จารึกที่ 135 : บททดสอบผู้บุกรุก : เมื่อเหยื่อกลายเป็นผู้ล่า
รัตติกาลมืดมิดยิ่งกว่าน้ำหมึก เมฆดำก้อนใหญ่เคลื่อนตัวเข้าบดบังดวงจันทร์ ทำให้ "เขตเรือนไผ่ม่วง" ตกอยู่ในความมืดอนธการ มีเพียงเสียงหวีดหวิวของลมที่พัดผ่านกอไผ่และเสียงใบไม้เสียดสีกันดั่งเสียงกระซิบของภูตผีปีศาจ
เงาร่างสามสายเคลื่อนไหววูบวาบผ่านดงไผ่ด้วยความชำนาญ ฝีเท้าเบากริบจนแทบไม่ได้ยินเสียง พวกมันสวมชุดดำปิดหน้าปิดตา มีเพียงแววตาอำมหิตที่เล็ดลอดออกมา
"ที่นี่บรรยากาศน่าขนลุกชะมัด..." หนึ่งในผู้บุกรุกกระซิบเสียงต่ำ "ทำไมเป้าหมายถึงมาเลือกอยู่ที่เฮงซวยแบบนี้วะ?"
"หุบปาก!" หัวหน้าทีมชายร่างยักษ์ตวาดเบาๆ "งานง่ายๆ แค่ไปหักแขนขามัน แล้วเอา 'หิน' คืนมา... คุณชายหลิวจ่ายหนัก อย่าทำงานพลาด"
หัวหน้าทีมผู้นี้คือ "ต้วนเถี่ย" (ต้วนฝ่ามือเหล็ก) ผู้ฝึกตนอิสระระดับ สร้างรากฐาน ขั้นต้น ที่รับงานสกปรกเป็นอาชีพ ส่วนลูกน้องอีกสองคนอยู่ระดับ รวบรวมลมปราณ ขั้น 9
พวกมันย่องเข้ามาจนถึงลานหน้าเรือนไม้เก่าๆ ที่ดูเงียบสงัด
"ไม่มีค่ายกลป้องกัน?" ต้วนเถี่ยขมวดคิ้ว "ประมาทสมกับเป็นเด็กใหม่... แยกย้าย! ล้อมเรือนไว้!"
ทันทีที่ลูกน้องสองคนแยกตัวออกไปทางซ้ายและขวา เพื่ออ้อมไปหลังเรือน...
วูบ...
หมอกจางๆ เริ่มก่อตัวขึ้นรอบเรือนไผ่ม่วง ทั้งที่ไม่มีฝน
ลูกน้องทางปีกซ้ายรู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอ เหมือนมีใครบางคนมาเป่าลมรด
"ใครน่ะ!" มันหันขวับไปมอง พร้อมชักดาบสั้น
ความว่างเปล่า... มีเพียงต้นไผ่สีม่วงที่ยืนต้นตระหง่าน
"คิดไปเองมั้ง..." มันหันกลับมา
ผัวะ!
กำปั้นปริศนาที่โผล่ออกมาจาก "เงาของต้นไผ่" กระแทกเข้าที่ปลายคางของมันอย่างจัง! แรงกระแทกหนักหน่วงจนฟันร่วงกราว ร่างของมันลอยคว้างกลางอากาศแล้วร่วงลงไปกองกับพื้นสลบเหมือดโดยไม่ทันได้ร้องสักแอะ!
...
ทางด้านปีกขวา
ลูกน้องอีกคนกำลังย่องเข้าไปที่หน้าต่าง
ทันใดนั้น มันเห็น "ลูกไฟสีฟ้า" สองดวงลอยอยู่ตรงหน้า... ดวงตานั้นจ้องมองมันด้วยความขบขัน
"ภูตผี?" มันชะงัก
[ ผิดแล้ว... บิดาเจ้าต่างหาก ]
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นในหัวมัน ก่อนที่เงามืดขนาดมหึมาจะพุ่งเข้าชาร์จ!
