ตอนที่ยี่สิบห้า เจรจา
วิลโล่พยายามจะติดต่อผมในคาบบ่ายนั้น
ผมไม่พยายามเงียบใส่เธอเพราะนั่นคือการกระทำของเด็ก
วิธีการของคนที่งอนแฟนของตนเองและไม่ยอมเปิดเผยความรู้สึกและสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา
“ผมเกลียดพวกคุณและไม่อยากคุยด้วย”
ผมกล่าวกับวิลโล่อย่างตรงไปตรงมาไม่ปิดบัง
เราไม่ใช่เด็ก ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำสงครามประสาทใส่กัน
โดยการเงียบและคอยให้ต่างฝ่ายต่างขอโทษก่อน
มันเสียเวลาและไม่ช่วยแก้ปัญหา
ผมชอบการพูดตรงๆมากกว่าจะอ้อมไปมา
น่าเสียดายที่การพูดตรงไปตรงมา ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ในกรณีนี้
“อย่าเข้าใจผิด ถ้าเกี่ยวกับการให้ความร่วมมืออะไรในการสู้กับแวมไพร์ บอกมาผมจะไม่อิดออดสักคำ
แต่หากให้พบปะพวกคุณเป็นการส่วนตัว อย่าดีกว่าเพื่อพวกเราทั้งสองฝ่ายเองด้วย”
ผมคุยกับวิลโล่ที่แยกตัวผมออกมาหลังจากที่เธอพยายามส่งโน้ตเพื่อมาคุยกับผมในคาบเรียน
ผมเห็นแอนนาจับตาดูห่างๆ
ฟื้นตัวเร็วจริงๆแฮะ สมกับเป็นสเลเยอร์ นักล่าแวมไพร์
“ยิ่งห่างกัน ก็ยิ่งทะเลาะกันน้อยลง”
ผมกล่าวกับวิลโล่ที่สีหน้าตื่นตระหนกไม่หาย
“เราเกลียดกันก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นศัตรูกันหรอก ผมเชื่ออย่างเดียวกับคุณโธมัส คนเราไม่ควรทำผิดพลาดอย่างเดิมซ้ำสอง
เราไม่ชอบและเกลียดกัน แต่ไม่ต้องเป็นศัตรูกันก็ได้ แค่ต่างคนต่างไปก็พอแต่แน่นอนอย่างที่ผมว่านั่นล่ะ
หากต้องการความช่วยเหลืออะไรก็เรียกผมได้เสมอ แต่ทางที่ดีอย่ามาใกล้ผม”
“ไงเลโอนาร์ด พลอดรักกับวิลโล่สาวเนิร์ดด้วยกันหรือไง วี้ดวิ้ว”
บิฟเข้ามาได้จังหวะดีมาก
ผมกอดบิฟไว้แน่น
“รักนายจริงๆหว่ะบิฟ”
บิฟรู้สึกแปลกๆในวันนี้เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรจึงได้แต่เดินหนีไป
“พูดอะไรบ้าๆขยะแขยง ไปดีกว่า”
บิฟทำตัวแบบสาวซึนและเดินหนีไป
อ้าวแทนที่จะมากันท่าหาเรื่องเรา เราจะได้แยกจากวิลโล่ที่ตามอยู่นี้
ไอ้บิฟเวร ที่เรื่องที่อยากขอให้มาป่วนดันไม่มาช่วยกันป่วนหน่อย
ไม่รู้เป็นอย่างไร ตอนที่มีพลังมากขึ้นถึงเกลียดเจ้าบิฟน้อยลง
หรือนี่คือความรู้สึกที่แฮร์รี่เกลียดดัดลี่ย์น้อยลงเมื่อพบมัลฟอยที่ฮอกวอร์ต?
..
