The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 81 พื้นที่สีเขียว

            หลังจากสังเกตรอบด้านแล้วไม่พบว่ามีผู้ใดติดตามอยู่ ชายหนุ่มก็เริ่มพ่นละอองลูมินอลให้กระจายออกไปจนทั่วอีกครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้ยังคงน่าพึงใจเหมือนเดิม รอยเลือดที่หยดลงมาเป็นทาง 3 สายนี้ ย่อมต้องเป็นของแมคไกว วาดิม และกุสตาฟอย่างแน่นอน มิเนอร์วาตามรอยเลือดที่เรืองแสงไปเรื่อยๆ ผ่านซอกซอยหักเลี้ยวมานับไม่ถ้วน ก็พบเข้ากับอาคารหลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่ประตูเท่านั้น ที่ด้านหลังประตูนี้มีเสียงดนตรีดังขับกล่อมให้ผ่อนคลาย แม้จะเป็นยามค่ำคืนที่ผู้คนสมควรจะพักผ่อนหรือหลับนอน แต่กลุ่มคนด้านในนั้นกลับสังสรรค์สนุกสนาน เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของบุรุษและสตรี มีบ้างที่กระเส่าลอยมาจากที่ไกล



            มิเนอร์วาขมวดคิ้วในใจก็รู้สึกไม่อยากเข้าใกล้สตรี ด้วยกังวลว่าจะลงเอยที่สงครามประสาทเหมือนเกรเซียและอลิซ หลังจากลังเลอยู่สักพักหนึ่งก็ตัดสินใจได้ เรียกอามูร์ให้แปลงกายเป็นผู้ติดตามเดินคู่กันเข้าไป มิเนอร์วาเองก็ค่อนข้างมั่นใจในตัวเองจึงเดินเข้าไปเช่นคนเจนจัดในด้านนี้ ที่ด้านบนเขียนเอาไว้ด้วยภาษาที่สวยงาม ปลายอักษรที่ตวัดคล้องกันยิ่งช่วยให้ดึงดูดมากยิ่งขึ้น



            "หมู่ตึกต่างเผ่า… "



            คิ้วที่เคยขมวดยิ่งมุ่นหนักมากกว่าเดิม จากคำแนะนำของทหารยามที่เคยบอกว่าที่นี่สมควรจะมาเป็นที่สุดท้าย แต่ตนกลับได้มาเป็นที่แรกไปเสียได้ สถานที่แห่งนี้คือศูนย์รวมของสตรีต่างเผ่า ที่ถูกเรียกขานยกให้เป็นสถานที่สุดวิเศษ ความตื่นเต้น แปลกใหม่ เร้าใจเสียยิ่งกว่าการได้หลับนอนกับเหล่าอัปสร เป็นสถานที่ซึ่งสตรีจากหลากหลายเผ่าเลือกเดินทางจากบ้านเกิดมาทำงาน สิ่งใดที่ไม่เคยเห็นย่อมได้เห็น มิเนอร์วาเสียวหลังวาบเย็นไปถึงต้นคอ แต่จะให้ถอยหลังนั่นก็ใช่เรื่อง มิเนอร์วาแค่กังวลเท่านั้นว่าจะปวดหัว ไม่ได้กลัวการปะทะเลยแม้แต่น้อย จึงเดินเข้าหาสตรีนางหนึ่งที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ข้างประตู โดยมีอามูร์เดินตามมาติดๆ



            “ขอห้องที่ดีที่สุด และเรียกสตรีทุกคนมาเดินประกวด ข้าต้องการบริการที่ดีที่สุดเท่าที่พวกเจ้าจะทำได้ หากผู้ใดขัดขวางจงบอกไปว่า… ซัลวาโตเรได้มาเที่ยวที่เขตใต้ มิตรสหายจะได้รับการดูแล โง่ดั่งโคแก่ข้าจะเชือดมันให้เรียบ…”



            สตรีนางนี้มุ่นคิ้วไม่พอใจเหล่ตามองมิเนอร์วา สายตานางจ้องมองตั้งแต่ปลายเท้าไปจนถึงศีรษะ หลังจากจ้องหน้ากันอยู่นาน นางก็พ่นควันออกมาอย่างรำคาญใจ และเอ่ยไล่ด้วยอารมณ์ไม่ดี



            “เจ้าจะไปไหนก็ไป ข้าอารมณ์ไม่ดี ข้าไม่ใช่พนักงานของที่นี่ เดินเข้าไปหาเอาข้างในเถอะ”



