส่งมาเพื่อประเมินพลังรบของทางเรา และตรวจเช็คพื้นที่ภูมิประเทศ ทหารชุดแรกคงเป็นพวกระดับต่ำ ตรงจุดนี้คงต้องเลี่ยงไม่ให้คนของเราปะทะจะได้ไม่เสียพลัง” เขาหันไปมองเจ้าหล่อน “น้องถามภุชจังให้ทีว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่ยักษ์หรือเปล่า” เขาหันไปมองคลังน้ำยาฟื้นพลังชีวิต และน้ำยาฟื้นมานาที่กองเป็นภูเขา ก่อนจะเรียกให้อาชญากรส่งต่อๆกันไปแจกจ่ายสำหรับทุกคน “แย่แหะน่ำยาฟื้นพลังปราณกับพลังจิตมีไม่พอ หากต้องสู้ในอากาศคงใช้พลังจิตเหาะได้ไม่นานแน่ๆ หน่วยเวหาตอนนี้ก็มีน้อยเกินไป” เขามองดูอาชญากรที่กำลังเช็คสภาพเทอร์โรซอร์ประมาณ 1 พันคน ถัดไปคือหน่วยประจันบาน อาชญากรและสัตว์เลี้ยงทีเร็กซ์ประมาณ 3 หมื่นคน
“ภุชจัง พี่ศิให้มองว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นมี่ไม่ใช่ยักษ์ไหม”
“มีค่ะนายหญิง” ภุชจังตอบกลับมา
“สิ่งมีชีวิตอะไรหรอ”
“มังกรค่ะนายหญิง”
“มังกร!........” ฟ้าครามอุทานออกมาเสียงหลง
ศิลาหันไปมองฟ้าครามที่กำลังมีสีหน้าตกใจ เช่นเดียวกันกองทัพอาชญากรของศิลาก็ตกใจ
“มังกรหรอคะ” ศิลาหันมาถาม
ฟ้าครามพยักหน้าตอบว่าค่ะ
“มังกรควรจะสูญพันธ์ไปหมดแล้วนี่นา” เขาเปรยออกมา “ในอดีตทศกัณฐ์ปกครองขุมอำนาจแบบไหนกันแน่ แล้วมันพึ่งปกครองหินมพานต์ได้ห้าปีจริงหรือเนี่ยทำไมกองกำลังของมันถึงมีเยอะแบบนี้ ยักษ์สี่แสน ถ้ารวมมังกรอีกไม่ปาเข้าไปหกเจ็ดแสนเลยหรอ”
ตอนนั้นเองเสียงของภุชจังก็ดังขึ้นในหัวของฟ้าคราม
“ไม่ค่ะ มังกรไม่ได้สูญพันธ์ แต่ตกเป็นสัตว์เลี้ยงของเผ่ายักษ์”
ฟ้าครามหันไปบอกศิลากับสิ่งที่ภุชจังบอกมา
ศิลาพยักหน้า “ให้ภุชจังกลับมาได้แล้วค่ะ”
อดัมวิ่งหน้าตื่นมาหาศิลา “ศิลาตอนนี้รอบกำแพงนอกเมืองเต็มไปด้วยสมาพันธ์ กิลด์น้อยใหญ่มากันอื้อเลย”
ศิลาฉีกยิ้ม “ก็ดีน่ะซิ เรายิ่งต้องการเงินทุนอยู่ด้วย มาหาเองแบบนี้ฉันจะได้ไม่ต้องไปถล่มเมืองไหนแบบไร้เหตุผล”
“นายจะฆ่าผู้เล่นไปด้วยเลยหรอ” อดัมถาม
“อื่ม ใช่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่ฉันลงมือเองหรอก ถือว่าเรามีทรัพยากรณ์ผู้เล่นมาให้ใช้ถึงที่เลยแบบนี้ดีจริงๆ” เขายิ้มอัมหิตนัยน์ตาดุร้ายฉายแววประกายไฟ หัวเราะฮึฮึ อยู่ในลำคอ
เพิร์จวิ่งมาหน้าตาตื่น “ศิลาแย่แล้ว” ชายหนุ่มพูดเสียงหอบ
“อะไรหรอ” ศิลาหันไปถาม
