หลิงจือกะพริบตาปริบๆ เอ่ยถาม “หากท่านอยากเปิดโรงหมอในเมืองหลวงแล้วจะรั้งรออยู่ที่นี่ไปทำไม?”
ตู้เหิงทอดถอนใจ คิ้วหนาขมวดเล็กน้อย กล่าว“เมืองหลวงไม่ใช่อยากจะไปก็ไปได้ ข้าตอนนี้แค่หาให้พอกินก็แทบยากแล้วจะมีเงินที่ไหนไปซื้อบ้านซื้อที่ดินในเมืองหลวงกัน?”
หลิงจือลอบอุทานในใจ ที่แท้เมืองหลวงสมัยก่อนที่ดินเพียงนิดก็มีราคาแพงดั่งทองเช่นกันสินะ!
“เฮ้อ ความปรารถนาของอาจารย์เกรงว่าชั่วชีวิตนี้ข้าคงไม่มีวันทำสำเร็จ…” ตู้เหิงถอนใจอีกครา
หลิงจือมองท่าทางหดหู่ของเขาด้วยความรู้สึกเ็ปในใจ
“เ้า...อยากไปเมืองหลวงจริงๆ หรือ?” หลิงจือเลิกคิ้วถาม
“อื้ม!” ตู้เหิงพยักหน้าหนักแน่น
หลิงจือครุ่นคิดในใจในเมื่อเธอทะลุมิติมาที่นี่แล้ว แถมยังไม่ได้มีชีวิตดีๆ เหมือนนางเอกในหนังสือเล่มอื่นอีก ที่แต่งงานกับฮ่องเต้ ไม่ก็องค์ชายนี่ก็แต่งกับหมอจนๆ ไปแล้ว งั้นคงต้องตามๆ สามีไปนั่นแหละ
ความจริงแล้ว นอกจากเื่จน ตู้เหิงก็ไม่ได้มีข้อเสียอื่นอีกแต่ในความคิดของหลิงจือ จนไม่ใช่ปัญหา สิ่งที่แก้ไขได้ด้วยเงินน่ะไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด! เธอไม่ใช่ผู้หญิงยุคโบราณที่ได้แต่เย็บปักถักร้อยหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน เธอเป็จิตแพทย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคศตวรรษที่ 21เชียวนะ เื่หาเงินน่ะเหรอ? สำหรับเธอนั่นเป็เื่จิ๊บๆ!
“สามี ความปรารถนาของท่านข้าจะทำให้เป็จริงเอง!”หลิงจือตบบ่าตู้เหิง พร้อมเผยรอยยิ้มที่เหมือนกับถอดแบบมาจากซานตาคลอส
ตู้เหิงกลับพูดพลางส่ายหน้าหัวเราะ “ภรรยาข้ารู้ว่าเ้าอยากช่วยข้า แต่ว่าเื่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดนะ เอาเถอะนี่ก็ค่ำมากแล้ว เ้ารีบไปพักผ่อนเถอะ!”
หลิงจือไม่เข้าใจเลยจริงๆ! เธอตัดสินใจช่วยเขาแล้วแต่เ้าหมอนี่กลับบอกให้เธอรีบไปนอนซะงั้น ได้เดี๋ยวภรรยาผู้นี้จะแสดงความสามารถให้เ้าเห็นเอง!
เช้าวันถัดมาตู้เหิงลืมตาตื่นก็พบว่าหลิงจือหายไปแล้ว เขาเดินไปทางหน้าประตูโรงหมอด้วยความสงสัยกลับพบว่าร่างบอบบางกำลังเหยียบอยู่บนม้านั่งไม้ 2 ตัว ที่เรียงซ้อนกันอยู่พยายามเอื้อมมือไปปลดป้าย “โรงหมอหรงเหรินถัง” ลงมา
“ภรรยา เ้าปีนขึ้นไปทำอะไรบนนั้น? ระวังด้วยละ!” ตู้เหิงรีบเข้าไปอุ้มหลิงจือลงมา
หลิงจือผลักเขาออก โวยวาย“ท่านอย่ามาขวางทางข้าสิ!”
ตู้เหิงพูดด้วยสีหน้าฉงน “ภรรยา เ้าจะทำอะไรน่ะ?เ้าคิดจะพังป้ายโรงหมอข้าแต่เช้าเลยหรือ?”