            แม้ตรงหน้าจะมีบุปผาที่เต็มไปด้วยหนามแหลม แต่ทว่าต่อหน้าราชันย์เทพพิษพิสดาร ไหนเลยที่จะไม่รู้หนทางในการเด็ดมาดอมดม ทวยเทพเองก็ล้วนมีอารมณ์ มีราคะเป็นหนึ่งในสิ่งที่รวมอยู่ การเกี้ยวพาของผู้ที่มีอายุมานานนม ย่อมไม่ใช่สิ่งที่สตรีอายุไม่ถึงร้อยปีผู้หนึ่งจะตามทันได้ หากรู้ว่าเป็นหนามแหลม ยิ่งไม่อาจยื่นนิ้วไปให้ตำเอาง่ายๆ อารมณ์ของสตรีเองก็เช่นกัน เมื่อนางไม่อยากมาวุ่นวายด้วย ก็แค่เลี่ยงไม่สัมผัสหนามเสียก็สิ้นเรื่อง ชายหนุ่มพลิกมือหนึ่งทีก็ปรากฏมวนพันลำขึ้นมวนหนึ่ง และเดินจ้องตาเข้าหายกยิ้มมุมปากด้วยเล็กน้อย



            แน่นอนว่าอารมณ์ของสตรีย่อมเปรียบได้ดั่งคลื่นทะเล ที่บางวันก็ราบเรียบเงียบสงบ หากแต่บางวันก็ไม่รู้ไปเอาอะไรมาเก็บเป็นอารมณ์ เป็นดั่งเกลียวคลื่นคลั่งซัดสาดด้วยต้องการทลายให้ได้ซึ่งภูผา สตรีนางนี้หน้าตาค่อนข้างงดงาม รูปร่างก็สมส่วนรับส่วนโค้งเว้าเป็นอย่างดี แต่ที่ดึงดูดสายตาของผู้คนมากที่สุดก็คงจะเป็นหูที่ยาวทั้งสองข้าง และผิวที่เป็นสีน้ำตาลสะอาดสะอ้านเปล่งปลั่ง กลิ่นกายที่หอมโชยลอยมาแต่ไกลยิ่งชัดขึ้นเมื่อเดินเข้าหา นางจ้องมองมาด้วยไม่สบอารมณ์อยู่ก่อนแล้วที่ถูกสั่งใช้ ทั้งคู่ต่างก็ไม่มีใครหลบสายตา อามูร์ทำเพียงแค่มองไปตามปกติไม่มีความรู้ทางด้านนี้สักเท่าไหร่ จะอย่างไรก็เป็นเพียงวิญญาณที่เกิดจากกลุ่มก้อนวิญญาณพยาบาทจำนวนมาก



            “ข้าขอโทษที่เข้าใจผิด…”



            “....”



            มิเนอร์วายื่นมือออกไปหาพร้อมกับทำท่าขอจับมือ แต่ดูเหมือนกินนรตัวนี้จะหยิ่งผยองอยู่ไม่น้อย นางเลือกที่จะใช้ความเงียบเข้าข่มให้ผู้คนต้องอึดอัด ชายหนุ่มยกยิ้มไม่ได้ชักมือกลับใช้นิ้วควงมวนพันลำอย่างชำนาญ แล้วยื่นออกไปมอบให้แก่อีกฝ่ายที่อยู่ตรงหน้า



            “ข้าแค่เข้าใจผิด จึงอยากมอบของขวัญเป็นการขอโทษ อภัยให้ข้าด้วยที่เสียมารยาท”



            ถึงแม้ท่าทางของนางจะยังคงเย็นชา แต่เห็นได้ชัดว่าแววตาอ่อนลงมากกว่าเดิม มิเนอร์วาอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายคลายกำแพงภายในใจ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้สบตามองด้วยรอยยิ้ม ใบหน้างามขึ้นสีจนเห็นชัด แต่สิ่งที่ทำให้มิเนอร์วามั่นใจมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมนั้น เป็นเพราะเสียงหัวใจที่เต้นตุบตับของนางดังสะเทือนมาถึงสองข้างหู ดวงเนตรอนธการปรากฏเพียงชั่วครู่ ภาพตรงหน้าของสตรีนางนี้ก็หายไปเพียงเสี้ยววินาที รู้ตัวอีกทีมิเนอร์วาก็ยื่นปากมากระซิบที่ข้างใบหูแล้ว



