แอบแซ่บ....แฟนเพื่อน NC++

    บทที่ 51: แฟลชกล้อง

    บทที่ 51: แฟลชกล้อง


    สัมผัสอุ่นชื้นและความซ่านเสียวรัญจวนจิตจากค่ำคืนพายุพัดโหมกระหน่ำที่ผมได้ร่วมรักระเริงสวาทกับแองจี้ข้างเสาโพลแดนซ์สีเงินในสตูดิโอส่วนตัวของเธอยังคงลอยเด่นชัดเกาะกุมอยู่ในห้วงสำนึกอย่างยากจะลบเลือน ลมหายใจร้อนผ่าวที่พร่ำร้องครางซีดคล้ายจะยังคงเป่ารดต้นคอของผมจนถึงเช้าวันนี้ที่ผมก้าวเท้าเดินออกจากลิฟต์หรูของคอนโดกรงทองแสนบาป นิ้วมือขวาของผมล้วงลึกลงไปในกระเป๋ากางเกงสแล็กทำงาน คลึงแผ่นพลาสติกสี่เหลี่ยมสีเทาเรียบเนียนที่เป็นคีย์การ์ดสำรองบานประตูห้องของครูสอนเต้นสาวลูกครึ่ง มันเบียดเสียดอยู่กับกุญแจและคีย์การ์ดใบอื่นๆ ที่ผมแอบสะสมมาจากการลอบแอบแซ่บช่วยเหลือ 'แฟนเพื่อน' คนแล้วคนเล่าในกลุ่มมิตรสหายรักร่วมรุ่น ทุกครั้งที่ปลายนิ้วสัมผัสแผ่นพลาสติกเหล่านั้น ความภาคภูมิใจและชื่นบานหทัยของชายผู้พิชิตและลักลอบทำลายศีลธรรมความถูกต้องก็ปะทุขึ้นในอกอย่างบ้าคลั่ง ผมรู้สึกสะใจปนสมเพชโทนี่... เพื่อนสนิทผู้แสนดีที่บัดนี้กำลังยุ่งอยู่กับการคุมงานและตรวจสอบบัญชีต่างแดน โดยไม่เคยเฉลียวใจเลยสักนิดว่าเรือนร่างยืดหยุ่นสุดกระสันและเสาเหล็กกลมมนตัวโปรดของแฟนสาวได้ถูกผมเปิดฉากขับเคลื่อนสะโพกบดกระแทกจนร่องรอยแห่งตราบาปฝังลึกคาช่องทางรักแสนหวานไปเรียบร้อยแล้ว กิเลสราคะและความเสียวซ่านที่ก้าวล่วงเส้นแบ่งจริยธรรมมันช่างหวานล้ำและเปรียบเสมือนยาเสพติดชั้นเลิศที่กระตุ้นให้ผมก้าวเดินต่อไปสู่เป้าหมายรายถัดไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด


    ในค่ำคืนวันถัดมา เสียงเพลงแจ๊สจังหวะเบาๆ เคล้าไปกับอายอุ่นของร้านเหล้ากึ่งบาร์สลัวยามราตรีกลางเมืองหลวงที่ตกแต่งด้วยโทนไม้สีเข้มและโคมไฟสีส้มสลัว แสงสะท้อนจากขวดเหล้าต่างประเทศเรียงรายบนชั้นวางกระจกเงาด้านหลังพนักงานผสมเครื่องดื่มฉาบย้อมใบหน้าของลูกค้าที่แวะเวียนมาดื่มเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แก้ววิสกี้ในมือขวาของผมขยับหมุนวนช้าๆ ส่งผลให้ก้อนน้ำแข็งทรงกลมเกลี้ยงเคาะกับแก้วคริสตัลส่งเสียงดังกริ๊งเบาๆ เคียงข้างผมคือนิกเพื่อนสนิทเก่าแก่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผู้ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีมแข่งรถมอเตอร์สปอร์ตอาชีพ นิกสวมเสื้อโปโลสปอร์ตสีดำขอบแดงดูดีตามมาดคนรักความเร็ว ทว่าใบหน้าอันหล่อเหลาเข้มคมของเขากลับเต็มไปด้วยแววตาวิตกกังวลและเหนื่อยใจอย่างเห็นได้ชัด นิกยกวิสกี้เพียวๆ ขึ้นกระดกดื่มรวดเดียวหมดแก้วพลางเคาะแก้วลงบนเคาน์เตอร์บาร์ดังปึก ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดพรั่งพรูความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมานานให้ผมฟังอย่างทนไม่ได้