“ทั่วทวีปผู้กล้า เหนือ ใต้ ออก ตก มีสัตว์อสูรระดับตำนานปรากฎตัวออกมาจากใต้ดิน” เพิร์จหอบหยุดพักหายใจ “เป็นสัตว์อสูร ห้าตัวได้แก่ มังกรเขียว เต่าทมิฬ พญาหงส์แดง พยัคขาว มังกรทอง”
“เฮ่ย....” ศิลาเบิกตาตลึง “สัตว์พิทักษ์ทิศบนสวรรค์ในตำนานของจีนหรอ”
“ใช่ ตอนนี้กำลังทำลายเมืองต่างๆทุกเมือง แน่นอนเมืองของพวกเราก็ด้วยแต่โชคดีพวกเสนาธิการพึ่งเกิดมาพอดี ฉันเลยให้ประจำการที่เมือง มีการถ่ายทอดสดด้วยนะ เห็นว่าใกล้จบแล้วเพราะสัตว์เทพเหล่านั้นเริ่มถอยไป ที่สำคัญในการถ่ายทอดสดบอกว่าสัตว์เทพตื่นขึ้นมาเพราะนายไปปลุกภุชจัง”
ศิลายิ้มสีหน้าปั้นยาก “แปรว่า ฉันคือต้นเหตุที่ทำให้ทุกเมืองพินาศอีกแล้ว เดี๋ยวนะแบบนี้ทุกเมืองในทวีปผู้กล้าก็กำลังเกิดกิจกรรมสงครามน่ะซิ”
เพิร์จพยักหน้าตอบว่าใช่
ศิลาครุ่นคิด ‘อะไรกัน ทศกัณฐ์ยกทัพมาตอนนี้ พร้อมกับสัตว์เทพในตำนานของจีนตื่นขึ้นมา บังเอิญเกินไปหน่อยหรือเปล่า บังเอิญ!?....ไม่น่าใช่ ทศกัณอยู่มานานอาจจะรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว ภุชจังมีความสัมพันธ์กับสัตว์ทั้งห้านั่นหรือเปล่านะ ช่างเถอะคิดไปก็ปวดหัวเอาทีละเรื่องดีกว่า’ “ฉันฝากนายแบ่งกองทัพทีนะ ฉันจะออกไปทักทายกิลด์ต่างๆสักหน่อย” ศิลาเดินยิ้มชั่วร้ายจากไป พร้อมกับฟ้าคราม
“พี่ศิคิดจะให้กิลด์พวกนั้นเป็นดาบหน้าเข้าไปตายก่อนหรอค่ะ” หญิงสาวเริ่มตามความชั่วร้าย หวานใจของเธอทัน
“ใช่ค่ะ ให้พวกมันปะทะกับยักษ์ไปก่อน พี่จะได้เก็บข้อมูลได้สบาย” เขาหลับตายิ้มเดินไปพลาง “ออกมาคาลิเนีย”
จบคำปรากฎสิ่งมีชีวิตมีปีกคล้ายค้างคาวใบหน้ากลมมีเขาสองข้างผิวสีแดง มีหางเป็นลูกศร มีเขี้ยวเล็กๆ ขนาดตัวเท่าเด็กแรกเกิด
คาลิเนียบินอยู่รอบตัวของศิลาพูดขึ้นเสียงด้วยน้ำเสียงจิดริด “อย่าลืมที่สัญญาว่าจะยกสมบัติกับหาเมียให้ข้าล่ะ”
“เออ...นาาาา ฉันจะพาแกไปอาซีเอ โพไซดอนเอง จะจัดให้แบบแจ่มๆเลย ทำงานให้คุ้มค่าจ่างล่ะ” จบคำคาลิเนียก็บินหายไป “น้องเมตตาออกมา”
ปรากฎเด็กหนุ่มในชุดนินจาสีดำออกมาจากเงาต้นไม้
“ครับพี่ศิลา”
“น้องนำกำลังชิโนบิชิโนบุไปรอบสังหารหัวหน้ากิลด์ต่างๆทีนะ เดี๋ยวคาลิเนียจะรับหน้าที่ปลอมตัวเป็นคนพวกนั้นคอยสั่งการทัพของพวกมันเอง”
“ครับ” เด็กหนุ่มรับคำก่อนจะหายไปราวกับเงา
