เกิดใหม่ในเรื่องแนวยูริ

    ตอนที่ห้าสิบหก Into the unknown

    ตอนที่ห้าสิบหก Into the unknown

    ผมสูดลมหายใจ

    อุ้มคานาเอะไว้

    “อ๊ะ”

    เธออุทานอย่างตกใจด้วยการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไปด้วยความรวดเร็วของผม

    ผมเก็บกระเป๋าส่วนใหญ่ไว้ในช่องเก็บอุปกรณ์ไอเท็มและเอาของส่วนตัวบางอย่างเอาไว้กระเป๋าใบเล็กที่ใส่อุปกรณ์บางอย่างที่จำเป็นเอาไว้ก่อน

    สวมแว่นตากันลมให้คานาเอะ

    และให้ตัวผมเองแบบพวกสิงห์มอเตอร์ไซค์

    “ถ้าอย่างนั้น ฝากด้วยนะครับ อาจารย์หากผมกลับมาไม่น่าจะเกินสองสัปดาห์ไปสักเท่าไร “

    ผมกล่าว

    การแบ่งงานให้คนอื่นทำงานก็คือสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งเพราะต่อให้เราเก่งแค่ไหน เวลาของเรามีขีดจำกัด หาทดแทนไม่ได้แล้ว

    นักลงทุนนักธุรกิจจึงมองว่าเวลาสำคัญที่สุด

    การเข้าไปในโลกจิตใจที่เวลาโลกภายนอกแทบไม่เปลี่ยนไปคือความสามารถในการโกงมากๆอย่างหนึ่งหากถามความเห็นของผม

    แต่นั่นละโลกในจิตใจของเรามักจะแสดงสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเราที่เราไม่ต้องการเห็นอยู่บ่อยๆ

    ผมมองคานาเอะที่เกาะหลังผมไว้อีกครั้งว่าเธอคนนี้คือคนที่คิดว่าตนเองเป็นแม่มดและสามารถสั่งการสัตว์ร้ายต่างๆได้

    หากเป็นศัตรูก็น่ากลัวอย่างมากๆพอมาเป็นพวกเดียวกัน มันทำให้ผมดูถูกพวกสูทดำไปพอสมควร

    ทำให้ผมต้องเปลี่ยนแผนการของตนเองเป็นยืดเวลาการเผชิญหน้ากับพวกนี้ไปก่อนและกลับมาเจอกันอีกครั้งตอนที่ผมเก่งกว่านี้แล้ว

    ตอนนั้นทางเลือกน่าจะมีมากกว่าเดิมว่าผมจะทำอะไรต่อไป

    แต่ก่อนไป

    ผมนี่มันยิ่งกว่าผูกล้าขี้ระแวงจริงๆ

    “อาจารย์พอมีไอเท็มอย่างตุ๊กตาตัวแทนขายไหมครับ?”

    อาจารย์ถอนใจอีกครั้งและเอากล่องหนึ่งออกมา

    ในกล่องมีตุ๊กตาตัวแทนทำจากฟางและกระดาษอยู่หกหกตัวผมกำลังยื่นมือไปรั-

     

    ฉับ

    -บ ผมชักมือถอยออกมา

    อาจารย์ปิดกล่องดังฉึบ

    “ตัวละสองหมื่นเยน”

    ผมกดโอนไปอย่างไม่ลังเลและรับกล่องที่มีตุ๊กตาหุ่นฟางตัวแทนหกตัวออกมา

    อาจารย์ท่าทางจะตกใจที่เจอคนที่ไม่ต่อรองราคา

    ซึ่งอาจารย์ฮานะคิดในใจว่า

    ในวงการนี้การให้คนทำอะไรฟรีๆเป็นเรื่องต้องห้ามดังนั้นชั้นเลยตั้งราคาข้าวของไว้ให้แพงในสายตาของคนทั่วไป คนที่มาหาจึงจะต้องเป็นคนต้องการความช่วยเหลือจริงๆเท่านั้น

    แต่กับลูกศิษย์คนนี้ ซื้อของโดยไม่ลังเลหรือว่ามันจะมีโชคร้ายตามเรามาจริงๆ?

    ทันใดนั้นเธอก็เห็นโอตะยื่นตุ๊กตาตัวแทนจากกล่องมาให้เธอหนึ่งตัว

    “อาจารย์เก็บไว้ตอนที่จัดการสืบเรื่องราวตระกุลไซโจวครับ”

    อาจารย์ฮานะได้อึ้งไปเพราะคิดว่าหรือเราจะโชคร้ายในตอนไปสืบเรื่องนี้จริงๆ

    แต่ก็รับเอาไว้

    มันคือการตอบแทนสิ่งที่เท่าเทียมกันอย่างตรงไปตรงมา

    ผมได้ยื่นอีกตัวให้คานาเอะเก็บเอาไว้อีกตัวผมเก็บไว้และที่เหลือเก็บใส่อุปกรณ์ไอเท็ม

    มันอาจจะดูมีราคาแค่สองหมื่นแต่การทำให้เรารอดจาก”การโจมตีที่ถึงตาย”มันก็ไม่ต่างกับชีวิตเราอีกชีวิตหนึ่งเลยทีเดียวนั่นเอง

    เป็นไอเท็มที่มีประโยชน์มากๆ แม้ในเวลาปรกติเราอาจจะไม่เห็นประโยชน์ของมันจนกว่าเราจะใกล้ตายจริงๆก็ตาม

    แต่ระวังเอาไว้ก่อนก็จะปลอดภัยยกว่า

    ผมระแวงสถานการณ์หลายอย่างมากขึ้นและมันส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผมนั่นเอง

    “ถ้าอย่างนั้นเปิดม่านอาคมตรงหลังคาให้ผมหน่อยครับ”

    ผมอุ้มคานาเอะอาจารย์เลิกคิ้วและเราก็เดินไปบนหลังคา

    ผมหันไปทางทิศที่ผมเข้ามาในที่นี้

    อาคารที่อาจารย์อยู่คือจุดกึ่งกลางระหว่าง“ด้านสว่าง”และ”ด้านมืด”ของนครหลวง

    ที่ภายในจะมีโลกมืดสิ่งผิดกฎหมายและร้ายกว่านั้น..ผู้ใช้เวทย์ปละปีศาจที่อยู่ในสังคมมนุษย์

    และทาง”ด้านสว่าง”

    ผมมองไปในยามราตรี

    อาจารย์ก็สังเกตเช่นกัน

    “ฮืม พวกนี้มากันเร็วเหมือนกันแฮะ”

    ผมผงกศีรษะเห็นด้วยกับคำพูดอาจารย์แม้พวกสูทดำจะเป็นพวกกระจอกแต่นั่นเพราะเราเทียบพวกเขากับผู้ใช้เวทย์ที่เก่งๆและพวกปีศาจและเทพเจ้าบรรพกาล

    แต่ในฐานะมนุษย์แล้วตระกูลไซโจวก็ขัดเกลาพวกเขามาอย่างดีทีเดียว

    การที่คานาเอะเดินหลบเลี่ยงพวกเขาได้ตลอดคือเรื่องน่าแปลกใจมากกว่า

    และการที่พวกเขาถึงเร็วกว่าที่ผมเคยคิดไว้

    ยืนยันข้อสันนิษฐานอย่างหนึ่งของผมว่า

    มีคนที่สามารถมีคำพยากรณ์ติดตามพวกเราได้อย่างรวดเร็วจริงๆ

    “อาจารย์ขอแรงอาจารย์ใช้ไม้เท้าตีส่งผมไปแรงๆทางทิศนั้นได้ไหมครับ”ผมชี้มือไปในทางที่ผมต้องการไป

    “ผมอยากรู้ว่าอาจารย์จะตีผมไปได้ไกลแค่ไหนเมหือนกัน”

    ผมแซวไปอย่างที่รู้อาจารย์เคยตีคนได้ไกลไปครึ่งถนนจากที่ผมเคยเห็นในฉากคัทซีนของเกมส์แต่นั่นคือการต่อสู้ปรกติไม่ได้ตั้งใจโชว์อวดฝีมืออะไร

    “เฮอะ เฮอะ เตรียมตัวได้หนักแรงหน่อยเจ้าคงไม่ว่ากันนะ”

    ล้อมรอบตัวของอาจารย์มีอักขระเวทย์วิ่งไปมาและเปล่งแสงสีทอง

    ไม้เท้าเหมือนมีการขยายขึ้นหลายเท่าตัวผมกระโดดและใช้เท้าถีบไปทางอาจารย์

    อาจารย์ใช้ไม้เท้าตีเท้าผม

    เปรี้ยง

    ฝ่าเท้าสัมผัสกับไม้เท้าสีทองบาเรียอาคมตรงดาดฟ้าเปิดออก

    สายลมราวกับแหวกท้องฟ้าออกเป็นสองซีก

    “เจ้าจะตกลงพื้นดินก็อีกสักสองกิโลเมตรนั่นล่ะ”

    อาจารย์ตะโกนตามมาไล่หลังที่หากเพราะหูผมไม่ได้ดีเหนือมนุษย์ก็คงไม่ได้ยินเป็นแน่

    ผมอุ้มคานาเอะฝ่าสายลมไปในเวลากลางคืน

    ทิ้งพวกสูทดำที่พึ่งลงจากรถตู้และกำลังเดินทางเข้ามาในอาคารของ”เทพธิดานครหลวง”อยู่เบื้องล่าง

    “เจ้าชายอุ้มเจ้าหญิงท่ามกลางแสงจันทร์ยามราตรีฝ่าไปสู่อนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้”

    คานาเอะบรรยายสถานการณ์ของตนเองขณะที่กอดผมไว้แน่น

    กระทั่งร่างกายที่มีค่า VIT มากขนาดนั้นเจออาจารย์ตียังรู้สึกชาเล็กน้อยเลยล่ะ

    ดูถูกพวกผู้เฒ่าไม่ได้เลยแฮะ

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในเรื่องแนวยูริ ที่คุณอ่าน