หลี่อวิ๋นห้าวเห็นว่าน้องชายทั้งสามต่างพยักหน้าให้เขา จึงกระแอมในลำคอและเอ่ยขึ้น “น้องสี่ ที่ช่วงไม่กี่วันมานี้พวกเราขุดสมุนไพรมาได้มากมายเป็นเพราะมีพวกจื้อเฉียงคอยช่วย ภูเขาเสี่ยวชิงมีสมุนไพรเยอะมาก ลำพังพวกเราไม่กี่คนคงจะเก็บมาได้ไม่เท่าไร ข้าเลยคิดว่าอยากจะให้คนในหมู่บ้านที่มีความสัมพันธ์ดีกับพวกเราไปช่วยขุดสมุนไพรด้วยน่ะ”
หลี่หมิงเยว่ที่ได้ยินคำพูดนั้นของพี่ชายคนโตก็เริ่มคิดทบทวน พวกหลี่อวิ๋นห้าว เมื่อเห็นน้องสาวกำลังครุ่นคิดอย่างจริงจังจึงไม่อยากรบกวน เพราะนางคือคนที่เหนื่อย ดังนั้นถึงอย่างไรพวกเขาก็เคารพการตัดสินใจของน้องสาว
ในเวลาที่ต้องการสมุนไพรจำนวนมาก จะหวังพึ่งเด็กชายตัวเล็ก ๆ บ้านหลี่หงเพียงอย่างเดียวนั้นเป็นไปไม่ได้แน่ หากมีคนมาช่วยขุดสมุนไพร พวกพี่ชายก็จะได้ไม่ต้องลำบาก หรือให้พวกเขาอยู่บ้านช่วยงานนางก็ดี แล้วก่อนหน้านี้นางยังมีความคิดอีกด้วยว่า อยากจะทำร้านค้าสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุด และเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่ให้ได้ ตอนนี้เมื่อเริ่มเห็นโอกาสแล้ว เช่นนั้นก็เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เพียงเท่านี้ก่อน
หลี่หมิงเยว่ไปคุยกับนายหน้าค้าที่ดินในเมืองมาแล้ว หากมีที่ดินที่เหมาะสม พวกเขาจะมาแจ้งให้ทราบ ตอนที่สร้างบ้านใหม่ในตอนแรกนางเองก็คิดงบประมาณเอาไว้แล้ว รั้วล้อมรอบที่ดินสิบกว่าแปลง และเรือนอีกสิบกว่าหลัง งบประมาณที่คาดการณ์ไว้ตอนแรกคือหนึ่งร้อยตำลึง อีกหนึ่งร้อยตำลึงเก็บไว้สำหรับใช้ตอนนางซูให้กำเนิดบุตร ส่วนอีกสามร้อยตำลึง นางคิดว่าจะแบ่งไปซื้อที่สองร้อยหกสิบตำลึง ส่วนสี่สิบตำลึงที่เหลืออาจจะเอาไว้รับซื้อสมุนไพร
เด็กหญิงเล่าความคิดของตนให้กับคนในครอบครัวฟัง จากนั้นจึงพูดถึงความกังวลที่มีในใจไปว่า “พี่ใหญ่ ข้าเป็นห่วงว่าจะหมุนเงินในมือไม่ทัน ตอนนี้อากาศหนาวลงเรื่อย ๆ แล้ว สี่สิบตำลึงที่เหลือต้องนำไปซื้อผ้านวมมาเพิ่ม ทั้งยังต้องซื้อชุดฤดูหนาวให้ทุกคนใหม่อีก และต้องเตรียมของไว้สำหรับน้องที่จะเกิดมาด้วย”
เมื่อพูดถึงประโยคสุดท้าย นางก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ แม้ว่านางจะหาเงินได้ แต่นางอาจซื้อของพวกนั้นมาไม่ได้ก็ได้ ดังนั้นจึงเริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมา
“น้องสี่ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าพวกเรายังมีเงินอยู่อีกจำนวนหนึ่ง” ในตอนที่หลี่หมิงเยว่กำลังขมวดคิ้วครุ่นคิด หลี่หมิงหัวก็เอ่ยขัดความคิดนางขึ้นมา เด็กหญิงมองไปที่พี่สาวคนโตอย่างสงสัย และรอให้นางพูดต่อ
