ในขณะที่แม่ทัพของฝ่ายลิงกำลังเข้าคลุกวงในเพื่อสร้างความวุ่นวาย ทหารวานรนายอื่นก็เข้ามาประชิดขบวนได้แล้วการรบระยะใกล้จึงเริ่มต้นขึ้น
ท่ามกลางขบวนอันสับสน ทหารลิงบางตัวถูกสัตว์อสูรของทหารยักษ์ผู้ใช้พันธุเวทขย้ำจนอวัยวะขาดเลือดหลั่งชโลมจนสาดไปทั่ว ในขณะที่ทหารลิงบางกลุ่มก็เข้ารุมฝ่ายตรงข้ามจนบาดเจ็บและร่วงลงจากสัตว์ขี่ ถูกฝีเท้าหนักหน่วงของฝูงสัตว์ด้านหลังบดทับจนร่างกายแหลกเหลวทำเอาผู้เล่นในขบวนบางคนแทบคายของเก่าออกมาเมื่อเหลือบไปเห็น
ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าห้ำหั่นกันอย่างไร้ความปรานีวงเวทส่องประกายวาบทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง ควันฟุ้งจนขมุกขมัว ละอองเวทปลิวว่อนโครงกระดูกหน้าตาประหลาดงอกเงยขึ้นมาจากพื้นดินนับสิบตัว แม้การป้องกันของฝ่ายยักษ์จะหนาแน่นใช่ย่อยแต่ฝ่ายนิลพัทนั้น ถึงจะด้อยกว่าเรื่องกำลังพล ทว่าเลเวลของแต่ละนายล้วนสูงกว่าการรบจึงเป็นไปอย่างสูสี
พลยักษ์ที่ด้านหน้าขบวน บัดนี้ก็ถอยร่นลงมาช่วยรบที่ด้านหลังแล้วพวกมันจึงผลักดันให้นิลพัทถอยมาอีกหลายก้าว บวกกับมีวิฬาร์คอยตอดและช่วงชิงจังหวะ ยอดขุนพลฝ่ายรามจึงถูกยืดระยะออกมากว่ายี่สิบเมตร
บัดนี้ที่อยู่หัวขบวนจึงเป็นรถม้าคันใหญ่สีดำที่วิ่งพร้อมส่งเสียงกึงกังไปด้วยความเร็วสูงโดยมีทหารอารักขาคล้อยหลังอีกหกเจ็ดนายที่กำลังรุมตีนิลพัทอยู่รวมไปถึงสตาร์ดัสต์ที่กำลังรุกไล่อย่างหนักหน่วง
และบนหลังคารถม้า ก็มีวิฬาร์ยืนจังก้าอยู่บนนั้นพร้อมกับสาดเวทมนตร์กลับไปด้านหลัง ช่วยควบคุมกระแสของการรบอย่างบ้าบิ่น
เขาใช้เวทสายมรณะอย่างชำนาญเจ้าตัวรู้ดีกว่าการสู้รบด้วยจังหวะอันรวดเร็วเช่นนี้ หากสักแต่ร่ายๆ ยิงๆเกรงว่ามีพลังเวทมนตร์สองหลอดก็ไม่พอใช้จึงใช้หลักการน้อยชนะมากด้วยการยืมแรงศัตรูกำจัดศัตรู
เจ้าตัวเน้นใช้แต่เวทบทเล็กทว่าเพิ่มจำนวนขึ้นเพื่อหวังผลการตีแบบกระจาย สาดศรเวท ฝนเวท คำสาปประสานกันตรงนั้นที ตรงนี้ที เพื่อทำลายจังหวะและลดสมรรถนะการรบของศัตรูลงเพิ่มความได้เปรียบของทหารฝ่ายตัวเองทีละนิดๆ
กระทำสิ่งใด ต้องทำให้ถึงที่สุดวิฬาร์ที่เห็นฝ่ายตัวเองมีเปรียบกว่าไม่มามัวออมพลังหรือเสียดายเขาเรียกใช้ห้าร้อยคะแนนของระบบเพื่อใช้ดีบัฟตัวหนึ่งทันที