    "งานแข่งรายการใหญ่ที่สนามช้างฯ บุรีรัมย์รอบนี้มันโคตรสำคัญเลยว่ะอลัน สปอนเซอร์หลักจ้องจับตาดูผลงานของทีมเราอย่างใกล้ชิด ถ้าพวกเราทำคะแนนหลุดมือไปแชมป์ปีนี้ก็พังพินาศหมด ฉันในฐานะผู้จัดการทีมเลยต้องบินด่วนไปคุมงาน คุมซ้อมเซ็ตรถแข่งอยู่บุรีรัมย์ยาวตั้งหนึ่งเดือนเต็มๆ ว่ะ พรุ่งนี้เช้าไฟลท์บินแต่เช้าตรู่เลยเนี่ย บ้าเอ๊ย..." นิกสบถเบาๆ พลางปัดปอยผมสีเข้มที่ปรกหน้าผากออก แต่อยู่ๆ แววตาของเขากลับอ่อนแสงลงและแทนที่ด้วยความกังวลลุ่มลึกที่พาลไปถึงคนรักที่คอนโดหรู "แต่เอาจริงนะอลัน... เรื่องงานแข่งฉันยังไม่เครียดเท่าเรื่องที่ต้องทิ้ง 'มิลค์' แฟนฉันให้อยู่คอนโดคนเดียวเป็นเดือนๆ เลยว่ะ แกก็รู้ว่ามิลค์เขาทั้งสวย ทั้งเอ็กซ์ขนาดไหน ในวงการพริตตี้รถหรูและ Race Queen ใครๆ ก็รุมจีบรุมตอแย ยิ่งพักนี้มิลค์เขาฮอตในโซเชียลมีเดียเป็นเน็ตไอดอลสายเซ็กซี่ ลงรูปทีไรพวกผู้ชายในเพจเมนต์แทะโลมจนฉันประสาทจะกิน แถมตัวมิลค์เองก็นิสัยขี้เหงา เอาแต่ใจ บางทีกลัวเสียงฟ้าร้อง กลัวความมืดจนต้องโทรหาฉันร้องไห้งอแงกลางดึก ฉันห่วงมิลค์จริงๆ ว่ะ กลัวว่าตอนฉันไม่อยู่หนึ่งเดือนนี้จะมีไอ้พวกหมาหยอกไก่หน้าหม้อแอบแฝงตัวเข้าไปหาเธอตอนเธออยู่ห้องคนเดียวอ้างว้าง"


    ผมจิบน้ำสีอำพันอุ่นร้อนช้าๆ รสขมปนหวานของแอลกอฮอล์แล่นผ่านลำคอ ลอบสังเกตความอ่อนไหวและไม่มั่นใจในน้ำเสียงของเพื่อนรัก ความคิดด้านมืดอันชั่วร้ายและกิเลสบาปในหัวสมองของผมเริ่มแล่นทำงานโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณสัตว์ป่าตื่นตัวเมื่อรู้ว่ากำลังจะมี 'แฟนเพื่อน' ตกอยู่ในสถานการณ์เปล่าเปลี่ยวอ้างว้างและต้องการการดูแลเยียวยา ผมยื่นมือแกร่งไปตบบ่าของนิกเบาๆ ปลอบใจตามมารยาทเพื่อนสนิทผู้แสนดี "เอาน่า นิก แกคิดมากไปเองหรือเปล่า มิลค์เขารักแกจะตาย อีกอย่างเขาก็ทำงานรีวิวเสื้อผ้าในห้องไม่ค่อยออกไปไหนหรอก แกไปทำงานเถอะ ไม่ต้องกังวลหรอกเพื่อน"


