ตอนที่ 3 ลางร้าย
“เ้าน่ะหรือไอ้เด็กเหลือขอที่มารังแกบุตรสาวข้า!”
“โล่วชิเจี่ยที่กำลังหันหลังเผ่นหนีถึงกับชะงัก นางหันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ
“เด็กน้อย เ้านี่มันช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย บุตรสาวข้าทั้งสวย ทั้งเก่งบุ๋นบู๊ เ้ากล้าหลอกลวงนาง ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วใช่หรือไม่? ”
“ เ้าของโรงเตี๊ยมโกรธจนหนวดกระดิก ตระกูลของเขาเป็ตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง ร่ำรวยมหาศาล หรูฮั่วเป็บุตรสาวคนเดียวของท่านเ้าของโรงเตี๊ยม เขาจึงเลี้ยงดูประคบประหงมมาอย่างดี เป็ดั่งสมบัติล้ำค่า ไม่เคยยอมให้บุตรสาวสุดที่รักต้องเจ็บช้ำน้ำใจ แต่ตอนนี้ บุตรสาวสุดที่รักของเขาถูกกลั่นแกล้ง เถ้าแก่เ้าของโรงเตี๊ยมจะยอมได้อย่างไร?
นอกจากจะด่าทอโล่วชิเจี่ยเสียยับ เขายังอวยบุตรสาวของตัวเองอย่างออกนอกหน้า อย่างงามล่มเมือง งามพิสุทธิ์ งดงามจนบ้านเมืองล่มสลาย! จนโล่วชิเจี่ยฟังแล้วถึงกับอึ้ง
โล่วชิเจี่ยได้แต่เงียบ
ส่วนหรูฮั่วก็รู้สึกเขินอาย นางกระทืบเท้า หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา แล้วสะบัดไปที่ใบหน้าของพ่อเบาๆ “ท่านพ่อ! อย่าชมลูกต่อหน้าคนอื่นแบบนี้สิเ้าคะ ลูกอายเขา”
ถึงแม้จะดูเหมือนสะบัดผ้าเช็ดหน้าเบาๆ แต่กลับแฝงพลังทำลายล้างมหาศาล
เพี๊ยะ!
เสียงดังสนั่น ใบหน้าของท่านเ้าของโรงเตี๊ยมปรากฏรอยแดง เืกำเดาไหล แล้วเขาก็เป็ลม ล้มพับกลิ้งตกบันไดไป
“กรี๊ด!” หรูฮั่วร้องเสียงหลง รีบเก็บผ้าเช็ดหน้าแล้ววิ่งตามพ่อลงไป “ท่านพ่อ! ท่านพ่อ อย่าเพิ่งตายนะเ้าคะ!”
บรรดาคนรับใช้ที่ตอนแรกกรูกันขึ้นมา ก็รีบวิ่งตามหรูฮั่วลงไปเช่นกัน
ั้แ่ต้นจนจบ โล่วชิเจี่ยไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ก็รอดพ้นจากวิกฤตมาได้
โล่วชิเจี่ยเม้มปากแน่น “ให้ตาย! พ่อลูกคู่นี่มันประหลาดจริงๆ”
โล่วชิเจี่ย ส่ายหน้า ไม่อยากจะพูดอะไรอีก สองพ่อลูกนี่มันเหมือนปีศาจชัดๆ
โล่วชิเจี่ยเดินลงบันไดอย่างช้าๆ ท่านเ้าของโรงเตี๊ยมที่หน้าตาเต็มไปด้วยเืดูเหมือนจะยังไม่ตาย ตอนนี้ถูกหามไปหาหมอแล้ว
โล่วชิเจี่ยยกสองมือขึ้นประกบเข้าหากัน สวดมนต์ให้เขาอย่างสงบ “ช่างเป็พ่อที่ยิ่งใหญ่จริงๆ หากครั้งนี้ท่านรอดไปได้ ขอให้ท่านโชคดีมีสุข”
นางกำลังจะหันหลังเดินออกไป แต่ก็ได้ยินเสียงะโดังลั่นจากข้างหลัง
“หยุดนะ! ใครอนุญาตให้เ้าไป! จับมันไว้!” ถึงแม้ท่านเ้าของโรงเตี๊ยมจะสลบไปแล้ว แต่หรูฮั่วก็ยังไม่ยอมปล่อยโล่วชิเจี่ย นางบอกให้คนรับใช้เข้ามาจับตัวโล่วชิเจี่ย
อย่างไรก็ตาม โล่วชิเจี่ยที่โลดแล่นอยู่ในยุทธภพมานานก็ไม่ใช่หมู นางยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ อาศัยความว่องไวหลบหนีจากคนพวกนั้นไปได้อย่างง่ายดาย
พรึบ พรึบ!
