จารึกที่ 282 : พลัดพราก : คลื่นมิติบดขยี้สวรรค์
เสียงกระดูกที่ถูกบดขยี้แหลกละเอียดดังก้องกังวานไปทั่วก้นหลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์ มันมิใช่เสียงที่เกิดจากการใช้ศัสตราวิเศษฟาดฟัน ทว่ามันคือเสียงของ 'หมัดลุ่นๆ' ที่กระแทกทะลวงผ่านกล้ามเนื้ออันหนาเตอะ!
ร่างของคนเถื่อนอักขระมารผู้หนึ่ง ซึ่งมีความสูงกว่า 9 ฉื่อและเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แข็งแกร่งดุจหินโลหิต ปลิวกระเด็นลอยละลิ่วข้ามอากาศธาตุ แผ่นอกของมันยุบตัวลงไปเป็นรูปหมัดขนาดใหญ่ เลือดสีคล้ำพุ่งกระฉูดออกจากทวารทั้ง 7 ก่อนที่ร่างนั้นจะร่วงกระแทกพื้นปฐพี ดิ้นกระตุกเพียง 2 ครั้งและสิ้นใจตายอย่างอนาถ
ท่ามกลางวงล้อมของกองทัพคนเถื่อนนับ 100 เงาร่างในเสื้อคลุมสีดำที่ขาดวิ่นเคลื่อนไหวรวดเร็วประหนึ่งภูตผีที่ร่ายรำอยู่ในขุมนรก! อาเจียมิได้ชักพู่กันนิรันดร์ออกมา และมิได้กางอาณาเขตแห่งความว่างเปล่า ชายหนุ่มเพียงแค่ใช้ 'กายเนื้อ' ที่ถูกหล่อหลอมจากอักขระมารบรรพกาล พุ่งเข้าปะทะกับเผ่าพันธุ์ที่เชิดชูพลังกายเป็นกฎเกณฑ์สูงสุด!
"เปรี้ยง! กร๊อบบบ!"
อาเจียเบี่ยงตัวหลบหอกกระดูกอสูรที่พุ่งแทงเข้ามาจากด้านหลังอย่างฉิวเฉียด ชายหนุ่มตวัดแขนขวาที่เปลือยเปล่าและเต็มไปด้วยลวดลายสีแดงคล้ำ ฟาดหลังมือเข้าที่ก้านคอของคนเถื่อนผู้นั้น! เสียงกระดูกต้นคอหักสะบั้นดังลั่น ร่างยักษ์ทรุดฮวบลงกับพื้นประหนึ่งต้นไม้โค่น
"พลังกายเนื้อของพวกเจ้าอัดแน่นไปด้วยแร่ธาตุและพลังชีวิต... ทว่ากระบวนท่าการต่อสู้ของพวกเจ้า มันหยาบกระด้างและโง่เขลาประหนึ่งสัตว์เดรัจฉานที่ไร้สมอง!"
อาเจียแค่นเสียงหัวเราะอย่างป่าเถื่อน นัยน์ตาสีเงินยวงสาดประกายความบ้าคลั่ง เขากระทืบเท้าลงบนพื้นหิน ทะยานร่างแหวกอากาศพุ่งเข้าหาคนเถื่อนอีก 3 คนที่ดาหน้าเข้ามา ฝ่ามือซ้ายของเขาคว้าหมับเข้าที่ใบหน้าของคนเถื่อนร่างยักษ์ผู้หนึ่ง บีบกะโหลกศีรษะที่แข็งแกร่งนั้นจนเกิดเสียงร้าวลั่น!
ส่วนแขนขวาที่สลัก 'อักขระมารบรรพกาล' ก็ทำหน้าที่ประหลุมดำขนาดย่อม ทุกครั้งที่หมัดของเขากระแทกเข้าใส่เนื้อหนังของศัตรู อักขระมารจะเปิดวงจรแห่งการ 'กลืนกิน' ดูดซับพลังชีวิตอันบ้าคลั่งของเผ่าคนเถื่อน เข้ามาหล่อเลี้ยงเส้นชีพจรของชายหนุ่มโดยตรง!
มันคือการต่อสู้เพื่อแย่งชิงทรัพยากรในรูปแบบที่ดิบเถื่อนที่สุด! อาเจียกำลังใช้ร่างกายของศัตรูเป็น 'โอสถเสริมพลัง' อย่างหน้าไม่อาย!
กลุ่มมิตรสหายที่ยืนอยู่เบื้องหลังมหานาวาปราณ ต่างทอดสายตามองภาพการสังหารหมู่นั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
"ศิษย์น้อง... เขาไม่ใช่ผู้แสวงมรรคแห่งวิถีเซียนอีกต่อไปแล้ว... ร่างกายของเขานั้น แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอสูรบรรพกาลในดินแดนมรณะเสียอีก" ฉินมู่หลางพึมพำ มือที่กำด้ามกระบี่นิรันดร์ชื้นไปด้วยเหงื่อ แม้แต่เขาที่มีเจตจำนงกระบี่ที่แน่วแน่ ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวเหน็บถึงกระดูกดำเมื่อเห็นความเหี้ยมโหดของสหาย
"วิถีของเขาคือการไม่ยอมเสียเปรียบสวรรค์แม้แต่นิดเดียว..." เฟิงอี้หรานส่ายหน้า "ในดินแดนที่ปราณฟ้าดินถูกสะกดข่ม เขากลับใช้วิธีปล้นพลังชีวิตของศัตรูมาเป็นเชื้อเพลิง... ช่างเป็นจอมละโมบที่ปรับตัวเก่งจนน่าหมั่นไส้เสียจริง"
หลินชิงเสวี่ยและเย่ปิงอวิ๋นมองแผ่นหลังที่กำลังอาบเลือดของอาเจียด้วยแววตาที่ซับซ้อน แม้การกระทำของเขาจะดูป่าเถื่อน ทว่าพวกนางรู้ดีว่า ทุกหมัดที่เขากระแทกออกไป คือการปกป้องพวกนางจากอันตรายของทวีปต้องห้ามแห่งนี้
ทว่า ท่ามกลางความตื่นตะลึงของมิตรสหายและความบ้าคลั่งของอาเจีย... ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า หายนะที่แท้จริงหาใช่กองทัพคนเถื่อนเบื้องหน้าไม่!
สูงขึ้นไปบนฟากฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยหมู่เมฆสีเลือด... 'ดวงตาโลหิตขนาดยักษ์' ที่ลอยตระหง่านอยู่กึ่งกลางน่านฟ้าของทวีปต้องห้าม พลันเกิดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ!
รูม่านตาสีดำสนิทที่เคยมองตรงลงมาอย่างเยือกเย็น เริ่มหดเกร็งและขยายตัวอย่างบ้าคลั่ง! เส้นเลือดสีดำที่หล่อหลอมจากปราณมรณะ ปูดโปนขึ้นรอบๆ ดวงตายักษ์นั้น!
และแล้ว... เปลือกตาที่เกิดจากการควบแน่นของกฎเกณฑ์ฟ้าดิน ก็ค่อยๆ ปิดลง... และลืมตาขึ้นอีกครั้ง!
มันคือการ 'กะพริบตา' ของสิ่งที่อยู่เหนือสามัญสำนึก!
พริบตาที่ดวงตาโลหิตนั้นกะพริบ... โลกทั้งใบพลันเงียบงัน!
เสียงการต่อสู้เบื้องล่าง เสียงร้องโหยหวนของคนเถื่อน เสียงลมหายใจของเหล่าสหาย... ทุกสรรพเสียงถูก 'ลบ' ออกไปจากอากาศธาตุอย่างสมบูรณ์แบบ! มันมิใช่ความหูหนวก ทว่ากฎเกณฑ์ของการสั่นสะเทือนถูกทำลายทิ้งไปชั่วขณะ!
อาเจียที่กำลังง้างหมัดชกทะลวงอกของคนเถื่อน พลันหยุดชะงัก! สัญชาตญาณแห่งความว่างเปล่าในแก่นวิญญาณของเขาร้องเตือนอย่างรุนแรงประหนึ่งมีมีดนับ 10000 เล่มแทงทะลุจุดตันเถียน! ขนทั่วร่างลุกซู่ ความหนาวเหน็บที่ก้าวล่วงความตายเกาะกินหัวใจ!
ชายหนุ่มตวัดสายตาขึ้นมองบนฟากฟ้า นัยน์ตาสีเงินยวงเบิกกว้างสุดขีด!
"บัดซบ! ทุกคนหมอบลง! กางม่านพลังทั้งหมดที่มี! เร็วเข้า!"
อาเจียตวาดสุดเสียง เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! เขาละทิ้งศัตรูเบื้องหน้า กระทืบเท้าพุ่งทะยานกลับมาหามิตรสหายด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากกล้ามเนื้อของตนเอง!
สิ้นเสียงตวาดของอาเจีย... ท้องฟ้าเหนือทวีปต้องห้ามพลันแตกสลาย!
มันมิใช่การแตกร้าวประหนึ่งกระจก ทว่ามิติอากาศและแผ่นฟ้ากำลัง 'พับทบเข้าหากัน'! ประหนึ่งมีมือที่มองไม่เห็นขนาดยักษ์ กำลังขยำผืนผ้าใบแห่งเอกภพให้ยับยู่ยี่!
"มหันตภัยคลื่นมิติบดขยี้สวรรค์ (碎天折叠风暴)!"
คลื่นพายุที่ไม่ได้เกิดจากสายลม ทว่าเกิดจากการบีบอัดของอวกาศและเวลา ทิ้งตัวลงมาจากฟากฟ้าดุจน้ำตกมรณะ! บริเวณที่พายุนี้พาดผ่าน กฎเกณฑ์ทางกายภาพทั้งหมดถูกฉีกกระชาก!
กองทัพคนเถื่อนอักขระมารที่เหลืออยู่นับหลาย 10 คน ซึ่งกำลังงุนงงกับการถอยหนีของอาเจีย ทันทีที่คลื่นมิตินี้กวาดผ่านร่างของพวกมัน... ร่างกายที่แข็งแกร่งดุจหินโลหิต และอักขระมารที่อวดอ้างว่าทรงพลัง... พลันบิดเบี้ยวเป็นเกลียว!
พวกมันไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้กรีดร้อง ร่างยักษ์ของพวกมันถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ด้วยคมมีดของมิติที่มองไม่เห็น ก่อนจะถูกแรงดันมหาศาลบีบอัดจนกลายเป็นเพียงละอองเลือดสีแดงฉานล่องลอยอยู่ในอากาศธาตุ! การดำรงอยู่ของพวกมันถูกบดขยี้ไปประหนึ่งไม่เคยเกิดมา!
คลื่นมิติบดขยี้สวรรค์ขยายอาณาเขตอย่างบ้าคลั่ง มันบดขยี้ยอดเขาสีดำให้ราบคาบ เปลี่ยนป่ามรณะให้กลายเป็นหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง และมันกำลังพุ่งตรงมายังหลุมอุกกาบาตที่พวกอาเจียยืนอยู่!
"อ๊ากกก!"
ฉินมู่หลาง เฟิงอี้หราน และเหล่าสตรี ต่างกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน! เพียงแค่อานุภาพที่แผ่มากระทบ ปราณแก่นทองคำในร่างของพวกเขาก็แทบจะแตกสลาย! เข่าของทุกคนทรุดลงกระแทกพื้นศิลา ไม่อาจต้านทานแรงกดทับที่เหนือล้ำกว่าวัฏจักรนี้ได้!
แม้แต่วิหคอสูร 9 เศียรปีกทมิฬที่สลบไศล ยังต้องลืมตาทั้ง 18 ดวงขึ้นมาแผดเสียงร้องด้วยความหวาดผวา มันพยายามตะเกียกตะกายใช้ปีกที่หักเพื่อหลบหนี ทว่าแรงกดอัดของคลื่นมิติกลับฉุดกระชากร่างมหึมาของมันให้ไถลครูดไปกับพื้นดิน! มหานาวาแห่งสูญตาส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด โครงสร้างโลหะวิญญาณเริ่มปริแตก!
อาเจียร่อนตัวลงมายืนเบื้องหน้ามิตรสหาย ชายหนุ่มกัดฟันกรอด นัยน์ตาสีเงินยวงแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้ก้นบึ้ง! เนตรสูญตา ถูกกระตุ้นถึงขีดสุดเพื่อวิเคราะห์หายนะเบื้องหน้า!
"พายุพับมิติ... มันคือการบดขยี้ที่แท้จริง! เรือของข้าทนรับแรงอัดนี้ไม่ไหวแน่! ความกว้างของมันครอบคลุมนับ 10000 ลี้ หนีด้วยการบินก็ไม่พ้น!"
สมองของจอมงกประมวลผลด้วยความเร็วเหนือแสง! หากเป็นผู้อื่นคงถอดใจยอมรับความตาย ทว่าสำหรับอาเจีย กฎเกณฑ์เดียวที่เขายึดถือคือ... 'หากข้าไม่อนุญาตให้ตาย สวรรค์ก็ไม่มีสิทธิ์มาเอาวิญญาณไป!'
ชายหนุ่มตวัดมือขวา ดึงเอา 'พู่กันนิรันดร์' ออกมาจากความว่างเปล่า!
"องค์หญิงน้อย! เปิดมิติโลกใบเล็กเดี๋ยวนี้! เปิดให้กว้างที่สุดเท่าที่พลังของเจ้าจะทนรับไหว!" อาเจียตวาดลั่น อัดฉีดปราณเซียนและเจตจำนงแห่งความว่างเปล่าทั้งหมดลงไปในด้ามพู่กัน!
แสงสีเงินยวงสว่างจ้าทะลุความมืดมิด! ประตูมิติขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหลังของมิตรสหาย! ภายในนั้นคือดินแดนที่เฟิงหลิงเอ๋อร์และหลินชิงเสวี่ยเพิ่งจะตกแต่งภูมิทัศน์เอาไว้ มันคือสถานที่เดียวที่ยังคงรักษากฎเกณฑ์ของตนเองไว้ได้!
"เข้าไป! เข้าไปในนั้นให้หมด!" อาเจียตะโกนสั่ง
ทว่า ด้วยแรงกดดันของคลื่นมิติบดขยี้สวรรค์ที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง 100 จั้ง ร่างกายของฉินมู่หลางและทุกคนถูกสะกดข่มจนแข็งค้าง พวกเขาไม่อาจขยับแขนขาหรือก้าวเดินได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว!
"ศิษย์พี่อาเจีย... ร่างกายของข้า... ขยับไม่ได้..." เฟิงหลิงเอ๋อร์น้ำตาไหลพราก นางพยายามฝืนขยับตัว ทว่ากระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นประหนึ่งจะแตกหัก
"อาเจีย... ปล่อยพวกเราทิ้งไว้... อย่าสิ้นเปลืองพลังปราณเพื่อปกป้องพวกเรา... เจ้าต้องรอดไปให้ได้..." หลินชิงเสวี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความร้าวราน นางรู้ดีว่าหากชายหนุ่มต้องคอยปกป้องพวกนาง เขาจะหนีไม่พ้น
"หุบปาก! ข้าเป็นเจ้าหนี้ของพวกเจ้า! พวกเจ้ายังไม่ได้จ่ายค่าเช่าที่ดินในมิติของข้าเลย! ข้าไม่ยอมให้พวกเจ้าเบี้ยวหนี้ด้วยการหนีไปตายเด็ดขาด!"
อาเจียตวาดกลับอย่างหน้าทนและไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม! ความโรแมนติกและความซาบซึ้งถูกปรัชญาความละโมบบดขยี้จนแหลกละเอียด!
ในเมื่อพวกนางเดินเองไม่ได้... เขาก็จะ 'ส่ง' พวกนางเข้าไปเอง!
อาเจียรวบรวมพลังกายเนื้อที่สลักด้วยอักขระมาร พุ่งทะยานเข้าหามิตรสหาย! ชายหนุ่มมิได้ใช้อ้อมกอดอันอ่อนโยนในการประคองพวกนาง ทว่าเขาตวัดฝ่ามือขวา... กระแทกเข้าที่กลางหลังของฉินมู่หลางอย่างเต็มแรง!
"ปัง!"
"อั้ก! ศิษย์น้อง! เจ้า!" ฉินมู่หลางเบิกตากว้าง ร่างของยอดกระบี่ลอยละลิ่วข้ามอากาศธาตุ กระเด็นพุ่งทะลุประตูมิติเข้าไปประหนึ่งลูกศรที่หลุดจากแหล่ง!
"พี่ใหญ่ฉินเข้าประตูไปแล้ว! ต่อไปตาเจ้า ไอ้คุณชายหน้าหยก!"
อาเจียหมุนตัวตวัดท่อนขาเตะกวาด! แรงปะทะที่อัดแน่นด้วยปราณกระแทกเข้าที่สีข้างของเฟิงอี้หราน ส่งร่างของชายหนุ่มผู้ใช้เพลิงอัคคีให้ปลิวกระเด็นตามฉินมู่หลางเข้าไปในประตูมิติอย่างไม่อาจขัดขืน!
"ว้ายยยย!"
เย่ปิงอวิ๋นและเฟิงหลิงเอ๋อร์กรีดร้อง ทว่าอาเจียไม่มีความปรานีต่อสตรีเพศในยามคับขัน! เขาคว้าคอเสื้อของดรุณีน้อยทั้ง 2 ก่อนจะออกแรงเหวี่ยงร่างของพวกนางสุดกำลังประหนึ่งขว้างศัสตราวิเศษ ทะลุผ่านม่านพลังสีเงินยวงเข้าไปด้านใน!
หลินชิงเสวี่ยเบิกตากว้าง นางมองดูบุรุษที่นางแอบมีใจให้ กำลังทำตัวป่าเถื่อนยิ่งกว่าคนเถื่อนอักขระมาร! นางพยายามจะยื่นมือออกไปหาเขา "อาเจีย... เจ้า..."
"ไม่ต้องมาซึ้ง! เข้าไปซะแม่นางหน้าตาย! แล้วอย่าลืมเตรียมศิลาปราณไว้จ่ายค่าเช่าด้วย!"
"ปังงง!"
อาเจียใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่แผ่นหลังของหลินชิงเสวี่ย ส่งแรงผลักมหาศาลบังคับให้ร่างของสตรีน้ำแข็งกระเด็นหลุดเข้าไปในโลกใบเล็กเป็นคนสุดท้าย!
"นายท่าน! ข้าน้อยด้วย! ข้าน้อยไม่อยากถูกสวรรค์หั่นเป็นชิ้นๆ! สมบัติในท้องข้าจะสูญเปล่านะขอรับ!"
เจ้าสัวและเจ้าถุงเงินที่เกาะอยู่ตรงขอบประตูเรือเหาะ ร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พยนต์ทั้ง 2 พยายามกระดึ๊บหนีคลื่นมิติที่กำลังบดขยี้ด้านหน้าของเรือเหาะจนแหลกสลาย!
"ไอ้พวกตัวตะกละ! หอบสมบัติของข้าเข้าไปซ่อนให้ดี! หากมีศิลาปราณหายไปแม้แต่ก้อนเดียว ข้าจะจับพวกเจ้าหลอมเป็นกระโถน!"
อาเจียตวัดปลายเท้า งัดร่างของเจ้าสัว และเตะกวาดร่างของแมงมุมเงา ส่งผู้พิทักษ์ศิลาทั้ง 2 ให้ลอยละลิ่วทะลุประตูมิติเข้าไปสมทบกับพวกมนุษย์เบื้องในอย่างไม่ไยดี!
เมื่อทุกชีวิตที่เขาหวงแหนถูกส่งเข้าไปใน 'คลังสมบัติลับ' จนหมดสิ้น คลื่นมิติบดขยี้สวรรค์ก็พุ่งเข้ามาถึงระยะประชิด! มิติอากาศรอบตัวของอาเจียเริ่มแตกสลายและพับทบเข้าหากัน แรงบีบอัดมหาศาลกำลังจะบดร่างของเขาให้เป็นชิ้นๆ!
"องค์หญิงน้อย! ปิดผนึกมิติโลกใบเล็กซะ! ตัดการเชื่อมต่อกับโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์!" อาเจียส่งกระแสจิตสั่งการอย่างเด็ดขาด
ประตูมิติสีเงินยวงเบื้องหลังเขาปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว!
ทว่า หากพู่กันนิรันดร์ยังคงอยู่ในมือของอาเจีย เมื่อเขาถูกคลื่นมิติฉีกกระชาก พู่กันย่อมถูกดูดเข้าไปในรอยแยกแห่งความพินาศด้วย และโลกใบเล็กที่อยู่ภายในอาจพังทลายลง!
ชายหนุ่มไม่มีเวลาให้ลังเล! เขากัดปลายลิ้น พ่นโลหิตวิญญาณลงบนด้ามพู่กัน รีดเค้น 'อักขระสูญตา' และพลังแห่งความว่างเปล่าทั้งหมดที่เหลืออยู่ในจุดตันเถียน อัดฉีดเข้าไปในพู่กันนิรันดร์ เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุด!
"พวกเจ้า... จงมีชีวิตรอดต่อไป จนกว่าข้าจะไปเก็บหนี้!"
อาเจียง้างแขนขวาจนสุดหล้า กล้ามเนื้อทุกมัดปูดโปนจนแทบปริแตก! ชายหนุ่มใช้พละกำลังที่สามารถสยบอสูรบรรพกาล 'ขว้าง' พู่กันนิรันดร์ออกไปสุดแรงเกิด!
พู่กันด้ามหินสีดำทมิฬ พุ่งแหวกอากาศธาตุประหนึ่งดาวตกสีเงิน มันทะลวงฝ่าแรงกดทับของพายุพับมิติ พุ่งสวนทางออกไปนอกรัศมีทำลายล้าง มุ่งหน้าตกลงไปในป่าทึบสีดำที่อยู่ห่างไกลออกไปนับ 10000 ลี้ พาร่างมิตรสหายให้รอดพ้นจากปากมัจจุราชอย่างฉิวเฉียด!
ทันทีที่พู่กันหลุดพ้นจากมือ... คลื่นมิติบดขยี้สวรรค์ก็ถาโถมเข้ากลืนกินทุกสรรพสิ่ง!
มหานาวาปราณที่พังยับเยิน วิหคอสูร 9 เศียรที่สลบไศล และร่างของชายหนุ่มชุดดำ... ถูกแรงบีบอัดและรอยแยกของมิติฉีกกระชากหายไปอย่างสมบูรณ์!
โลกทั้งใบตกอยู่ในความมืดบอด ไร้ซึ่งแสงสว่าง ไร้ซึ่งเสียง ไร้ซึ่งปราณ...
ท่ามกลางความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกลงไปถึงแกนวิญญาณ ร่างของอาเจียล่องลอยเค้งคว้างอยู่ในมิติปิดตายที่มืดมิดประหนึ่งห้วงอวกาศที่ไร้จุดจบ กฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาในสถานที่แห่งนี้บิดเบี้ยวและหยุดนิ่ง
ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีเงินยวงเบิกกว้างท่ามกลางความมืดมิดที่ว่างเปล่า ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกมิติบดขยี้ ทว่าแผ่นหลังของเขายังคงเหยียดตรงไม่ยอมงองุ้ม
เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปในความว่างเปล่าเบื้องบน ประหนึ่งกำลังจ้องมองทะลุมิติกลับไปยัง 'ดวงตาโลหิตยักษ์' ที่เป็นต้นเหตุของหายนะครั้งนี้!
รอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น ปรากฏขึ้นที่มุมปากของบุรุษผู้ฝืนลิขิตฟ้า
"สวรรค์ที่พวกเจ้าบูชา... มันก็แค่ตารางหมากรุกของพวกขี้ขลาดที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่าน! เจ้าคิดว่าการขังข้าไว้ในมิติที่ว่างเปล่านี้ จะทำให้ข้าตายอย่างนั้นหรือ?"
อาเจียแค่นเสียงหัวเราะที่ดังก้องไปในความไม่มี เสียงหัวเราะของจอมละโมบที่โกรธเกรี้ยวที่สุด
"เจ้าบังอาจมาพังเรือเหาะของข้า! บังอาจมาทำให้ข้าพลัดพรากจากลูกหนี้ของข้า! รอจนกว่าข้าจะแหกมิติบ้านี่ออกไปได้เมื่อใด... บิดาจะไปถลกหนังดวงตาของเจ้า และริบแผ่นดินของเจ้ามาจ่ายเป็นค่าเสียหายให้จงได้!"
คำประกาศกร้าวที่เปี่ยมไปด้วยวิถีแห่งความละโมบและความโกรธแค้น ดังก้องสะท้อนอยู่ในมิติที่ตัดขาดจากวัฏจักร! การตกลงสู่ก้นบึ้งของความไม่มี มิใช่จุดจบ... ทว่ามันคือจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะพลังที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด!
100 ปีแห่งความโดดเดี่ยวและวิถีแห่งความว่างเปล่า... กำลังจะหล่อหลอมปีศาจที่แท้จริงให้ตื่นขึ้น!