    นิกส่ายหัวเบาๆ ด้วยท่าทางร้อนใจ ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อนอกแล้วดึงเอาคีย์การ์ดสีดำเงาวาววับขอบสีเงินออกมาวางทาบลงบนโต๊ะบาร์ไม้หรูหรา แล้วเลื่อนส่งคีย์การ์ดสำรองกุญแจห้องคอนโดหรูของตัวเองมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมช้าๆ พร้อมกระซิบเสียงเครียดเบาๆ ลอบฝากฝังตราบาปแสนหวานที่เจ้าตัวไม่มีวันคาดคิด "อลัน... ฉันมีเรื่องสำคัญอยากรบกวนแกจริงๆ ว่ะ มิลค์เขาบ่นมาสองวันแล้วว่าระบบคอมพิวเตอร์และตัวเชื่อมต่อส่งสัญญาณ ในสตูดิโอส่วนตัวที่คอนโดมันใช้การไม่ได้ มิลค์เขาต้องถ่ายรูปรีวิวเสื้อผ้าสายแซ่บสปอนเซอร์ลงเพจส่วนตัววันมะรืนนี้แล้ว งานนี้ด่วนมากเงินแสนเลยนะเว้ย แกก็รู้ว่าฉันเรื่องกล้องเรื่องไอทีไม่ได้เรื่องเลย ขืนลองซ่อมเองระบบได้พังหมดแน่ แต่แกมันหัวไวเรื่องพวกนี้ ฉันเลยอยากรบกวนให้แกช่วยแวะเข้าไปที่คอนโดวันพรุ่งนี้หน่อยได้ไหมวะ แวะไปเช็กคอมพิวเตอร์และเชื่อมสัญญาณกล้องดิจิตอลหรูกับแฟลชสตูดิโอไร้สายให้มิลค์ที ถือว่าฉันขอร้องเหอะเพื่อน... นี่คีย์การ์ดสำรองห้องฉัน แวะเข้าไปได้ตลอดเลยนะมิลค์เขารู้อยู่แล้วว่าแกจะแวะไปช่วย"


    ผมทอดสายตาจ้องมองคีย์การ์ดสีดำวาววับขอบเงินใบนั้น ความตื่นเต้นปนซ่านเสียวและสิเน่หากามราคะที่ลักลอบชั่วช้าพุ่งสูบฉีดผ่านไขสันหลังจนขนลุกซู่ คีย์การ์ดแห่งตราบาปใบใหม่กำลังจะถูกรวบเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงเพื่อรอเวลาเปิดประตูสู่ความลับต้องห้ามหลังเลนส์กล้องของพริตตี้สาวสุดสะบึม ผมขยับรอยยิ้มมุมปากลึกลับที่ไม่มีใครอ่านออก ยื่นมือแกร่งไปหยิบคีย์การ์ดสีดำมาเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงเคียงข้างคีย์การ์ดสีเทาของแองจี้ทันที "ได้สิเพื่อน เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยววันพรุ่งนี้ช่วงบ่ายๆ ฉันแวะเข้าไปดูให้เรียบร้อยเลย แกเดินทางไปบุรีรัมย์สบายใจได้" นิกตบไหล่ผมแรงๆ ด้วยความซาบซึ้งใจโดยไม่รู้เลยว่าเขากำลังส่งแพะเข้าไปในถ้ำเสือ และยื่นกุญแจทองคำเปิดโอกาสให้ผมเข้าไปทลายความสัตย์ซื่อถึงในรังรักของตนเอง


