ยามโหย่ว (17:00-18:59) แล้ว หลินเว่ยเว่ยยังคงหลับอยู่บนเตียง หน้านางซีดเล็กน้อย
ก่อนที่เด็กๆ จะกลับมาจากหาฟืน หลินลี่จึงหยิบยาแก้ปวดออกมาอย่างลับๆ ก่อนที่คืนนี้นางจะปวดแขนจนนอนไม่ได้
น่าเสียดายที่เป็เพียงตู้ยาเล็กๆ น่าจะเป็ยาสามัญประจำบ้าน และยาของปู่นาง แต่มียาแก้ปวดที่ครอบคลุมจักรวาลก็เพียงพอแล้ว
อาหาร ผัก และเนื้อสัตว์หลายอย่างนางไม่กล้าที่จะหยิบออกมา เพราะไม่รู้จะตอบคำถามเด็กๆ และป้ารองอย่างไร โชคดีที่ป้ารองนางยอมควักเงินออกมาเพื่อซื้อเนื้อหมู
ตอนที่เด็กๆ เผลอนางก็แอบเอาผงปรุงรสใส่เข้าไป อาหารใดไม่ใส่ผงชูรสจะกล้าเรียกตนเองว่าอร่อยได้อย่างไร
นางอยากจะเปิดร้านอาหารสักร้าน เพราะนางมีเคล็ดลับความอร่อยอยู่ในมือ ในเมื่อมีงานวิจัยออกมาแล้ว ว่าผงชูรสไม่ได้ทำให้หัวล้าน นางก็ไม่กังวลอันใดอีก
นางจำเนื้อเื่ในตอนแรกไม่ค่อยได้ เพราะอ่านไว้นานแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่จะทำอย่างแรกคือไล่ป้ารองผู้โเี้และน่ารำคาญออกไป
พอรู้ว่าดันตั้งครรภ์อีก นางก็ยิ่งสงสาร ชีวิตป้ารองผู้นี้น่าสงสารพอสมควร แต่ด้วยนิสัยของนางทำให้สงสารไม่ลง
แต่ตอนนี้นางก็ดูเป็คนดี แต่ก็แค่ดูเป็คนดีเท่านั้น
...
หลินเว่ยเว่ยลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ก็พบว่าข้างนอกเริ่มมืดแล้ว มีเพียงแสงจากเตาเท่านั้น ที่ยังพอจะมองเห็นอะไรบ้าง
"ฮวาเอ๋อร์อุ่นยา อาซานไปตักโจ๊กข้าวฟ่างมา" หลินลี่สั่งน้องทั้งสอง ทั้งคู่ลุกขึ้นทันที
หลินลี่ยืนมาจับข้อมือนาง และมีสีหน้าโล่งใจ ก่อนที่จะรับโจ๊กข้าวฟ่างจากหลินซาน "กินเองได้ใช่หรือไม่"
หลินเว่ยเว่ยพยักหน้า และหยิบโจ๊กข้างฟ่างมากิน อืม รสดี แต่ก็ไม่มีอารมณ์มาชื่นชมกับรสชาตินัก
“พรุ่งนี้ข้าจะเข้าป่า” หลินเว่ยเว่ยที่พึ่งวางถ้วยลงหันไปมองหลินลี่ช้าๆ
“พักผ่อนก่อนเถิด เ้ายังาเ็อยู่นะ แขนนั่นถ้าผิดพลาดขึ้นมาใช้งานอีกไม่ได้จะทำอย่างไร” หลินเว่ยเว่ยจำได้ว่าหมอหลี่ให้พักเจ็ดวัน
“ข้าไม่เป็ไรป้ารอง ข้ามีน้องๆ คอยช่วยเหลือ จะไม่ใช้มือนี้แม้แต่น้อย ท่านพักผ่อนอีกหน่อยเถอะ” หลินลี่กล่าวอย่างเหนื่อยใจ มือนี่ ถ้าไม่ชนอะไรเข้าก็พอใช้ได้
หลินเว่ยเว่ยรู้สึกว่าตัวเองนั้น ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง “งั้นขึ้นมานอนบนเตียงสิ ข้านอนมาทั้งวันแล้ว จะนอนข้างล่างเอง
“ท่านยังมีเ้าก้อนแป้งอีกคนนะ ถนอมร่างกายไว้เถิด” หลินเว่ยเว่ยเม้มปากเงียบ
นางไม่พูดสิ่งใดอีก เพราะนางรู้สึกเหนื่อยล้าเกินไป สมองนางคิดแต่เื่ไม่ดี บางทีนางอาจไม่พร้อมดูแลเด็กคนนี้ แต่นางยังไม่กล้าพูดอันใดออกไป
“ป้ารอง ยาได้แล้ว” หลินฮวาเข้ามาพอดี นางคิดไว้แล้ว เมื่อป้ารองดีขึ้นพวกนางตั้งใจจะไปทวงความเป็ธรรมให้กับป้ารองของนาง
แต่งมาสามปี กับต้องขายที่ดินและสินเดิมทั้งหมด ทั้งยังผอมแห้งเช่นนี้ แม้ป้ารองจะติดเ็าไปเสียหน่อย แต่ยังไม่เคยว่าหรือทำร้ายร่างกายนางสักครั้ง
หลินฮวาหารู้ไม่ ว่าป้ารองคนเก่า นางยังไม่มีแม้กระทั่งแรงจะด่าคนตั้งหาก
“ข้ายังไม่อยาก…กินยา” หลินเว่ยเว่ยตอบเสียงอ่อย
“ป้ารองท่านไม่อาจผ่านหน้าหนาวด้วยสภาพร่างกายเช่นนี้ได้ ถ้าไม่นึกถึงตัวท่านก็นึกถึงหลานข้าก็ได้” หลินลี่พูดดุ แต่หลินเว่ยเว่ยกลับเงียบ
บอกตามตรง นางอาจจะยังไม่รู้สึกผูกพันกับเด็กในท้องเท่าไร แม้แต่สามวันแรกนางก็แทบไม่พูดกับเด็กๆ เลยสักคำ เพราะนางยังใมากอยู่ อยู่มาสามวันนางก็กินข้าวแค่ไม่กี่มื้อ ทั้งร่างกายนี้ยังอ่อนแอยิ่ง
พอทำใจรับสภาพกับร่างใหม่พร้อมกับความทรงจำเก่าได้ นางก็ต้องมารับกับเื่ใหม่อีกหนึ่งเื่
ทั้งสามมองกดดันมายังนาง หลินเว่ยเว่ยจึงหยิบถ้วยยาสีดำ แค่กลิ่นก็รู้สึกขมคอเป็อย่างยิ่ง รีบยกมาดื่มและกลืนในครั้งเดียวกัน
เมื่อทุกคนกำลังจะนอนหลินฮวาจึงเข้ามากระซิบอย่างเขินอายว่า “ท่านป้ารอง พี่ใหญ่บอกว่า เข้าป่าพรุ่งนี้จะต้องพบโชคดีแน่นอน เพราะเด็กคนนี้เป็ตัวนำโชค”
นางยิ้มรับ นอนลงหันข้างให้หลานทั้งสาม นางหลับตาลงเบาๆ ไล่ม่านน้ำตาที่กำลังเอ่อล้น และเช็ดน้ำตาให้ตัวเองเงียบๆ