เขาเดินออกมานอกเมืองจันทราพบคนมากมายและหัวหน้ากิลด์ต่างๆ รวมเป็นคนประมาณไม่ต่ำกว่า 4 แสนคน
ตัดมาทางโลกความจริง
ในห้องทำงานสีขาวกว้างมีคอมพิวเตอร์มากมาย และเครื่องโคคูลนับไม่ถ้วนกำลังเกิดภาพเหล่าพนักงานจีเอ็มกำลังวิ่งกันวุ่นด้วยความหัวปั่นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลก Demonlord
“ทีมถ่ายทอดสดล่ะ” จีเอ็มคนหนึ่งถามขึ้นเสียงดัง
“กำลังเข้าประจำการครับ แต่อาจจะช้าหน่อย” จีเอ็มอีกคนตอบ
“แล้วจีเอ็มหน้าที่ซ่อมบำรุงล่ะ”
“ไม่พอครับ จีเอ็มหน่วยพัฒนาซ่อมบำรุงสิ่งปลูกสร้างมีไม่พอ วันนี้จีเอ็มและนักพัฒนาทีมคุณชิงหลงลาหยุดไปอาบอบนวดครับ”
“ตอน ตอนนี้เนี่ยนะ” จีเอ็มหนุ่มหัวหน้าทีมร้องเสียงหลงไม่อยากจะเชื่อหู
ในห้องเตรียมการถ่ายทอดสดห้องพากษ์บรรยาย
จีเอ็มวิ๊งแซ่บแวะมากินเดินมาชิมและจีเอ็มใจร้อนแต่ไม่ร้อนใจกำลังเตรียมตัว
จีเอ็มวิ๊งแซ่บพูดขึ้น “กล้องพร้อม พิธีกรพร้อม ย้ายการถ่ายทอดสดไปเมืองจันทราได้เลย เราจะยึดการถ่ายทอดสดที่เมืองจันทราเป็นหลักสลับกับเมืองต่างๆในบ่างช่วง และในเมืองจันทราให้เน้นจับภาพที่ผู้เล่นศิลา สลับกับประตูด้านอื่น”
วิ๊งแซ่บสั่งงานห้องควบคุม วินาทีต่อมาปรากฎหน้าจอ มโหฬารขึ้นรอบตัวของจีเอ็มทั้งสอง
ภาพในจอหลังตัดฉายเห็นภาพเมืองจันทราและปรากฎชายนักข่าวหน้าทีปลิงข่าวคอยรายงานข้อมูลและเหนือน่านฟ้าเมืองจันทราปรากฎสเปคตราโดรนรีนูดีบังกี้มากมายยิ่งกว่าฝูงผึ้ง และในจอภาพปรากฎร่างของศิลากำลังยืนอยู่บนกำแพง ผ้าพลันคอสีดำปลิวสไวในสายลม ผมสีดำสบัดไปมา ด้วยท่าทางยืนหลับตาสีหน้าสงบนิ่งราวกับน้ำในบึงที่เงียบสงบแต่พร้อมจะเปลี่ยนเป็นเกลียวคลื่นยักษ์กลืนกินผืนภพในเสี้ยววินาที ที่เด่นสดุดตาคือสิ่งที่อยู่ในมือของชายหนุ่ม นั่นคือแก้วชาไข่มุกสรชาดำเย็นกับหลอดเสียบพร้อมดูดดับกระหาย
“สวัสดีค่ะ....ดิฉันจีเอ็มใจร้อนแต่ไม่ร้อนใจ และจีเอ็มวิ๊งแซ่บแวะมากินเดินมาชิม ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การท่ายทอดสดสงครามเมืองจันทรา ทุกท่านสามารถรับชมได้ทั้งในโลกจำลองและในโลกความจริงผ่านทางช่อง DE.TV ในระบบภาพFuupow HD
ภาพของเมืองจันทราถูกถ่ายทอดสดให้ผู้ชมทันทีเมื่อสิ้นเสียงหญิงสาว “โฮ่ว...คุณศิลานี่ถ้าจะดังไม่ใช่เล่น ยอดผู้ชมในโลกความจริงพุ่งขึ้นทะลุสามล้านในสองวินาที ในโลกจำลองมีผู้ชมมากถึง 21 ล้านแล้วค่ะ....”