    ---


    บ่ายวันถัดมา แสงแดดอันร้อนระอุของกรุงเทพมหานครสาดส่องลงบนตึกระฟ้าคอนโดหรูย่านสาทร ผมก้าวเท้าเดินอย่างมั่นคงเข้ามาในตัวอาคารหรูหราที่ประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาวและกระจกบานใหญ่ ระบบความปลอดภัยของคอนโดแน่นหนาอย่างยิ่ง แต่ด้วยคีย์การ์ดสีดำเงาในกระเป๋ากางเกง ผมผ่านบานประตูคีย์การ์ดและลิฟต์โดยสารความเร็วสูงขึ้นมาถึงชั้น 28 ได้อย่างสะดวกโยธิน ผมลากเท้าก้าวเดินตามพรมทางเดินหนานุ่มสีน้ำเงินครามจนมาหยุดอยู่ที่หน้าบานประตูห้อง 2804 หัวใจของผมเต้นระทึกขึ้นมาเบาๆ ด้วยแรงกระตุ้นจากตราบาปแสนหวานลักลอบที่คุ้นเคย ผมกดปุ่มกริ่งเรียกประตูหน้าห้องสองครั้งเสียงดังกังวานใสภายในห้องสลัว


    เพียงไม่นาน เสียงสะเดาะล็อกกลอนประตูดังแกรกเบาๆ แว่วผ่านบานประตูไม้สักทองขนาดใหญ่ ก่อนที่บานประตูจะเปิดอ้ากว้างออก และนั่นคือวินาทีแรกที่สายตาของผมสบเข้ากับเรือนร่างและใบหน้าสะคราญชวนลุ่มหลงของ "มิลค์" แฟนสาวพริตตี้เรซควีนสุดเซ็กซี่ของนิก ทันทีที่หญิงสาววัย 23 ปีคนนี้ปรากฏตัว ลมหายใจในอกของผมก็ถึงกับสะดุดกึก ร่างกายส่วนล่างตื่นตัวตอบรับอารมณ์ดิบในพริบตา


    สรีระของมิลค์นั้นสะกดทุกคู่สายตาอย่างร้ายกาจจนแทบหยุดหายใจ วันนี้เธอสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นเสมอหูเอวต่ำ อวดสะโพกกลมกลึงเต่งตึงบั้นท้ายดินระเบิดที่ผายออกจนขอบกางเกงยีนส์รัดแน่นตึงเปรี๊ยะแทบจะปริแตกเน้นให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของสะโพกที่งอนงามเด่นลึก ท่อนบนของเธอมีเพียงเสื้อเกาะอกสีขาวตัวเล็กจิ๋วบางเบาที่ทำหน้าที่ประคองโอบอุ้มเนินอกขนาดใหญ่ยักษ์ล้นหลาม—หน้าอกกลมโตขนาดภูเขาไฟเต่งตึงที่ดันเกาะอกสีขาวตัวจิ๋วจนปริล้นทะลักเกือบหลุดร่วง หน้าอกตูมผุดผ่องสองข้างบดเบียดเข้าหากันแน่นหนาจนเกิดร่องอกลึกอุ่นหนาเป็นทางยาวขาวละมุนสะกดใจชาย ผิวกายของเธอขาวผ่องใสละเอียดลออดั่งเคลือบแก้วสะท้อนแสงแดดรำไร ไหล่เนียนมนกลมกลึงและไหปลาร้าสวยงามไร้สายเสื้อชั้นในบดบัง อวดผิวกายนวลเนียนอ่อนนุ่มที่พัดเอากลิ่นหอมแป้งเด็กอ่อนๆ ผสมผสานน้ำหอมเซ็กซี่ยั่วยวนโชยพัดพุ่งเข้าจมูกของผม


    "อ้าว! พี่อลัน... มาเร็วทันใจจังเลยค่ะ มิลค์กำลังนั่งกุมขมับงงกับตัวแฟลชไร้สายและสายเคเบิลรกๆ อยู่ในสตูดิโอพอดีเลยค่ะ นิกเขาบอกว่าพี่อลันเก่งเทคโนโลยีที่สุด มิลค์ขอรบกวนพี่อลันด้วยนะคะ ไม่งั้นมิลค์ส่งงานสปอนเซอร์ไม่ทันแน่เลยค่ะ" มิลค์ส่งรอยยิ้มหวานหยดใสซื่อดวงตากลมโตหยาบเยิ้มช้อนสายตามองผมอย่างออดอ้อนตามสไตล์พริตตี้ขี้อ้อน นิ้วมือเรียวบางขยับม้วนปอยผมยาวสลวยสีน้ำตาลคาราเมลของเธอแก้เขิน


