การประลองคู่แรกในรอบแปดคนสุดท้ายได้จบลง ทั่วทั้งสนามประลองได้ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความตื่นเต้น แม้ตัวแทนทั้งสองคนจะไม่มีใครรู้จัก หรือไม่เคยมีใครได้ยินชื่อของพวกเขาทั้งสองมาก่อน แต่การต่อสู้ของพวกเขามันน่าอัศจรรย์มาก โดยเฉพาะทักษะอันน่าพิศวงของเจียงหวู่ฉาง ซึ่งใช้ต่อกรกับผู้ที่มีพละกำลังและร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าตนเอง
เปลวไฟแห่งความตื่นเต้นยังไม่ทันได้อ่อนกำลังลง มู่ป๋ายซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าประลองคู่ที่สองก็เดินขึ้นมาบนสนาม ตามติดมาด้วยเสียงโห่ร้องตะโกนเรียกชื่อของมู่ป๋ายที่ดังกึกก้อง
มู่ป๋าย มู่ป๋าย มู่ป๋าย มู่ป๋าย!
เสียงตะโกนเรียกชื่อมู่ป๋ายดังสะท้านไปทั่วทั้งสนามประลอง มันดังถึงขนาดที่เสี่ยวฟ่านซึ่งกำลังจะเดินขึ้นสู่สนามถึงกับต้องชะงักร่าง แลซ้ายทีขวาที ด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสู้ดีซักเท่าไหร่นัก
เห็นร่างของเสี่ยวฟ่านหยุดชะงักไป ปิงหยุนจึงถามออกมาด้วยความเป็นห่วง “เจ้าไหวใช่มั้ย?”
แม้หลายครั้งที่เสี่ยวฟ่านจะรู้สึกตื่นเต้น ที่ตนเองนั้นได้ตกเป็นจุดสนใจท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย แต่ปิงหยุนและผองเพื่อนที่สนิทกันมานานต่างก็รู้กันดี ว่าเสี่ยวฟ่านนั้นเป็นคนขี้กลัวขนาดไหน ยิ่งไม่มีสหายของตนอยู่บนสนามประลองด้วยแล้ว อีกทั้งผู้ชมทุกคนต่างก็ส่งเสียงเชียร์คู่ต่อสู้ของเขากันจนหมด มันย่อมทำให้จิตใจของเสี่ยวฟ่านนั้นรู้สึกสั่นสะท้าน
แม้เสี่ยวฟ่านจะรู้สึกกดดันตามที่ปิงหยุนได้วิตกกังวล แต่เขาก็ยังหันใบหน้าที่ซีดเซียวกลับมา ฝืนยิ้มและตอบกลับไปว่า “เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว”
หลังจากกล่าวจบ เขาก้าวเดินขึ้นไปบนสนามประลอง พร้อมกับคอยย้ำเตื่อนตัวเองอยู่เสมอ
ข้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว! ข้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว! ข้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว!
จ้าวเฉินมองเห็นสีหน้าของเสี่ยวฟ่าน เขาจึงได้ถามปิงหยุนอย่างอดห่วงไม่ได้ “เสี่ยวฟ่านไหวแน่นะ?”
ปิงหยุนมองไปที่เสี่ยวฟ่าน พลางยิ้มออกมา “แม้เมื่อก่อนเสี่ยวฟ่านจะเคยสิ้นหวัง โดดการฝึกซ้อม เอาแต่เที่ยวเล่น แต่ในบรรดาสหายทุกคนที่ข้าเคยรู้จัก เขาเป็นคนที่ได้ตั้งใจทำอะไรแล้ว เขาจะล้ำหน้าคนอื่น ๆ อยู่เสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาได้ล้ำหน้าทุกคนไปอีกหนึ่งก้าว”
เมื่อคู่ประลองทั้งสองขึ้นมาบนสนามเรียบร้อย เสียงประกาศเริ่มการประลองก็ดังขึ้นในทันที
“การประลองคู่ที่สอง ระหว่างเสี่ยวฟ่านและมู่ป๋าย เริ่มประลองได้”
เสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มทำเอาหัวใจของเสี่ยวฟ่านที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับอัจฉริยะอย่างมู่ป๋ายนั้นต้องระส่ำระส่าย แต่เมื่อเสียงประกาศดังขึ้น ดวงตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ ขาทั้งสองข้างขยับเขยื้อนโดยอัตโนมัติ
ฟุบ!