“เอาล่ะครับ อีกไม่ถึงห้านาทีกองทัพยักษ์จำนวนหลายแสนจะเข้าสู่บริเวณป่าจันทราของเขตเมืองจันทราแล้ว และนี่ถือเป็นมหาสงครามครั้งแรกในแดนสวรรค์อย่ากระพริบตาเชียวนะครับ” จีเอ็มวิ๊งแซ่บเสริม
ปรากฎภาพของยักษ์ตัวสีเขียวในชุดคล้ายชุดลิเก ตัวสูงใหญ่บึกบึน ผิวสีเขียว เขี้ยวยาวโค้งงามแหลมคม ถือขวาน ฆ้อน ดาบ ลูกตุ้มหนาม อาวุธครบมือมากมาย พร้อมด้วยเสียงฝีเท้าดังกระหึ่มจนแก้วน้ำที่ถูกวางไว้สั่นไหวด้วยเสียงเบสที่ดังออกมาจากลำโพงเซอร์ราว
“ผมว่าท่าทางงานนี้ ผู้เล่นศิลาจะเจองานช้างจริงๆล่ะครับ” จีเอ็มวิ๊งแซ่บพูดเสียงเครียด “ถ้าเขาแพ้ขึ้นมาอาจจะเรียกได้ว่าไม่ซิถ้าเขาแพ้ขึ้นมาผู้เล่นทั่วโลกคงลำบากจากสัตว์อสูรในหิมพานต์แน่”
จากนั้นจีเอ็มสาวก็พูดขึ้นต่อ “5..4..3..2..1 สงครามเมืองจันทราเริ่มขึ้นแล้วค่ะ
ขณะเดียวกันในโลก Demonlord เวลา 02:02:02 น ตีสอง สองนาทีกับอีกสองวินาที
“ประกาศ ประกาศ สงครามเมืองจันทราเริ่มต้น ณ.บัดนี้ การฆ่าถือไม่ผิดกฎ ผู้เล่นในบริเวณเขตสงครามไม่สามารถออกนอกพื้นที่ได้ ผู้เล่นภายนอกสามารถเข้ามาได้ตลอดเวลา สุดท้ายขอเทพีแห่งชัยชนะจงสถิตอยู่กับคุณศิลาและเมืองจันทรา”
“ประกาศ เผ่ายักษ์ลงกาขั้นราชันย์ ระดับ 300 จำนวน 2แสน 5 หมื่นตนปรากฎตัว”
“ประกาศ พญายักษ์ทศกัณฐ์ ขั้นตำนาน ระดับ 200 ปรากฎตัว”
“ประกาศ พญายักษ์อินทราชิต ขั้นพระเจ้า ระดับ300 ปรากฎตัว”
“ประกาศ พญายักษ์กุมภกรรณ ขั้นพระเจ้า ระดับ300 ปรากฎตัว”
“ประกาศ พญายักษ์ท้าวลัสเตียน ขั้นตำนาน ระดับ300 ปรากฎตัว”
“ประกาศ ท้าวจตุรพักตร์ ขั้นตำนาน ระดับ300 ปรากฎตัว”
“ประกาศ พญาวานรหนุมาน ขั้นตำนาน ระดับ300 ปรากฎตัว”
“ประกาศ พญาครุฑเวรไตร ขั้นตำนาน ระดับ300 ปรากฎตัว”
“ประกาศ พญาครุฑสดายุ ขั้นตำนาน ระดับ300”
“เฮ่ย....” ศิลาอุทานออกมาเมื่อได้ยินเสียง “แม้แต่สดายุก็วิวัฒนาการเป็นระดับตำนานเลยหรอ” เขากวาดสายตามองแต่ก็ไม่พบไอ้ตัวที่ระบบประกาศ
ในจอภาพมองจากมุมสูงห่างออกไปเห็นกองทัพยักษ์ขนาดมากมายยืนเป็นขบวน ด้านด้านของกองทัพยักษ์คือกลุ่มผู้เล่นมากมายหลากหลายสมาพันธ์หลากหลายกิลด์ แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีเมืองเป็นของตัวเองจึงไม่ติดเรื่องป้องกันเมืองจากสัตว์เทพพิทักษ์ทิศของจีน
