เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 62 จุดจบจอมมาร

    เสี่ยวเทียนรักษาคนเสร็จหมดแล้ว ก็เลยเอ่ยคำลาเจ้าอาวาส เพื่อที่จะไปช่วยคนที่เมืองเทวะอุดรต่อเลย เพราะคิดว่า อย่างไรเสีย ก็อยู่ต่อไปก็ไม่มีอะไร ไปนอนพักบนเรือเหาะเลยจะดีกว่า

    “ ท่านเทพอรหันต์น้อย หากท่านมีเวลา อาตมาอยากให้ท่าน ช่วยแวะไปที่วัดเทียนหลง สาขาเทวะอุดร เพื่อ เผยแพร่พลังอรหันต์ให้ ศิษย์ผู้พี่ของอาตมาก่อนที่ท่านจะสิ้นอายุขัย ท่านเป็นเจ้าอาวาสที่นั่น เมื่อวานอาตมาแจ้งข่าวถึงการมีตัวตนของท่าน  ท่านบอกว่าอยากจะมาพบท่านอรหันต์น้อยมาก แต่ว่า สถานการณ์ที่วัดเทียนหลงสาขาเทวะอุดรนั้นกำลังวุ่นวายมาก และด้วยสุขภาพที่ย่ำแย่ของท่าน ทำให้เดินทางมาที่นี่ไม่ได้” เจ้าอาวาสอู่หมิง เอ่ยด้วยความเกรงใจ

    “ ข้ารับปากท่าน  ข้าจะไปเยี่ยมศิษย์ผู้พี่ของท่านอย่างแน่นอน”

    “ ขอบคุณ ท่านอรหันต์น้อย” เจ้าอาวาสได้พบเสี่ยวเทียน ท่านก็มีความสุขกายสบายใจ ทำให้จิตเป็นสงบ อย่างยิ่ง แล้วได้สัมผัสกับ พลังร่างพระอรหันต์ที่มีชีวิต

    เช่นนี้ พลังเซียนของท่านก็บรรลุขั้นเซียนสวรรค์เบื้องต้นไปแล้ว 

    “ พี่สาวกู้ พวกเราออกเดินทางตอนนี้เลยดีไหม” เสี่ยวเทียน หันไปถาม นายหญิงน้อยแห่งร้านจักรวาลยุทธ์ ที่ เตรียมพร้อมอยู่  จึงนำเรือเหาะเต่ามังกรฟ้าลำใหญ่ออกมา เสี่ยวเทียนเห็นแล้วยังตกใจ ไม่คิดว่าเรือเหาะ จะลำใหญ่ขนาดนี้

    แล้วทั้งหมดก็เดินทางออกจากวัดเทียนหลง โดยเรือเหาะเต่ามังกรฟ้า ในทันที

    ส่วนจอมมารปรมันต์ กับขุนพลมารทั้งสิบเห็นเช่นนั้น ก็ตกใจ และแค้นใจยิ่งนัก รอมาทั้งวัน ทั้งคืน แต่เสี่ยวเทียนไม่เดินกลับที่พัก และยังขึ้นเรือเหาะออกไปอีก

    “ เฉินเสี่ยวเทียน  ไอ้เด็กบ้า !  แกไม่รอดเงื้อมมือข้าไปได้หรอก ตามมันไป...!!”  จอมมารฟ้าโกรธจัด ที่รอมาทั้งวันแล้วสุดท้ายเสี่ยวเทียนกลับขึ้นเรือเหาะลำใหญ่ ลอยหายไปต่อหน้า ต่อตาเช่นนี้

    จอมมารปรมันต์เรียกเรือเหาะของตนเองออกมาตามเรือเหาะเต่ามังกรไป แต่ว่าด้วยเรือที่เล็กกว่า พยายามตามเท่าไรก็ตามไม่ทัน สุดท้ายเรือเต่ามังกรก็หายลับสายตาไป

    “ เส้นทางที่มันไปนั้นคือแดนเทวะอุดร คนที่ไปกับมัน คือ นายหญิงน้อยของร้านจักรวาลยุทธ์ พวกเราไปที่นั่น ต้องเจอพวกมันแน่”  ขุนพลมารอันดับที่ 1 ก้มหน้ารายงานอย่างรีบด่วน เพราะเกรงว่า จอมมารจะโกรธขึ้นมาอีก

    “ ตามมันไปพอเห็นมันก็จู่โจมมันเลย ข้าไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว”  จอมมารหลับตาพูดออกมา แล้วนั่งสมาธิต่อ