            “บุปผาที่งดงามเช่นเจ้า ไยต้องทำร้ายตัวเองด้วยบุหรี่ให้เหี่ยวเฉา ขอบคุณที่อภัยให้แก่ข้า…”



            เสียงอันบางเบาของบุรุษเพศสะกดให้ร่างของนางต้องแข็งค้าง รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วสรรพางค์กาย มิเนอร์วายกยิ้มมองหน้าสตรีผู้นี้แล้วเบี่ยงตัวเดินจากไป เมื่อหัวใจเต้นเบาลงจนเป็นปกติ บุหรี่ที่คาบเอาไว้อยู่ในปากก็ร่วงหล่นลง สติของนางเริ่มฟื้นคืนกลับมา จึงเผยอปากอ้าเล็กน้อยหมายจะกล่าวอะไรสักอย่าง แต่มิเนอร์วาเดินหายลึกเข้าไปข้างในแล้ว ชายหนุ่มเดินเข้าไปเรื่อยๆ เลือกที่จะถามก่อนสั่งเพื่อไม่ให้เสียเวลาอีก หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ห้องที่ดีที่สุด มีความโอ่อ่าหรูหราเป็นอย่างมาก อาหารก็เป็นของขึ้นชื่อ สุรายิ่งเป็นของเหลวสูตรเฉพาะที่หมักบ่นมายาวนาน สตรีจำนวนมากของหมู่ตึกต่างเผ่านี้ต่างก็กำลังจัดแจงเตรียมร่างกายตัวเองให้พร้อมสำหรับทำงาน



            เพียงไม่นานเสียงเครื่องดีดก็ดังขึ้นถี่รัว เสียงกลองก็ตีตึงตังสนั่นห้อง ประตูหรูได้ถูกเปิดออกกว้าง พร้อมกับการมาถึงของเหล่าสตรีมากหน้าหลายตา เสียงน้ำเย็นที่ตกลงมาจากที่สูงแตกซ่าน กระจายไปทั่ว แต่ละนางต่างก็เดินกรีดกรายเข้ามา พยายามยักย้ายร่างให้สั่นไหวด้วยต้องการทำให้ผู้จ้องมองต้องสั่นคลอน น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นกับมิเนอร์วาและอามูร์เลยสักนิด เมื่อกวาดตามองทุกนางที่เดินผ่านไป แต่ละตนย่อมมีกายภาพที่แตกต่างกัน บ้างก็ครึ่งคนครึ่งสัตว์ บ้างก็เป็นสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าที่มีสรีระคล้ายมนุษย์ มิเนอร์วาไม่พูดอะไร อามูร์ยิ่งนิ่งเงียบ เหล่าอิสตรีทั้งหลายต่างก็งุนงงทำตัวไม่ถูก แต่เพียงไม่นานก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นจากหลากหลายที่ ดังจากที่สูงและที่ต่ำแตกต่างกัน



            “ฮะๆ ๆ ไม่ทราบเป็นผู้ยิ่งใหญ่ท่านใดมาเยือนกัน ถึงกับสามารถเปิดใช้ห้องฝันนิรันดร์ได้ ข้าโคปา แห่งกลุ่มคาบาน่า ขอเลี้ยงสุราสักท่านสักหนึ่งขวดเพื่อผูกมิตร”



            “ไม่คิดว่าข่าวลือจะเป็นจริง ใช่นายน้อยแห่งวังมรณะสาบสูญหรือไม่ขอรับ? ข้าเอ็มม่า จากกลุ่มนูเอลขอเลี้ยงอาหารท่านสักหนึ่งมื้อจะได้หรือไม่?”



            “ข้าซีซาร์ จากกลุ่มมาริบู เองก็ขอร่วมเลี้ยงสุราด้วยได้หรือไม่?”