“น้องสี่ เจ้าดูสิว่าตอนนี้ในมือของท่านแม่ ถืออะไรอยู่” ทุกคนหันกลับไปมองผ้าเช็ดหน้าปักที่นางซูถืออยู่ในมือ ลายบนผ้าเช็ดหน้านั้นเหลือเพียงไม่กี่เข็มก็จะปักเสร็จแล้ว นี่เป็นลายแมวคิตตี้ที่หลี่หมิงเยว่วาดไว้ให้พวกนางปักเมื่อเดือนที่แล้ว และลายปักชุดนี้ก็มีด้วยกันทั้งหมดห้าสิบแบบ
“น้องสี่ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าตกลงกับป้าชวีไว้แล้ว ว่าครั้งนี้เจ้าจะส่งลายปักแมวคิตตี้ให้กับนาง ป้าชวีบอกว่าให้พวกข้าปักเสร็จก่อนแล้วค่อยรีบเอาไปส่ง ลายหงส์เมื่อครั้งก่อนขายดียิ่งนัก นางจึงเตรียมใช้ผ้าปักลายแมวคิตตี้ของเราไว้เป็นสินค้าส่งให้ร้านค้าหลัก นางดูชอบอกชอบใจผลการขายครั้งก่อนมากเลยนะ!” หลี่หมิงหัวเปิดปากเล่าสิ่งที่ได้พูดคุยกับป้าชวีก่อนหน้านี้ให้ทุกคนฟัง
หลี่หมิงเยว่ตบหน้าผากเบา ๆ ทำไมนางถึงลืมเรื่องนี้ไปได้นะ! “ป้าชวีบอกว่าหากลายปักครั้งนี้ทำให้นางพอใจได้ นางจะให้ข้าลายละหนึ่งตำลึง หากได้เงินในครั้งนี้มาก็เยี่ยมไปเลย”
หลี่อวิ๋นห้าวเองก็เปิดปากเสนอความคิดเห็นของตนเอง “น้องสี่ ความจริงแล้วไม่ต้องลำบากเช่นนั้นก็ได้ พวกเราต้องสอนเรื่องสมุนไพร และวิธีเก็บให้พวกเขาก่อน ก่อนที่จะรับสมุนไพรมาก็ต้องตกลงกับพวกเขาก่อนว่า รอให้พวกเราขายสมุนไพรได้เสียก่อน ถึงจะให้เงินพวกเขา เช่นนั้นก็ช่วยลดความกดดันเรื่องเงินของพวกเราลงไปไม่น้อยแล้ว”
หลี่อวิ๋นซู่เองก็พูดขึ้นว่า “อันที่จริงแล้วข้ามีอีกวิธีหนึ่ง สมุนไพรที่น้องสี่ปลูกไว้นั้นเติบโตงดงามทีเดียว ช่วงนี้พวกเราย้ายไปปลูกที่บ้านหลังใหม่ได้ไม่น้อย ทั้งยังมีต้นกล้ากับเมล็ดพันธุ์อีกเยอะมากที่ถูกเพาะเอาไว้ ข้าว่าน่าจะมากพอจะปลูกลงพื้นที่ได้หลายสิบแปลง น้องสี่ เจ้าเคยคิดจะให้คนในหมู่บ้านมาช่วยปลูกสมุนไพรด้วยกันหรือไม่เล่า”
ยิ่งได้ฟังคำพูดของพี่ชายทั้งสอง ดวงตาของหลี่หมิงเยว่ก็สว่างขึ้นเรื่อย ๆ นางต้องการเปิดกิจการขายสมุนไพรรายใหญ่ ดังนั้นจึงต้องการสมุนไพรจำนวนมหาศาล หากสามารถทำให้ชาวบ้านปลูกสมุนไพรได้ เช่นนั้นก็จะแก้ปัญหาเรื่องแหล่งที่มาของสมุนไพรได้ แต่ว่าพึ่งพาผู้อื่นไม่เท่าพึ่งพาตนเอง จะให้ผู้อื่นปลูกสมุนไพร บ้านของตัวเองก็ต้องปลูกด้วยเช่นเดียวกัน
“เช่นนั้นก็เอาตามที่พี่ใหญ่กับพี่สามว่า พรุ่งนี้พี่ไปคุยเรื่องการรับซื้อสมุนไพรกับพวกเขา แต่หลังจากนี้พี่ใหญ่ต้องช่วยข้าออกไปหานายช่างโจวด้วย เมื่อมีสมุนไพรมากขึ้นก็ต้องการกระด้งไม้ไผ่สำหรับตากสมุนไพรมากขึ้น แล้วก็ไปหานายช่างหลิวให้ทำชั้นวางในลานบ้านของพวกเราด้วย ถึงอาจารย์จะบอกว่าใช้ของที่นั่นได้ แต่มันก็ไม่ค่อยพออยู่ดี” เมื่อคิดออกแล้วจึงรีบตัดสินใจทำเรื่องนี้ทันที
.
.