    ณ ร้านค้าขายถ้วยชาม เมืองซีฉี  มีชายหนุ่มผู้หนึ่ง เดินมากับ ชายชุดดำอีกสี่คน

    พบเห็นเถ้าแก่ร้าน แล้วพยักหน้า แล้วพากันเดินหลังร้านทันที

    “ คารวะนายท่านแปด”

    “ สรุป รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นโดยละเอียด ทำไมท่านเก้าถึงตายได้ สภาพเช่นนี้”

    นายท่านแปดเอ่ยถามเสียงเย็น ขณะที่ดูศพของนายท่านเก้า ที่เหลือซากศพแค่ครึ่งเดียว  หลังจากที่ เถ้าแก่รายงานจบ นายท่านแปดก็เอ่ยว่า

    “ ข้าไม่เชื่อว่า เด็กเพียงเก้าขวบ จะฆ่า ท่านเก้าได้ ดูจากศพ ท่านเก้า ถูกห้วงมิติฟันจนร่างขาดเอง นอกนั้นไม่มีรอยแผลใดๆ เลย เอาข้อมูลรายละเอียดของเฉินเสี่ยวเทียนมาให้ข้า”   เถ้าแก่รีบมอบรายละเอียดให้แล้วกล่าวต่อว่า

    “ เวลานี้มันกำลังเดินทางไปเมืองเทวะอุดร คาดว่าน่าจะพักที่ ร้านจักรวาลยุทธ์ขอรับ”

    “ เดินทางตามมันไปเลย ข้าไม่อยากเสียเวลากับเรื่องนี้อีก” นายท่านแปดฉายาหัตถ์พญายม ก็ตามไปเพื่อจะฆ่า เสี่ยวเทียนอีกคน

    โรงเตี๊ยม ที่เมืองซีฉี  เทพบุตรเย่วเหอ กับ อาจารย์หวังเต้า กำลังสนทนากันอย่างเคร่งเครียด

    “ คนของเราไปสืบมาแล้วมันขึ้นเรือเหาะ เต่ามังกร ของร้านจักรวาลยุทธ์ไปแดนเทวะอุดรแล้ว”  อาจารย์หวังเต้ารายงาน

    “ มันเจอขนาดนี้ มันยังรอดไปได้อีก เสียดายจอมมารปรมันต์ฆ่ามันไม่ได้”เย่วเหอเอ่ยเสียงเครียด

    “ ดีที่พวกเราไม่ได้ลงมือกับมัน มิเช่นนั้นอาจไม่รอดเงื้อมมือมันแน่ ใครจะไปคิดว่ามันมีร่างอรหันต์ แล้วยังเป็นศิษย์ของพระยูไลอีกด้วย” หวังเต้าด้วยความหวาดหวั่น

    “ ฝีมือของพวกเราห่างชั้นกับมันจริงๆ ดีที่พวกเราพบเห็นก่อนว่า จอมมารปรมันต์ก็ต้องการร่างของมัน ยังไงมันก็คงไม่รอดไปได้ พวกเราก็กลับวังบิดรกันก่อน”

    เย่วเหอมั่นใจว่า เสี่ยวเทียนต้องตายด้วยมือ จอมมารปรมันต์แน่

    บนเรือเต่ามังกร  เสี่ยวเทียนได้เข้ามาพักในห้องพักส่วนตัว แล้วก็เข้าไปในมิติฟ้าคราม เพราะอาจารย์ลู่เอิน เรียกเข้าไปพบ

    “วันนี้ประสาทสัมผัสของเจ้ายังไม่เฉียบคม และการตัดสินใจ ยังเชื่องช้ามาก ในเวลาที่มีระเบิดเพลิงเข้ามา เจ้าสามารถดึงเข้ามาในเขตแดนของเจ้า โดยที่ไม่ทำให้คนอื่น ต้องได้รับบาดเจ็บล้มตาย  วันนี้อาจารย์จะ ขยายจุดปราณชีพจรของเจ้าให้เพิ่มขึ้นไปอีก ให้ถึงระดับ เดียวกับ พวกเทพอสูร หรือ เทียนจุน คือ 1,500 จุด คราวนี้ประสาทสัมผัสของเจ้า จะได้เฉียบคมกว่าที่ผ่านมา  แล้วอาจาย์ลู่เอินก็เรียกกล่องโบราณที่บรรจุเข็มรักษาออกมา พอเปิดออก เข็มรักษาก็เปล่งประกายสีทองแวววับ

    “ อาจารย์นี่คือเข็มอะไรเนี่ย ทำไมถึงได้ดูมีพลังบางอย่างอยู่ในตัว”