            มิเนอร์วาเดินตามทางไปหยุดอยู่ด้านในห้อง ลึกเข้าไปเป็นที่เปิดโล่งมีศาลาถูกก่อสร้างยื่นออกไป ถัดออกไปเป็นน้ำตกจำลองขนาดใหญ่ที่ตกลงมาจากที่สูง โดยมีห้องพิเศษหลายสิบห้องสร้างล้อมน้ำตกเอาไว้ ชายหนุ่มก้าวนำโดยมีอามูร์เดินตามหลัง เมื่อกวาดตามองสำรวจออกไป ก็พบกลุ่มคนหลากหลายกลุ่มนั่งอยู่ในศาลาของห้องตัวเอง แต่เมื่อเทียบกันแล้วศาลาของห้องพักมิเนอร์วาช่างใหญ่โตกว่ามากอย่างเทียบไม่ติด เป็นห้องเดียวที่อยู่สูงที่สุดซึ่งสามารถทอดตามองต่ำได้ถ้วนทั่ว ราวกับสวนสวรรค์ที่มีจักรพรรดิทอดตามองปกครองหล้า



            ไม่นานก็มีสาวใช้เดินถือสุราที่แตกต่างกันมาถึงสองขวด นางนำสุรามาวางไว้บนโต๊ะตัวเล็กของชายหนุ่มแล้วจากไป เหล่าสตรีต่างเผ่าก็ไม่กล้าขยับตัวมั่วซั่ว ด้วยกังวลว่าจะไปทำให้มิเนอร์วาต้องขัดใจ มิเนอร์วานั่งลงบนเบาะผ้าอันนุ่มนิ่มผืนใหญ่ โดยมีหมอนอิงข้างไว้เอนตัวพิง หนึ่งมือก็เอื้อมไปคว้าขวดสุรามาเปิดฝาแล้วยกเทกรอกปาก สุรารสแรงไหลลงท้องร้อนบาดไปถึงข้างในคอ ชายหนุ่มคำรามต่ำแล้วคว้าอีกขวดมาเปิด สุรากลิ่นเปรี้ยวหอมดั่งมะนาว ต้นหวานปลายเผ็ดร้อนน่าลุ่มหลงถูกกรอกลงคอไปอีกครั้ง ชิ้นเนื้อปลาดิบสีชมพูใสกระจ่างถูกคีบหยิบเข้าปาก



            “เป็นมิตรกับซัลวาโตเร ข้าย่อมนับเป็นสหาย ข้าจะมาอาศัยอยู่ที่นี่สักหลายวัน หวังว่าทุกท่านจะเป็นมิตรที่ดี และต้อนรับข้าอย่างจริงใจ หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ทุกท่านพึงพอใจไม่มากก็น้อย”



            มิเนอร์วากวักมือเรียกสตรีนางหนึ่งที่ยืนเข้าแถวอยู่ให้มาหา แม้จะสงสัยว่าเรียกทำไมแต่ร่างกายก็ยังคงเดินเข้าหาอย่างเชื่อฟัง ขึ้นชื่อว่าบุรุษย่อมไม่อาจไว้วางใจได้ ชีวิตของนางผ่านมาแล้วหลายรูปแบบ พบเจอมาแล้วหลายพันชาย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเกิดความรู้สึกระแวง กลัวที่จะถูกทำร้ายร่างกาย แต่นางก็ต้องแปลกใจ เพราะชายหนุ่มกลับเรียกใช้นางแค่เดินเอาของไปแจก แม้ในใจจะโล่งอกแต่ก็รู้สึกผิดหวังไปในตัว นางทำหน้าที่อย่างเชื่อฟังหยิบกล่องนั้นมาได้ก็หันตัวเตรียมจากไป แต่ทว่าก็ต้องชะงักร่างเพราะถูกมิเนอร์วาดึงแขนไว้



            “เจ้ามีนามว่าอะไร แจกของพวกนี้เสร็จแล้วก็เลือกสตรีมาสัก 5 ถึง 6 ตนก็แล้วกัน เลือกมาให้ข้าเลยได้เลยตามใจเจ้า และเจ้าก็ต้องคอยอยู่ดูแลข้าตลอดเวลาที่ข้าอยู่ที่นี่เข้าใจหรือไม่?”



            “นาเดียเจ้าค่ะ”



            นางรับคำอย่างเชื่อฟังรู้สึกดีขึ้นมาอยู่ไม่น้อย ร่างกายก็บิดตัวด้วยความประหม่าที่หาดูได้ยาก ตัวนางเองย่อมต้องเคยดูแลบุรุษมาแล้วไม่ใช่น้อย การโอ้โลมดูแลเองก็ย่อมไม่ธรรมดา แต่ละวันล้วนชาชินกับคำหวานที่เหล่าบุรุษมอบให้ไม่มีหมด ยากนักที่จะเกิดความกังวล ประหม่าด้วยความเก้อเขินเพียงเพราะถูกจับแขน หลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสรรพ สตรีมากหน้าหลายตาต่างก็พากันมาปรนนิบัติชายหนุ่ม และอามูร์ผู้ที่บัดนี้มีสีหน้าตายด้าน จนผู้คนรอบด้านต่างมองมาอย่างสงสัย มิเนอร์วาจึงกระซิบถามนาเดีย สตรีสาวเผ่าอารัคเน่ผู้มีแขนถึงแปดข้างที่กำลังใช้มีดซอยวีดบนเขียงไม้