“ไม่ได้จะพัง แต่จะเปลี่ยนอันใหม่ต่างหาก!”หลิงจือชี้ไปที่ป้าย “โรงหมอหรงเหรินถัง” แล้วกล่าว“ชื่อนี้ไม่เหมาะกับโรงหมอโฉมใหม่ที่พวกเราจะเปิดกัน”
“โฉมใหม่?” ตู้เหิงเบิกตากว้าง“โรงหมอแห่งนี้อาจารย์ข้าเป็ผู้ก่อตั้ง เปิดมาได้หลายสิบปีแล้วจะมาเปลี่ยนโฉมใหม่ได้อย่างไร?”
หลิงจืออธิบาย“ต่อจากนี้ไปข้าจะตรวจคนไข้ด้วยกันกับเ้าด้วยโรงหมอของเราจะเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งหมด”
“ภรรยา เ้าเลิกล้อเล่นได้แล้ว”ตู้เหิงสีหน้าเอือมระอา “ยาสมุนไพรเ้าก็รู้จักแค่ไม่กี่ตัวจับชีพจรเ้าก็จับไม่เป็ จะตรวจคนไข้ได้อย่างไร?”
หลิงจือเชิดหน้ากล่าว “ข้ากับท่านมันคนละทางกันท่านรักษาโรคทางกาย ส่วนข้าน่ะรักษาโรคทางใจ ท่านลืมไปแล้วหรือว่าจินหลิ่วเอ๋อร์ข้าน่ะเป็คนรักษา”
ตู้เหิงถอนใจ สีหน้ายังคงเอือมระอาเช่นเดิม
หลิงจือเห็นว่าเขายังไม่เชื่อ จึงเม้มปากพูด“ข้าขอถามท่านหน่อย ปกติรักษาคนไข้หนึ่งคน ได้มาสักกี่เหรียญทองแดงกัน?”
ตู้เหิงนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนตอบ “ห้าเหรียญ”
“แล้วค่ายาล่ะ?”
“อันนี้จะคิดยากสักหน่อย…” ตู้เหิงท่าทีลำบากใจ“ขายยา...ความจริงได้เงินไม่เท่าไหร่หรอก บางทีก็…”
“บางทีก็ให้เขาไปฟรีๆ สินะ?” หลิงจือเอ่ยเยาะเย้ย
ตู้เหิงเอ่ยหน้าแดง “อย่างท่านยายจางไม่มีลูกชายลูกสาว โดดเดี่ยวตัวคนเดียว...ข้าหรือจะกล้าเรียกเงินจากท่าน?แล้วก็ท่านป้าหลี่…”
“เอาเถอะๆ เลิกพูดเื่คุณยายคุณป้าได้แล้วข้าแค่จะถามท่านว่า หาเงินด้วยความเร็วเท่านี้คิดว่าเมื่อไหร่กันกว่าจะได้เปิดโรงหมอในเมืองหลวง?” หลิงจือถาม
ตู้เหิงส่ายหน้า พูดเสียงอู้อี้ “ชาตินี้...เกรงว่าคงจะเป็ไปไม่ได้…”
หลิงจือหัวเราะเบาๆ ก่อนถามต่อ “เช่นนั้นเมื่อวานที่ข้าช่วยรักษาจินหลิ่วเอ๋อร์ได้เงินมาเท่าไหร่?”
ตู้เหิงสายตาวิบวับกล่าว “สิบตำลึงเงิน…”
“งั้นข้าหาเงินเร็วกว่าหรือท่านหาเงินเร็วกว่ากันแน่?” หลิงจือกอดอกวางมาดยียวน
ตู้เหิงชะงักจนพูดไม่ออก
หลิงจือได้ทีประกาศกร้าว “นับแต่นี้เป็ต้นไปเราสามีภรรยาจะร่วมใจกันประกอบอาชีพหมอรักษาเยียวยาผู้คน ท่านรักษากาย ข้ารักษาใจพยายามมุ่งมั่นเต็มที่ เพื่อพิชิตเป้าหมายเปิดโรงหมอในเมืองหลวง!”
หลิงจือพูดอย่างออกรสชาติขาดแค่อักษรสีแดงอีกสามตัวที่ติดอยู่ในหัว——“ความฝันจีน”!
