บทที่ 1: เขยแต่งเข้า
ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนหัวตึ้บ พอมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงไม้โบราณหลังใหญ่หรูหราที่โอบล้อมไปด้วยม่านมุ้งผ้าไหมสีแดงมงคล กลิ่นเทียนมงคลและเครื่องหอมอวลโชยเตะจมูก สมองของผมหมุนคว้าง ความทรงจำสุดท้ายคือการนั่งปั่นงานหลังขดหลังแข็งโต้รุ่งอยู่ในคอกทำงานซอมซ่อจนหัวใจวายคาโต๊ะ พร้อมกับความช้ำใจที่โดนแฟนสาวบอกเลิกชวนเจ็บกระดองใจเพราะผม 'ไร้อนาคตและไม่มีเงินเปย์' แต่ตอนนี้ ััที่หลังของผมกลับเป็ฟูกหนานุ่มเกรดพรีเมียมที่ชีวิตเก่าชาตินี้ไม่มีปัญญาได้นอน
ทว่าความเคลิ้มเคลิ้มก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีเสียงเฉียบขาดกระแทกหูพร้อมกับดวงตางามดุจเหยี่ยวที่จ้องลงมามองผมจากข้างเตียง
"ตื่นแล้วก็ลุกขึ้นมาเสียที เซียวเฉิน!"
เ้าของเสียงคือนางฟ้าร่างระหงในชุดเ้าสาวโบราณสีแดงชาดปักลายหงส์ทองคำสลับเงิน ใบหน้างามชดช้อยไร้ที่ติ ผิวพรรณของนางขาวละมุนดุจหิมะแกะสลัก ริมฝีปากอิ่มเม้มตึงเป็เส้นตรง มองลงมาที่ผมด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง แต่ให้ตายเถอะ... สายตาของผมดันทรยศขยับลงไปจับจ้องเนินเนื้ออวบอัดคู่งามที่ดันดุนชุดไหมสีแดงจนแทบปริทะลักออกมาระหว่างที่นางยืนกอดอก โอ้โฮ... ลูกโตไม่เบาแฮะ! แฟนเก่าผมที่ไปทำหน้าอกหมดเงินเป็แสนยังเทียบแม่นางคนนี้ไม่ได้เลยสักนิด! สะโพกงอนงามนั่นก็น่าตีชะมัด!
"ในเมื่อเ้าฟื้นแล้ว ข้าก็จะพูดให้ชัดเจนตรงนี้ คืนนี้เ้าจงเก็บข้าวของแล้วย้ายไปนอนที่เรือนบ่าวรับใช้หลังจวนเสีย ข้าแต่งงานกับเ้าเพราะเทียบเชิญร่วมหอที่เป็คำสั่งเสียสุดท้ายของท่านปู่เท่านั้น อย่าได้คิดฝันว่าการก้าวข้ามธรณีประตูตระกูลลู่เข้ามาในฐานะเขยแต่งเข้า จะทำให้เ้ามีสิทธิ์ในตัวข้าหรือทรัพย์สินของหอการค้าตระกูลลู่แม้แต่เศษเสี้ยวเดียว สำหรับข้า... เ้ามันก็แค่เศษขยะหนีทหารที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า!"
นางด่าผมฉอด ๆ ประหนึ่งปาลูกธนูอาบยาพิษใส่หน้า ร่างกายเก่าที่อ่อนแอพลันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว แต่ทันใดนั้น ความทรงจำของร่างนี้ก็พรั่งพรูเข้ามาในหัว
บัดซบเอ๊ย! ผมข้ามภพมาเข้าร่างของ 'เซียวเฉิน' เขยแต่งเข้าสุดสัปดน (แต่ขี้ขลาดและอ่อนแอ) ของตระกูลลู่จริง ๆ ด้วย! ร่างนี้เป็คนหนีทหาร ร่างกายกะปล่องกะแปร่ง ไร้ลมปราณยุทธ์ วัน ๆ เอาแต่กินกับนอนจนคนทั้งเมืองตราหน้าว่าเป็ไอ้ขยะเกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน และแม่นางสุดเซ็กซี่ที่ยืนชี้หน้าด่าผมอยู่ก็คือ 'ลู่เหมยหลิน' ภรรยาหมาด ๆ ของผม ผู้เป็นายหญิงแห่งหอการค้าตระกูลลู่ที่ใหญ่โตที่สุดในแถบนี้
ขณะที่ผมกำลังโอดครวญกับชีวิตใหม่ที่เกือบจะดีแต่โดนเมียเขี่ยทิ้ง จู่ ๆ เสียงสัญญาณดิจิทัลสุดกวนประสาทก็ดังก้องขึ้นในหัว
*ติ๊ง!*
[ ตรวจพบคลื่นสมองที่สอดคล้องกับพฤติกรรมกระล่อน... ทำการเชื่อมต่อระบบ... 10%... 50%... 100% ]
[ ยินดีต้อนรับโฮสต์สู่ 'ระบบเทพแมงดา' (The Gigolo System) ยิ่งเกาะ ยิ่งร่วมรัก ยิ่งเทพ! ]
หน้าจอดิจิทัลโปร่งแสงสีทองสว่างไสวเด้งขึ้นตรงหน้าผม ลู่เหมยหลินไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ แสดงว่ามีเพียงผมคนเดียวที่เห็นมัน
[ คำชี้แจงระบบ: ระบบนี้สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนบุรุษผู้ี้เีฝึกยุทธ์ แต่ชื่นชอบการปรนนิบัติสตรีและรับการสงเคราะห์ โฮสต์ไม่จำเป็ต้องฝึกฝนอย่างยากลำบาก เพียงแค่ทำให้สตรีที่มีวาสนาสูงยอมเปย์ มอบความช่วยเหลือ หรือร่วมรักกับโฮสต์ โฮสต์จะได้รับแต้มระบบเพื่อแลกโอสถ์ วิชาชั้นเลิศ และอัปเกรด 'ขนาดและความถึกทน' ของร่างกายโฮสต์ให้เกรียงไกรไร้พ่ายบนเตียง! ]
'เฮ้ย! ระบบนี้มันเกิดมาเพื่อผมชัด ๆ!' ผมอุทานในใจอย่างตื่นเต้นสะใจ ชาติก่อนทำงานแทบตายไม่ได้อะไร โลกนี้แค่นอนเฉย ๆ ให้ผู้หญิงเปย์แถมได้พลังโชว์ฟิตบนเตียงอีกต่างหาก!
แต่ความยินดีก็ต้องชะงักเมื่อระบบขึ้นตัวหนังสือสีแดงฉูดฉาดแจ้งเตือนถัดมา
*ติ๊ง!*
[ เปิดใช้งานภารกิจเริ่มต้น (Emergency Quest) ]
[ รายละเอียดภารกิจ: คืนวันแต่งงานห้ามเสียเกียรติ! จงใช้เรือนร่าง คารม หรือความหน้าหนาหลอกล่อให้ลู่เหมยหลินยินยอมให้โฮสต์พำนักอยู่ในห้องหอนี้จนผ่านพ้นคืนแรก ]
[ ระยะเวลาจำกัด: 24 ชั่วโมง ]
[ บทลงโทษหากล้มเหลว: ระบบจะทำการ 'ตอน' โฮสต์โดยอัตโนมัติ (ตัดปิกาจูและอวัยวะสืบพันธุ์ทิ้งถาวร) ]
[ รางวัลล่วงหน้าสำหรับเปิดใช้งานภารกิจ: ยาเม็ด์หยินหยาง 1 เม็ด ]
"ฉิบหายแล้ว!" ผมเผลอร้องอุทานออกมาเสียงดังลั่นจนลู่เหมยหลินขมวดคิ้ว
ตัดปิกาจูของผมงั้นเหรอ?!
ไอ้ั์ล่ำขยันซอยขนาด 9 นิ้วในฝันของผมจะสูญสิ้นไปั้แ่วันแรกเนี่ยนะ! อย่าว่าแต่ตัดเลย แค่จินตนาการว่าเป้ากางเกงโล่งโจ้งไร้อาวุธคู่กายไว้เผด็จศึกสาว ๆ ผมก็เสียววูบไปถึงก้นกบแล้ว! ไม่ได้การล่ะ คืนนี้ผมต้องรอด... หรือไม่ก็ต้องเสียตัว!
"เ้าโวยวายบ้าอะไรของเ้า เซียวเฉิน?" ลู่เหมยหลินขู่เสียงเข้ม "รีบเก็บของแล้วไสหัวออกไปนอนเรือนคนใช้ซะ อย่าให้ข้าต้องสั่งให้คนเข้ามาลากตัวขยะอย่างเ้าออกไป!"
'ระบบ! รับยาเม็ด์หยินหยางด่วน!' ผมกรีดร้องในใจ
ยาเม็ดสีทองลอยเข้าปากผมทันทีโดยที่เหมยหลินไม่ทันสังเกต พอผมกลืนลงคอไป ความรู้สึกร้อนซ่านราวกับไฟ์พุ่งกระฉูดไปทั่วร่าง เส้นชีพจรที่เคยติดลบได้รับการฟื้นฟูด้วยความเร็วแสง กล้ามเนื้อกระชับแน่นเปรี๊ยะ และที่สำคัญ... ไอ้จูเนียร์ที่เคยหดลีบเพราะร่างกายอ่อนแอของร่างเก่า จู่ ๆ ก็ตื่นตัวขยายตัวพองโตปานกระบี่เหล็กไหลค้ำฟ้า แข็งปั๋งดุนดันกางเกงไหมสีแดงขึ้นมาเป็เต็นท์กระโจมเด่นหลา!
ผมก้มมองเป้ากางเกงตัวเองแล้วยิ้มหื่นหน้าบานในใจ... โอ้โห! แข็งยิ่งกว่าหิน ทนยิ่งกว่าเหล็ก พลังงานหยินหยางล้นหลามจนอยากลากเมียคนงามมาร่วมสู้ศึกคาเตียงนอนเสียจริง ๆ!
ผมขยับตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ จัดแจงเสื้อคลุมไหมบางเบาให้เข้าที่ เผยให้เห็นแผงอกที่มีมัดกล้ามเนื้อจาง ๆ จากยาฟื้นฟู สายตาของผมจ้องลึกเข้าไปในตาของเหมยหลินอย่างเ้าเล่ห์ ยิ้มกะล่อนแบบหน้าทนที่มุมปาก
"ฮูหยิน... เ้าแน่ใจจริง ๆ หรือว่าจะไล่ข้าไปนอนที่เรือนคนใช้ในคืนวันแต่งงานเช่นนี้?" ผมแกล้งดัดเสียงทุ้มต่ำและก้าวเท้าเข้าใกล้นางอย่างช้า ๆ กลิ่นอายความเป็ชายผสานพลังหยินหยางแผ่ซ่านสะกดใจจนเหมยหลินชะงักไปเล็กน้อย
"ทำไมข้าต้องไม่แน่ใจ? ที่นี่จวนตระกูลลู่ คำสั่งของข้าคือที่สุด!" นางตอบกลับพยายามรักษาความเ็า
"ข้าไม่ได้คิดจะขัดคำสั่งเลยเหมยหลิน..." ผมยิ้มกะล่อนก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนกลิ่นหอมสาวโชยเตะจมูก สายตาเหลือบมองริมฝีปากอิ่มสีชาดสลับเนินเนื้อขาวผ่องใต้เสื้อคลุม "แต่ลองคิดดูสิ... ตอนนี้หอการค้าคู่แข่งอย่างตระกูลหวังกำลังจ้องเล่นงานเ้าอยู่ ถ้าพวกบ่าวรับใช้เห็นเ้าบ่าวแต่งเข้าตระกูลถูกขับไล่ไปนอนเรือนคนใช้ในคืนแรก ข่าวนี้คงกระจายออกไปเร็วราวกับไฟลามทุ่งเป็แน่"
ผมแกล้งลูบไล้ปลายผมของนางอย่างแ่เบาเพื่อยั่วยุอารมณ์ เหมยหลินเบิกตากว้างสะดุ้งเล็กน้อยทว่าความฉลาดทำให้นางเริ่มคิดตามคำพูดของผม
"พวกตระกูลหวังย่อมคิดว่าตระกูลลู่ภายในสั่นคลอน พันธมิตรการค้าจะหมดความเชื่อถือเพราะหัวหน้าหอการค้ายังคุมสามีตัวเองไม่ได้... เพียงเพื่อจะไล่ข้าไปนอนเรือนคนใช้ เ้าถึงกับต้องเอาความมั่นคงของหอการค้ามาแลกเชียวหรือ?" ผมแกล้งยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูของนาง ลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดซอกคอขาวเนียนจนตัวนางเริ่มสั่นสะท้าน
"เ้า... เ้ากะล่อนนัก เซียวเฉิน!" เหมยหลินหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความสับสนและอาย แต่จู่ ๆ ขอบกระโปรงยาวรุ่มร่ามของนางดันไปสะดุดเข้ากับขาโต๊ะกลมปังจนร่างงามเสียหลักโผเข้าหาแผงอกของผมทันที!
ผมรีบอ้าแขนรับร่างนุ่มละมุนไว้กอดรัดแ่าจนล้มลงทับกันบนเตียงนอนหอ!
*ฟุ่บ!*
โอ้์! เต้าอวบอัดคู่งามของนางบดเบียดกดทับลงมาตรงหน้าอกของผมเต็ม ๆ นุ่มหยุ่นดุจขนมเปี๊ยหิมะ กลิ่นกายหอมรัญจวนใจทำเอาต่อมความหื่นและไอ้กระบี่ัในเป้ากางเกงของผมตื่นตัว มือซ้ายของผมไม่รู้ตั้งใจหรือสัญชาตญาณความหื่นชี้นำ ดันรวบจับและขยำเข้าที่สะโพกงอนงามนุ่มเด้งของนางเต็มรักสองสามที! ััก้นงอนนั่นมันแน่นและหยุ่นสู้มือจนแทบคลั่ง!
"เ้า! เ้าจับตรงไหนกัน!" เหมยหลินดิ้นรน ใบหน้าแดงซ่านด้วยความอายและโกรธเกลียด ปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน
"ข้าก็แค่ประคองไม่ให้ฮูหยินตกลงไปาเ็เท่านั้น... นุ่มนิ่ม... เอ้ย ปลอดภัยดีใช่ไหมครับ?" ผมส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มหน้าด้านใส่หน้าจนนางแทบกระอักเื
[ ติ๊ง! ]
[ ระดับความพึงพอใจของ 'ลู่เหมยหลิน' (Affection) พุ่งขึ้นจาก -10% เป็ 15%! ]
[ ระบบรายงาน: นางเกลียดความหื่นกะล่อนของโฮสต์ แต่ร่างกายของนางกลับยอมรับเสน่ห์ชายชาตรีโฮสต์แล้ว! ภารกิจผ่านพ้นจุดวิกฤต! ]
เหมยหลินรีบยันตัวลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าด้วยท่าทางรนราน หลบสายตาหื่นกระหายของผม นางกัดฟันสั่งเสียงสั่นสะท้าน
"ก็ได้! คืนนี้ข้าจะอนุญาตให้เ้านอนที่ตั่งไม้ข้างหน้าต่าง แต่อย่าได้คิดย่องมาที่เตียงเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นข้าจะใช้มีดตัดปิกาจูที่กางเต็นท์โด่เด่ของเ้าโยนให้สุนัขกินเสีย!" นางขู่ขณะหันกลับไปซุกตัวใต้ผ้าห่มผืนหนา
"ตามบัญชาจ้ะเมียจ๋า..." ผมยิ้มแป้นเดินไปที่ตั่งไม้ ทอดตัวนอนลงพร้อมจ้องมองร่างบางบนเตียงอย่างหมายมั่นในใจ *ตัดปิกาจูน่ะยากหน่อยนะเมียจ๋า... คืนถัด ๆ ไปนี่แหละ ข้าจะหาทางย่องไปกระแทกกระทุ้งละลายความเ็าของเ้าให้ร้องครางขอชีวิตคาเตียงนอนเลยคอยดู!*
ทว่าในขณะที่ผมกำลังฝันหวานถึงฉากบนเตียง จู่ ๆ ประสาทััหูที่ฉับไวก็ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งเข้ามาชวนขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังลั่นโวยวาย
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"คุณหนูใหญ่! เกิดเื่ใหญ่แล้วขอรับ!" เสียงพ่อบ้านตระกูลลู่ะโมาจากหน้าห้องหออย่างตระหนก "คุณชายใหญ่ตระกูลหวังพาสมุนและนักล่าฝีมือฉกาจล้อมโกดังท่าเรือหลักของพวกเราแล้วขอรับ! พวกมันประกาศว่าจะยึดสินค้าทั้งหมดไปล้างหนี้!"
ลู่เหมยหลินสะดุ้งเฮือกผุดลุกขึ้นนั่ง สีหน้างามซีดสลดหดหู่และหันมาสบตาผมอย่างขอความช่วยเหลือโดยไม่รู้ตัว
ผมมองหน้าต่างระบบที่ลอยเด่น แจ้งคะแนนและแต้มที่พร้อมใช้งาน รอยยิ้มสัปดนและกะล่อนผุดขึ้นบนใบหน้าของผม ได้เวลาออกไปแสดงพละกำลังโชว์เมียคนสวยและปราบพวกขยะหาคะแนนระบบเพื่อมาอัปเกรดลีลารักเสียวซ่านแล้ว!
"เหมยหลิน... คอยข้าอยู่ในห้องหอนี้เฉย ๆ เถิด" ผมก้าวไปบีบไหล่บางของนางพลางส่งสายตากรุ้มกริ่มขยิบตาให้ทีหนึ่งจนนางหน้าแดง "ข้าจะออกไปสั่งสอนพวกเศษสุนัขให้รู้ซึ้งว่าใครเป็พ่อ!"
(โปรดติดตามบทต่อไป...)