            “ที่นี่มีสตรีที่มีเชื้อสายเกี่ยวกับพยัคฆ์ทำงานบ้างหรือไม่? เพื่อนของข้าเขาชอบเช่นนั้น ไปเรียกพวกนางมาเพิ่มหน่อย”



            นาเดียขานรับแล้ววางมีด 4 เล่มไว้บนเขียง จากนั้นก็เดินหายออกไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาพร้อมกับสตรีใบหน้างามมากถึง 3 นาง สตรีทางซ้ายมือนั้นเดาว่าน่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ครึ่งสัตว์อสูร เพราะเขี้ยวที่แหลมยาวดูอันตราย และดวงตาที่แดงก่ำดั่งอสูรพยัคฆ์โบราณสักตนหนึ่งนั่นเอง สตรีทางด้านขวากลับแตกต่างออกไป ดูๆ ไปแล้วไม่ใกล้เคียงกับคำว่าพยัคฆ์เลยสักนิดเดียว นางมีหาง และหูที่แหลมยาว เขี้ยวน้อยๆ ยื่นออกออกมาอย่างน่ารัก แววตาก็วาววับเจ้าเสน่ห์ ท่าทางที่เดินเข้ามาก็มีความหยิ่งผยองแฝงไว้ตามธรรมชาติของวิฬาร



            ส่วนสตรีนางสุดท้ายที่เดินอยู่ตรงกลางนั้น กลับมีแตกต่างจากทั้งสองนางที่เอ่ยก่อนหน้านี้โดยชิ้นเชิง ผิวที่เป็นสีนิลวาววับน่าจับลูบทำให้นางดูโดดเด่น ลวดลายจางๆ ที่มองเห็นได้เมื่ออยู่ในระยะใกล้ชิดก็ส่งเสริมให้นางดูเปี่ยมเสน่หาพาร้อนแรง ทั้งสามช่างเจนจัดในวิธีการ เผลอตัวครู่เดียวก็เข้าประกบอามูร์แล้ว นางหนึ่งอยู่ซ้าย นางหนึ่งอยู่ขวา นางสุดท้ายคลอเคลียอยู่ด้านหลัง แม่เสือสาวทั้ง 3 ก็เริ่มร้องบรรเลงบทเพลงร้องหาคู่ ให้ร่างโยกไหวของนารีเริงระบำหยอกล้อตัณหาบุรุษ



            ถึงจะกำเนิดจากวิญญาณพยาบาทจำนวนมาก แต่ก็เกิดเป็นเสือตัวหนึ่ง ย่อมมีอารมณ์อยากสืบทอดเผ่าพันธุ์เหลือทิ้งไว้ อามูร์ที่สัญชาตญาณถูกเร่งเร้า ก็เริ่มคำรามต่ำภายในคออย่างมีความสุข กลิ่นอายของครึ่งเทพถูกเผยออกมาข่มขู่ทุกผู้คนอยู่ไม่น้อย ทุกสายตาที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนี้ต่างก็จ้องมองมาอย่างตกตะลึง ไม่มีเคยมีใครจะคาดคิด ว่าสัตว์วิเศษหรือสัตว์อสูรระดับครึ่งเทพตนหนึ่ง จะยอมลดตัวลงมาเป็นผู้ติดตามให้แก่ชายหนุ่ม



            มีหรือที่พวกมันจะไม่ทราบว่าขีดสุดของโลกใบนี้คืออะไร แม้ทวยเทพจะทรงพลังสามารถฆ่าระดับครึ่งเทพได้อย่างง่ายดาย แต่พวกเขาก็ไม่อยากลงมาที่โลกกึ่งกลางมากนัก เพราะอากาศที่สกปรก ดังนั้นแล้วหากพูดให้ถูกต้องก็คือ ขีดสุดของโลกกึ่งกลางใบนี้จะเป็นระดับครึ่งเทพที่ปกครองดินแดนอยู่ ส่วนครึ่งเทพระดับกลาง และระดับสูงล้วนเป็นราชาผู้ปกครองอาณาจักร ผู้ปกครองดินแดนตนหนึ่งกลับเป็นผู้ติดตามไปเสียได้ ทุกสายตาต่างก็ลอบประเมินนายน้อยแห่งวังมรณะสาบสูญผู้นี้อยู่ในใจ