ลำคอของวิฬาร์ปรากฏสีดำขึ้นมาราวกับเขาเพิ่งกลืนยาพิษทว่าเจ้าตัวมิได้มีอาการทรมานแต่อย่างใด กลับกัน เขาสูดหายใจเฮือกใหญ่ลงปอดแล้วพ่นออกมาเป็นควันสีดำกลับไปยังด้านหลังของขบวน
ควันสีดำพวยพุ่งออกไปราวเพลิงมังกรก่อกวนการมองเห็นของทหารลิงทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณนั้น พร้อมกับลดค่าสถานะความแข็งแกร่งของพวกมันลงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ทันที
ทหารฝ่ายลิงเร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืนความเร็วคือสิ่งที่พวกมันต้องใช้ แต่ละนายจึงสวมใส่เพียงไอเทมเบาบางไม่มีสักนายที่สวมเกราะที่มีพลังป้องกันสูงทำให้แม้จะเป็นเวทมนตร์ระดับล่างหรือการโจมตีธรรมดา ก็สามารถสร้างอาการผิดปกติได้ไม่น้อย
ทำให้เมื่อโดนมนตร์ผสมของวิฬาร์เข้าไปแข้งขาก็พลันอ่อนแรงขึ้นมา อาวุธในมือก็เริ่มจับไม่มั่น สายตาพร่ามัวขึ้น ความได้เปรียบลดลงสองส่วน
ทำให้ที่ท้ายขบวนในตอนนี้ เหล่าวานรจึงถูกยิงจนกระเด็นกลิ้งออกไปข้างทางหลายสิบนายบ้างก็ร่วงลงจากหลังสัตว์ขี่เพราะไม่อาจทรงตัวได้ ทว่าไม่นานพวกมันก็กระโจนกลับเข้ามาใหม่ แต่แล้วก็ถูกเวทมนตร์หอบหนึ่งที่ไม่รู้พุ่งมาจากไหนยิงใส่จนมันล้มคว่ำไปอีกรอบ และคราวนี้มันไม่ได้โชคดีนักเหตุเพราะสัตว์อสูรเผ่าพยัคฆ์ตัวหนึ่งที่วิ่งตามมากัดกร้วมเข้าที่ก้านคอพอดี
นิลพัทมองภาพเบื้องหลังด้วยจิตใจที่หนักอึ้งฝ่ายตรงข้ามคล้ายเตรียมการมาอย่างดี เหตุเพราะแม้พวกมันจะมีทหารหลากหลายสายทั้งกลุ่มเลือดน้อยร่ายช้าอย่างดาราเวท หรือสายแนวหลังอย่างสุคติเวททว่าทุกนายล้วนสวมใส่ไอเทมชั้นดี พลังป้องกันจึงสูงขึ้นมาไม่น้อย ในขณะที่พวกวานรเน้นความคล่องตัวจึงไม่อาจพกพาไอเทมเหล่านั้นมาได้มากมายนัก
เห็นทีจะไม่ได้การเสียแล้ว เจ้าตัวไม่หวงทักษะรีบเรียกใช้ทันที
ทักษะขั้นกลาง นิลพัทอวตาร วาโยวิปลาส
ความเร็วของนิลพัทเพิ่มพรวดในพริบตารอบกายมันตอนนี้เปรียบเสมือนโลกที่เวลาหยุดนิ่งมีเพียงตนเองที่เคลื่อนที่ได้ดั่งใจนึก
ทักษะนี้จะทำให้มันมีความเร็วเพิ่มขึ้น 500% ภายในเวลาสิบวินาทีเจ้าตัวจึงคิดใช้ช่วงเวลานี้โจมตีเพื่อสังหารกองกำลังคุ้มกันของฝ่ายตรงข้ามและเข้าไปพิสูจน์ว่าองค์รามอยู่ในโลงใบนั้นจริงหรือเปล่า
ระยะเวลาสิบวินาที จะว่ามากก็มาก จะว่าน้อยก็น้อยเขาจึงจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญของการกำจัดศัตรูและเหตุเพราะเรื่องความเร็วต่างเป็นจุดเด่นของสายยุทธเวทและมายาเวทเจ้าตัวจึงจัดลำดับวิฬาร์ซึ่งกำลังใช้มนตร์สายธาตุเวทและมรณเวทอยู่ในลำดับสองทันที
เพราะคนที่อาจตามความเร็วของมันได้คือพวกยุทธเวทและมายาเวทสายตรงเท่านั้น
สิบ…
ความเร็วย่อมสัมพัทธ์กับพลังงานของวัตถุเมื่อมันเพิ่มความเร็วขึ้น พลังโจมตีจึงมากขึ้นตามตอนนี้เจ้าตัวเปรียบเสมือนกระสุนที่มีชีวิต ขอเพียงพุ่งไปทางใด ก็จะโจมตีจนพวกยักษ์กระเจิดกระเจิงนิลพัทจึงพุ่งตัวสุดแรงเกิดปะทะเข้ากับทหารนายหนึ่งที่กำลังควบสัตว์อสูรและเล็งปืนคู่ใส่ตนทันที ในมือขวาที่ว่างอยู่บัดนี้ก็ปรากฏบอลลมขนาดใหญ่เกือบเท่าโอ่งใบย่อมๆ แล้วเจ้าตัวก็ฟาดผลัวะใส่เป้าหมายนั้น
ทหารนายนั้นทำได้เพียงแค่ตกใจก่อนที่ร่างจะหลุดออกจากบังเหียนพร้อมกับเลือดที่สาดไปเป็นทางกระเด็นลับหายไปในป่าโดยไม่รู้สภาพเป็นตาย
สตาร์ดัสต์ที่เห็นช่องว่างพลันพุ่งโจมตีไปด้วยสัญชาตญาณทว่าเพราะขาดประสบการณ์ มันจึงไม่ทราบว่านั่นเป็นช่องว่างที่นิลพัทแกล้งเผยให้เห็นส่งผลให้เจ้าตัวถูกหางของนิลพัทฟาดจนปลิวไปอีกด้านหนึ่ง
เก้า…
อันว่าความเร็วสายยุทธเวทและมายาเวทล้วนอยู่ในอันดับต้นๆ เหล่าทหารอารักขาโดยรอบเองก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ความร้ายกาจของนิลพัทมาบ้างก่อนออกศึกจึงเตรียมใจกันไว้ไม่น้อย ทำให้เมื่อรู้ตัวว่านิลพัทใช้ทักษะเพิ่มความเร็วแต่ละนายจึงพลันเรียกใช้ไม้ตายของตัวเองทันที
ท่ามกลางห่าการโจมตีดุจเม็ดฝนนิลพัทใช้ความเร็วของมันหลบหลีกได้อย่างไหลลื่น แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีสองทักษะที่ทำให้นิลพัทรู้สึกว่าอาจจะเป็นอันตรายต่อตน
วิชากระบี่เจ็ดประกาย เพชรอลงกต
วิชาลวงพิศวง ปริทรรศน์บิดผัน
กระบี่สองเล่มเลื้อยเข้ามาดุจอสรพิษร้ายมันเลี้ยวเข้ามาในมุมพิสดาร คมกระบี่สะท้อนแสงอาทิตย์จนเงาวับแล้วเล็งเข้าที่ต้นขาทั้งสองข้างของนิลพัท
ส่วนมายาเวทอีกชนิดก็พลันปรากฏวงเวทเล็กจิ๋วขึ้นกลางอากาศนับสิบจุดก่อนที่มันจะขยายตัวออก เคลื่อนมิติจนบิดเบี้ยว ทำให้การมองเห็นของนิลพัทเหมือนกำลังมองดูโลกผ่านกระจกโค้งนับสิบๆบาน
แปด…
ซ้ายขวาหน้าหลังล้วนถูกล้อมด้านบนเองก็ใช่ว่าจะปลอดภัย วานรผิวสีหมึกจึงใช้มายาเวทอันเป็นทักษะก้นหีบมุดตัวลงด้านล่างเลียบตัวเองจนเกือบขนานไปกับพื้นโลก ส่งกำลังลงไปที่ข้อเท้าแล้วกระทืบลงอย่างรุนแรงจนดินยุบลงไปเป็นศอก พุ่งตัวเล็ดลอดผ่านการโจมตีเกือบทั้งหมดขึ้นหน้าเงื้อดาบคมกล้าในมือ ฟันใส่ช่วงขาของสัตว์ขี่สองตัวของพวกยักษ์จนมันเสียหลัก ก่อนจะงอแขนสะสมกำลังเตรียมเสือกแทงเข้าคอหอยของวิฬาร์ที่บัดนี้ยืนอยู่ใต้เงาตะคุ่มในรถม้า
อนิจจา นิลพัทอาจดูถูกคนอื่นได้แต่ไม่ควรดูถูกวิฬาร์
ผ่านความเป็นตายมาหลายรอบในช่วงเบต้าเทสต์วิฬาร์เองก็เคยประมือกับโรซา ผู้ครองร่างอวตารของนิลพัทมาบ้างเขาจึงรู้จักทักษะส่วนตัวของนิลพัทไม่น้อย
เรื่องความเร็วนับเป็นจุดแข็งของร่างอวตารรายนี้วิฬาร์เองก็สุดปัญญาที่จะแข่ง หากเขาฝืนทำ ก็คงไม่ต่างจากยูเซน โบลต์ที่พยายามจะวิ่งแข่งกับรถยนต์
ทว่าทุกปัญหา ล้วนมีหลายทางออกวิฬาร์จึงเตรียมการไว้พร้อมแล้ว
หากวิ่งแข่งไม่ชนะเขาก็เพียงแค่หาจุดออกตัวที่ใกล้เส้นชัยกว่าก็พอ
การบุกเดี่ยวสู้กับทหารกล้าหลายนายเปลืองพลังมากแค่ไหน วิฬาร์ย่อมรู้ดี นิลพัทจะต้องใช้สอยพลังเวทมนตร์อย่างประหยัด เลือกโจมตีเพียงจุดสำคัญเป็นหลักเพื่อเปิดช่องว่างแล้วหาทางแงะโลงของรามเป็นแน่เพราะมันเองคงยังไม่แน่ใจว่าขบวนที่ต่อสู้อยู่นี้เป็นขบวนจริงหรือปลอมจึงต้องรีบเข้ามาพิสูจน์ความจริง
และนั่นหมายความว่า เป้าหมายที่มันจะพุ่งเข้าใส่ก็คือรถม้าที่เขาอยู่นั่นเอง
เมื่อเห็นทหารอารักขาและสตาร์ดัสต์ถูกพุ่งชนจนกระเด็นไปโดยไม่อาจมองทันวิฬาร์ก็รู้ตัวทันทีว่านิลพัทเรียกใช้ทักษะอวตารของตนและจะต้องพุ่งเข้ามาหาเขาในที่สุด เมื่อรู้ล่วงหน้าเช่นนี้เขาจึงเร่งใช้พลังอวตารของตนเช่นกัน
ทักษะขั้นต้น ทศกัณฐ์อวตาร ราชันอสูร
“ผู้เล่นวิฬาร์เลื่อนระดับเป็นเลเวล 222เป็นการชั่วคราว”
พลังเวทมนตร์ที่ทะลักทลายพร้อมกับค่าสถานะทั้งหลายช่วยให้เขาตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้เร็วกว่าเดิมแต่เพราะเขาไม่ได้เป็นผู้เล่นที่เก่งกาจด้านความเร็วโดยตรง จึงพอเห็นเงาของนิลพัทได้ชั่วแวบ
เจ้าตัวที่รู้ความเคลื่อนไหวของฝั่งตรงข้ามจึงเร่งเร้ามนตราประสานขึ้นมาหนึ่งชุดก่อนจะโจมตีในจังหวะที่นิลพัทกำลังทะยานร่างขึ้นมาประสานเข้ากับสตาร์ดัสต์ที่โหมโจมตีมาจากด้านหลัง
มายาเวท บิดกาล เปลี่ยนทักษะ
ธาตุเวทประสาน เพลิงซ่อนกล
ทักษะเผ่าพันธุ์ฟีนิกซ์ กรงเล็บอัคนี
วงเวทขนาดหนึ่งช่วงแขนปรากฏที่หน้าของวิฬาร์แล้วถักทอขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะถูกประสานด้วยมายาเวท จากนั้นเมื่อเขากระแทกฝ่ามือเข้าที่ใจกลางวงมนตรา มันพลันยิงบอลเพลิงจิ๋วออกไปสิบกว่าลูกทันที
เจ็ด…
นิลพัทที่เห็นบอลเพลิงสาดออกมาในระยะประชิด รู้ดีว่าตนเสียท่าเข้าให้แล้วแต่เจ้าตัวกลับไม่ย่อท้อ เขายกแขนซ้ายขึ้นตั้งการ์ดเบื้องหน้า ส่วนมือขวาก็ตวัดดาบสั้นในมือเพื่อปัดป้องการโจมตีจากสตาร์ดัสต์ที่อยู่เบื้องหลังซ้ำแล้วยังโคจรพลังลงไปที่ขาทั้งสองข้าง กระทืบเปรี้ยงลงที่พื้นจนแผ่นดินทรุด แล้วเบี่ยงกายเพื่อลดแรงต้านจากการโจมตีตรงดิ่งเข้าไปยังรถม้าของวิฬาร์ดุจดาวหางสีนิล
เมื่อบอลเพลิงลูกแรกตกกระทบร่างนิลพัท มันก็พลันระเบิดออกจากนั้นแรงดันอากาศก็กระตุ้นให้บอลลูกอื่นๆ ระเบิดตามมาเป็นทอดๆ ทบทวีความร้ายกาจขึ้นหลายเท่า
ตู้มมม!
แรงระเบิดมหาศาลซัดใส่นิลพัทที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที การโจมตีนี้ทำให้ร่างกายของมันปรากฏแผลร้อนลวกเหวอะหวะแต่ถึงอย่างนั้น ด้วยความเร็วอันมหากาฬ มันก็ยังพุ่งทะลุม่านเพลิงนั้นเข้าไปได้ ทว่าจู่ๆเบื้องหน้าของมันกลับปรากฏเวทมนตร์มีดเวทจำนวนมากของวิฬาร์ที่รอท่าอยู่ก่อนร่างบึกบึนของมันจึงปะทะเข้าเต็มเปาจนเรียกเลือดได้หลายแห่งสร้างอาการบาดเจ็บหลายจุด
แต่เพราะแรงเฉื่อยที่ยังหลงเหลืออยู่ร่างของมันจึงพุ่งเข้ากระแทกเข้ากับรถม้าแล้วทะลุเข้าไปราวกระสุนปืนใหญ่ กระแทกเข้ากับท้ายโลงผนึกเวทซึ่งตั้งอยู่ในรถจนหัวหมุนต้องใช้เวลาครู่หนึ่งถึงตั้งตัวได้
สวัสดีปีใหม่ครับทุกท่าน ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันมาตลอดปีนี้นะครับ และหวังว่าปีถัดๆ ไป จะยังให้การสนับสนุนผมเช่นนี้อีก ^_^
ตัวผมเองก็จะพยายามเขียนงานดีๆ มาให้อ่านอย่างต่อเนื่องเท่าที่โอกาสจะอำนวยครับ และแน่นอนว่ามีอะไรอยากติชม บอกเล่ากันได้เต็มที่ครับ
ต่อจากนี้จะเป็นฉากดุเดือดแล้ว ใครอยากมันส์ รอชมได้เลยคร้าบบบบ