บทที่ 97:การมาถึง
คาลีมกระชากตัวอีฟส์ขึ้นมาจากพื้นก่อนจะทุ่มลงไปเต็มเหนี่ยว เสียงกระดูกสันหลังลั่นกรอบแกรบดังสนั่นร่างของอดีตผู้บัญชาการอัศวินบิดเบี้ยวผิดรูปอย่างน่าสยดสยอง
แต่คาลีมยังไม่หยุดเขาประเคนหมัดหนักหน่วงเข้าที่กลางอกจนอีฟส์กระอักเลือดคำโตซี่โครงหักสะบั้นไปหลายซี่ คาลีมเงื้อหมัดจะซ้ำอีกครั้งแต่ก็ค่อยๆ สงบอารมณ์ลง
เฮรัค ที่ยืนมองอยู่เงียบๆกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เจ้าเอาคนที่ยังไม่ใช่อัศวินไปอัศวินขั้นสูงต่อให้พิการแค่ไหนสัญชาตญาณและแรงเฮือกสุดท้ายของพวกเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะรับมือได้”
คาลีมก้มหน้าพยักหน้าด้วยความสำนึกผิด
“เป็นความประมาทของข้าเองตั้งแต่วันนี้ข้าจะเฝ้าเขาด้วยตัวเอง”
“ยังจะเฝ้าอยู่อีกรึ? ฆ่าทิ้งให้จบๆ ไปเสียก็สิ้นเรื่อง”
เฮรัคพูดอย่างระอา
“ไม่ได้ข้าต้องลากตัวมันไปขึ้นตะแลงแกงที่เมืองสตอร์มต่อหน้าทุกคนเพื่อให้วิญญาณของผู้ที่ตายไปได้ไปสู่สุขคติ”
คาลีมตอบอย่างแน่วแน่
เฮรัคยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“ตามใจเจ้าขอแค่อย่าให้การเดินทางของข้าต้องล่าช้าไปกว่านี้ก็พอ”
คาลีมอุ้มร่างไร้วิญญาณของลิซี่เดินหายเข้าไปในป่าเพื่อขุดหลุมฝังศพด้วยมือตนเองความโศกเศร้ากัดกินใจเขาจนเงียบขรึมลงไปมาก
ตลอดทางที่เหลืออีฟส์ถูกคุมเข้มยิ่งกว่าเดิมเขาถูกมัดไขว้หลังจนขยับไม่ได้ และเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มี อาวุธซ่อนอยู่ในปากอีก คาลีมจึงทุบฟันของอีฟส์ทิ้งจนหมดปากตามคำแนะนำที่เฮรัคพูดเปรยๆออกมา
หนึ่งเดือนครึ่งผ่านไป
คาราวานก็มาถึงเมืองบราวน์เมืองชายแดนทางตะวันออกของอาณาจักรโดริส ที่นี่มีการตรวจคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวด
กลุ่มนักผจญภัยของคาลีมที่ไม่มีเอกสารผ่านทางจากอาณาจักรไวโอเล็ตจึงต้องแยกทางที่นี่คาลีมล่ำลาโลคัสและเตรียมคุมตัวอีฟส์กลับไปรับโทษที่เมืองสตอร์ม
ขณะที่ผู้คนในคาราวานกำลังเข้าแถวรอการตรวจเฮรัคสังเกตเห็น เอ็ด สารถีทาสของเขายืนมองมาด้วยสายตาเศร้าสร้อยเขาจึงกวักมือเรียก
“มีคำสั่งอะไรหรือ นายท่าน?”
เอ็ดรีบวิ่งเข้ามาถาม
“เอกสารทาสของเจ้าอยู่กับโลคัสใช่ไหม?”
เฮรัคถามก่อนจะเดินไปหาโลคัสและเอ่ยปากขอซื้อตัวเอ็ด
โลคัสที่ซาบซึ้งในบุญคุณของเฮรัคจึงมอบเอกสารทาสให้เป็นของขวัญโดยไม่คิดเงินแม้แต่เหรียญเดียว
เฮรัคเดินกลับมาหาเอ็ดแล้วยื่นปึกกระดาษให้
“ถ้าจะลบสถานะทาส ต้องทำอย่างไร?”
เอ็ดตัวสั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้นจนน้ำตาคลอเบ้า
“นายท่าน... ข้า...แค่ท่านยินยอมข้าก็ขอเอกสารใหม่ได้ แต่รอยตราบนหน้านี้... ต่อให้เป็นไทคนอื่นก็ยังมองข้าเป็นทาสอยู่ดี”
เขาชี้ไปที่รอยไหม้ประทับตราบนแก้มที่กินพื้นที่กว้าง
เฮรัคพยักหน้าอย่างสงบ
“ตอนนี้ตามข้าไปก่อน เรื่องรอยตรานั่นข้าจะจัดการให้ภายหลัง”
สำหรับคนอื่นมันคือตราประทับชั่วชีวิตแต่สำหรับเฮรัคที่มี เชนหลาน และความรู้จากการอ่านตำราในหอสมุดมานับไม่ถ้วนการปรุงยาเวทเพื่อผลัดเซลล์ผิวใหม่นั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่ง
“วิเคราะห์โครงสร้างเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าเป้าหมาย...สามารถใช้สูตรน้ำยาเร่งการผลัดเซลล์ระดับ 2 ในการรักษาได้”
เชนหลาน รายงานข้อมูลผ่าน ชิปพันธุกรรม อย่างแม่นยำ
เฮรัคก้าวเดินนำหน้าเอ็ดเข้าสู่ประตูเมืองบราวน์ดินแดนใหม่ที่เขาหวังว่าจะพบเบาะแสของหัวใจยักษ์หินเพื่อก้าวสู่การเป็นศิษย์พ่อมดระดับสามอย่างสมบูรณ์