ในขณะที่เฟยหรงออกมาจากโรงเตี๊ยมตระกูลหลิวก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนคนที่รออยู่ด้านนอกแอบมองหน้ากันด้วยความสงสัย
"ของที่ขายได้ราคาดีหรือเ้าคะคุณหนูอารมณ์ดีเชียว" มี่ถงที่สงสัยจนอดถามออกมาไม่ได้
"ความลับ”เฟยหรงยิ้มกริ่มแล้วเดินนำทั้งสองคนไป ทิ้งให้มี่ถงและจิ้นฝานทำหน้าสงสัยอยู่แบบนั้น
หลังจากที่ออกจากโรงเตี๊ยมตระกูลหลิวได้สักพักเฟยหรงก็เดินเที่ยวในเมืองแถบย่านการค้าต่อใน่นี้มีผู้คนเดินพลุกพล่านค่อนข้างเยอะสองสตรีและหนึ่งบุรุษแวะร้านนั้นทีนี้ทีจนมาถึงร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่งใกล้ๆกับโรงเตี๊ยมตระกูลฝู่ที่พวกนางพักอยู่เฟยหรงเดินดูชุดต่างๆก็สะดุดตากับชุดจอมยุทธสีดำชุดหนึ่งเป็ชุดผ้าไหมชั้นดีปักด้วยลวดลายต้นไผ่สีขาว เฟยหรงตาเป็ประกายหยิบเสื้อผ้าชุดนั้นแล้วเดินไปหาเ้าของร้าน
“ชุดเดียวใช่ไหมคุณหนู”เ้าของร้านยิ้มแล้วรับเสื้อมาห่อให้หญิงสาว เฟยหรงจึงพยักหน้าน้อยๆ
“รับตัดเย็บด้วยหรือไม่เถ้าแก่”เฟยหรงถาม
“รับขอรับคุณหนูจะเอาชุดแบบไหนหรือ”
“ข้าอยากได้แบบชุดนี้3ชุด แต่ปักด้วยดิ้นทอง ลายอะไรก็ได้อย่างละชุด ยกเว้นลายดอกไม้ข้าไม่ชอบได้ภายในกี่วันหรือเถ้าแก่” นางเอ่ยถาม
“อย่างต่ำก็2วันมากสุดก็4วันขอรับ” เถ้าแก่พูด
“งั้นอีกสองวันข้าจะมารับนี่เงินค่าชุดนี้และเงินล่วงหน้า” เฟยหรงยื่นเงินเป็จำนวน20 เหรียญทองให้ชายตรงหน้า
“คุณหนู นี่มันเยอะเกินไปข้ารับไว้ไม่ได้จริงๆ” เขาพูดติดๆขัดๆ ราคาผ้าธรรมดาชุดหนึ่งคือ1เหรียญทอง ส่วนผ้าไหมชุดหนึ่งก็2เหรียญแต่นี่นางเล่นให้เกินมาเท่าหนึ่งเขาจึงไม่กล้ารับไว้
“เอาไปเถอะถือว่าเป็ค่าที่ข้าพึงพอใจในการตัดชุดของเ้าแล้วกัน” เฟยหรงยิ้มแล้ววางเงินไว้รับชุดที่ห่อเสร็จมา แล้วให้มี่ถงถือให้
“จริงสิแล้วพวกเ้าล่ะอยากได้ชุดใหม่บ้างหรือไม่”เฟยหรงหันไปถามสองคนด้านหลังอย่างนึกขึ้นได้
“เอ่อ จะดีหรือเ้าคะคุณหนู”มี่ถงถามขึ้นตาเป็ประกาย เพราะั้แ่นางเกิดก็มีเสื้อผ้าใส่ไม่กี่แบบเท่านั้นซึ่งส่วนมากจะเป็ชุดธรรมดาๆไม่มีลวดลายสวยงามอะไรมากนักส่วนจิ้นฝานก็ส่ายหน้าเป็เชิงปฏิเสธ
“ดีสิ ใส่ชุดอื่นบ้างชุดนี้ข้าเห็นเ้าใส่จนเบื่อแล้วเลือกมาสักสองสามชุดเถิด เ้าด้วยจิ้นฝานไม่ต้องส่ายหน้า มาๆเดี๋ยวข้าเลือกให้” ว่าเสร็จเฟยหรงก็เดินชุดให้จิ้นฝานส่วนมี่ถงก็เดินดูทั่วร้านนางหยิบชุดจอมยุทธสีฟ้าลายลูกไม้สีน้ำเงินและสีชมพูปักลายดอกโบตั๋นสีแดงขึ้นมาพินิจด้วยความถูกอกถูกใจเฟยหรงเองก็เลือกชุดให้จิ้นฝานโดยที่ไม่ปล่อยให้เ้าตัวได้ปฏิเสธนางเลือกชุดสีดำตัดขาวและสีน้ำเงินหม่นให้เขาอย่างละชุด
“เท่านี้ใช่มั้ยมี่ถงอยากได้อีกรึเปล่า” เฟยหรงหันไปถาม มี่ถงจึงส่ายหน้าเป็คำตอบ
จากนั้นเฟยหรงก็จ่ายเงินให้ทั้งสองคนแล้วเดินเที่ยวในเมืองต่อจนตกเย็นทั้งหมดจึงกลับไปโรงเตี๊ยมตระกูลฝู่เพื่อสั่งอาหารเย็นมานั่งทานกันสามคนเสร็จแล้วจึงค่อยแยกย้ายกันไปพักผ่อน
ตกดึกเฟยหรงส่งลมปราณเข้าไปตรวจสอบภายในห้องมี่ถงก็พบว่านางหลับไปแล้วแต่กลับไม่พบจิ้นฝานภายในห้องจึงคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะออกไปข้างนอกจากนั้นเฟยหรงก็ปีนหน้าต่างออกมาจากห้องตัวเอง ใช้วิชายุทธ์เหาะขึ้นไปบนหลังคาอาคารบ้านเรือนต่างๆแล้วจึงมาหยุดอยู่ทีู่เาน้ำแข็งสูงตระหง่านตรงหน้าแม้ใครๆจะเรียกว่าูเาแต่เฟยหรงคิดว่ามันคือปราการน้ำแข็งเสียมากกว่าและที่สำคัญมันเกิดขึ้นได้ด้วยมืุ์ที่แข็งแกร่งผู้หนึ่งเป็ผู้สร้างขึ้น
เฟยหรงเรียกพักสลายเมฆาออกมาจากมิติแล้วโบกพัดขึ้นเพื่อให้ลมหอบนางขึ้นไปอีกฝั่งของูเาโดยทิ้งเงาในความมืดที่แอบตามมาั้แ่แรกให้อยู่ด้านล่างจิ้นฝานในตอนแรกนั้นเขาเพียงออกมาหาสุราดื่มพอให้หายอยากแต่ไม่นึกว่าจะพบกับคุณหนูที่กำลังใช้วิชาตัวเบาอยู่บนหลังคาจึงแอบตามมาเพราะคิดว่าคุณหนูอาจจะทำอะไรแผลงๆก็เป็ได้
แต่ที่ตกตะลึงยิ่งกว่านั้นคือเขาเห็นเฟยหรงเรียกพัดวิเศษออกมาจากที่ไหนก็ไม่ทราบแล้วใช้พัดหอบนางขึ้นไป้าทิ้งให้เขามองอย่างตกตะลึงจิ้นฝานไม่สามารถเหาะขึ้นไปได้เพราะูเาน้ำแข็งลูกนี้สูงถึง50ลี้เขาได้เพียงใช้วิชายุทธไต่ตามูเาไปเท่านั้น
เมื่อเท้าของเฟยหรงแตะถึงยอดเขาสูงสุดไอความหนาวเย็นที่พัดมาก็ทำให้นางรู้สึกสั่นสะท้านเฟยหรงเรียกขนหมีขึ้นมาจากมิติแล้วนำมาใช้แทนผ้าพันคอและยังใช้พลังปรานหุ้มร่างกายป้องกันลมหนาวอีกด้วย
“นี่หรืออาณาจักรพยัคฆ์เหมันต์ช่างงดงามเสียจริง!” เฟยหรงอุทานออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ทุกส่วนในอาณาจักรมีแต่หิมะสีขาวปกคลุมเมืองที่อยู่ไม่ไกลมีแสงไฟเล็ดลอดออกมาจากบ้านเรือนบางแห่งทุกอาคารบ้านเรือนล้วนมีปล่องไฟแต่ในยามค่ำคืนเช่นนี้ช่างเงียบสงัดเพราะไม่มีผู้คนออกมาเดินเหมือนฝั่งหนานหนิงเฟยหรงโบกพัดให้ลมหอบนางลอยเหนือเมฆไป้าแล้วมองหาสถานที่แห่งหนึ่ง
ผ่านไปเกือบครึ่งเค่อ
“อ๊ะ เจอแล้ว”เฟยหรงยิ้มแล้วโบกพัดอีกครั้งให้หอบนางไปยังทิศทางนั้น ทางที่นางจะไปคือป่าเหมันต์ต้นไม้ในเขตหนาวเย็นเช่นนี้มีความทนทานสูงมาอีกทั้งยังดูดซับพลังปรานไอความเย็นรอบๆจนเติบโตเป็ต้นไม้ใหญ่
เฟยหรงเหาะลงมายังใจกลางป่าเหมันต์แห่งนี้เบื้องหน้าคือทะเลสาบน้ำแข็งขนาดใหญ่นางใช้มือแตะที่ต้นไม้ต้นหนึ่งแล้วใช้พลังปรานตรวจสอบ
“อ่าความรู้ที่ข้าได้มานั้นล้วนเป็จริงทุกอย่างต้นไม้ใจกลางป่าแห่งนี้ล้วนคือต้นสนเหมันต์” เฟยหรงเรียกกระบี่เล่มหนึ่งที่นางทำไว้ออกมาแล้วฟันไปที่ลำต้นไม่แรงมากนักเกิดเป็ร่องขนาดเล็ก
น้ำยางสีขาวขุ่นของต้นสนค่อยๆไหลออกมาเฟยหรงจึงนำไหที่นางไปซื้อมาก่อนหน้านั้นออกมาวางไว้เพื่อรองเอาน้ำยางต้นสนจากนั้นก็ทำแบบเดียวกันอีก9ต้น
เฟยหรงทิ้งให้น้ำยางไหลลงเต็มไหแล้วนางจึงเดินไปยังทะเลสาบน้ำแข็งเบื้องหน้าจากนั้นก็วาดอักขระขึ้นแล้วสะบัดมือเกิดเป็ลูกไฟดวงหนึ่งเฟยหรงใช้ลูกไฟละลายผืนน้ำแข็งด้านนอก ไม่นานน้ำแข็งนั้นก็ค่อยๆละลายเผยให้เห็นดอกบัวสีขาวหลายพันหลายหมื่นดอกอยู่ข้างใต้
“ดอกบัวหิมะร้อยปี” เฟยหรงคลี่ยิ้มกว้าง
เหตุที่ชื่อว่าบัวหิมะร้อยปีนั้นคือมันใช้เวลาเติบโตในน้ำใต้ผืนน้ำแข็ง100ร้อยปีเมื่อเติบโตจนสุดมันจะคลี่ดอกออกมาแล้วจึงค่อยๆเหี่ยวเฉาตายไปลงไปและแทนที่ด้วยดอกบัวดอกใหม่เฟยหรงร่ายอักขระลงบนมือเพื่อป้องกันความหนาว
เฟยหรงใช้มือหยิบดอกบัวที่โตเต็มที่และที่ยังเป็ดอกตูมหลายร้อยดอกขึ้นมาใส่ในกำไลมิติอย่างใจเย็นเหตุที่นางต้องใช้มือนั้นเนื่องจากดอกบัวมีความเปราะบางมากหากใช้ลมปราณห่อหุ้มดอกหรือใช้วิธีใดๆนำขึ้นมานอกจากใช้มือหยิบจับมันจะบอบช้ำและเหี่ยวเฉาตายทันที
ที่เฟยหรงต้องมาเอาบัวหิมะนั้นเพราะสิ่งนี้คือยาแก้พิษต้นพลับเพลิงที่นางให้กระบี่สยบอสูรดูดซับอีกทั้งยังอยากจะให้เป็อีกช่องทางทำเงินอีกด้วย
นี่ไม่ได้เห็นแก่เงินหรอกนะ...จริงๆ!
ผ่านไปกว่า1ชั่วยามครึ่ง(3ชั่วโมง)
หลังจากที่เฟยหรงนำดอกบัวออกมา(เกือบครึ่งค่อนสระ)แล้วจึงเดินกลับไปยังต้นสนที่นางวางไหไว้น้ำยางยังได้แค่ครึ่งหนึ่ง นางจึงคิดว่าจะหลอมโอสถแก้พิษไปพลางๆเฟยหรงนำเตาหลอมออกมา ตามด้วยดอกบัวหิมะสิบดอกและตักยางสนขึ้นมาบดเข้าด้วยกันจากนั้นก็นำเข้าเตาหลอม ใช้เวลาค่อนข้างนานทีเดียวเฟยหรงจึงออกไปเดินเที่ยวในป่ารอยาหลอมเสร็จระหว่างนั้นก็เจอสมุนไพรมากมายจึงได้เก็บมาเกือบทั้งหมด
แซ่ด แซ่ด
เสียงพุ่มไม้ไหวทำให้เฟยหรงหันไปมองอย่างระวังแล้วปลดระดับพลังปรานจอมทัพขั้นแรกออกมาเพื่อข่มขู่เงาหลังพุ่มไม้แต่ร่างในพุ่มไม้นั้นก็กระโจนพุ่งเข้าใส่โดยไม่ทันตั้งตัวจนล้มลงไปกับพื้นเบื้องล่างเมื่อลืมตาขึ้นก็ปรากฏร่างลูกหมีน้ำแข็งตัวเล็กกำลังคลอเคลียใบหน้าของนางอยู่
“ฮะๆอย่าสิเ้าตัวเล็กมันจั๊กจี้นะ” เฟยหรงหัวเราะและส่ายหน้าไปมาหลบเ้าหมีน้อยเมื่อมันเลียจนพอใจแล้วก็ลุกออกจากตัวนางมานั่งข้างๆเห็นดังนั้นเฟยหรงก็ลุกขึ้นมาบ้าง
“ว่าไงเ้าตัวเล็กพ่อแม่เ้าไปไหนเสียล่ะ?” เฟยหรงถามมันอย่างเอ็นดู แต่เหมือนว่าเ้าหมีน้ำจะไม่เข้าใจภาษาที่พูดนางจึงลองคุยกับมันทางลมปรานแทน
‘เ้าเข้าใจที่ข้าพูดมั้ยเ้าตัวเล็ก’หมีขาวเพียงพยักหน้าเป็คำตอบ
‘แล้วพ่อแม่เ้าล่ะ?’ มันส่ายหน้าเบาๆเฟยหรงจึงขมวดคิ้วสงสัย
‘เ้าอยู่คนเดียวหรือ?’ หมีขาวพยักหน้า เฟยหรงที่ถูกชะตากับมันจึงคลี่ยิ้มออกมา
‘งั้น มาเป็สัตว์เลี้ยงของข้าหรือไม่’หมีขาวรู้สึกงงงวย สัตว์เลี้ยงคือสิ่งใดกัน?มันรู้เพียงแต่ว่าอยากจะติดตามมนุษย์ผู้นี้ไปเท่านั้น
เฟยหรงตรวจสอบพลังของหมีน้อยตรงหน้าแม้จะเป็ลูกหมีสูงแค่เข่าของนาง แต่ที่น่าประหลาดใจคือระดับพลังของมันอยู่ในขั้นปรานฟ้าขั้น3 อาจจะเพราะเหตุนี้มันจึงอยู่ในป่าได้ตัวคนเดียวได้โดยไม่เป็อันตรายความจริงแล้วมันไม่ได้ฝึกฝนพลังปรานด้วยตนเองมาั้แ่ต้นแต่ได้รับไอปรานมาจากแม่หมีั้แ่อยู่ในท้องดังนั้นเมื่อเกิดออกมาก็ทะลวงระดับเข้าสู่ปรานนภา อยู่กับครอบครัวได้เพียงไม่นานก็ต้องแยกจากพ่อแม่ทำให้ต้องต่อสู้ดิ้นรนด้วยตนเองในป่ากระทั่งทะลวงระดับเข้าสู่ปรานฟ้าได้แต่อย่างไรมันก็ยัง้าความอบอุ่นจากใครสักคนหรือสัตว์อสูรสักตัวแม้ในป่าแห่งนี้นั้นมีสัตว์อสูรมากมายแต่ก็หวงอาณาเขตเพียงมันเข้าไปไกล้ก็โดนไล่ออกมาทันที
สัตว์อสูรนั้นจมูกดีเมื่อครู่มันได้กลิ่นหอมประหลาดจึงลองดมกลิ่นตามมาก็พบกับมนุษย์คนหนึ่งกลิ่นหอมสมุนไพรที่ได้รับนั้นทำให้จิตใจของมันสงบเห็นนางไม่มีพิษไม่มีภัยจึงลองเข้าใกล้ทำความรู้จักดูพอเห็นว่ามนุษย์ตรงหน้าไม่ได้ผลักไสออกก็รู้สึกดีใจมาก
เห็นเ้าหมีตัวน้อยนิ่งเงียบไปเฟยหรงก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง
‘สรุปว่าเ้าอยากไปอยู่กับข้าหรือไม่’ หมีขาวตัวน้อยได้สติ แค่เพียงได้ยินคำว่า ‘ไปอยู่กับข้า’ มันก็ดีใจจนพยักไร้เดียงสาอย่างรวดเร็ว
‘ตกลงตามนี้เ้ามีชื่อหรือไม่เ้าหมีน้อย?’ หมีขาวนึกเล็กน้อยแล้วส่ายหน้าเบาๆแม้มันจะมีชื่อแต่เมื่อมีผู้เป็นาย มันก็อยากใช้ชื่อที่ผู้เป็นายตั้งให้ดีกว่า
“เพราะโชคชะตาและวาสนานำข้าให้มาเจอเ้าที่นี่จากนี้ไปเ้าจะชื่อว่าจิวหูแล้วกัน” หมีขาวตาเป็ประกายมันค่อนข้างชอบชื่อนี้มากทีเดียว จิวหูกระโจนเข้าไปคลอเคลียเฟยหรงอีกครั้ง
เฟยหรงจึงหัวเราะเบาๆจากนั้นหนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรก็เดินไปที่ทะเลสาบเพื่อนไปเอาน้ำยางต้นสนเหมันต์และยาที่หลอมไว้เฟยหรงพยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วนางนำฝาออกมาปิดไหให้แน่นแล้วเรียกเก็บเข้าไปในกำไลหยก
“ไหนๆดูซิ” เฟยหรงเดินไปยังเตาหลอมสะบัดมือคราหนึ่งให้เตาเปิดออกเผยให้เห็นก้อนน้ำสีใสบริสุทธิ์ขนาดเท่าลูกบอลบ่งบอกได้ว่ามันคือยาระดับหายาก
เฟยหรงหยิบโหลแก้วขนาดท่อนแขนออกมาแล้วใช้ปรานนำยาเข้ามาใส่ในโหลเมื่อลูกบอลน้ำััตัวขวดโหลมันก็แตกตัวออกกระจายในขวดหากไม่เปิดฝาออกมาดูก็คงคิดว่ามันคือน้ำเปล่าธรรมดาเฟยหรงหยิบขวดแก้วขนาดเล็กออกมาจากมิติหลายขวดแล้วตักยาขึ้นมาจนเต็มจากนั้นก็เก็บขวดโหลไว้ในมิติเฟยหรงดื่มยาที่อยู่ในแก้วขนาดเล็กขวดหนึ่งลงไปครึ่งหนึ่ง
“จิวหู เ้าเองก็ต้องดื่มด้วย”เฟยหรงส่งขวดยาให้จิวหูที่อยู่ข้างๆได้ดื่ม แล้วทั้งสองจึงนั่งโคจรลมปรานเพื่อให้ตัวยาแทรกซึมเข้าไปในร่างกายหากนางทำสำเร็จพิษพลับเพลิงหรือแม้แต่พิษธาตุไฟทุกชนิดก็ไม่สามารถส่งผลอะไรต่อร่างกายของเฟยหรงและจิวหูแน่นอน
เปาะ!
เสียงเลื่อนระดับพลังของเฟยหรงและจิวหูดังขึ้นเพราะได้หลอมรวมเืเข้ากับตัวยาทำให้ร่างกายมีความทนทานต่อพิษธาตุไฟทุกชนิดอีกทั้งตอนนี้เฟยหรงก็มีพลังอยู่ในระดับจอมทัพขั้น2แล้ว
“เสร็จแล้วใช่มั้ยจิวหู”จิวหูพยักหน้าเบาๆเห็นดังนั้นเฟยหรงก็ยิ้มออกมาเมื่อตรวจสอบระดับพลังจิวหูซึ่งเลื่อนขั้นมาเป็ปรานฟ้าขั้น4แล้ว
“ดีงั้นเรากลับกันเถอะเ้าตัวเล็ก” เฟยหรงอุ้มจิวหูขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด
เฟยหรงเรียกพัดสลายเมฆาขึ้นมาโบกจิวหูเบิกตากว้างเมื่อพบว่ามันลอยอยู่เหนือพื้นดินกว่าหลายร้อยลี้เฟยหรงโบกพัดให้ไปยังูเาลูกน้ำแข็งลูกเดิมแต่เมื่อเห็นเงาคนรู้จักด้านล่างที่นอนหอบอยู่นางจึงเหาะลงไปหา
“ไงจิ้นฝาน ปีนหน้าเผาสนุกไหม”เฟยหรงหัวเราะเบาๆ รู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าคิดจะตามนางมาอย่างแน่นอน
“คุณหนู!” จิ้นฝานสะดุ้งใ
“ฮ่าๆเ้าไม่เห็นจำเป็ต้องตามมาเลย” เฟยหรงหัวเราะ
“ไม่ตลกนะขอรับถ้าคุณหนูเป็อะไรไปท่านไป๋อี้เอาข้าถึงตายแน่” จิ้นฝานทำหน้าเบ้แต่เมื่อเห็นว่าเฟยหรงไม่เป็อะไรก็โล่งใจ พลันสายตาก็ไปสังเกตอยู่ที่ก้อนขาวๆก้อนหนึ่งที่เฟยหรงอุ้มไว้ระดับพลังปรานฟ้าขั้น4ของมันแผ่ออกมากดดันจนจิ้นฝานรู้สึกได้
“คะ คุณหนูนั่น”จิ้นฝานชี้ไปที่จิวหู
“อ้อ นี่ข้าเก็บได้ในป่าน่ะว่าจะเอามาเลี้ยงเล่นๆ จิวหู หันหน้าไปหาจิ้นฝานหน่อย” เฟยหรงว่า จิวหูจึงหันมาหาจิ้นฝาน
“อสูรหมีน้ำแข็ง!!”จิ้นฝานใหน้าซีดอสูรหมีน้ำแข็งว่ากันว่าเป็อสูรระดับหายากที่มีเพียงไม่กี่ร้อยตัวแล้วในดินแดนแห่งนี้ทำให้เขาทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียวในอดีตถูกพวกจอมยุทธกวาดล้างเพราะกลัวความดุร้ายและแข็งแกร่งของมันปัจจุบันเลยจึงไม่ค่อยมีให้เห็นมากนักเพราะพวกมันชอบหลบซ่อนอยู่ในป่าพื้นที่หนาวเย็น
“จะใอะไรก็แค่หมีตัวหนึ่ง”เฟยหรงยิ้มแล้วกอดมันอย่างเอ็นดู
“เอาล่ะ เรากลับกันได้แล้วเ้ามาจับตัวข้าไว้สิ” เฟยหรงพูดจิ้นฝานจึงจับแขนคุณหนูเบาๆเฟยหรงโบกพัดสลายเมฆาให้ลมหอบทั้งสามลงไปยังด้านล่างจิ้นฝานแอบตรวจสอบพลังของคนด้านข้างก็ต้องใ
‘ระดับจอมทัพขั้น 2 !! มิน่าคุณหนูถึงได้ดูแข็งแกร่งนัก’ เขาอดที่จะเอ่ยคำชมในใจได้ไม่ได้
เมื่อทั้งสองคนและอีกหนึ่งตัวกลับเข้ามาในโรงเตี๊ยมแล้วเฟยหรงก็นำขวดยาที่มีน้ำสีใสออกมาให้จิ้นฝาน
“เมื่อกี้เ้าก็รู้ระดับพลังของข้าแล้วก็รับนี่ไป นี่คือยาแก้พิษธาตุไฟทุกชนิดเมื่อเ้าดื่มเข้าไปก็โคจรลมปราณเพื่อให้ตัวยาแทรกซึมเข้าิัพิษธาตุไฟทุกชนิดจะทำอะไรเ้าไม่ได้แน่นอน” จิ้นฝานมองดูของเหลวในขวดก็เบิกตากว้างสียาใสแบบนี้คงเป็อะไรไม่ไปได้นอกจากยาระดับหายากยิ่งที่ต้องใช้ทักษะขั้นสูงในการหลอม
"นะ นี่มัน"จิ้นฝานลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
"รับไปสิ"เฟยหรงขมวดคิ้วแล้วยื่นขวดในมือให้
“ขอบคุณขอรับคุณหนู!”จิ้นฝานรับยามา
"วันนี้ข้าเหนื่อยแล้ว...เจอกันพรุ่งนี้"เฟยหรงเอ่ยแล้วเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองส่วนจิ้นฝานก็รีบกลับไปใช้ยาสลายพิษที่ได้มาเมื่อครู่ทันที