    “ นี่คือเข็มเจ็ดดาว มันเก็บไว้นานใช้การไม่ได้แล้ว ข้ำนำมาอัปเกรดเสียใหม่ทำให้มันกลายเป็นเข็มเจ็ดดาวระดับเซียนสวรรค์ไปแล้ว  ถอดเสื้อผ้าให้หมดแล้วยืนตัวตรง ๆ”  เสี่ยวเทียนก็รีบทำตามในทันที หลังจากนั้น เข็มเจ็ดดาวทั้ง 300 เข็ม ก็ลอยขึ้นมาพร้อมกันทั้งหมด แล้วอาจารย์ลู่เอินก็บังคับเข็มพุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียนพร้อมกัน ทั้งสามร้อยจุด ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ !!   เข็มปักเข้าไปทั่วร่างตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วใช้พลังเทพบริสุทธิ์ช่วย ทะลวงจุดชีพจรไปอีกที  จุดที่ทะลวงไปแล้ว 1,200 จุด ก็ค่อยๆ เปิดอีกทีละ สิบจุด ยี่สิบจุด จนกระทั้งเพิ่มขึ้นไปอีก สามร้อยจุด รวมเป็น 1,500 จุดแล้ว   

    บัดนี้เส้นเลือดของเสี่ยวเทียน กำลังขยายตัวโดยที่เสี่ยวเทียนไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย ว่า

    มันขยายใหญ่ขึ้น ลมปราณทะลุทะลวง พุ่งไหลไปในจุดที่ไม่มีเซียนคนไหนเปิดได้   จุดเก็บพลังที่ตันเถียนขยายใหญ่กว่าเดิมถึงสองเท่า ยิ่งทำให้สัมผัสรับรู้ ของเสี่ยวเทียนเหนือกว่า เซียนโดยทั่วไป

    “ หลังจากเจ้าเปิดจุดชีพจรได้เต็มที่ ก็รอเวลาอีก 1 เดือน หลังจากร่างกายเสถียรสมบูรณ์แล้ว เจ้าจะได้เริ่มดูดซับ พลังจากหยกมังกรฟ้าได้เสียที”

    “ สุดยอดเลยท่านอาจารย์  แล้วท่านจะสอนวิชาฝังเข็มให้ข้าได้ไหม ข้าอยากเปิดชีพจรให้ท่านแม่กับท่านพ่อของข้าบ้าง”

    “ พรุ่งนี้ ข้าจะเริ่มสอนวิชาแพทย์ขั้นต้นให้เจ้าก่อน แล้วค่อยเรียนขั้นอื่นต่อไป”

    “ ขอบคุณท่านอาจารย์”

    ในตอนเช้าเรือเหาะก็มาถึงเขตแดนเทวะอุดร นายหญิงน้อยบอกว่า เรือเหาะจะไป

    สถานพยาบาลของร้านจักรวาลยุทธ์เลย เพราะมีชาวบ้านที่กำลังรอยาแก้พิษเป็นจำนวนมาก

    “ พวกเขาถูกพิษอะไรรึ”  เสี่ยวเทียนสงสัย

    “ สงครามครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างขนอาวุธพิษโจมตีซึ่งกันและกัน ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องรับเคราะห์ไปเป็นจำนวนมาก พิษที่พวกเขาใช้กัน มีพิษจากสัตว์หลายชนิด เช่น พิษตะขาบ พิษแมงมุม พิษแมงกระพรุน พิษงูจงอาง แล้วก็มีพิษจากพืชเช่น ต้นหงอนกระเรียน หญ้าไส้ขาด  ดอกบัวทมิฬ น้ำลายมังกร และ เห็ดพิษ”

    “ นี่พวกมันเป็นทหาร หรือเป็น พวกพ่อมดหมอผี กันแน่ ถึงได้ใช้พิษกันมากมายขนาดนี้?”  เสี่ยวเทียนสงสัย

    “ แดนเทวะปัจจิม มีสำนักทศพิษ  เป็นผู้สนับสนุนอาวุธ พิษเหล่านี้ ส่วน แดนเทวะอุดร มีสำนักหมื่นพิษ เป็นผู้จัดส่งอาวุธพิษไปให้ในสมรภูมิรบ” กู้ชิงหลิงอธิบายเสี่ยวเทียนเข้าใจทันที แล้วพอเรือเหาะเต่ามังกรเริ่มชลอความเร็วลง เพราะว่าใกล้จะถึงที่หมายแล้ว เสี่ยวเทียนก็พบว่ามีเรือเหาะลำหนึ่ง กำลังวิ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วสูง

    “ อาจารย์พวกที่มา นี่เป็นใครกัน?”

    “ จอมมารปรมันต์ พลังเซียนสวรรค์ระดับสูง”

    “ โอ้ แล้วข้าจะเอาอะไรไปสู้มันดีล่ะ อาจารย์”

    “ ตัวตนระดับนี้ ข้าจัดการเอง เจ้าสั่งให้เรือชลอความเร็วลงอีก” เสี่ยวเทียนบอกกับกู้ชิงหลิงทันที

    “ อะไรนะ จอมมารปรมันต์ ตามมา แล้วจะหยุดทำไม?”

    “ ข้าจะจัดการกับมันก่อน ไม่อยากให้มันมาวุ่นวายอีก” เสี่ยวเทียนบอกไปตามตรง กู้ชิงหลิงได้แต่ตกใจ พอตั้งสติได้ก็รีบสั่งลูกน้อยลดความเร็วลงทันที

    ไม่นานเรือเหาะจอมมารปริมันต์ก็มาถึงเรือพอดี เสี่ยวเทียนเรียก ศิษย์พี่รองและ เทพอินทรีออกมาเตรียมพร้อมเอาไว้

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดก็ตามทันเสียที อรหันต์น้อย เฉินเทียนซือ เราได้พบกันเสียทีนะ”   จอมมารปรมันต์ลอยตัวอย่างช้า ๆ มายืนบนเรือเต่ามังกร พร้อมกับสิบขุนพลมาร  องครักษ์ของ กู้ชิงหลิงก็ออกมากันเต็มดาดฟ้าเรือ

    “ จอมมารปรมันต์  เจ้าฆ่าคนบริสุทธิ์ สวมร่างผู้อื่นมาหลายคน ช่างชั่วช้านัก วันนี้ข้าในนามของเทพอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์  จะปราบจอมมารชั่วอย่างเจ้าให้หมดสิ้นไปตลอดกาล”  เสี่ยวเทียนเอ่ยออกไป  จอมมารฟังแล้วโกรธยิ่งนัก จึงเร่งปล่อยพลังมารออกมาเพื่อสร้างเขตแดนนรกไร้ที่สิ้นสุดออกมา  แผ่นฟ้ากลายเป็นสีแดงเลือด

    เรือเหาะหายไป มีแต่บ่อลาวา อยู่รอบๆ มีนกแร้งตัวใหญ่บินโฉบไปมาบนท้องฟ้าหลายร้อยตัว  แล้วร่างจอมมารก็เริ่มขยาย ร่างกายเป็นค้างคาวยักษ์ เฉพาะแค่ปีกก็กว้างปกคลุมเรือเหาะได้ทั้งหมด ดวงตามมันเปล่งประกายสีแดง เพ่งมองใส่เสี่ยวเทียนก็มีแสงสีแดงพุ่งเข้าใส่ในทันที  ฟิ้ว ๆ !! เสี่ยวเทียนที่มีอาจารย์ลู่เอินรวมร่างอยู่ ก็เผยรอยยิ้มออกมา

    “ มารปีศาจพวกนี้ คงไม่เคยเห็นนรกที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบ ก็ปล่อยยมมือขวาขึ้น แล้วกระแทกเข้าใส่ลำแสงที่ส่งมา ฝ่ามือที่ปล่อยไปนั้นเป็นเงาฝ่ามือที่ใหญ่โต ตรงกลางมีสัญลักษณ์สวัสดิกะ ไว้เพื่อปรามารโดยเฉพาะ พอลำแสงถูกทำลายไป ฝ่ามือก็ยังลอยเข้าใส่ ปีศาจค้างคาวยักษ์หรือจอมมารปรมันต์

    ตูม !  ร่างค้างคาวยักษ์ถึงกับปลิวลิ่วกระเด็นไป แสงแห่งพุทธะ เริ่มกระจายออกไปทำลายนกแร้งยักษ์ แล้วก็ค่อยๆสลายเขตแดนนรกไร้ที่สิ้นสุด ของ จอมมารปรมันต์ไปจนหมดสิ้น จอมมารกลับมาเป็นรูปร่างคนเหมือนเดิม

    “ ฝ่ามือยูไล !  ร้ายกาจจริงๆ แต่ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะจัดการกับแกไม่ได้” จอมมารปรมันต์ ท่องบทสวดบางอย่างออกมา คราวนี้ท้องฟ้ามืดกระทันหันไม่ใช่เกิดจากพลังเขตแดน แต่เป็นพลังฟ้าดินของจริง จอมมารปรมันต์อยู่ในท่ายืนพนมมือ แล้วร่างของจอมมารปรมันต์ก็ขยายออกมาเป็นร้อย ๆ คน  แล้วก็วาร์ปไปมา จนน่าเวียนหัว แล้วก็เริ่มใช้ฝ่ามือจู่โจมเข้าใส่เสี่ยวเทียนอย่างรวดเร็ว ทีละคน ตูม! ตูม  ! ตูม ! ตูม ! ทุกร่างที่เข้ามาก็ถูกพลังฝ่ามือยูไลที่ยกค้างเอาไว้ ปล่อยออกมานับร้อยเช่นกัน กระแทกเข้าใส่ ทุกคน และ ทุกร่างกระแทกหายไปทีละคนจนคนสุดท้าย ก็ถูกฝ่ามือยูไลคว้าหมับ เข้าที่ลำคอเอาไว้

    “ ว่าไง จอมมารปรมันต์ หมดปัญญาแล้วล่ะซิ” เสี่ยวเทียนเอ่ยขึ้นอย่างสะใจ

    “ แก..ไม่มีทางทำอะไรข้าได้ หรอก”  จอมมาเอ่ยออกมาอย่างยากเย็น

    “งั้นรึ?” เสี่ยวเทียนก็เริ่มดูดพลังของจอมมารออกมาจากร่างจนหมด สุดท้ายกลายเป็นซากศพ  วิญญาณกำลังจะพุ่งหนีหายไป แต่ว่าช้าไปแล้ว ตงตงงูน้อยโผล่ออกมาจากหน้าอกของเสี่ยวเทียนพุ่งเข้าไปอ้าปากกลืนดวงวิญญาณ จอมมารปรมันต์ลงคอไปเรียบร้อยแล้ว อ๊ากกกกกก !!  มันพยายามดิ้นรนสักพักก็เงียบเสียงไป ตงตงย่อยสลายวิญญาณมันไปจนหมด แล้วตงตงก็กลับเข้ามาหาเสี่ยวเทียนแล้วหมุนตัวพันไปรอบๆแขนและคอ อย่างมีความสุข แล้วเข้าไปซุกที่หน้าอก แล้วก็ค่อยๆ หลับไป

    “ ดีมาก ตงตง”  เสี่ยวเทียนลูบหัวมันอย่างแผ่วเบา

    หลังจากที่จอมมารปรมันต์ถูกกลืนกินไปแล้ว ขุนพลมารก็หนีหายไปกันจนหมดไม่มีเหลือ กู้ชิงหลิงกับทุกคนล้วนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น ไม่คิดว่า เสี่ยวเทียนจะเป็นคนกำจัด จอมมารปรมันต์ได้อย่างง่ายดายเช่นนี้

    “ ท่านอรหันต์น้อย นี่ท่านทำได้อย่างไรนี่?” กู้ชิงหลิงเอ่ยด้วยความตกใจเป็นคนแรก เสี่ยวเทียนเผยยิ้มพลางกล่าวว่า

    “ แค่มารร้ายตนเดียว อย่าเอามาใส่ใจเลย พวกเราไปช่วยรักษาคนกันดีกว่า”

    แล้วเรือเหาะเต่ามังกรลำใหญ่ ก็มาถึงสถานพยาบาล ขนาดใหญ่  ที่เวลานี้กับคราคร่ำไปด้วยผู้คนเรือนหมื่น แต่ละคนได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย ทั้งถูกพิษชนิดต่างๆ  หมอ และผู้ช่วยมากมายหลายคน วุ่ยวายกันไปหมด เสี่ยวเทียนมองแล้วเศร้าใจ

    “ จักรพรรดิทั้งสองคนจะสร้างสงครามกันทำไมนะ หนึ่งชัยชนะ ต้องแลกกับชีวิตผู้บริสุทธิ์ ที่ต้องมาบาดเจ็บล้มตาย กันนับหมื่นๆ คนเช่นนี้ มันคุ้มกันแล้วหรือ?”  เสี่ยวเทียนส่ายหัวแล้วเอ่ยออกมาเบาๆ

    กู้ชิงหลิงได้ฟังก็ยิ้มอย่างเศร้าใจเช่นกัน แล้วเอ่ยตอบมาว่า

    “ เป็นเพราะสตรีนางหนึ่ง ! เพียงแค่รอยยิ้มเดียวของนางก็ทำให้เกิดสงครามในครั้งนี้”

    “ อะไรนะ! เป็นเพราะสตรีเพียงคนเดียว?”....

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน