บทที่ 85 หญิงสาวจากองค์กรวายุทมิฬ
เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานรถม้าก็มาถึงที่ที่เกิดรอยแยกมิติ ใช้เวลาเดินทางนานกว่าสามชั่วโมงก่อนจะถึงจุดหมาย เมื่อถึงโจรทั้งสามคนในรถม้าคันที่สายฝนนั่งก็ลงจากรถม้า ตามมาด้วยสายฝนและริน
“เข้าไปในมิติเร้นลับแล้วนายระวังตัวเอาใว้ให้ดี อย่าตายก่อนที่ฉันจะได้ฆ่านายซะล่ะ” โจรซึ่งต้องการลวนลามรินในรถม้าเข้ามากระซิบกับสายฝนด้วยเสียงเย็นชา ความหมายของสิ่งที่มันพูดตรงตัว มันกำลังบอกให้เขารอดออกมาจากมิติเร้นลับให้ได้เพื่อมันจะได้สังหารเขาตอนกลับไปเมืองโจร
“ฉันเองก็ขอพูดแบบเดียวกับนาย” สายฝนกล่าวด้วยนํ้าเสียงนิ่งสงบ ไม่สามารถบ่งบอกอารมณ์ของเขาได้จากนํ้าเสียง การที่อีกฝ่ายบอกว่าจะฆ่าเขานั่นก็เท่ากับว่ามันได้ประกาศเป็นศัตรูกับเขาเต็มตัวแล้ว ระดับหนึ่งที่ถูกส่งมาโดยพวกระดับสูงบอกว่าห้ามทำร้ายพวกเดียวกันเอง แต่สายฝนไม่สนใจ อีกฝ่ายไม่ใช่พวกของเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เข้าไปในมิติเร้นลับเมื่อไหร่เขาจะสังหารโจรคนนี้ทิ้งซะ
“นายนี่มันอวดดีจริงๆ ฉันจะรอดูว่านายจะมีความสามารถเท่ากับความอวดดีของนายมั้ย?” โจรกล่าว สายฝนไม่ได้รู้สึกโกรธกับคำพูดฝ่ายตรงข้าม ในสายตาเขาผู้ชายคนนี้ก็เป็นแค่ระดับศูนย์จุดห้าที่เขาสามารถฆ่าได้นับสิบรอบ
“ฉันว่านายคงไม่มีชีวิตรอดถึงวันนั้น” สายฝนตอบกลับ เขาต่อยด้วยแรงเพียงเล็กน้อยไปที่หน้าอกโจรคนนั้น โจรสามารถรับรู้ได้ว่าสายฝนต่อยมา มันต้องการจะหลบ น่าเสียดาย หมัดของสายฝนเป็นอะไรที่น่าประหลาดมาก มันที่คิดว่าตัวเองน่าจะหลบพ้นแท้จริงแล้วกลับหลบไม่พ้น
ตุบ!
หมัดชกโดนหน้าอกโจร หน้าตามันพลันเปลี่ยนเป็นหน้าเกลียด หมัดของไอ้หัวฟ้าทำไมมันรุนแรงขนาดนี้? อย่างรวดเร็วโจรรีบเปลี่ยนสีหน้าตนเอง มันพยายามทำเหมือนว่าไม่รู้สึกอะไร สายฝนที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้โจมตีต่อ เขาหัวเราะเบาๆอย่างเย็นชาพร้อมกล่าวกับโจรว่า “ใว้เจอกันใหม่ในมิติเร้นลับ”
ต่อจากนั้นสายฝนก็ไม่ได้สนใจโจรคนนั้นอีก ระดับศูนย์จุดห้าธรรมดาไม่มีค่าให้เขาสนใจ ในตอนที่เขาชกหมัดออกไป เขายังไม่ได้ใช้แรงถึงหนึ่งส่วนเลยด้วยซํ้า ถ้าสายฝนต้องการฆ่ามันตอนนี้จริงๆ เพียงเขาเพิ่มแรงสักเล็กน้อย ระดับศูนย์จุดห้าอย่างมันคงไม่มีชีวิตอยู่ถึงวันพรุ่งนี้แล้ว
“นายจะฆ่าเขาในมิติเร้นลับเหรอ?” รินเดินเข้ามาใกล้สายฝนก่อนกระซิบถาม สายฝนไม่ได้ตอบตรงๆว่าใช่แต่สิ่งที่เขาพูดออกมาต่อจากนั้นก็ทำให้รินรู้คำตอบ สายฝนถามรินกลับว่า “เธอรู้ได้อย่างไร?”
“ฉันแค่คาดเดาเฉยๆ” รินตอบกลับ ได้ยินคำตอบสายฝนก็อดส่ายหัวใจไม่ได้ ‘ผู้หญิงคนนี้อันตรายเกินไป! หลังจากจบการสำรวจมิติเร้นลับแล้วฉันควรอยู่ให้ห่างจากเธอมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ การอยู่ใกล้กับเธอไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก’ คิดเช่นนั้นพลางเดินไปยังที่รวมตัวของกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์ ระหว่างเดินสายฝนก็หันไปมองรอบข้างอย่างสนใจ
สายฝนไม่เห็นว่ารอยแยกมิติเป็นอย่างไร เขาเห็นเพียงกลุ่มคนจำนวนมาก หนึ่งในกลุ่มโจรทั้งหมดมีกลุ่มโจรที่สายฝนรู้จักอยู่หนึ่งกลุ่ม นั่นก็คือกลุ่มโจรภูเขาเขียวซึ่งเป็นศัตรูกับกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์ วินาทีนั้นสัมผัสรับรู้ของสายฝนพลันขยายออกไป ตรวจเช็คความสามารถของโจรแต่ละคน
‘แข็งแกร่งมาก!’ ตอนนั้นสัมผัสรับรู้ของสายฝนได้ไปครอบคลุมหญิงสาวคนหนึ่งเข้า ความรู้สึกได้ร้องเตือนเขาว่าผู้หญิงคนนี้อันตรายมาก ทั้งๆที่อีกฝ่ายเป็นแค่ระดับศูนย์จุดห้าแท้ๆแต่กลับสามารถทำให้สายฝนรู้สึกถึงอันตรายได้ ผู้หญิงคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!
‘นี่มัน!’ จู่ๆผู้หญิงที่ทำให้สายฝนรู้สึกถึงอันตรายพลันหันมามองทางเขา สายฝนไหวตัวทัน ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะเห็นเขา สายฝนก็รีบดึงสัมผัสรับรู้กลับมาและรีบหลบเข้าไปรวมตัวกับพวกโจร เมื่อเธอหันมาสายฝนก็ได้เข้าไปอยู่ในแถวของกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์แล้ว
“เมื่อกี้เหมือนมีคนมองฉัน?” หญิงสาวพึมพำเบาๆกับตนเอง เมื่อครู่เธอรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังถูกใครคนหนึ่งจ้องมองอยู่ หากเป็นการจ้องมองธรรมดาหญิงสาวคงไม่คิดสนใจ ด้วยความสวยของเธอมันเป็นธรรมดาที่จะมีผู้ชายจ้องมอง แต่การจ้องมองเมื่อครู่น่ะไม่ธรรมดาทว่าหญิงสาวก็ไม่รู้ว่าไม่ธรรมดาอย่างไร
‘หรือว่ามีคนดูออกว่าฉันเป็นระดับหนึ่งกัน? นั่นไม่น่าจะเป็นไปได้ ต่อให้เป็นคนที่ตระหนักรู้ถึงความสงบในตำนานก็ไม่มีทางตรวจสอบระดับพลังฉันได้แน่นอน’ หญิงสาวคิดภายในใจ วินาทีถัดมาเธอก็ส่ายหัว เธอคิดว่าเมื่อครู่ตนเองคงรู้สึกไปเอง ไม่มีใครมองเธอทั้งนั้น
///
‘เกือบไปแล้ว’ สายฝนคิดพลางใช้มือเช็ดเหงื่อบนใบหน้า ‘ฉันไม่คิดว่าจะมีคนที่อันตรายแบบนี้เข้าร่วมการสำรวจมิติเร้นลับด้วย เป็นไปได้มั้ยว่าเธอจะเป็นระดับหนึ่งเหมือนกับฉันแต่จำกัดระดับพลังลงมาให้เหลือระดับศูนย์จุดห้า?’ ไม่รอช้า เปิดโทรศัพท์เทพเจ้าและถามผู้ดูแล001ว่ามีโอกาสเป็นไปได้มั้ย คำตอบของผู้ดูแล001เป็นไปตามที่สายฝนคาดเอาใว้ หญิงสาวคนนั้นอาจเป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ
“นายชอบผู้หญิงคนนั้นเหรอ? ฉันเห็นนายมองเธออยู่นานเลย ถ้าชอบทำไมไม่ลองไปคุยกับเธอดูล่ะ” รินที่เงียบอยู่ตลอดพลันเปิดปากขึ้น สายฝนส่ายหัวด้วยความเร่งรีบ “ไม่! ฉันไม่ได้ชอบเธอ และฉันก็ไม่คิดจะเข้าไปคุยกับเธอด้วย ผู้หญิงคนนั้นอันตรายเกินไป หากเป็นไปได้ฉันก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอ รินฉันขอเตือนเธอในฐานะเพื่อนร่วมงานนะว่าอย่าไปยุ่งกับหญิงสาวคนนั้นเด็ดขาด ฉันไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนั้นแข็งแกร่งขนาดไหนแต่อย่างน้อยๆเธอต้องอยู่ระดับเดียวกับฉัน” ในฐานะเพื่อนร่วมงานแล้วสายฝนจำเป็นต้องเตือนริน หากรินเกิดเข้าไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาและตาย สายฝนจะเสียข้อมูลจำนวนมากเคลื่อนที่ไป
“นายจริงจังใช่มั้ย?” รินกล่าวถามยืนยัน สายฝนพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ฉันจริงจังมาก ครั้งนี้ฉันไม่ได้ล้อเล่น หากเป็นไปได้พวกเราควรอยู่ห่างจากหญิงสาวคนนั้น พวกเราไม่ควรสู้กับเธอ ถ้าหนีได้ให้หนี ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร? ฉันไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวกับเธอเลย”
“คนที่ถูกองค์กรวายุทมิฬส่งมาคงไม่ใช่ระดับครึ่งก้าวธรรมดาจริงๆนั่นแหละ” รินกล่าว สายฝนได้ยินก็นิ่งค้างไป ที่แท้หญิงสาวคนนั้นก็เป็นคนขององค์กรวายุทมิฬนี่เอง ไม่แปลกที่จะอันตราย ฮันน่าเคยเล่าให้สายฝนฟังว่าถ้าพวกระดับสูงคนใดคนหนึ่งในองค์กรวายุทมิฬเคลื่อนไหว ทะเลแขวงที่สิบห้าคงต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง
“พวกเรายิ่งไม่ควรเข้าไปมีเรื่องกับเธอมากกว่าเดิม” สายฝนบอก การมีเรื่องกับคนขององค์กรก็เหมือนมีเรื่องกับองค์กรด้วย เขาไม่ได้เป็นศัตรูกับองค์กรวายุทมิฬและเขาก็ไม่ได้อยากเป็นด้วย ตอนนี้เขายังอ่อนแอเกินไป การไปมีเรื่องกับองค์กรวายุทมิฬก็เท่ากับหาเรื่องตาย แน่นอนว่าหากฝ่ายตรงข้ามต้องการเป็นศัตรูกับเขา สายฝนก็ไม่กลัว เขาจะทำให้พวกมันเจ็บปวดมากที่สุด เจ็บปวดยิ่งกว่าตาย
---
บทที่ 85 หญิงสาวจากองค์กรวายุทมิฬ