    "ยินดีครับมิลค์ นิกบ่นกับพี่เมื่อคืนว่าห่วงเรามาก พี่เลยรีบแวะมาดูให้ก่อนเลย ไหน... ปัญหามันอยู่ตรงไหนเหรอครับ?" ผมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มสุภาพ พยายามปัดเป่าสายตาตนเองไม่ให้จ้องจมลึกเข้าไปในร่องอกขาวผ่องที่ใหญ่ล้นทะลักของเธอที่เกือบจะกระแทกหน้าผมในระยะประชิด ทว่าความอวบตูมระริกไหวของปทุมถันยักษ์ตรงหน้ามันกลับคอยดึงดูดกระชากจิตวิญญาณแห่งกามราคะของผมให้สั่นไหวระรัวแทบบ้าคลั่ง


    มิลค์ยิ้มรับอย่างน่ารักและหมุนตัวเดินนำผมเข้าไปในห้องโถงกว้างขวาง บั้นท้ายงอนเต่งตึงในกางเกงยีนส์สั้นเสมอหูส่ายไหวเบาๆ ตามจังหวะก้าวเดินเรียวขาขาวก้าวเดินจนสะกดสายตาของผมให้ลอบจ้องมองตามหลังเธออย่างไม่กะพริบตา มิลค์พาก้าวเลี้ยวเข้ามาในห้องทำงานขนาดใหญ่ที่ดัดแปลงเป็นสตูดิโอถ่ายรูปส่วนตัว ภายในสตูดิโอค่อนข้างสลัวลางมีเพียงแสงแดดลอดผ่านม่านหน้าต่าง ม้วนกระดาษฉากหลังสีเทาเข้มขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน ชุดไฟแฟลชสตูดิโอขนาดใหญ่สองตัวพร้อมร่มทะลุแสงสีขาวนวลตั้งขนาบซ้ายขวา และตรงกลางมีกล้องดิจิทัลแบบเต็มเฟรมหรูหราราคาแพงยึดติดอยู่บนขาตั้งกล้องตัวโตแข็งแกร่งสีดำสนิท


    ---


    "ตรงนี้เลยค่ะพี่อลัน... มิลค์เสียบตัวส่งสัญญาณบนหัวกล้องแล้ว แต่มันก็กะพริบไฟสีแดงเตือนสัญญาณขาดหายตลอดเวลาเลย แล้วในหน้าจอคอมพิวเตอร์โปรแกรมเชื่อมต่อสัญญาณกล้องมันก็ฟ้องว่าหาสัญญาณกล้องไม่เจอ รูปที่ทดลองถ่ายเลยไม่ยอมดีดเด้งเข้าไปโชว์ในคอมเลยค่ะ มิลค์พยายามเปิดปิดโปรแกรมหลายรอบแล้วก็ยังแก้ไขไม่ได้เลยค่ะ" มิลค์อธิบายพลางชี้ชวนให้ผมดูที่โต๊ะทำงานตัวยาวซึ่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะประสิทธิภาพสูงและหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่สำหรับตัดแต่งรูปภาพตั้งตระหง่าน


    ผมก้าวเข้าไปทรุดตัวลงยืนเคียงข้างเธอ สำรวจด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์และตัวรับสัญญาณไร้สาย "ดูเหมือนสายพอร์ต USB ที่ต่อเชื่อมโยงอุปกรณ์รับสัญญาณมันอาจจะหลวม หรือไม่ก็การตั้งค่าแอดเดรสแชนเนลไร้สายของกล้องกับแฟลชมันไม่ตรงกันน่ะครับ เดี๋ยวพี่ขอมุดตัวเข้าไปเช็กตำแหน่งสายต่อพ่วงใต้โต๊ะทำงานแล้วก็พอร์ตสัญญาณด้านหลังเคสคอมพิวเตอร์หน่อยนะ"


    ผมถอดเสื้อสูททำงานสีเข้มพาดไว้บนเก้าอี้ ปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตสีขาวแล้วพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งมีกล้ามเนื้อสมส่วน ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นไม้ปาร์เกต์เย็นๆ แล้วก้มหัวมุดครึ่งตัวเข้าไปใต้โต๊ะทำงานไม้หนาสลัวราง เพื่อตรวจเช็กจุดเสียบสายเคเบิลหลังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ค่อนข้างแคบและมีแสงไฟลอดผ่านน้อยมาก


    "ให้มิลค์ช่วยประคองหยิบจับอะไรไหมคะพี่อลัน หรือจะให้มิลค์ส่องไฟฉายจากมือถือให้ตรงไหนไหมคะ?" มิลค์ตะโกนถามด้วยความหวังดี ก่อนที่เธอจะย่อตัวคุกเข่าคลานตามประชิดตัวมุดเข้ามาเบียดเสียดใต้โต๊ะแคบๆ นั้นกับผมด้วย


    การยืนและคุกเข่าประชิดใกล้ชิดของเธอพัดโชยกลิ่นหอมแป้งเด็กละมุนละไมผสมผสานกลิ่นเหงื่อสาวและน้ำหอมสิเน่หายั่วยวนอบอวลฟุ้งกระจายเต็มจมูกของผมในพื้นที่ใต้โต๊ะสลัวอันจำกัดจนปลุกเร้าอารมณ์ตื่นเต้นสะท้านกมลลึกซึ้ง มิลค์ขยับเข้ามายืนประชิดจนเรียวไหล่เนียนของเธอเบียดชิดติดกับไหล่หนาของผม ผิวกายขาวนุ่มหยุ่นอุ่นร้อนสัมผัสผ่านเสื้อเชิ้ตบางเบาจนรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวของอุณหภูมิกาย และที่น่าหวาดเสียวที่สุดคือ ยามที่มิลค์โน้มตัวเบี่ยงกายเข้ามาช่วยถือไฟฉายส่องตำแหน่งพอร์ตเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เนินหน้าอกอวบอัดใหญ่ล้นกลมโตสองเต้าขนาดภูเขาไฟของเธอก็เบียดกระแทกเกยพาดลงมาสัมผัสบดเบียดนวดทับอยู่บนหัวไหล่และแผงคอของผมอย่างจัง เนื้อนุ่มหยุ่นขนาดมหึมาล้นขอบเกาะอกสัมผัสบดเบียดแผงกายผมทุกครั้งที่เธอหายใจแรงๆ หรือขยับเอื้อมมือช่วยชี้บอกทาง


    "สายเส้นสีดำหลังเคสคอมนี่ใช่ไหมคะพี่อลันที่เชื่อมสัญญาณไร้สาย?" มิลค์ถามกระซิบเสียงหวานเบาอยู่ข้างแก้วหู ลมหายใจร้อนผ่าวของเธอเป่ารดต้นคอของผมจนขนลุกชันไปทั้งตัว ปทุมถันคู่งามอันอวบโตของเธอเบียดอัดแน่นบนแผ่นไหล่ของผมจนใจสั่นสะท้านเป็นจังหวะบ้าคลั่ง ความตึงเครียดตามศีลธรรมปะทุเดือดสลับกับการกัดกินใจเรื่องบาปกรรมทรยศนิก เพื่อนรักร่วมสาบานผู้แสนซื่อที่ฝากฝังเมียรักไว้ ความอยากลองแอบแซ่บกิเลสราคะร้อนรุ่มท่วมท้นจนผมแทบควบคุมสติไม่อยู่


    "ใช่ครับมิลค์... ตรงนั้นแหละ พี่กำลังขยับสายให้เสียบแน่นขึ้น ตัวส่งสัญญาณน่าจะหลวมน่ะครับ มิลค์ถือไฟนิ่งๆ ก่อนนะ" ผมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบแต่แหบพร่าเล็กน้อย ยามหันกลับไปสบสายตากลมโตหยาบเยิ้มที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบใต้เงาสลัวใต้โต๊ะ สายตาของผมจ้องมองเนินเนื้อปทุมถันขาวผ่องนวลละเอียดที่บดเบียดไหล่ผมจนเห็นรอยย่นยุบตัวตามแรงกด มิลค์แอบช้อนตาหวานเชื่อมสบประสานสายตากับผมช้าๆ สัมผัสอุ่นชื้นแสนบาปหนาระหว่างเราสองคนเริ่มลื่นไหลล้ำเส้นเงียบๆ ท่ามกลางความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวในหัวใจของพริตตี้สาวที่แอบซ่อนความเหงาเพราะแฟนหนุ่มไม่มีเวลาให้มาตลอดแรมเดือน เธอยินยอมนิ่งให้สองเต้าอวบอัดแนบเนื้อเบียดอัดแผงกายผมต่อไปโดยไม่คิดขยับถอยหนี ลมหายใจสะท้านระริกพร่ำส่งสัญญาณกมลราคะลึกลับล้นทรวงอก


    ---


    หลังจากใช้นิ้วแกร่งขยับปรับเปลี่ยนตั้งค่าพินเชื่อมต่อสัญญาณแฟลชไร้สายและแผงวงจรส่งสัญญาณของกล้องเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์จนเรียบร้อย สัญญาณไฟกะพริบสีแดงเตือนบนตัวส่งสัญญาณไร้สายบนหัวกล้องเปลี่ยนกลับกลายเป็นสีเขียวสว่างนิ่งสนิท บ่งบอกว่าความพยายามตั้งค่าได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว


    "เสร็จแล้วครับมิลค์ ตัวโปรแกรมรับสัญญาณภาพแสดงผลว่ากล้องเชื่อมต่อกับแฟลชสตูดิโอเรียบร้อยแล้วล่ะ" ผมเอ่ยเสียงนุ่มพลางถอนตัวดันร่างสูงใหญ่ของผมคลานถอยหลังขยับลุกขึ้นยืนตรงเต็มความสูงพิงขอบโต๊ะทำงาน มิลค์ขยับลุกขึ้นยืนตามช้าๆ ปัดปอยฝุ่นตามหน้าแข้งเรียวขาวพร้อมรอยยิ้มร่าเริงโล่งใจเปี่ยมเสน่ห์ชวนละลาย


    "จริงเหรอคะพี่อลัน! ว้าว เก่งจังเลยค่ะ เดี๋ยวลองทดสอบยิงไฟแฟลชดูก่อนนะคะว่าทำงานเชื่อมกันจริงหรือเปล่า" มิลค์บอกน้ำเสียงตื่นเต้นสดใสขยับตัวจะเดินเลี่ยงไปกดปุ่มชัตเตอร์กล้องเพื่อทดสอบสัญญาณไฟ แต่เนื่องจากพื้นที่ในห้องสตูดิโอสลัวเต็มไปด้วยกระดาษฉาก ขาตั้งกล้องขนาดใหญ่ และร่มสะท้อนแสงที่ตั้งเบียดเสียดกัน ปลายเท้าเรียวสวยเปลือยเปล่าของพริตตี้สาวกลับขยับเหยียบสะดุดเข้ากับแกนเหล็กเหลี่ยมขาตั้งกล้องตัวโตแข็งแกร่งอย่างไม่ทันระวังตัว


    "อุ๊ย!... ว้าย!" มิลค์ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจและเสียหลัก ร่างระหงของเธอผงะหงายเสียการทรงตัวพุ่งถลาตัวดิ่งล้มโถมเข้ามาหาตัวผมโดยตรงตามแรงโน้มถ่วงพายุบาป


    จังหวะนั้นไวเท่าความคิด สัญชาตญาณชายหนุ่มสั่งการตอบสนองทันท่วงที ผมกางสองแขนแกร่งยื่นออกไปรวบดึงโอบกอดรอบเอวบางคอดกิ่วและสะโพกดินระเบิดของเธอไว้แน่นเหนี่ยวเพื่อรับแรงปะทะ แต่เพราะแรงปะทะจากการล้มบวกกับพื้นห้องไม้ปาร์เกต์ที่ขัดเงาเรียบลื่น ทำให้สองร่างของผมและมิลค์เสียหลักทรงตัวไม่อยู่พากันล้มลื่นไถลไปข้างหน้า ผมโอบรัดกอดก่ายลากร่างบางสุดเย้ายวนของพริตตี้สาวพากันล้มทับทาบคร่อมกันลงบนโซฟาหนังแท้สีน้ำตาลเข้มตัวยาวใหญ่ที่ตั้งอยู่ชิดติดผนังฝั่งห้องสตูดิโอสลัวทันที!