เจ้าสัวทมิฬ (ที่พรางตัวด้วยแขนซ้าย) ปรากฏกายขึ้นในระยะประชิด มือขวาที่เป็นโลหะหนักตะปบเข้าที่ไหล่ของเหยื่อ แล้วเหวี่ยงร่างนั้นไปกระแทกกับต้นไผ่อย่างแรง!
โครม!
"อ๊ากกก!" เสียงร้องโหยหวนดังลั่นทำลายความเงียบ
"เกิดอะไรขึ้น!" ต้วนเถี่ยที่หน้าประตูกระโดดถอยหลัง ตั้งท่าเตรียมสู้
"สองคนนั้นโดนจัดการแล้ว? เร็วขนาดนี้เชียวรึ!"
ประตูเรือนไม้ค่อยๆ เปิดออก...
แต่คนที่เดินออกมาไม่ใช่เด็กหนุ่มเจ้าของเรือน
กลับเป็น หุ่นเชิดโลหะสีเงินตัดดำ รูปร่างสูงใหญ่ ที่เดินนวยนาดออกมาด้วยท่าทาง... ยียวนกวนประสาท
มันเดินมาหยุดตรงกลางลาน แล้วยกมือซ้ายขึ้นมา... กวักมือเรียก
[ เข้ามาสิ... เจ้ากอริลล่าสมองกลวง ]
เสียงในจิตที่ส่งมา ทำให้ต้วนเถี่ยเส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธ
"หุ่นเชิดพูดได้? ...วิชาบ้าบออะไร! แต่แค่หุ่นกระป๋อง คิดจะหยุดข้ารึ!"
"ฝ่ามือเหล็กทลายภูผา!"
ต้วนเถี่ยระเบิดพลังระดับสร้างรากฐาน ฝ่ามือของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำมันวาว อัดกระแทกใส่หน้าอกของเจ้าสัวเต็มแรง! พลังทำลายนี้สามารถบดขยี้หินผาให้เป็นผุยผงได้!
แต่ทว่า...
เจ้าสัวไม่ได้หลบ และไม่ได้ปะทะตรงๆ
ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ฝ่ามือจะถึงตัว... เจ้าสัว "เอียงตัว" เล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณอันพริ้วไหว พร้อมกับใช้ แขนซ้าย (มายา) ปัดวิถีฝ่ามือเบาๆ
วูบ!
ฝ่ามือเหล็กแฉลบผ่านหน้าอกเจ้าสัวไปเพียงคืบ! แรงปะทะทำให้ลมพัดวูบใหญ่ แต่ตัวหุ่นไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย
มันคือเทคนิค "ยืมแรง" ของจิ้งจอก!
[ ช้า... และคาดเดาง่ายยิ่งนัก ]
เจ้าสัวสวนกลับทันที!
มันฉวยโอกาสที่ต้วนเถี่ยเสียหลัก หมุนตัวเตะตัดขา!
ปึก!
ต้วนเถี่ยเซถลา แต่ด้วยประสบการณ์โชกโชน เขารีบตีลังกากลับมาตั้งหลัก
"ร้ายนักนะ!" เขาชักดาบหัวตัดออกมา "ตายซะ!"
ดาบขนาดใหญ่ฟันฉับลงมา หมายจะผ่าเจ้าสัวเป็นสองซีก
คราวนี้เจ้าสัวไม่หลบ มันยก แขนซ้ายสีดำ ขึ้นรับดาบตรงๆ!
"โง่เง่า! แขนหุ่นเชิดจะทนดาบระดับวิญญาณได้ยั..."
ฉึบ!
ดาบของต้วนเถี่ย "ทะลุผ่าน" แขนซ้ายไปราวกับฟันใส่อากาศ!
ต้วนเถี่ยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อดาบของเขาฟันวืดจนหน้าทิ่ม
วินาทีนั้น แขนซ้ายสีดำที่ดาบเพิ่งทะลุผ่านไป ก็ "ก่อตัวเป็นของแข็ง" อีกครั้ง แล้วล็อคคอของต้วนเถี่ยไว้แน่น!
[ จับได้แล้ว... ]
หมัดขวา (โลหะหนัก) ของเจ้าสัว ง้างขึ้นจนสุด แล้วต่อยเข้าที่ท้องน้อยของต้วนเถี่ยเต็มรัก!