เช้าวันต่อมา หลี่อวิ๋นห้าวนำเรื่องการรับซื้อสมุนไพรไปบอกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเขา เพียงแต่บอกพวกเขาอย่างชัดเจนไว้แล้วว่าให้เก็บแค่บริเวณภายนอกเท่านั้น หากไม่เชื่อฟังเดินเข้าไปในป่าลึกแล้วเจออันตรายเข้า พวกเขาจะไม่รับผิดชอบ
ที่ต้องพูดเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่ากลัวเด็กพวกนั้นจะไม่เชื่อฟังแล้วเดินเข้าไปในป่าลึก หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา พวกหลี่อวิ๋นห้าวคงจะไม่สามารถแบกรับความรับผิดชอบเอาไว้ได้ ดังนั้นหลี่อวิ๋นห้าวและหลี่อวิ๋นซู่จึงเน้นย้ำเรื่องนี้ต่อหน้าทุกคน
ข่าวเรื่องการรับซื้อสมุนไพรทำให้บรรยากาศภายในหมู่บ้านตื่นตัวขึ้นมาทันที เหล่าคนที่เคยเกียจคร้านหมดอาลัยในชีวิตต่างแบกตะกร้าขึ้นเขาไปหาสมุนไพรกับพวกเด็ก ๆ บ้านหลี่หง หลี่อวิ๋นห้าวคอยอธิบายถึงรูปลักษณ์ของสมุนไพรที่พบเห็นได้บ่อยให้กลุ่มคนที่ตามมาฟังอย่างละเอียด พร้อมกันนั้นก็เก็บตัวอย่างสมุนไพรมาเปรียบเทียบให้พวกเขาดูทีละอย่างอย่างใจเย็น
ในทางกลับกัน หลี่หมิงเยว่ที่กินอาหารกลางวันเสร็จแล้ว จึงชวนหลี่หมิงหัวไปทำไส้กรอกด้วยกัน พวกนางอู๋กับนางจางที่ทำความสะอาดหม้อไหกะละมังที่ใช้กินอาหารกลางวันเสร็จแล้ว เห็นว่าเด็กทั้งสองดูยุ่งวุ่นวายไม่น้อยจึงเข้าไปช่วย พวกนางช่วยกันสับเนื้อหมูติดมันให้ละเอียดก่อน จากนั้นจึงผสมเนื้อเข้ากับเครื่องปรุงและนำไปยัดใส่ไส้หมูที่ล้างจนสะอาดแล้ว
“ป้าจาง ป้ารู้หรือไม่ว่ามีที่ไหนขายแม่ไก่แก่บ้าง ข้าอยากซื้อกลับมาเลี้ยงสักหน่อย พอท่านแม่ข้าคลอดจะได้ทันใช้พอดีน่ะ” ขณะที่หลี่หมิงเยว่กำลังยัดไส้ นางก็นึกถึงเรื่องที่คุยกันไว้เมื่อวานขึ้นได้ จึงเงยหน้าขึ้นถามนางจางที่กำลังสับเนื้ออยู่
นางจางที่ได้ยินคำถามก็หยุดมือไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันไปถามนางอู๋ที่กำลังตุ๋นเนื้อ “น้องอู๋ ข้าจำได้ว่าบ้านหญิงม่ายหวังเหมือนจะเลี้ยงไก่ไว้หลายตัว แต่ข้าไม่ได้ไปที่บ้านของนางนานแล้ว ไม่รู้ตอนนี้ยังเลี้ยงไก่อยู่หรือไม่”
หลังจากที่ได้ฟัง นางอู๋ก็ชะงักค้างก่อนเอ่ยออกมา “บ้านนางเลี้ยงไก่ไว้เยอะแน่นอน แต่ไม่กี่วันมานี้ได้ยินว่าร่างกายของแม่สามีนางไม่ค่อยดี วันก่อนเห็นนางเอาไข่ไก่มากมายไปขาย บอกว่าจะนำเงินไปซื้อยาให้แม่สามี!”
“นางนี่ล่ะหนอ ช่างเป็นคนที่น่าสงสารเสียจริง หลังแต่งงานก็ให้กำเนิดลูกสาวเป็นคนแรก สองปีให้หลัง สามีดันมาป่วยตายไปเสียก่อนอีก หากตอนนั้นนางไม่กัดฟันฮึดสู้ ก็ไม่รู้ว่าทั้งบ้านจะมีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ได้หรือไม่!” นางจางนึกถึงเรื่องภายในครอบครัวของหญิงม่ายหวัง ก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมาอย่างเวทนา
พวกนางซูกับนางอู๋ที่ได้ฟังต่างสะเทือนอารมณ์จนพูดไม่ออก และเกือบจะลืมสิ่งที่หลี่หมิงเยว่ถามไปเสียแล้ว
ท้ายที่สุด นางอู๋ก็นึกถึงเรื่องที่พวกนางพูดกันก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ จึงหันไปถามหลี่หมิงเยว่ “แม่หนู เจ้าต้องการกี่ตัวหรือ ไม่เช่นนั้นก็รอให้ทำตรงนี้เสร็จ แล้วข้าจะไปดูกับเจ้าด้วย”
หลี่หมิงเยว่หันไปมองพี่สาวคนโตแล้วถามขึ้น “พี่หญิงใหญ่ พี่ไปกับป้าอู๋ตอนนี้เลยดีหรือไม่ หากที่บ้านป้าหวังมีไก่เยอะก็ซื้อกลับมามากสักหน่อย”
หลี่หมิงหัวพยักหน้า และเดินออกประตูไปพร้อมกับนางอู๋ที่ลุกขึ้นยืนรออยู่แล้ว ทั้งสองคนเดินไปที่บ้านของหญิงม่ายหวังด้วยกัน
.
.
.
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง