บทที่ 17 สมองเ้าถูกลาเตะหรืออย่างไร
น้ำลายยายเฒ่าหวังหลิวกระเด็นเปรอะไปทั่ว
เจียงเหลียนจูไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย นางหันหลังกลับวางหนานเป่าและวางตะกร้าสะพายหลังลง
นางกล่าวอย่างสงบนิ่งว่า "ข้าเป็นังแพศยาน้อยแล้วท่านเป็นังแพศยาแก่หรือเ้าคะ ท่านช่างมีเมตตานักนะถึงได้ขับไล่แม่หม้ายลูกกำพร้าสี่ชีวิตออกมาให้หิวตายเช่นนี้?"
ทุกคนในที่นั้นต่างพากันอึ้ง
เจียงซื่อผู้นี้ช่างดุดันนัก!
เมื่อก่อนเจียงซื่อมักจะอ่อนแอต่อหน้าผู้คนแต่ลับหลังกลับลอบทำชั่วทารุณเด็ก ๆ พอถูกกดขี่ก็ปิดประตูตีลูก
ตอนนี้กลับกลายเป็คนปากร้ายกล้าโต้ตอบไม่ลดละ!
ทั้งกล้าลงมือตี ทั้งกล้าด่าทอ โดยเฉพาะยายเฒ่าหวังหลิวที่ถือว่าเป็ผู้ใหญ่ตามลำดับศักดิ์ แต่นางก็ยังด่าไม่ยั้ง
ทำให้ชาวบ้านต่างตกตะลึง
ยายเฒ่าหวังหลิวถูกด่าจนอึ้งไปไม่เป็ ได้ยินมาว่าสองวันนี้เจียงซื่อเปลี่ยนนิสัยไปมาก แต่ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนเป็เช่นนี้
เจียงซื่อถึงกับกล้าด่านาง!
ลูกสะใภ้บ้านไหนกล้าด่าแม่สามีแบบนี้ เป็สะใภ้มาหลายปีจนได้เป็แม่สามี แม่สามีในครอบครัวเกษตรกรย่อมมีสถานะสูงสุด
ด้านหลังของยายเฒ่าหวังหลิวมีหญิงวัยกลางคนสองคนตามมา ซึ่งเป็คนตระกูลหวังนั่นคือสะใภ้รองและสะใภ้สาม
สะใภ้รองกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า "น้องสะใภ้ห้า อย่างไรเ้าก็เป็ผู้น้อย เ้าด่าผู้ใหญ่เช่นนี้ ไม่กลัวถูกผู้คนนินทาลับหลังหรือ ต่อให้ไม่ถูกต้องเพียงใดผู้ใหญ่ก็ยังเป็ผู้ใหญ่ เ้าหยุดพูดเถอะมิเช่นนั้นจะถูกผู้คนหัวเราะเยาะเอาได้"
เจียงเหลียนจูตอบกลับอย่างเ็าว่า "ตอนที่พวกท่านขับไล่พวกข้าออกจากบ้าน ไม่เห็นกลัวถูกนินทาลับหลังเลย แล้วข้าต้องกลัวอะไร ผู้ใหญ่แล้วอย่างไร เป็ผู้ใหญ่แล้วสามารถทำตัวไร้ยางอายทำชั่วได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบหรือ ตอนที่พวกข้าแม่ลูกกำลังจะหิวตาย ท่านเคยทำตัวเป็ผู้ใหญ่บ้างหรือไม่"
สะใภ้สามรีบพูดเสริมขึ้นมา "น้องสะใภ้ห้า เ้าพูดจารุนแรงเกินไปแล้ว แม่สามีคิดจะให้พวกเ้าหิวตายั้แ่เมื่อไหร่ ตอนที่แบ่งบ้าน ไม่ได้ให้ที่อยู่อาศัยกับพวกเ้าหรอกหรือ ทั้งยังให้มันเทศอีกสิบจิน พวกเ้าใช้จ่ายจนหมดสิ้นเองคิดจะเสวยสุขโดยไม่ลงแรงจะไปโทษใครได้อีกอย่างตอนนี้ล่าหมาป่าได้แล้วไม่ใช่หรือ ก็ไม่ได้หิวตายเสียหน่อย!"
เจียงเหลียนจูแค่นหัวเราะ "กระท่อมฟางนั่นน่ะหรือคือที่อยู่อาศัยอย่างนั้นหรือ พวกข้าแม่หม้ายลูกกำพร้า คนโตห้าขวบ คนเล็กสองขวบ ขับไล่พวกข้าออกมาให้มันเทศเพียงสิบจิน เงินสักอีแปะก็ไม่มี ที่ดินสักครึ่งหมู่ก็ไม่ได้ พวกข้าแม่ลูกอยู่กันมาครึ่งปีแล้ว นี่เรียกว่าใช้จ่ายจนหมดสิ้น อยากได้มาโดยไม่ลงแรง สมองท่านถูกลาเตะหรืออย่างไร ถึงได้เรียกสิ่งนี้ว่าการแบ่งบ้านหรือ หากให้ครอบครัวสามห้องของพวกท่านมันเทศสิบจินแล้วแยกออกไปอยู่เอง จะยอมกันหรือไม่"
สะใภ้สามรีบกล่าวว่า "ข้าไม่ได้เป็ตัวซวยฆ่าผัวเหมือนเ้า สามีข้ายังอยู่ดีแล้วข้าจะแบ่งบ้านทำไม เ้ามันตัวซวยอยากจะได้อะไรอีก จะอยู่ที่ตระกูลหวังของพวกเราเพื่อให้คนในครอบครัวตายหมดเพราะความซวยของเ้าหรือ?"
เอ้อร์เป่าทนไม่ได้ หันหลังกลับเข้าไปในบ้านหยิบตะขาบตัวหนึ่งออกมาแล้วขว้างใส่ตัวสะใภ้สาม
"ท่านแม่ของข้าไม่ใช่ตัวซวย นังผู้หญิงเหม็นอย่างท่านต่างหากที่เป็ตัวซวย ทั้งครอบครัวท่านเป็ตัวซวยกันหมด!"
ตะขาบตกลงบนหัวของสะใภ้สามพอดี สะใภ้สามใกรีดร้องเสียงหลง "เ้าเด็กตัวซวยเ้าเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า!"
นางรีบปัดตะขาบออกอย่างลนลาน
ผู้คนที่อยู่รอบกายต่างหวาดกลัว รีบถอยห่างจากนางไปไกล ไม่มีใครเข้าไปช่วยนางเลยสักคน
เอ้อร์เป่าหัวเราะร่าเห็นป้าสะใภ้สามปัดตะขาบ แต่ผลคือถูกตะขาบกัดเข้าที่มือ
สะใภ้สามส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด กว่าจะสะบัดตะขาบหลุดมือก็บวมเป่ง ด้วยความโกรธแค้นจึงพุ่งเข้าไปจะทุบตีเอ้อร์เป่า
"ข้าจะตีเ้าให้ตาย เ้าเด็กบ้าที่มีพ่อแต่ไม่มีแม่สั่งสอน"
เจียงเหลียนจูขมวดคิ้วเล็กน้อย คิดจะตีลูกชายของนางหรือ ใครให้ความกล้ากับนางกัน
นางยื่นเท้าออกไปขัดขาเบา ๆ
ตุ้บ!
สะใภ้สามล้มหน้าคะมำลงกับพื้นต่อหน้าสายตาผู้คนมากมาย
คราวนี้ มีเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดดังขึ้นอีกครั้ง
ฉากนี้ทำให้ยายเฒ่าหวังหลิวเริ่มขวัญเสีย "เจียงซื่อ! นังแพศยา! เ้ากล้าลงมือกับคนตระกูลหวังหรือ เ้า... เ้า... เ้าคิดจะก่อฏหรือ! นางเป็พี่สะใภ้สามของเ้านะ"
เจียงเหลียนจูกวาดสายตามองรอบ ๆ "เช่นนั้นหรือ ใครที่คิดจะตีลูกชายข้า ต่อให้เป็เทพบน์ข้าก็ตบเหมือนกันนะ ใครไม่พอใจก็ลองเข้ามาดูได้!!"
ยายเฒ่าหวังหลิวหวาดกลัวสายตาที่ดุดันของนาง
เจียงซื่อผู้นี้ เปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ นางไม่ใช่ผู้หญิงที่ยอมคนง่ายเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป
น่ารำคาญเหมือนเดิม แต่น่ารำคาญแบบที่รังแกไม่ได้เลย
"เ้า... เ้า... ดี! ข้าเพียงแค่มาขอเนื้อหมาป่าไปชิมรสชาติ แต่เ้ากลับตบหน้าข้าเช่นนี้ ให้คนนอกกินเนื้อหมาป่าแต่ไม่กตัญญูต่อผู้ใหญ่พ่อแม่ เ้าทำแบบนี้กับเหล่าอู่ที่ตายไปได้อย่างไร" เมื่อสู้ไม่ได้ ยายเฒ่าหวังหลิวจึงเริ่มยกเื่ความกตัญญูมาอ้าง
เจียงเหลียนจูย้อนถามกลับเบา ๆ "ตอนที่ท่านขับไล่พวกข้าออกมา ท่านทำแบบนี้กับหวังเหล่าอู่ได้อย่างไรเ้าคะ?"
ยายเฒ่าหวังหลิวโต้แย้งอย่างไร้เหตุผลว่า
"ไอหยา ฟังน้ำเสียงนี้สิ ข้าทำผิดต่อเหล่าอู่อย่างไร ข้าเหล่าอู่เป็คนให้กำเนิด การเลี้ยงเขาจนโตคือหน้าที่ของข้า เมื่อเขาตายไปคนแก่ใกล้เข้าโลงอย่างข้ามีความสามารถจำกัด เลี้ยงพวกตัวซวยตัวกาลกิณีอย่างพวกเ้าไม่ไหว ข้าจะทำอย่างไรได้ พวกเ้ามีมือมีเท้าให้แยกบ้านออกไปแล้วมันผิดตรงไหนกัน หรือพวกเ้าจะกินเนื้อข้า ดื่มเืข้าถึงจะเรียกว่าทำเพื่อเหล่าอู่"
เจียงเหลียนจูไม่ยอมแพ้ตอกกลับไปว่า "ที่ดินทรัพย์สินของบ้านท่าน ครึ่งหนึ่งเป็สิ่งที่เหล่าอู่หามาได้ แต่ผลคือขับไล่พวกข้าออกมา ข้าที่เป็แม่เลี้ยงอาจจะไม่สำคัญแต่เด็กทั้งสามคนยังเป็ลูกของหวังเหล่าอู่ ท่านให้มันเทศเพียงสิบจิน ท่านต่างหากที่เป็คนใจดำอำมหิตกินเืกินเนื้อลูกหลาน"
ในความทรงจำ หวังเหล่าอู่เป็ผู้คุ้มภัยมักจะเดินทางไปทั่วทิศ
งานที่ทำต้องเสี่ยงชีวิตอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นค่าจ้างจึงสูง เมื่อก่อนคนทั้งบ้านอาศัยเขาเลี้ยงดู ที่ดินในบ้านครึ่งหนึ่งเป็สิ่งที่เหล่าอู่จัดหามา
ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างรู้เื่นี้ดี
พอเจียงเหลียนจูยกเื่นี้ขึ้นมาก็มีคนเริ่มพูดแทนแม่ลูกของนาง
"นี่มันเื่อะไรกัน! ยายเฒ่าหวังหลิวถึงกับหน้าด้านมาขอเนื้อหมาป่าไม่กี่ชิ้นจากแม่ลูกเจียงซื่อเชียวหรือ"
"ช่างไร้คุณธรรมจริง ๆ วันหน้าตายไป จะสู้หน้าลูกชายได้อย่างไร"
"เฮ้อ ใจดำอำมหิตนัก!"
...
ในขณะนี้ เด็กทั้งสามคนยืนปกป้องเจียงเหลียนจูอย่างแ่าและมองกลุ่มของยายเฒ่าหวังหลิวด้วยสายตาชิงชัง
ในมือของเอ้อร์เป่ายังมีโหลตะขาบอยู่ หากไม่ใช่เพราะเขาเสียดายเงินแม้แต่อีแปะเดียว เขาคงขว้างมันใส่ตัวยายเฒ่าหวังหลิวไปนานแล้ว
แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางไม่ให้เขาข่มขู่พวกนาง
"พวกท่านไสหัวออกไปจากบ้านของพวกข้า ห้ามใครมาแย่งของกินที่บ้านข้าอีก ถ้าไม่รีบไสหัวไป ข้าจะเทตะขาบใส่ตัวพวกท่านให้หมด"
ยายเฒ่าหวังหลิวและพวกโกรธจนแทบกระอักเื วันนี้มันวันประหลาด เจียงซื่อเปลี่ยนเป็คนละคน พูดจาฉะฉานไม่ยอมแม้แต่คำเดียว แถมเด็ก ๆ ยังมีท่าทีอวดดีขึ้นมาด้วย
ช่างกล้าดีนัก!
ชาวบ้านก็พากันชี้ชวนดู ทำให้เสียหน้าจนหมดสิ้น
"ไอหยา..." เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับแสร้งทำเป็หน้ามืดล้มพับลงไป
สะใภ้สองคนที่อยู่ด้านหลังรีบเข้าไปประคอง "ท่านแม่ ท่านเป็อะไรไปเ้าคะ ท่านแม่เป็ลมแล้ว รีบพาท่านแม่กลับบ้านเร็ว"
ทั้งสองประคองยายเฒ่าหวังหลิวกลับบ้านไป เพราะหากอยู่นานกว่านี้อีกเพียงชั่วอึดใจก็จะเป็การขายหน้ามากขึ้นไปอีก