โล่วชิเจี่ยเดินออกจากโรงเตี๊ยมอย่างมีความสุข “วันนี้ก็ทำเงินได้ไม่เบา คนเก่งไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ไม่ตกอับคำนี้พูดถูกจริงๆ ”
ในยุคปัจจุบัน นางเป็ถึงนักต้มตุ๋นชั้นยอด พอมาอยู่ในยุคโบราณ นางจึงยังคงทำมาหากินได้อย่างคล่องแคล่ว หากเป็แบบนี้ต่อไป อีกไม่นาน นางก็คงจะกลายเป็เศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองหลวง!
โล่วชิเจี่ยคิดแล้วก็ยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจ นางฮัมเพลงไปตลอดทาง เดินไปเรื่อยๆ
่นี้นางอาศัยอยู่ในศาลเ้าร้าง เหตุผลก็ง่ายๆ เพื่อประหยัดค่าที่พักนั่นเอง
แต่เดินไปได้ไม่นาน นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าแ่เบา ถึงแม้จะเบามาก แต่โล่วชิเจี่ยก็ยังจับเสียงได้ “ไม่ได้การ! มีคนสะกดรอยตาม!”
นางรู้สึกถึงอันตราย แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย แสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
รอบๆ ตัวนางมีแต่กำแพง ข้างหน้ามีทางแยก และมีดงไผ่อยู่ หากถูกตามล่า นางก็สามารถวิ่งหนีเข้าไปในดงไผ่ได้ เหมาะแก่การหลบหนีเป็ที่สุด
โล่วชิเจี่ยเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ไม่นานก็ถึงทางแยก ดวงตาเ้าเล่ห์ของนางเป็ประกาย นางใช้เท้าเขี่ยดินขึ้นมา พร้อมตวาดลั่น “ไปให้พ้น!”
เกิดฝุ่นตลบอบอวล บดบังทัศนวิสัยของผู้แอบตาม แล้วนางก็รีบวิ่งหนีไปอีกทาง
คนที่สะกดรอยตามนางก็ใ “ไม่คิดว่าจะถูกเจอตัว เด็กน้อยเ้านี่มันเ้าเล่ห์จริงๆ”
โล่วชิเจี่ยวิ่งไปพลางหันหลังกลับมามอง และพบว่าเป็ชายชุดดำผิวเข้ม! ใช่ชายคนเดียวกับที่นางเจอในป่าวันนั้น! เขาแอบตามนางทำไม? หรือว่าเขาจะรู้แล้วว่า นางเป็คนปล้นเสื้อผ้าเ้านายของเขา เลยมาแก้แค้นให้เ้านาย?
ชายชุดดำผิวเข้มดูไม่รีบร้อน กลับทำหน้าตาเรียบเฉย ราวกับกำลังดูละคร ท่าทางของเขาทำให้โล่วชิเจี่ยรู้สึกถึงลางร้าย
หรือว่า...
ทันใดนั้น โล่วชิเจี่ยสะดุ้งโหยง ตัวของนางกระแทกเข้ากับใครบางคน จมูกของนางปวดร้าว
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็ต้องใสุดขีด เพราะชายที่นางชนเข้า ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือท่านอ๋อง ชายหนุ่มรูปงามที่นางเคยปล้นเสื้อผ้าไปนั่นเอง!