ตู้ม!
"อั่ก!!!"
ต้วนเถี่ยตาถลน กระอักน้ำดีออกมา ตัวงอเป็นกุ้ง
แรงหมัดหนักหน่วงดุจค้อนปฐพี บวกกับสนับมือหนามแหลม เจาะทะลุเกราะปราณระดับสร้างรากฐานจนแตกละเอียด!
ร่างของหัวหน้านักฆ่าทรุดฮวบลงกับพื้น หมดสภาพการต่อสู้โดยสิ้นเชิง
...
ความเงียบกลับคืนสู่เรือนไผ่ม่วงอีกครั้ง
เจ้าสัวยืนมองผลงานตัวเอง ปัดฝุ่นที่ไหล่เบาๆ
[ งานหยาบเสร็จสิ้น... ผิวกายข้าไร้รอยขีดข่วน... ผลงานระดับนี้นายท่านพอใจหรือไม่? ]
"แปะ แปะ แปะ..."
เสียงปรบมือดังขึ้นจากมุมมืด
อาเจีย เดินออกมาจากห้องใต้ดิน ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างพึงพอใจที่สุด
"ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมมากเจ้าสัว! ไม่เสียแรงที่ข้าทุ่มทุนสร้าง!"
เขามองดูนักฆ่าสามคนที่นอนกองอยู่กับพื้น
"ระดับสร้างรากฐานเสร็จในสามกระบวนท่า... ด้วยการใช้ไหวพริบวิเคราะห์จุดอ่อนและการหลอกล่อ... นี่แหละคืออาวุธที่ข้าต้องการ"
อาเจียเดินไปนั่งยองๆ ข้างๆ ต้วนเถี่ยที่กำลังนอนพะงาบๆ
"เอาล่ะพี่ชาย... เรามาคุยเรื่องค่าเสียหายกันหน่อยไหม?"
อาเจียล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อของต้วนเถี่ย หยิบถุงมิติออกมาอย่างหน้าด้านๆ
"ค่าบุกรุก... ค่าทำขวัญ... ค่าสึกหรอของพื้นดิน... และค่าเสียเวลาของหุ่นข้า..."
"เจ้า... เจ้ากล้า... คุณชายหลิว..." ต้วนเถี่ยพยายามขู่เสียงแหบพร่า
"ชู่ว..." อาเจียเอานิ้วแตะปาก "กลับไปบอกคุณชายหลิวของเจ้าว่า... ครั้งหน้าถ้าจะส่งคนมา ให้ส่งที่รวยกว่านี้หน่อย ถุงมิติเจ้านี่มีแต่เศษเงิน ข้าล่ะผิดหวังจริงๆ"
"อ้อ... แล้วฝากบอกด้วยว่า..." อาเจียแสยะยิ้ม แววตาวาวโรจน์
"อาเจียผู้นี้... เป็นคนขี้งก และขี้แค้นมาก... เตรียมตัวจ่ายดอกเบี้ยไว้ได้เลย"
อาเจียลุกขึ้น แล้วหันไปสั่งเจ้าสัว
"โยนพวกมันออกไปนอกเขตเรือนไผ่... เอาไปกองรวมกันไว้หน้าทางเข้า ให้คนผ่านไปผ่านมาเห็นเป็นงานศิลปะยามเช้า!"
[ น้อมรับบัญชา... นายท่านผู้จิตใจอำมหิต ] เจ้าสัวตอบรับ หิ้วปีกร่างยักษ์ของต้วนเถี่ยขึ้นมาราวกับหิ้วตุ๊กตาผ้า แล้วเดินหายไปในความมืด
อาเจียมองตามหลังหุ่นเชิดคู่ใจ พลางเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่เริ่มโผล่พ้นเมฆ
"คืนนี้ผ่านไปได้ด้วยดี... แต่พรุ่งนี้คงมีเรื่องวุ่นวายตามมาแน่..."
"แต่ช่างเถอะ... ตราบใดที่มี 'เจ้าสัวทมิฬ' ร่างสมบูรณ์แบบนี้... ข้าก็พร้อมจะไถเงินทุกคนที่กล้าแหยม!"