            ข้างกายชายหนุ่มเวลานี้ นาเดียผู้มีแปดแขนกำลังใช้ 4 มือบีบนวดไปทั่วร่างของชายหนุ่ม 2 มือประคองน้ำ และขนมหวานป้อนอยู่เป็นระยะ อีกสองมือที่เหลือก็จัดการกับวีด และอุปกรณ์อย่างชำนาญ ส่งกุญแจสู่สวรรค์ให้มิเนอร์วาได้เผาไหม้ลงปอดไป ชายหนุ่มหัวเราะร่าอย่างมีความสุข แล้วเอ่ยขึ้นเสียงดังมากพอที่ทุกชีวิตบริเวณนี้จะได้ยินอย่างชัดเจน



            “ฮ่าๆ ๆ สหายทุกท่าน! ซัลวาโตเรนั้นเปิดเผย สินค้าที่ข้ามีนั้นดีใช่หรือไม่? ที่นี่ทำการค้ากันแบบไหนข้าไม่ทราบ แต่ซัลวาโตเรกำลังมีแผนจะขยายสาขา และกำลังต้องการคนดูแลในแต่ละเขตแดน เราจะทำการค้ากับสหายที่เชื่อถือได้เท่านั้น ส่วนแบ่งหนึ่งส่วน ไม่ต้องตุนสินค้า ข้าจะขายสิทธิ์ให้เฉพาะผู้ที่เสนอสิ่งแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อเท่านั้น”



            “พวกข้าต้องเข้าสังกัดกลุ่มท่านหรือไม่? และอำนาจตัดสินใจของผู้ดูแลมีมากแค่ไหน?”



            เป็นโคปา คาบาน่าที่เอ่ยถามขึ้นมา ตัวมันค่อนข้างสนใจในเรื่องการค้าขายมากกว่าการทะเลาะแย่งชิงเขตแดน หากยังไม่ข้ามเส้นแดนเข้ามา ทุกสิ่งย่อมพูดคุยกันได้ แต่หากเลือกที่จะล้ำเส้นตั้งแต่ต้น สำหรับโคปาแล้วย่อมไม่มีสิ่งใดต้องพูดกันอีก



            “แน่นอนว่าไม่ต้อง ผู้ที่ได้สิทธิ์ในการทำการค้ากับข้า ย่อมดูแลเขตแดนของตัวเองเช่นดังเดิม อำนาจตัดสินใจย่อมมีได้มากเต็มที่เท่าที่พวกท่านจะรับผิดชอบไหว ค่าใช้จ่ายในการขนส่งและภาษีท้องถิ่นล้วนเป็นพวกท่านที่ต้องจ่าย พวกท่านไม่ต้องตุนสินค้าให้วุ่นวาย ขอเพียงแค่ส่งยอดคำสั่งซื้อมาที่สาขาของซัลวาโตเร ทางเราจะจัดเตรียมสินค้าให้ในทันที ส่งช้าสุดไม่เกิน 3 วัน ข้า 9 ส่วน พวกท่าน 1 ส่วน ล้วนยุติธรรมแล้ว”



            “อ้อ… ข้าลืมบอกอีกเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างสำคัญ รายชื่อ เหรียญทอง และของขวัญ ซัลวาโตเรนั้นจะรับของจากพวกท่านแค่ 3 อย่างนี้เท่านั้น หากระหว่างทางสินค้าหรือเหรียญทองสูญหายในมือของพวกท่าน เป็นพวกท่านต้องรับผิดชอบ มีเวลาเหลือเฟือให้ตัดสินใจ ข้าจะอยู่ที่เขตนี้อีกนานมาหาได้เสมอ”



            “แล้วท่านต้องการสิ่งใดเป็นการแลกเปลี่ยนกัน ข้ามีเหรียญทองจำนวนมาก มีสาวงาม และแรงงานที่สามารถมอบให้ได้”