    เสียงโซฟาหนังสังเคราะห์และโครงไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดลั่นห้องสลัวตามแรงปะทะสองร่างที่เหนี่ยวกอดรัดฟัดทับกันลงมา ผมล้มคร่อมทับอยู่บนตัวมิลค์โดยสมบูรณ์แบบบนความนุ่มยืดหยุ่นของโซฟาหนังหรู แผงอกกว้างแกร่งเปียกชื้นเหงื่อจางๆ ของผมบดเบียดกระแทกกดทับลงบนเนินทรวงอกอวบอุ่นตูมโตขนาดมหึมาล้นทะลักเสื้อเกาะอกขาวจิ๋วของมิลค์อย่างถนัดถี่ถ้วนเต็มเหนี่ยว สัมผัสถึงเนื้อเนียนนุ่มหยุ่นที่เบียดราบแบนลงใต้แผงอกของผมจนเกิดความเสียวสยิว สองใจเต้นระรัวสะท้านลุ่มลึกด้วยความร้อนแรงแห่งกามราคะ ปลายจมูกและใบหน้าของเราสองคนห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนลมหายใจอุ่นซ่านเป่ารดสบประสานผิวหน้ากันและกันจนแก้มใสแดงซ่าน สองสายตาจ้องสบประสานนิ่งงันกลางความเงียบงันสลัวรางของค่ำคืนบาป มิลค์นอนสั่นระริกอยู่ใต้ร่างของผม อกใหญ่สะท้านกระเพื่อมถี่ยิบจนใจสั่นระทึก สองมือเรียวบางจิกเกร็งเสื้อเชิ้ตขาวของผมบริเวณหน้าอกแน่นราวกับยอมศิโรราบต่อรสสวาทแห่งตราบาปแสนหวานนี้ลับหลังนิกผู้เป็นเพื่อนรักไปแล้วครึ่งตัว


    ในเสี้ยววินาทีแสนวาบหวามกึ่งกลางความลับต้องห้ามนั้นเอง ปลายนิ้วมือขวาของผมที่เสียหลักปัดโดนคีย์บอร์ดและแผงควบคุมการทดสอบสัญญาณไฟแฟลชบนคอมพิวเตอร์ก่อนล้มลงมา ดันส่งสัญญาณกระตุ้นการยิงแสงไฟแฟลชสตูดิโออย่างต่อเนื่อง แสงไฟแฟลชสตูดิโอความแรงสูงสีขาวสว่างนวลจากตัวโคมร่มกะพริบแปลบปลาบวับแวมสาดแสงวับแวมตัดสลับกับเงามืด ฉายฉาบทับใบหน้าและเรือนร่างสุดสะบึมของมิลค์ในเงามืดเป็นจังหวะกระชั้นรัว ส่องให้เห็นยอดทรวงอกและผิวขาวผ่องสะท้อนแสงไฟเป็นประกายระยับรัญจวน แสงกะพริบแปลบปลาบของไฟสตูดิโอยิ่งปลุกเร้าให้ฉากบาปแอบแซ่บแฟนเพื่อนบนโซฟาหนังในห้องสลัวดูเร้าอารมณ์เสน่หากามราคะลึกลับล้นพ้นค้างคา สบประสานเงามืดที่ครอบคลุมความซื่อสัตย์ที่พังทลายลงในพริบตา ทิ้งอารมณ์ความสัมพันธ์ต้องห้ามแสนหวานร้อนแรงที่ยากจะถอนตัวในความเงียบงันของห้องสตูดิโอใต้แสงแฟลชกล้องที่กะพริบพราวอย่างเร้ากิเลสตัณหาชั่วช้าชั่วนิรันดร์...


    (จบตอนที่ 51: แฟลชกล้อง)


    คล้ายกับเรื่องแอบแซ่บ....แฟนเพื่อน NC++ ที่คุณอ่าน