ตึง...ตึง...ตึง...ตึง...หึม...หึม...หึม เสียงฝีเท้าของยักษ์กระทืบพื้นดังสนั่นสั่นไหวอึกกระทึกประดุจดังเสียงของยมบาลที่ขับขาน
ศิลาที่ยืนบนกำแพงเมืองอยู่หลังสุดของกองทัพผู้เล่นทั่วไปบัดนี้คาลิเนียได้แปลงร่างเป็นหัวหน้าของกิลด์ต่างๆคอยสั่งการถ่ายทอดคำสั่งจากศิลาอีกที ส่วนหัวหน้ากิลด์ตัวจริงนับร้อยกิลด์นับร้อยสมาพันธ์ถูกสังรอบสังหารเรียบไปก่อนแล้ว ยิ่งด้วยในเวลาสงครามจึงทำให้ไม่มีใครสังเกตุสิ่งผิดปกตินี้เพราะสมาธิทั้งหมดจะถูกดึงไปอยู่ที่เบื้องหน้านั่นคือกองทัพยักษ์อีกอย่างคือสิ่งที่ช่วยอำนวจแผนนี้ของศิลาคือผู้เล่นดันเปลี่ยนเผ่าไปเป็นอสูร ปีศาจ ทำให้ยิ่งเข้าทางคาลิเนีย
ถัดมาหลังสุดของกองทัพรวมหลากหลายสมาพันธ์ หลากหลายกิลด์ คือกองทัพของกิลด์ยอดยุทธ์
นีวาในชุดจอมยุทธ์สีชมพูเหลียวศรีษะ เงยหน้าขึ้นมามองศิลาที่ยืนตระหง่าดูดชาไข่มุกจ๊วบๆสบายอารมณ์ ไร้เงาสาวที่เคยเคียงกาย
“ศิลา.....จร๊าาา...เท่อะไรเบรอนี้” หญิงสาวเคลิ้ม
ชางหลงหันมามองศิลา “โมนา นายไม่คิดว่ามันแปลกหรอ”
“อื่ม ฉันก็คิดว่าอย่างนั้น พวกกิลด์ สมาพันธ์เหล่านั้นทำไมถึงยอมออกไปแนวหน้า ทั้งที่ไม่ใช่เมืองของพวกมันแท้ๆ” โมนามองศิลาหรี่ตาครุ่นคิด “การออกไปแนวหน้า ใครก็รู้ว่ามันคือการส่งหมาเข้าไปตายก่อน คนๆนี้ บางทีสิ่งที่น่ากลัวกว่าพลังอาจจะเป็นเล่ห์เหลี่ยมกลอุบายของเขาก็ได้”
“นายคิดว่าเขาชักใยหัวหน้ากิลด์พวกนั้นหรอ” โมนาถาม
“ใช่ แต่ถ้าเขาชักใยจริงก็เท่ากับว่าส่งคนหลายแสนคนออกไปตายแทนคนของตนเอง เมื่อคิดถึงตอนที่เจอเขาในงานฉลองเกมที่ดูอ่อนโยนกับผู้หญิงคนนั้นฉันยอมรับเลยว่าเขาในตอนนั้นก็ทำเอาฉันนุ่มฟูไปเหมือนกัน ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อหรอกว่าเขาจะทำอะไรที่เหี้ยมโหดได้ขนาดนี้”
ศิลาค่อยๆลืมเปลือกตาขึ้นด้วยสกิลเนตรมาร ทอดสายตาห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร ผ่านป่า เขา สายลมพัดไหวโบกสะบั่น เมฆครึ้มเคลื่อนปิดแสงจันทรา สายลมคล้ายเสียงสะอื่นโหยหวน ความของหนาวมรณะกาลปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้าผืนดินกรีดร้องราวพระแม่ธรณีกำลังร่ำไห้ ปกคลุ่มทั่วละแหงเมืองจันทรา
“จำนวนแสนกว่าตัวเองหรอไม่ตรงกับที่ประกาศ แถมยังไม่เห็นวี่แววแม่ทัพรวมถึงมังกรเลยด้วย อย่างที่คิดคงส่งมาลองเชิงก่อนสินะ” เขาบ่น
เปรี้ยง.... สายฟ้าสีทองแผ่ออกจากร่างของศิลาเป็นสัญญาณลั่นกองศึก
ทันใดนั้นกองทัพผู้เล่นและกองทัพยักษ์วิ่งรุดหน้าเร่งรีบเข้าประจันบานส่งเสียงเฮ........ กลบทุกสำเนียง
ในขณะนั้นเองจู่ๆ ในหัวของศิลาเขาก็นึกถึงประวัติศาสตร์ของสมเด็จพระนเรศวรขึ้นมาถึงเมื่อครั้งที่พระองค์บุกไปตีเมืองคัง ซึ่งการรบที่เมืองคัง เป็นผลมาจากการสวรรคตของพระเจ้าบุเรงนอง พระมหากษัตริย์พม่า ทำให้เจ้าประเทศราชไทยใหญ่กระด้างกระเดื่องต่อพม่า พม่าต้องการปราบปรามเพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่ประเทศราชอื่น ๆ พระเจ้านันทบุเรงทรงต้องการให้มีการแข่งขันในการรบ จึงทรงจัดให้เจ้านายพม่าและพระนเรศวรเข้าตีเมืองคังคนละวัน เจ้านายพม่าทั้งสองไม่สามารถเข้าตีเมืองได้ จนถึงวันที่สาม พระนเรศวรทรงใช้เส้นทางลับเข้าตีเมืองจนสำเร็จ เนื่องจากเมืองคังอยู่บนเขาบุกขึ้นไปทางด้านหน้ากองทัพก็จะถูกทหารของเมืองคังทิ้งกิน ยิงธนูลงมาใส่ พระนเรศวรจึงได้ให้ทหารบางส่วนล่ออยู่หน้าเมืองและพระองค์ได้นำกำลังส่วนหนึ่งบุกขึ้นไปทางด้านหลังเมือง
ศิลาเบิกตากว้าง “หรือว่า” เขาหันไปมองทิศใต้ของเมือง “มันต้องเป็นผู้เล่นวางแผนแน่ แถมยังไม่ใช่ระดับธรรมดา ไอ้คนวางแผนมัๅนรู้ตำราพิชัยสงคราม” เขาพูดเสียงร้อนรน ก่อนจะติดต่อหาฟ้าครามและสามพี่น้องผ่านดวงวิญญาณ “ทิศใต้ของเมืองมีอะไรเกิดขึ้นไหม ระวังไว้ให้ดีพวกมันอาจจะมาจากทางนั้น”
จากนั้นเสียงของฟ้าครามก็ตอบกลับมา “ไม่ทันแล้วค่ะพี่ศิ เห็นเงามังกรไหวๆมาแต่ไกลแล้ว แถมยังอื้อเลยด้วย”
“มองหาตัวทศกัณฐ์ในสนามรบด้วยนะพี่คิดว่าทศกัณฐ์ต้องอยู่ทางนั้นแน่” เขาพูดก่อนจะรีบหันมามองฉากต่อสู้เบื้องหน้า “ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากจะลบทุกอย่างทิ้งไปเลยหรอก ช่วงนี้ยิ่งยาจกด้วยซิ.....” เขาบ่น “มีเมืองเยอะตอนพังขึ้นมาก็เสียเงินเยอะเอาเรื่องแหะ”