เมื่อเสี่ยวเซวี่ยได้รับคำสั่งจากเย่เทียนมันก็บินเข้ามาปกป้องเหล่าจอมเวทที่กำลังสร้างค่ายกลอยู่ส่วนเย่เทียนเองก็ไปเผชิญหน้ากับจระเข้ตัวนั้น
[ประเภท: จระเข้มังกรฟันยักษ์
พรสวรรค์ทางสายเลือด: ระดับหลุดพ้น]
“ชื่อมันมีคำว่ามังกรแสดงว่ามันเป็นสัตว์อสูรที่มีสายเลือดมังกรแต่น่าเสียดายที่พรสวรรค์ของมันไร้ประโยชน์เกินไปไม่มีพรสวรรค์พิเศษแม้แต่อย่างเดียว!”เย่เทียนรู้สึกดูถูกจระเข้มังกรฟันยักษ์ตัวนี้ขึ้นมาแต่ถึงอย่างนั้นพลังของจระเข้ตัวนี้ก็ไม่ได้อ่อนแอเลย
ตูม!!!
หลังจากการปะทะเย่เทียนก็สามารถประเมินความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้ามได้
“ประมาณ3,000 ช้าง!”
เย่เทียนประเมิน
แต่เมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งของเขาแล้วมันนับว่ายังอ่อนแอกว่ามาก ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเย่เทียนคือ 16 ช้างหลังจากใช้พลังปราณเพิ่มพลังขึ้น 2 เท่า ทักษะดาบฟาดฟันวายุครามอีก 6 เท่าและพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับ 30 เท่า พลังโจมตีของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,760 พลังช้าง
จระเข้มังกรฟันยักษ์ที่มีกำลัง3,000 ช้างนั้นยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานพลังของเย่เทียนได้
ตูม!!!!
หลังจากการปะทะครั้งแล้วครั้งเล่าจระเข้มังกรฟันยักษ์ก็ถูกทุบตีจนถอยร่นไปทีละก้าวๆบาดแผลบนร่างกายมันยิ่งเพิ่มมากขึ้น
หนึ่งนาทีต่อมา
เย่เทียนก็ฆ่าจระเข้มังกรฟันยักษ์ตัวนี้ได้
หลังจากที่เย่เทียนฆ่าจระเข้มังกรฟันยักษ์ราชาคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นข้างๆ เย่เทียน
“เย่เทียนนายสังหารราชาจระเข้มังกรฟันยักษ์ได้!!!”
เขาเพิ่งบอกให้เย่เทียนถ่วงเวลามันไว้แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าเย่เทียนจะสังหารราชาจระเข้มังกรฟันยักษ์ได้ด้วยตัวเองเมื่อราชาจระเข้มังกรฟันยักษ์พุ่งผ่านเขาไปเขารู้ดีว่าจระเข้มังกรฟันยักษ์ตัวนี้แข็งแกร่งมาก แม้ว่ามันจะอ่อนแอกว่าเขาแต่ก็ไม่ได้มากนัก
แม้ว่าเขาจะต้องการฆ่าจระเข้มังกรฟันยักษ์เขาก็ต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งแต่เย่เทียนกลับสามารถฆ่าจระเข้มังกรฟันยักษ์ได้ในพริบตามันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความแข็งแกร่งของเย่เทียนไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย
“ผมแค่โชคดีน่ะ!”
เย่เทียนถ่อมตัว
“พลังโจมตีมากมายขนาดนี้จะพูดว่าโชคดีได้อย่างไร!”ระดับราชาคนนั้นส่ายหัว “แล้วค่อยคุยกัน ผมจะกลับไปปกป้องที่ของผมต่อก่อน!”
เย่เทียนยังคงปกป้องพื้นที่นี้ต่อไป
เสี่ยวเซวี่ยวิ่งไปเก็บเลือดของจระเข้มังกรฟันยักษ์เพราะเลือดของจระเข้มังกรฟันยักษ์มีสายเลือดของมังกรบางๆสำหรับเสี่ยวเซวี่ยแล้วเลือดของจระเข้มังกรฟันยักษ์ดีกว่าสัตว์อสูรระดับราชานับสิบเท่า
“นี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ!”
เสี่ยวเซวี่ยกล่าวด้วยความตื่นเต้นในขณะเก็บเลือดของสัตว์อสูร
ครั้งนี้มันรวบรวมเลือดสัตว์อสูรชั้นยอดได้มากมายเลือดของสัตว์อสูรระดับราชาก็มีไม่น้อยหนึ่งในนั้นมีสัตว์อสูรระดับราชาที่คนอื่นฆ่าตายและเลือดของสัตว์อสูรก็ถูกมันเก็บมาอย่างไร้ยางอาย
แต่เพราะราชาทุกคนรู้ว่าเสี่ยวเซวี่ยเป็นสัตว์เลี้ยงของเย่เทียนพวกเขาเองเลยไม่ได้พูดอะไร
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ
เย่เทียนไม่รู้ว่าเขาฆ่าสัตว์อสูรไปมากเท่าไหร่แล้วแต่ตอนนี้เขาก็ยังคงลงมือสังหารเหล่าอสูรต่อไปทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณพันลี้ “ค่ายกลใหญ่สำเร็จแล้วจอมเวทค่ายกลรีบถอยออกจากค่ายกลราชาทุกคนรีบต้อนพวกสัตว์อสูรกลับไปยังรอยแยกของมิติ!”
“ค่ายกลใหญ่สำเร็จแล้วจอมเวทค่ายกลรีบถอยออกจากค่ายกลราชาทุกคนรีบต้อนพวกสัตว์อสูรกลับไปยังรอยแยกของมิติ!”
“ค่ายกลใหญ่สำเร็จแล้วจอมเวทค่ายกลรีบถอยออกจากค่ายกลราชาทุกคนรีบต้อนพวกสัตว์อสูรกลับไปยังรอยแยกของมิติ!”
“ค่ายกลใหญ่สำเร็จแล้วจอมเวทค่ายกลรีบถอยออกจากค่ายกลราชาทุกคนรีบต้อนพวกสัตว์อสูรกลับไปยังรอยแยกของมิติ!”
เสียงสามเสียงดังขึ้นติดต่อกันนี่เป็นประกาศของราชาไร้เทียมทานทั้งสามคน
“ค่ายกลใหญ่ระดับสูงสุดสำเร็จแล้วหรือ?”
เย่เทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นี่หมายความว่าแผนของทั้งสามฐานใกล้จะเสร็จสิ้นลงแล้วในที่สุดก็จะสามารถผนึกรอยแยกของมิตินี้ได้
ตูม!!!!
ราชาแต่ละคนฆ่าสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่งและค่อยๆมุ่งหน้าไปยังรอยแยกในมิติ
ในขณะเดียวกัน
ค่ายกลระดับสูงเริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าๆพลังค่ายกลอันลึกลับได้กักขังความว่างเปล่านี้เอาไว้ มันได้กักขังสัตว์อสูรและสัตว์อสูรที่มีระดับต่ำกว่าสัตว์อสูรชั้นยอดแทบจะไม่มีพลังต่อต้านความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรชั้นยอดก็ลดลงไปแปดในสิบส่วน ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรระดับราชาก็ยังลดลงไปมากกว่าห้าส่วน
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ราชามนุษย์แทบจะสังหารสัตว์อสูรได้ในการโจมตีเดียวไม่ว่าสัตว์อสูรจะออกมามากเพียงใดพวกมันก็จะถูกสังหารจนสิ้น
เย่เทียนและเสี่ยวเซวี่ยได้ฆ่าสัตว์อสูรไปเป็นจำนวนมากเช่นกันและค่อยๆเข้าใกล้รอยแยกของมิติ
ณจุดนี้เอง
เย่เทียนพลันตื่นเต้นพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาถูกเปิดไว้ตลอดเพื่อตรวจสอบพรสวรรค์รอบด้านอย่างต่อเนื่อง
และเมื่อสักครู่นี้พรสวรรค์ของราชาคนหนึ่งปรากฏก็ขึ้นบนจอประสาทตาของเขา
[มนุษย์ : หลี่เจิ้นเป่ย
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ: หลุดพ้น
พรสวรรค์ด้านดาบ: ระดับสูง]
“เป็นพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงจริงๆด้วย!”
เย่เทียนต้องการคัดลอกพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงเพราะเขาได้คัดลอกพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงมาสองครั้งแล้ว ถ้าเขาคัดลอกอีกครั้งเขาก็จะสามารถหลอมรวมเป็นพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงสุดได้
น่าเสียดายที่เขาไม่พบพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงอื่นๆที่ฐานทัพทะเลมารเลย แต่ตอนนี้เขากลับได้พบกับราชาคนนี้ซึ่งราชาคนนี้ไม่ใช่คนของฐานทะเลมาร แต่เป็นยอดฝีมือระดับราชาจากหนึ่งในสองฐานใหญ่
ก่อนหน้านี้คนจากฐานทั้งสามได้อยู่ห่างกันกว่าพันเมตรเย่เทียนจึงไม่อาจตรวจสอบพรสวรรค์ของอีกฝ่ายได้หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้ราชาคนนั้นเข้าใกล้เขาในระยะหนึ่งพันเมตร เขาคงพลาดไปแน่
“ยังมีโอกาสคัดลอกอีกรอบต้องรีบแล้ว!”
เย่เทียนไม่ลังเลที่จะคัดลอกพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงของอีกฝ่ายมา
เมื่อคัดลอกสำเร็จเขาก็ลงมือฆ่าสัตว์อสูรต่อไป
ราวกับว่าเหล่าสัตว์อสูรรู้ดีว่าพวกมันไม่อาจทำอะไรได้แล้วรอยแยกมิติในตอนนี้ไม่ปรากฏสัตว์อสูรอีกต่อไป สัตว์อสูรจำนวนไม่น้อยเริ่มค่อยๆถอยกลับไปยังอีกด้านหนึ่งของรอยแยกมิติ
เพียงไม่นานหลังจากนั้น
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาจำนวนมากก็รวมตัวกันที่รอยแยกของมิติเพื่อฆ่าสัตว์อสูรตัวสุดท้ายในขณะที่สัตว์อสูรกําลังจะถูกฆ่า การเปลี่ยนแปลงบางอย่างก็เกิดขึ้น
กลิ่นอายอันน่าหวาดกลัวที่ไม่อาจจินตนาการได้แผ่กระจายออกมาจากอีกฟากหนึ่งของรอยแยกมิติ
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนี้แม้แต่ระดับราชาก็ยังถูกกดทับจนไม่อาจเคลื่อนไหว
มีเพียงสามราชาไร้เทียมทานเท่านั้นที่สามารถต้านทานกลิ่นอายนี้ได้!
“ไม่ดีแล้ว…”
เย่เทียนมองผ่านรอยแยกของมิติและเห็นดวงตาสีทองคู่หนึ่งราวกับว่ามันเป็นดวงตาศักดิ์สิทธิ์ที่เปี่ยมไปด้วยบารมีอันไร้ที่เปรียบนัยน์ตาของมันเต็มไปด้วยความเยือกเย็นหนาวเหน็บ
“ฮึ่มไม่ว่าแกจะแข็งแกร่งแค่ไหน แกก็ไม่สามารถก้าวเข้าสู่โลกของเราได้!”หยุนเมิ่งหลีตะโกนอย่างเย็นชา
“ฮึ่ม!”
เสียงที่เบาบางสะท้อนอยู่ในอากาศมันเป็นเสียงที่ดังออกมาจากข้างในรอยแยกของมิติ...
สัตว์อสูรตัวนี้พูดได้
จิตใต้สำนึกของราชาทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างพูดขึ้นมาเป็นเสียงเดียวกัน
ไม่นานดวงตาสีทองก็หายวับไปก่อนทุกคนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เมื่อต้องเผชิญกับตัวตนที่น่ากลัวเช่นนี้ใครบ้างจะไม่กลัว?
“สัตว์อสูรตัวนั้นอยู่ในระดับไหนกันแน่? มันสามารถแผ่กลิ่นอายทะลุผ่านมิติและพุ่งมายังโลกของเราได้มันน่าจะเป็นระดับราชาหรือสูงกว่าใช่ไหม?” มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาคนหนึ่งกล่าวด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ใช่แค่ระดับที่สูงกว่าระดับราชามันน่าจะสูงกว่านั้นอย่างน้อยสองระดับ!”
หยุนเมิ่งหลีกล่าวอย่างจริงจัง
ถึงแม้จะได้ยินเช่นนั้นแต่ทุกคนก็ไม่อาจรู้ได้ว่าระดับนั้นคืออะไร มันยังห่างไกลเกินไปสำหรับพวกเขา
ค่ายกลระดับสูงสุดถูกจัดวางเรียบร้อยแต่รอยแยกมิติไม่ได้หายไป มันเพียงแค่ค่อยๆ หดเล็กลง
รอยแยกมิติที่เดิมทีสูงหลายร้อยเมตรกำลังหดเล็กลงเมื่อเล็กจนยาวประมาณ 20 เมตร การเปลี่ยนแปลงก็หยุดลง
“ค่ายกลระดับสูงสุดสามารถยับยั้งรอยแยกของมิติได้เท่านั้นไม่มีทางที่รอยแยกมิติจะหายไปอย่างสมบูรณ์แต่ในตอนนี้รอยแยกมิตินี้น่าจะอยู่ในระดับหนึ่งดาวอย่างมากมันก็แค่ส่งสัตว์อสูรระดับสูงออกมาเท่านั้นแต่ต่อจากนี้ผมคงต้องส่งจอมเวทค่ายกลและจอมยุทธ์ระดับราชามาประจำการที่นี่เพื่อรักษาค่ายกลระดับสูงนี้ไว้ใครอยากรับหน้าที่นี้บ้าง?” หยุนเมิ่งหลีถาม
เย่เทียนก้าวออกมาและกล่าวว่า“ราชาหยุนเมิ่งหลี ผมยินดีที่จะปกป้องสถานที่แห่งนี้ไปสักระยะหนึ่งผมไม่เพียงแต่มีพลังการต่อสู้ระดับราชาเท่านั้นแต่ยังผมเป็นจอมเวทค่ายกลขั้นกลางอีกด้วย ผมน่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง”
หยุนเมิ่งหลีมองมายังเย่เทียนและพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“ดีมากงั้นมันก็เป็นหน้าที่ของนายแล้ว!”
แม้ราชาคนอื่นๆจะคิดว่าเย่เทียนนั้นมีความรับผิดชอบสูง แต่ลึกๆแล้วเย่เทียนกลับมีแผนการของตัวเองอยู่
เขามองไปที่รอยแยกในมิติอย่างเฉยเมยมุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้ม และ…