เช่นนี้ สองสามีภรรยาจึงได้ปลดป้าย“โรงหมอหรงเหรินถัง” ลง แล้วขอให้อาจารย์เซี่ยจืออี้จากสำนักเรียนมาช่วยตั้งชื่อใหม่ให้เซี่ยจืออี้เห็นเป็โรงหมอของทั้งคู่ จึงตั้งชื่อใหม่ให้ว่า “เหลี่ยนหลี่[1]ถัง”
เมื่อเลือกฤกษ์งามยามดีได้แล้ว “เหลียนหลี่ถัง”ก็เปิดกิจการอย่างเป็ทางการ หลิงจือเปิดตัวบริการแปลกใหม่ “รักษาใจ” ได้ถูกเวลาและยังให้คำมั่นว่า ่เวลาหนึ่งเดือนแรกของการเปิดกิจการใครก็ตามที่มารับคำปรึกษาทางใจ จะได้ส่วนลดพิเศษจ่ายแปดส่วนในสิบ
ทุกคนในตำบลผิงอันต่างตกตะลึงกับการกระทำนี้พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า หมอนอกจากจะเยียวยารักษาโรคทางกายได้แล้วยังสามารถช่วยขจัดความขุ่นข้องในใจได้ด้วย แต่กับของแปลกใหม่เช่นนี้คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ค่อยกล้าลองนัก
“เหลียนหลี่ถัง” เปิดมาได้สามวันแล้วแต่กลับไม่มีใครเข้ามารับการตรวจเลยแม้แต่คนเดียวหลิงจือรู้สึกเสียกำลังใจเล็กน้อย
ตู้เหิงกลับต้องเป็ฝ่ายปลอบใจเธอแทน
“ภรรยา ไม่ต้องร้อนใจไปหรอก”ตู้เหิงรินชาให้กับหลิงจือที่ซึมนอนฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะ พูดเสียงอบอุ่น“ตำบลผิงอันเดิมทีคนก็ไม่มากอยู่แล้ว คนป่วยก็ยิ่งน้อยไปอีกนับประสาอะไรกับคนป่วยทางจิตเล่า?”
หลิงจือยืดตัวขึ้น ส่ายศีรษะ “ไม่ใช่เราทุกคนมีอาการป่วยทางจิตกันทั้งนั้น บ้างก็เด่นชัดบ้างก็หลบซ่อนอยู่เพียงแต่แค่ยังไม่ค้นพบเท่านั้นแหละ”
ตู้เหิงไม่คิดเช่นนั้น เอ่ย“ทุกคนจะป่วยกันหมดได้อย่างไร? ไหนเ้าลองดูให้ข้าหน่อย ข้าป่วยด้วยโรคอะไรรึ?”
หลิงจือยิ้ม เมื่อเห็นว่าคงไม่มีใครมาขอคำปรึกษาสักพักเลยเริ่มเล่นเกมเล็กๆ กับตู้เหิง
เธอหยิบกระดาษมาแผ่นหนึ่ง แล้วใช้สีย้อมสีขาวสีแดง สีชมพู สีทอง สีฟ้า และสีเขียว วาดเป็ดอกไม้ 6 ดอก
“นับต่อจากนี้ เ้าคือผึ้งตัวหนึ่ง”หลิงจือเอ่ยกับตู้เหิงอย่างจริงจัง
ตู้เหิงหลุดขำเล็กน้อย กล่าว “ข้าเป็คนนะจะกลายเป็ผึ้งได้อย่างไร? ”
หลิงจือหยิบพู่กันเคาะไปที่ศีรษะของตู้เหิงพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ข้าบอกว่าเ้าเป็ผึ้ง เ้าก็คือผึ้งสิ!”
“ก็ได้ ข้าเป็ผึ้ง หึ่งหึ่งหึ่ง…”ตู้เหิงเป็คนอารมณ์ดี เขาเข้าสู่บทบาทของผึ้งทันที
หลิงจือชี้ไปที่ดอกไม้ทั้งหกดอก พลางกล่าว“ในบรรดาดอกไม้เหล่านี้ เ้าอยากไปเก็บน้ำหวาน ดอกไหนมากที่สุด?”
ตู้เหิงขมวดคิ้วมองรอบหนึ่งแล้วชี้ไปที่ดอกไม้สีขาวดอกเล็ก
หลิงจือพยักหน้าเอ่ย “อืม เหมือนนิสัยของเ้าจริงๆ”
ตู้เหิงมองไปที่หลิงจืออย่างงงงวย
“ลักษณะนิสัยของผู้ที่เลือกดอกไม้สีขาวคือบริสุทธิ์ไร้เดียงสา เรียบง่ายเงียบสงบ โดยทั่วไปเป็คนจิตใจดีไม่ชอบแก่งแย่งชิงดีกับใคร…”
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/29dcc53d184b6208da3a5c6049a2d19e
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจกที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก #ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจก #readAwrite ด้วยน้า
[1] เหลียนหลี่ (连理) สมัยก่อนหมายถึงกิ่งที่ไม่เหมือนกันบนลำต้นเดียวกันโตพร้อมกันต่อมาถูกใช้ในความหมายว่า คู่รักหรือแต่งงานกัน