ในวินาทีที่สิ้นสุดเสียงประกาศ เสี่ยวฟ่านแทบจะหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ ประเคนลูกเตะเข้าใส่ศีรษะของมู่ป๋ายจากทางด้านขวาซ้ายมือของตน
แม้เสี่ยวฟ่ายจะเคลือนที่ได้เร็วมาก แต่ดวงตาของมู่ป๋ายก็ยังไล่ตามได้ทัน ยกท่อนแขนขวาขึ้นมาป้องกันลูกเตะเอาไว้ได้
ปึก!
มู่ป๋ายรับลูกเตะของเสี่ยวฟ่านเอาไว้ ใบหน้าที่ไม่เคยคาดหวังอะไรกับการประลองในรอบนี้ แปรเปลี่ยนเป็นสนุกสนานขึ้นมาทันใด
เห็นรอยยิ้มของมู่ป๋าย เสี่ยวฟ่านโหมกระหน่ำบุกเข้าใส่ ไม่เปิดโอกาสให้มู่ป๋ายนั้นมีเวลามากพอ ที่จะนำสัตว์อสูรของตนเข้ามาสถิตร่าง
แม้มู่ป๋ายจะมีระดับพลังที่เหนือกว่าอยู่ถึงสองระดับด้วยกัน แต่ความเร็วของเสี่ยวฟ่านกลับเหนือกว่า และตอนนี้เขาก็กำลังกดดันมู่ป๋ายอย่างหนักหน่วง
เสี่ยวฟ่านใช้ความเร็วที่เหนือกว่าบุกเข้าโจมตีมู่ป๋ายจากทางซ้ายที ขวาที หรือไม่ก็บุกเข้าโจมตีจากทางด้านหลัง ทำเอาอีกฝ่ายนั้นไม่อาจตอบโต้กลับมาได้เลย
การโจมตีที่บ้าคลั่งของเสี่ยวฟ่าน ไล่ต้อนมู่ป๋ายได้อย่างชัดเจน และเมื่อเห็นอีกฝ่ายเปิดช่องว่าง เสี่ยวฟ่านย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอย เคลื่อนตัวรอดไปทางด้านซ้ายมือของมู่ป๋าย เอี้ยวตัวเตะเข้าไปที่บริเวณต้นคอของอีกฝ่ายอย่างคล่องแคล่วว่องไว
เปรี้ยง!
ลูกเตะของเสี่ยวฟ่านซัดเข้าไปที่บริเวณต้นคอของมู่ป๋าย ทำให้ทุกคนที่ดูอยู่ถึงกับต้องอ้าปากค้าง กล้ำกลืนน้ำลายลงคอกันไปตาม ๆ กัน
เฮือก!
ด้วยลูกเตะที่ซัดเข้าไปที่บริเวณต้นคอ ทุกคนต่างก็คิดว่ามู่ป๋ายจะต้องพ่ายแพ้แน่ ๆ แต่ร่างกายของเขากลับไม่ได้ล้มลง ศีรษะของเขาเพียงแค่โอนเอียงไปเล็กน้อย
“ฮ่ะๆๆๆๆ ไม่คิดว่าเจ้าจะแข็งแกร่งจนทำให้ข้ารู้สึกตื่นเต้นได้ถึงขนาดนี้”
มู่ป๋ายส่งเสียงหัวเราะออกมา ทั่วร่างของเขาอัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณ ผิวหนังทั่วร่างของเขาค่อย ๆ ถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยขนสีขาว บริเวณหลังมือเองก็มีกรงเล็บสีทองงอกเงยออกมา
สีหน้าของมู่ป๋ายเต็มเปี่ยมไปด้วยความเบิกบาน พร้อมกับตั้งท่าเตรียมบุกเข้าจู่โจม “รับมือ!”
มู่ป๋ายพุ่งกระโจนพร้อมกับวาดกรงเล็บเข้าหาเสี่ยวฟ่านอย่างดุดัน ความรวดเร็วของเขาเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ความเร็วของเขาตอนนี้ดูเหมือนจะอยู่ระดับเดียวกับเสี่ยวฟ่านแล้ว
กรงเล็บราชสีทองคำ!
แม้ความเร็วของมู่ป๋ายจะอยู่ระดับเดียวกับเสี่ยวฟ่าน แต่ความแข็งแกร่งทางร่างกาย พละกำลัง รวมถึงปริมาณพลังลมปราณในร่างกลับเหนือกว่าอยู่มากเลยทีเดียว เสี่ยวฟ่านย่อมไม่อาจทนรับการโจมตีที่ทรงพลังของมู่ป๋ายเอาไว้ได้ ทำได้เพียงต้องก้มตัวหลบ
ฟุบบ!
เสี่ยวฟ่านหลบรอดการโจมตีในครั้งแรกไปได้ แต่การโจมตีครั้งที่สอง สาม และสี่ก็พุ่งเข้ามาแบบติด ๆ กัน
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!
เสี่ยวฟ่านยังคงสามารถหลบรอดการโจมตีได้อย่างต่อเนื่อง แม้ทุกครั้งที่เขาหลบ ร่างกายของเขาจะต้องเฉี่ยวโดนกรงเล็บ หรือไม่ก็ลูกเตะของอีกฝ่ายจนเกิดบาดแผล และการหลบหลีกแต่ละครั้งนี้ ยังทำให้เขาต้องสูญเสียเรี่ยวแรง รวมถึงพลังลมปราณไปไม่ใช่น้อย ๆ เลยทีเดียว จนตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อย ต้องหอบหายใจออกมา
ฟู่ว ฟู่ว!
เสี่ยวฟ่านนั้นรู้ตัวเองดี ถ้ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ไม่นานเขาก็จะต้องพ่ายแพ้
การเคลื่อนไหวของเสี่ยวฟ่านเริ่มช้าลง มู่ป๋ายที่มีร่างกายอันแข็งแกร่ง และระดับพลังลมปราณที่เหนือกว่า ย่อมไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายนั้นมีเวลาได้หยุดพัก กระหน่ำโจมตีเข้าใส่ราวกับห่าฝน
กรงเล็บราชสีทองคำ! ลูกเตะจ้าวราชัน!
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!
ผ่านไปกว่าสี่สิบกว่ากระบวนท่า เสี่ยวฟ่านก็ยังคงหลบรอดการโจมตีของมู่ป๋ายไปได้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนมาถึงกระบวนท่าที่สี่สิบเจ็ด ร่างกายของเขาได้หยุดชะงักไปชั่วขณะ ทำให้มิอาจหลบลูกเตะที่กวาดเข้ามาจากทางด้านขวาได้ทัน ทำได้เพียงแค่ยกท่อนแขนและท่อนขาขึ้นมาต้านรับเอาไว้
เปรี้ยงงง!
เสียงลูกเตะของมู่ป๋ายปะทะเข้าที่ข้างลำตัวของเสี่ยวฟ่านเต็มแรง ส่งผลให้ร่างกายของเสี่ยวฟ่านถึงกับปลิวกระเด็น
อักกก!
แม้เสี่ยวจะรู้สึกเจ็บปวด เหมือนซี่โครงของตนได้ถูกค้อนขนาดใหญ่ทุบเข้าอย่างจัง แต่เขานั้นยังไม่สูญเสียการทรงตัว สามารถประคองร่างของตนไม่ให้ล้มลงได้อยู่
อึก!
แม้จะประคองร่างของตัวเองเอาไว้ได้ แต่ผลกระทบจากลูกเตะของมู่ป๋ายนั้นรุนแรงมาก หลังจากนี้เขาจะไม่สามารถใช้ความเร็วเหมือนกับแต่ก่อนได้อีก
“ข้าคงจะต้องใช้มันแล้ว” เสี่ยวฟ่านลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ผมสีเหลืองของเขาปลิวไสว ดวงตาและทั่วร่างของเขามีสายฟ้าจำนวนมากปะทุออกมา
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
ด้วยสายฟ้าจำนวนมากที่รายล้อมร่างกายของเสี่ยวฟ่าน สัญชาตญาณเอาตัวรอดของมู่ป๋าย ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มันกระตุ้นเตือนให้ร่างกายของเขานั้น ต้องกระโดดถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง
เสี่ยวฟ่านเอนตัวไปทางด้านหน้า ขาขวาได้เหยียบย่ำลงบนพื้น พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “เคล็ดวิชาทันอัสนีก้าวสวรรค์...ก้าวที่หนึ่ง”
อัสนีย่ำโลกา!
ฟิ้ววว!
เสี่ยวฟ่านหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ ปรากฏตัวอีกที เขาก็กำลังเหวียงลูกเตะเข้าใส่ท้ายทอยของมู่ป๋าย และครั้งนี้มันทรงพลังกว่าครั้งก่อน ๆ มาก
ดวงตาของมู่ป๋ายมิอาจมองเห็นการเคลื่อนไหวของเสี่ยวฟ่าน มีเพียงแค่สัญชาตญาณของเขาเท่านั้น ที่คอยบอกให้มู่ป๋ายนั้นก้มตัวหลบ
เปรี้ยง!
แต่ทว่า...ถึงแม้สัญชาตญาณจะรับรู้ได้ถึงภัยอันตราย แต่ร่างกายของมู่ปายกลับตอบสนองได้ไม่ทัน ต้องรับลูกเตะของเสี่ยวฟ่านเข้าไปจนศีรษะและร่างกายของเขาต้องเอนเอียงไปทางด้านหน้า ใกล้จะล้มลงเต็มที
แม้มู่ป๋ายใกล้จะล้มลง เขายังก้าวขาของตนไปยันร่างกายของตัวเองเอาไว้ได้อยู่
ตึ้งงง!
แต่ถึงเขาจะประคองร่างของตัวเองเอาไว้ได้ เขาก็มิอาจทำอะไรกับความเร็วระดับนี้ของเสี่ยฟว่านได้เลย นอกจากขดตัว รับการโจมตีของเสี่ยวฟ่านเหมือนเต่าที่หลบหัวอยู่ในกระดอง สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่กำลังดูอยู่
“นี่มู่ป๋ายกำลังจะแพ้รึ?”
“ไม่จริงน่า! มู่ป๋ายไม่มีทางแพ้หรอก...อึกกก!”
แม้ทุกคนจะไม่อยากเชื่อ แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ยากที่ใครคนไหนจะปฏิเสธมันได้
เสี่ยวฟ่านกระหน่ำโจมตีมู่ป๋ายดังห่าฝน แต่ไม่ว่าเขาจะโจมตีเข้าไปขนาดไหน เขาก็มิอาจทะลวงการป้องกันของอีกฝ่ายได้เลย และตอนนี้เขาก็ใช้อัสนีย่ำโลกาได้เพียงแค่ยี่สิบลมหายใจเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ก็ได้ผ่านไปแล้วถึงสิบห้าลมหายใจ จำเป็นที่จะต้องรีบเผด็จศึก
เสี่ยวฟ่านเข้าโจมตีจากทางด้านหน้า มุดตัวลงไปด้านล่าง พร้อมกับเตะเสยขึ้นมา ซัดโดนปลายคางของอีกฝ่ายจนศีรษะของมู่ป๋ายกระเด้งขึ้นด้านบน เหมือนเต่าที่โผล่หัวขึ้นมาจากกระดองอันแข็งแกร่ง ซึ่งโอกาสนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสสุดท้ายของเสี่ยวฟ่านเลยก็ว่าได้
เสี่ยวฟ่านหมุนตัว ใช้ฝ่ามือเป็นแกนหมุน ยันร่างตัวเองเอาไว้กับพื้น เหวียงลูกเตะที่อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณทั้งหมดที่มีอยู่ไปที่ศีรษะของมู่ปาย พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่กำลังผ่านพ้นไป
แต่ในเสี้ยวลมหายใจที่ลูกเตะของเสี่ยวฟ่านกำลังจะแตะถูกศีรษะของมู่ป๋าย ร่างกายเสี่ยวฟ่านก็แข็งทื่อ สติของเขานั้นมอดดับลงไปแล้ว
ภาพเหตการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาทั่วทั้งสนามประลองต่างก็เงียบสงัด มู่ปายที่ถูกเตะเสยเข้าไปก็เริ่มตั้งสติได้ รีบเข้าไปประคองร่างของเสี่ยวฟ่านที่กำลังจะล้มลงไว้ ภายในใจรู้สึกชื่นชม “อีกนิดเดียวข้าก็จะพ่ายแพ้ให้กับเจ้าแล้ว”
มู่ป๋ายประคองร่างของเสี่ยวฟ่านเดินลงมาจากสนามประลอง ความเงียบสงัดเองก็ได้หายวับไป มันถูกกลบฝังด้วยเสียงโห่ร้องตะโกนเรียกชื่อของเสี่ยวฟ่านไม่ยอมหยุด ทำราวกับว่าเสี่ยวฟ่านนั้นเป็นผู้ชนะในการประลองครั้งนี้
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนชดเชยของวันศุกร์นะครับ (เสี่ยวฟ่านกำลังมาเข้มเลย 5555+) ไว้พรุ่งนี้มาอ่านกันต่อ ^-^
ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเรื่องนี้ รวมถึงกดไลค์กดติดตามเพจ Facebook : Nightfall.Novel ด้วยนะครับ