            เป็นซีซาร์ มาริบู ที่พูดขึ้นมา ผู้คนที่อยู่อาศัยอยู่ในเขตนี้ ส่วนใหญ่ล้วนมีกิจการที่เกี่ยวกับการขายแรงงาน หรือไม่ก็ค้าสตรีเป็นอาชีพ สตรีหลายคนที่ทำงานอยู่ที่นี่ หรือไม่ก็ที่อื่นส่วนใหญ่แล้วล้วนมีกลุ่ม มีสังกัดคอยให้ความคุ้มครอง ทางวังมรณะสาบสูญเองก็ไม่ได้ออกกฎใดมาห้ามปราม ขอเพียงแค่ลงทะเบียนให้รายชื่ออยู่ในระบบ และทำตามกฎกติกาที่ตั้งไว้ ทุกผู้คนล้วนสามารถค้าขายบริการกันได้ตามใจ นับเป็นอาชีพการบริการรูปแบบหนึ่ง ประชาชนไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป ส่วนกลางมีรายได้จากภาษี เหล่าสตรีสามารถสร้างรายได้ให้ตัวเอง ลูกค้าก็ได้รับการบริการ มีความสุขกันทั้ง 3 ฝ่าย



            ในอดีตตอนที่ยังเป็นอาณาจักรแทนลายัสนั้น อาชีพเหล่านี้ล้วนผิดกฎหมายบ้านเมือง จึงทำให้กลุ่มคนมากมายพยายามหาช่องทางในการส่งมอบทรัพย์สินออกไป เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการทำธุรกิจผิดกฎหมายนี้ แต่เพราะการปล่อยปละละเลยไม่สนใจของแทนลายัสนั้นเอง เลือกที่จะหลับตาเสียข้างหนึ่ง แทนที่จะลืมตาดูโลกด้วยดวงตาทั้งสองข้างให้ชัดเจน และต้องหัดยอมรับความจริงได้แล้วว่าโลกมันหมุนไปไกลมากแค่ไหน เวลาหลายสิบปีที่พวกเขาสูญเสียไป เพราะมัวหลงอยู่กับเหรียญทองเพียงปีละไม่กี่ล้านเหรียญ โดยที่หารู้ไม่ว่าถ้าหากส่วนกลางจัดการได้อย่างถูกวิธี มูลค่าตลาดที่จะสร้างได้ย่อมทะยานขึ้นสูงอย่างไม่คาดฝันแน่นอน



            ทุกชีวิตธรรมดาล้วนดำรงอยู่ได้เพราะการสืบพันธุ์ ใช้อาหารเป็นแหล่งพลังงานในการเจริญเติบโต ใช้เสื้อผ้าเพื่อการปกป้องร่างกายจากภัยหนาว ใช้บ้านเป็นที่อยู่เพื่อหลับนอน ใช้โอสถยาเพื่อบรรเทาขจัดพิษ สินค้าทั้งหลายที่สร้างมาจากทั้ง 5 สิ่งนี้ย่อมขายได้อย่างแน่นอน ยิ่งเป็นสินค้าบริการประเภทใช้แบบจำกัดเวลา เมื่อเวลาที่เช่ามาได้หมดลง ก็มีเพียงต้องเช่าเพิ่มเพื่อต่อเวลาเท่านั้น หากร่างกายยังสู้ไหวอยู่



            ดังนั้นในตอนนี้หากวาดิม อดีตราชาผู้ชราได้มาเห็นตัวเลข มีหวังมันจะเดือดดาลเพราะความโง่เขลาของตนเอง หากทำแบบที่วังมรณะสาบสูญกระทำ ป่านนี้ในคลังของวังหลวงก็คงมีแต่เหรียญทองนับไม่ถ้วนไปแล้ว มิเนอร์วาไม่ได้ตอบในทันที เลือกที่จะชักควันมายาเข้าสู่ปอดแล้วพ่นออกมาอย่างสบายใจ หลังจากกวาดสายตาออกไปโดยรอบคราหนึ่ง ก็อ้าปากกัดองุ่นลูกโตที่นาเดียคอยป้อนให้ ตามด้วยน้ำตาลสดที่อันชุ่มคอ ที่จะเป็นสินค้าอีกอย่างหนึ่งในอนาคตของซัลวาโตเร



            “ฮ่าๆ ๆ เชิญพวกท่านเสนอมาได้อย่างเต็มที่ ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่รีบจะอยู่แถวนี้ไปอีกนาน ยื่นข้อเสนอมาได้ตลอดเวลา ข้าว่างเสมอ…”

    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน