“ข้าจะฆ่าเจ้า”หลินหงตะโกน “เงาหิมะ!”
สิ้นเสียงตะโกนรอบๆ ตัวหลินหงก็มีเกล็ดหิมะลอยลงมา อุณหภูมิในอากาศตอนนี้ ลดลงจนถึงจุดเยือกแข็งกระทั่งพื้นดินก็ถูกแช่แข็งในพริบตา หลินเฟิงที่ถือดาบในมือก็เริ่มรู้สึกหนาวเย็นยะเยือกราวกับว่าทั่วทั้งร่างกำลังถูกแช่แข็ง
“อยากให้ข้าตายงั้นก็มาดูกันสิว่าเจ้าจะมีฝีมือสักแค่ไหน?” หลินเฟิงกล่าวขณะที่หิมะยังคงร่วงหล่นลงมาปกคลุมร่างกายของเขาแม้แต่คิ้วของหลินเฟิงก็เปลี่ยนเป็นสีขาว แต่ดวงตาของเขายังคงฉายแววแน่วแน่และกุมดาบในมืออย่างมั่นคง
หลินเฟิงก้าวเท้าหนึ่งก้าวแต่เป็นก้าวที่ทำให้เวทีประลองสั่นสะเทือนพลังของหลินเฟิงไม่เพียงไม่อ่อนแอลงเพราะหิมะ แต่กลับแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆราวกับว่าไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเขาได้
พลังหากเดินหน้าจะยิ่งแข็งแกร่ง แต่ถ้าถอยหลังจะอ่อนแอลง มีเพียงแค่ความมุ่งมั่นเท่านั้นที่จะไม่เปลี่ยนแปลงและยังทำให้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างไม่ย่อท้ออีกทั้งสามารถยืมพลังจากสายลมและหิมะ ยืมพลังจากกำปั้นและดาบแม้กระทั่งยืมพลังจากฟ้าดิน
อัสนีกัมปนาทเป็นพลังของอสนีบาต เมื่อกวัดแกว่งดาบจะทำให้อากาศที่ถูกแช่แข็งด้วยเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาแตกหัก
รูม่านตาของหลินหงหดตัวลงดาบนี้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ไม่เพียงแค่ทรงพลังมากขึ้นแต่ศักยภาพก็ยังแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย ราวกับว่าในอากาศเต็มไปด้วยพลังดาบ
หลินหงไม่ประมาทหรือดูถูกหลินเฟิงอีกต่อไปเขาสะบัดมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว เพื่อปลดปล่อยลมปราณหิมะอันแข็งแกร่งออกมาแต่ไม่ว่าจะรีดเค้นลมปราณหิมะออกมามากแค่ไหนก็ถูกประกายแสงดาบของหลินเฟิงทำลายลงเรื่อยๆ ทำให้หลินหงต้องก้าวถอยหลังอีกก้าว
“นักดาบสามารถทำลายได้ทุกสิ่งยิ่งมุ่งมั่นพลังก็จะยิ่งแข็งแกร่ง!!!” หลินเฟิงคิดในใจอย่างเงียบๆ ขณะที่ก้าวเท้าไปข้างหน้าเรื่อยๆดาบในมือของหลินเฟิงปล่อยคลื่นแสงดาบไปทั่วทุกสารทิศทำลายลมปราณหิมะที่พุ่งมาหาเขาอย่างต่อเนื่องไม่มีอะไรที่สามารถต้านทานพลังดาบของเขาได้
หลินหงก้าวถอยหลังอีกครั้ง!
สีหน้าของหลินหงดูปั้นยากขึ้นทุกทีๆ
ตอนนี้ฝูงชนที่อยู่รอบๆต่างพากันตกตะลึง หลินเฟิงสามารถบังคับให้หลินหงถอยหลังไปเรื่อยๆ
“ได้อย่างไรกัน?ทำไมหลินเฟิงถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ไม่ใช่ว่าหลินหงบรรลุขอบเขตแห่งจิตวิญญาณไปแล้วเหรอ” เหล่าฝูงชนล้วนคิดไม่ถึงว่าหลินเฟิงจะแข็งแกร่งขนาดนี้ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณอยู่เหนือกว่าขอบเขตนักรบลมปราณตั้งหนึ่งขั้น มีเพียงผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริงเท่านั้นถึงจะสามารถท้าทายแบบข้ามขั้นได้แต่ไอ้ขยะอย่างหลินเฟิงเนี่ยนะ จะเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์?
หลินป้าต้าวตกใจยิ่งกว่าสีหน้าของเขาดูน่าเกลียดขึ้น เมื่อเห็นการต่อสู้ของทั้งสองคนที่อยู่บนเวทีประลอง
ยกเว้นแค่หลินไห่ที่ฉีกยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเสี่ยวเฟิงถึงมั่นใจนัก ที่แท้เด็กคนนี้ก็แข็งแกร่งขนาดนี้นี่เองเพียงดาบเดียวก็สามารถทำลายล้างทุกสิ่งอย่างราวกับว่าหลินเฟิงได้ปกปิดความแข็งแกร่งที่แท้จริงมาตลอดชีวิต
“ดูเหมือนว่าเสี่ยวเฟิงจะยังไม่ได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งนักรบออกมาถ้าหากจิตวิญญาณแห่งนักรบของเขาได้ตื่นขึ้น เขาจะทรงพลังขนาดไหน!” หลินไห่เหมือนตกอยู่ในภวังค์ ความอิ่มเอมใจพลันเอ้อล้นท่วมหัวใจราวกับว่าเขามองเห็นวันที่จิตวิญญาณแห่งนักรบของหลินเฟิงได้ตื่นขึ้นลูกชายของเขาไม่ใช่ขยะแต่เป็นอัจฉริยะ ระดับการบ่มเพาะยิ่งสูงขึ้นเท่าไรจิตวิญญาณแห่งนักรบก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
หลินไห่กวาดสายตามองไปยังหลินป้าต้าวด้วยสายตาเยาะเย้ย
“อ้าก!!!” หลินหงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่พยายามรวบรวมลมปราณหิมะอีกครั้ง ทำให้บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยหิมะที่โปรยปรายลงมา
“ตะโกนออกมาแล้วมันช่วยอะไรได้?”หลินเฟิงแสยะยิ้มอย่างเย็นชา คลื่นดาบฟันไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วดุจพายุและเปี่ยมไปด้วยพลังที่ไร้ขีดจำกัด สถานการณ์พลันพลิกกลับทันที ไม่ว่าหลินหงจะโจมตีไปมากแค่ไหนก็ไม่อาจช่วงชิงความได้เปรียบกลับมาอยู่ดี
“ตูม” เสียงระเบิดพลันกระหึ่มขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ปราณหิมะที่กำลังควบแน่นอีกครั้งก็ถูกทำลายลงด้วยดาบของหลินเฟิงคราวนี้หลินหงไม่สามารถต้านทานการโจมตีของหลินเฟิงได้เขาถูกคลื่นดาบของหลินเฟิงทำร้ายจนบาดเจ็บ เสื้อขาดเป็นริ้วๆ และตามร่างกายก็เต็มไปด้วยเลือด
เวลานี้หลินหงรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งร่างนี่เป็นครั้งแรกที่เขาอยู่ท่ามกลางหิมะแล้วรู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูกเขาไม่เพียงแค่ได้รับบาดเจ็บ แต่กระทั่งชีวิตก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้ดาบของหลินเฟิงนั้นปราศจากความเมตตา ตราบเท่าที่มีโอกาส หลินเฟิง... จะฆ่าเขาทันที
ใช่จนถึงตอนนี้หลินหงก็เพิ่งตระหนักถึงอันตราย ก่อนหน้านี้จิตใต้สำนึกของเขา คิดแต่เพียงว่าหลินเฟิงเป็นเพียงขยะที่คิดจะฆ่าก็สามารถทำได้ และเขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าสถานการณ์จะพลิกกลับมาเป็นแบบนี้
หลินหงเริ่มเกลียดตัวเองที่ไม่ฝึกเคล็ดวิชาตัวเบาดีๆมาสักท่า วันนี้ก็เลยหนีไม่พ้น ทุกฝีก้าวของหลินเฟิงล้วนสมบูรณ์แบบ เพราะพลังดาบได้ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย
“ตูม!”สายลมอันเกรี้ยวกราดได้กวาดล้างทุกสิ่งบนเวทีประลองอย่างบ้าคลั่งหลินเฟิงก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องบรรยากาศเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เย็นยะเยือกทุกดาบที่ฟันออกไปล้วนแข็งแกร่งและไร้ความปรานี
“ท่าจะไม่ดีแล้ว” สีหน้าของหลินป้าต้าวเย็นยะเยือกลง ก่อนจะตะโกนว่า “ไอ้เดรัจฉาน เจ้ากล้าหรือ!”
“หุบปากไปซะหลินป้าต้าว! เจ้าลืมไปแล้วหรือ?! ว่าเจ้าเป็นคนเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาตอนนี้พอเห็นหลินหงไม่สามารถเอาชนะหลินเฟิงได้ ก็คิดจะแทรกแซงอย่างนั้นหรือ?” หลินไห่ก้าวไปขวางทางหลินป้าต้าวอย่างไม่ลังเลเขาไม่เกี่ยงหากจะต้องจัดการกับพี่ชายของตัวเองตอนนี้หลินไห่รู้สึกผิดหวังในตัวพี่ชายคนนี้มากถึงแม้ว่าในใจของเขายังคงมีเยื่อใยให้ แต่อีกฝ่ายกลับเกลียดเขาเข้ากระดูกดำหากไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายต้องการเอาชีวิตเขากับบุตรชาย มีหรือที่หลินไห่จะเลือกทางนี้!
“อ้าก!!!” หลินหงกรีดร้อง ทำให้สีหน้าของหลินป้าต้าวเปลี่ยนไปเขาตะคอกใส่หลินไห่ว่า “หลีกไป!”
“อย่าแม้แต่จะคิด” หลินไห่ปลดปล่อยกลิ่นอายอันเย็นยะเยือกที่แข็งแกร่งพร้อมทั้งเรียกจิตวิญญาณแห่งนักรบของตัวเองออกมา ทำให้อากาศรอบๆ ถูกแช่แข็งในพริบตา
“ข้าไม่เคยคิดร้ายต่อพวกเจ้าแต่พวกเจ้ากลับต้องการสังหารข้า ในเมื่อเป็นแบบนี้ เจ้าก็ตายซะเถอะ” หลินเฟิงมองไปยังหลินหงที่คุกเข่าจับแผลตัวเองด้วยแววตาเย็นชาและโหดเหี้ยม
ในเมื่อเจ้าไม่เคยนึกถึงสายสัมพันธ์ของครอบครัวงั้นข้าก็จะตัดมันด้วยดาบ
“เจ้ากล้าหรือ” เสียงใสๆ ตะโกนขึ้น ก่อนที่หลินเชียนจะพุ่งเข้ามาพร้อมกับปลดปล่อยจิตวิญญาณเพลิงน้ำแข็งออกมาทันใดนั้นหลินเฟิงรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังถูกเผาและแช่แข็งในเวลาเดียวกันจนแทบจะทนไม่ไหว
“ไสหัวไป!”หลินเฟิงหันหลังกลับมาฟันคลื่นดาบซึ่งคลื่นดาบนี้เต็มไปด้วยพลังที่ไร้ขีดจำกัดและยากที่จะทำลายลงได้
“ตูม!!!”
พลังเปลวไฟกับน้ำแข็งถูกทำลายลงในพริบตาส่วนหลินเชียนก็ถูกคลื่นดาบที่หลงเหลือผลักออกไป
“ตาย!” ทันใดนั้นเสียงตะโกนอย่างเย็นชาก็ดังมาจากด้านหลังหลินเฟิงรีบหันหลังกลับมาอย่างรวดเร็ว และเห็นประกายแสงดาบอันคมกริบกำลังฟันมาที่ตน
คลื่นพลังอันรุนแรงปะทะเข้าที่ร่างของหลินเฟิงทำให้หลินเฟิงกระเด็นออกไปอย่างรวดเร็วและกระอักเลือดออกมา
“หน้าด้าน”หลินไห่ตะโกนออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวในตอนที่เขายืนขวางหลินป้าต้าวอยู่นั้น ผู้อาวุโสเจ็ดแอบไปที่เวทีประลองเพื่อลอบทำร้ายหลินเฟิง
“เขตแดนน้ำแข็งพันลี้” ในใจของหลินไห่เต็มไปด้วยไฟแห่งโทสะ บรรยากาศรอบๆ ถูกแช่แข็งสีหน้าของผู้อาวุโสเจ็ดพลันมืดมน ร่างของเขาถูกกดทับด้วยลมปราณอันเยือกเย็นที่ถาโถมเข้ามาไม่ช้าร่างของผู้อาวุโสเจ็ดก็ถูกแช่แข็ง
“ช่วยข้าด้วย!”ผู้อาวุโสเจ็ดตะโกนสุดเสียง แต่ดูเหมือนจะสายเกินไปฝ่ามือของหลินไห่กระแทกไปที่หน้าอกของเขาทำให้หน้าอกของผู้อาวุโสเจ็ดยุบเข้าไปเป็นรูปฝ่ามือ รูม่านตาของเขาเบิกกว้างขณะมองไปที่หลินไห่
“เจ้า...กล้าฆ่าข้า” เลือดไหลออกจากมุมปากของผู้อาวุโสเจ็ดอย่างต่อเนื่องเขาไม่สามารถต่อต้านหลินไห่ได้แม้แต่ฝ่ามือเดียวปราณน้ำแข็งได้แทรกซึมเข้าไปในร่าง เพื่อทำลายอวัยวะภายในของเขาโดยตรงเห็นได้ชัดว่าหลินไห่ต้องการเอาชีวิตเขา
“เจ้าเป็นถึงผู้อาวุโสผู้ทรงเกียรติแต่กลับลอบโจมตีลูกชายของข้า แม้แต่ตายก็ยังไม่สาสม!!!”หลินไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มือของหลินไห่สั่นสะท้านไปด้วยความโกรธร่างของผู้อาวุโสเจ็ดค่อยๆ ล้มลงทั้งนัยน์ตาที่เบิกกว้างและเต็มไปด้วยความเกลียดชังและเสียใจ
ทุกคนพากันตาค้างอย่างตื่นตระหนกผู้อาวุโสเจ็ดตายแล้วอย่างนั้นหรือ?
ตอนนี้เองสายตาของฝูงชนก็มองไปที่หลินไห่ด้วยความกลัวพลังที่แข็งแกร่งสามารถสยบทุกคนได้ กระทั่งหลินป้าต้าวก็ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว
หลินไห่หันหลังไปมองที่หลินเชียนและกล่าวอย่างเย็นชาว่า “นี่หรืออัจฉริยะจากนิกายเฮ่าเยว่? อัจฉริยะจากหมู่บ้านเสวี่ยอิงซาน? ช่างน่าอับอายเสียจริง”
หลินเชียนกัดฟันแน่นนางรู้ได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของหลินไห่ทำให้นางไม่กล้าพูดอวดดีเหมือนก่อนหน้านี้ หลินไห่ก้าวเดินอย่างช้าๆพร้อมจิตสังหารที่พวยพุ่งยิ่งกว่าเดิม
หลินไห่ไม่ได้เดินไปหาหลินหงเพราะหลินหงเป็นผู้พ่ายแพ้ในการต่อสู้แต่ผู้อาวุโสเจ็ดและหลินเชียนกลับเป็นคนที่ลอบโจมตีบุตรชายของเขาในตอนที่พวกมันคิดว่าหลินหงสามารถเอาชนะหลินเฟิงได้ก็คิดจะสังหารหลินเฟิงบนเวทีประลอง แต่พอเห็นว่าสถานการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดก็ค่อยลงมือจู่โจมบุตรชายเขาแล้วแบบนี้จะไม่ให้หลินไห่โกรธได้อย่างไร?
“ท่านจะทำอะไร?”หลินเชียนกล่าวขณะมองไปที่หลินไห่
“ฆ่าเจ้า!”หลินไห่ตอบตรงๆ จิตสังหารของเขาทวีคูณขึ้นอย่างโจ่งแจ้ง ตอนนี้เขาถูกยั่วยุจนโกรธขึ้นมาจริงๆแล้ว