ทันทีที่พวกเขาได้ยินว่ามียาวิเศษระดับหนึ่งและยาวิเศษระดับสอง ลมหายใจของทุกคนพลันถี่กระชั้นขึ้น
ตระกูลหานใช้ยาวิเศษจำนวนมากเพียงนี้กล่าวได้ว่าเป็การสูญเสียครั้งใหญ่แล้ว
"ข้าจักต้องเป็สิบอันดับแรกที่ได้ฝึกฝนให้ได้"
"ไม่ผิด อีกทั้งข้าจะต้องเป็หนึ่งในตัวแทนสิบคนที่เข้าร่วมประลองให้จงได้"
"ใช่แล้ว นี่ไม่เพียงแสดงว่าเราเป็ผู้มีความสามารถในบรรดาผู้เยาว์ตระกูลหาน ยังแสดงว่าพลังของเราก้าวหน้าขึ้นมากเพียงใดใน่ระยะเวลาสั้น ๆ "
ทุกคนเริ่มพูดคุยกัน แต่ละคนล้วนไฟลุกโชนไปด้วยจิติญญาแห่งการต่อสู้
แน่นอนว่าส่วนใหญ่มีรอยยิ้มแหยประดับใบหน้า คนเหล่านี้รู้ว่าพวกเขายังไม่ถึงแม้กระทั่งขั้นสามัญระดับกลาง ไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย
ในทางตรงกันข้าม มีคนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่มีสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
หนึ่งในคนเ่าั้ยังมีหานหลิน
หานหลินเปิดเส้นชีพจรที่สี่แล้ว ในบรรดาคนเหล่านี้ เขาย่อมเป็คนที่มีกำลังภายในแข็งแกร่งเป็อันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
ข้าง ๆ หานหลิน หานกู่กับหานเลี่ยล้วนมีสีหน้าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
หานเลี่ยรู้สึกไม่สบายใจทั้งยังตื่นเต้นเล็กน้อย
หานกู่มีสีหน้าผิดหวัง
ในหมู่พวกเขาทุกคน ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมเป็หานหลินผู้ที่เปิดเส้นลมปราณที่สี่แล้ว ทว่าต่ำลงไปยังมีอีกสองคนที่เปิดเส้นลมปราณสองสายแล้ว และล่างลงไปอีกยังมีอีกสิบกว่าคนที่เปิดเส้นลมปราณหนึ่งสายแล้ว
เมื่อรวมทั้งหมดนี้ก็มีถึงสิบสี่สิบห้าคนแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งคือจักต้องมีห้าคนที่ต้องถูกกำจัดออกไป
หานเลี่ยเปิดเส้นลมปราณสายหนึ่งแล้ว ขอเพียงเขาไม่โชคร้ายต้องพบกับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าที่อยู่ลำดับก่อนหน้าเขาในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง การจะได้เป็หนึ่งในสิบคนที่ได้ไปฝึกฝนนั้นย่อมมีความเป็ไปได้
ถึงตอนนั้น แม้จะไม่ได้เป็สิบคนที่ได้เข้าร่วมประลอง อย่างน้อยระดับพลังในการฝึกฝนย่อมพัฒนาขึ้นมากทีเดียว ขณะเดียวกันยังได้สั่งสมประสบการณ์ในการต่อสู้กับสัตว์อสูร
ดังนั้นหานเลี่ยย่อมรู้สึกกระสับกระส่ายเป็ธรรมดา ด้วยนั่นเป็สิ่งที่ยังไม่แน่นอน
อีกทั้งหานกู่บัดนี้ระดับพลังอยู่ในขั้นสามัญระดับต้นขั้นปลายเท่านั้น หากเขาไม่ทะลวงข้ามขั้นภายในครึ่งเดือน เขาย่อมไม่ได้เป็หนึ่งในสิบคนที่เข้าร่วมฝึกฝนเป็แน่แล้ว
หานเฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาค่อย ๆ เหลียวมองผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญในกลุ่มคน ไม่เพียงแต่เขาไม่รู้สึกกังวลเท่านั้นยังรู้สึกได้ถึงจิติญญาแห่งการต่อสู้ที่พวยพุ่งขึ้นมา
อีกครึ่งเดือนให้หลัง ทุกคนจงตั้งตารอดูเถิด!
จิติญญาแห่งการต่อสู้ที่พวยพุ่งออกมาจากหานเฟิงทำให้คนไม่น้อยหันมามองเขา ทั้งยังพูดถึงเขา
"หานเฟิงเ้าคนผู้นี้วิปริตยิ่งนัก ครึ่งเดือนถัดจากนี้ไม่แน่ว่าจะมีโอกาสขึ้นมาจริง ๆ "
"จะเป็ไปได้อย่างไร หากทะลวงถึงขั้นสามัญระดับกลางได้ง่ายเพียงนั้นจริง ๆ พวกเราทั้งตระกูลหานก็คงเข้าสู่ขั้นสามัญระดับกลางกันหมดแล้ว"
"ไยจะเป็ไปไม่ได้?ระยะเวลาสั้น ๆ เพียงครึ่งเดือนกำลังภายในของหานเฟิงก็เข้าสู่ขั้นสามัญระดับต้นแล้ว จักต้องไปถึงขั้นปลายแล้วแน่นอน มิเช่นนั้นเมื่อครู่เขาจะทะลวงผ่านกางเกงเหล็กง่ายดายเพียงนั้นหรือ ครึ่งเดือนให้หลังไม่แน่ว่าอาจจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นสามัญระดับกลางได้จริง ๆ "
คนผู้นี้เริ่มลังเลใจแล้ว
หากคนเหล่านี้รู้ว่ากำลังภายในของหานเฟิงไม่เพียงถึงขั้นสามัญระดับต้นขั้นสูงแล้ว ยังอยู่ในขั้นสามัญระดับต้นขั้นปลาย คิดว่าคงตกตะลึงยิ่งกว่านี้เป็แน่
ครูฝึกหลินนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยในยามนี้เอง ในใจกลับทอดถอนใจ "หานเฟิงน่าเสียดายยิ่งนัก เวลาไม่เหมาะสมจริง ๆ ถึงแม้เขาจะเข้าไปเป็หนึ่งในสิบคนที่เข้าร่วมฝึกฝนได้ แต่ไม่แน่ว่าจะสามารถเข้าไปเป็หนึ่งในคนที่เข้าร่วมประลองได้"
"เอาเถอะ อย่างน้อยก็ยังได้พัฒนาระดับพลังของตนเอง ข้าก็ไม่เกลี้ยกล่อมแล้ว"
หานหลินและคนอื่น ๆ ได้รับแรงบันดาลใจ กู่ปาก็ได้รับบทเรียนจากอดีต หากพวกเขาเผชิญหน้าหานเฟิง พวกเขาจะต้องระมัดระวัง ระมัดระวัง และระมัดระวังให้มาก
ครูฝึกหลินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "ก่อนหน้านี้ข้าลืมบอกไป สิบคนที่ได้เข้าร่วมการประลองจะได้รับทักษะวิชาพื้นฐานขั้นสูงสุด ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้สิบคนนั้นชนะการประลอง"
"อีกทั้งผู้ที่ได้รับอันดับหนึ่งในการประลอง ไม่เพียงแต่จะได้รับรางวัลเป็ผลปฐมภูมิแห่งมนุษย์จากท่านเ้าเมือง ยังจะได้รับทักษะวิชาระดับล่างของขั้นมนุษย์จากท่านเ้าเมืองอีกอย่างหนึ่ง"
ลมหายใจของทุกคนพลันชะงักงัน
ทักษะวิชาระดับล่างของขั้นมนุษย์น่ะหรือ ทั่วทั้งตระกูลหานมีทักษะวิชาระดับล่างของขั้นมนุษย์เพียงยี่สิบกว่าวิชาเท่านั้น
ครูฝึกหลินปรบมือขึ้นหนึ่งครั้ง "อีกครึ่งเดือนนับจากนี้ข้าจะไม่สนใจพวกเ้าแล้ว ลานฝึกยุทธ์พวกเ้าอยากมาก็มา ไม่อยากมาก็แล้วไปเถิด ข้าจะทิ้งการฝึกครึ่งเดือนที่เหลือไว้ให้เป็หน้าที่ของพวกเ้า ตอนนี้แยกย้ายได้แล้ว!"
ภายในห้องของหานเฟิง
หานเฟิงหายตัวเข้าไปในชั้นหนึ่งของหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟ
เมื่อร่างกายเข้าสู่หอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟ หอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟจะทิ้งร่างเงาร่างหนึ่งเอาไว้ข้างนอก ร่างเงานี้ไม่แตกต่างอันใดกับตัวจริงนัก
หานเฟิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ปรับสภาพร่างกายให้อยู่ในสภาวะที่ดีที่สุด จากนั้นเอ่ยเสียงค่อย "ระดับพลังของข้าตอนนี้ถึงขั้นสามัญระดับต้นขั้นปลายแล้ว ข้ายังมีศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างความบริสุทธิ์สองในร้อยอีกห้าก้อน และศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างความบริสุทธิ์สามในร้อยอีกสามก้อน"
"กล่าวได้ว่าตอนนี้ข้าสามารถใช้เคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟชั้นหนึ่งระดับเริ่มต้น ไฟสามัญที่ข้าฝึกออกมาได้ไม่สามารถหลอมศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างความบริสุทธิ์สองในร้อยห้าก้อนได้ นับประสาอะไรกับศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างความบริสุทธิ์สามในร้อยอีกสามก้อน"
"ข้าฝึกฝนพลังอีกระยะหนึ่งแล้วค่อยว่ากัน"
เวลาแปดวันจึงผ่านไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้เอง หานเฟิงยังคงอยู่ในขั้นสามัญระดับต้นขั้นปลาย ยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นสามัญระดับกลาง
ทว่าในส่วนของเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟชั้นหนึ่งระดับเริ่มต้น กลับเสถียรขึ้นยิ่งกว่าเดิม ทั้งยังก้าวหน้าไปอีกหนึ่งก้าวเล็ก ๆ แล้ว
แววตาของหานเฟิงเปล่งประกาย "ตอนนี้ก็สามารถหลอมศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างความบริสุทธิ์สองในร้อยห้าก้อนนั้นได้แล้ว"
"ทว่าหากข้าใช้ศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างความบริสุทธิ์สองในร้อยห้าก้อนนี้ทั้งหมดเพื่อเพิ่มกำลังภายในของข้า หากไปถึงเส้นลมปราณที่สองได้ก็นับว่าน่าประหลาดใจ ความเป็จริงแล้วอาจไม่ถึงเสียด้วยซ้ำ บางทีอาจถึงเพียงเส้นลมปราณที่หนึ่ง"
"ถึงยามนั้น ยังต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยในการฝึกเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟเพื่อหลอมศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างอีกสามก้อนที่เหลือ"
"แทนที่จะทำเช่นนี้ ยังไม่สู้ใช้มันมาฝึกเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟ เมื่อเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟชั้นหนึ่งก้าวหน้าแล้ว ข้าย่อมฝึกกำลังภายในได้รวดเร็วขึ้น และยังจะสามารถหลอมศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างอีกสามก้อนที่เหลือได้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ในระยะสั้นบางทีอาจไม่สู้วิธีฝึกฝนแบบแรก ทว่าในระยะยาวกลับจะเป็ประโยชน์ต่อข้ามากกว่า ภายหน้าระดับความก้าวหน้าก็จะยิ่งรวดเร็วขึ้น"
"อีกทั้งภายหน้ายังต้องแย่งชิงยาวิเศษระดับสองอีก ด้วยเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟระดับปัจจุบัน คาดว่าคงไม่สามารถหลอมยาวิเศษระดับสองได้ ยังคงต้องเพิ่มระดับของเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟชั้นหนึ่งเสียก่อน"
"อย่างไรเสียยาวิเศษระดับสองก็เหมาะกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญระดับกลาง"
เมื่อนึกถึงตรงนี้หานเฟิงก็ตัดสินใจได้แล้ว
ไฟสามัญสีแดงปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือเขา เขาเคลื่อนมันไปใต้เตาหลอมแผดเผาสรรพสิ่ง จากนั้นใส่ศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างทั้งห้าที่คุณภาพด้อยกว่าลงไป
สองวันให้หลัง ศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างห้าก่อนก็ถูกหลอมกลายเป็น้ำยาต้นกำเนิด
ครานี้ น้ำยาต้นกำเนิดที่หลอมได้มีปริมาณขนาดห้าถ้วยเล็ก ๆ ซึ่งปริมาณมากกว่าคราก่อนถึงสิบเท่า
หานเฟิงกระดกมันเข้าปาก สีหน้าเขาพลันเปลี่ยนเป็แดงก่ำ หานเฟิงค่อย ๆ โคจรเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟเงียบ ๆ น้ำยาต้นกำเนิดที่มีพลังมหาศาลค่อย ๆ ส่งผลต่อเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น
อีกสองวันต่อมา หานเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่เงียบ ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก
ด้วยความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องของน้ำยาต้นกำเนิด เคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟชั้นหนึ่งค่อย ๆ ก้าวหน้าไปอีกก้าว ใกล้ถึงชั้นหนึ่งระดับเริ่มต้นขั้นปลายแล้ว
หากเขาไปถึงระดับต้นขั้นปลาย ก็จะสามารถหลอมศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างทั้งหมดได้