“ไปบอกแอนนาที่แอบอยู่ด้านข้างด้วยว่าผมไม่อยากจะข้องเกี่ยวกับเธออีก..ยกเว้นว่าผมจะถูกแวมไพร์หรือปีศาจดักทำร้ายนะ ถ้าตอนนั้นมาช่วยผมก็จะขอบคุณมาก”ผมนึกขึ้นได้เลยกล่าวเสริม
แอนนาเธอจริงจังกับการปราบแวมไพร์และมักจะไม่เอางานมาปนกับชีวิตส่วนตัว..เออ ไม่เอามาปนมากเกินไปนักจนปล่อยให้คนทั่วไปโดนฆ่าหรือทำร้ายล่ะนะ
อย่างที่บอกผมไม่มีอะไรขัดแย้งกับพวกเขาที่ล่าแวมไพร์ ผมแค่ไม่ชอบพวกเขาเป็นการส่วนตัว
“ผมไม่มีปัญหาอะไรกับพวกคุณในการปราบแวมไพร์ ผมแค่เกลียดพวกคุณเป็นส่วนตัว”
อ๊ะเผลอพูดออกไปอีกแล้วแฮะ
แต่วิธีการพูดให้คนอย่างพวกเธอเข้าใจต้องย้ำบ่อยๆนี่ล่ะ
ผมเรียนรู้มาจากประสบการณ์ว่า เมื่อหลักตรรกะไม่ได้ผล ที่ใช้ได้ผลที่ดีกับคนบางประเภทคือการกล่าวถึงความรู้สึก
“นี่เธอก็ฟังกันบ้างสิ เรามาคุยกันดีดีก็ได้”
วิลโล่พยายามจะประสานความสัมพันธ์อีกครั้ง?
“มีอะไรต้องคุยกัน ผมมีเหตุผลของผม คุณโธมัสและแอนนามีเหตุผลของเขา เราเห็นในบางเรื่องไม่ตรงกันก็แก้โดยการแยกกันเดินเท่านั้นเอง?”
ผมยักไหล่
บางครั้งโลกเราก็อย่างนี้ล่ะ
เราไม่สามารถทำให้ทุกคนชอบเราหรือจะเข้าไปในองค์กรใดองค์กรหนึ่งและคาดหวังว่าจะเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้เข้ากับเรา
การเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องต้องห้าม
ผมไม่ใช่พระเอกมังงะขององค์กรว็อทเชอร์ที่จะเข้าไปในองค์กรและใช้ความใจสู้ รักคุณธรรมค่อยๆเปลี่ยนแปลงองค์กรและความคิดของผู้คนในองค์กรไปทีละนิด
นี่คืออเมริกา
ว็อทเชอร์คือองค์กรที่ตั้งมาเพื่อคอยเฝ้าดูสเลเยอร์คือแอนนา
ผมเป็นเพียงแค่คนธรรมดาของประดับฉาก
ไม่แปลกที่คุณโธมัสจะเข้าข้างแอนนาและเชื่อใจเธอเต็มร้อยเปอร์เซ็นนั่นคือสิ่งที่ผู้ดูแลควรจะทำ
รักษาความมั่นใจและเชื่อใจกับสเลเยอร์ของตนเองมาเป็นอันดับหนึ่ง
ดีต่อผู้ดูแล ดีต่อสเลเยอร์ ดีต่อการล่าแวมไพร์
ไม่ดีต่อผม
ทำไมผมต้องเอาตนเองเข้าไปข้องเกี่ยวกับระบบที่ทำให้ผมเสียประโยชน์ด้วย?
ทำไมเรื่องผลประโยชน์ง่ายๆแค่นี้วิลโล่ถึงไม่เข้าใจนะ?
ผมไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับพวกเขา ตรงกันข้ามอยากช่วยด้วยซ้ำ ถึงยอมเจ็บตัวเองไม่ยอมก่อความขัดแย้ง
แต่จะให้ผมไปอยู่ใกล้ๆพวกเขาเกินกว่าความจำเป็นล่ะก็
แย่กว่าการต้องไปอยู่ใกล้เจ้าบิฟอีก
“ผมเกลียดพวกคุณ ไม่อยากข้องเกี่ยวด้วย แต่ไม่ได้อยากเป็นศัตรูหรือขัดขวางอะไรพวกคุณในการล่าแวมไพร์ คิดเสียว่าความขัดแย้งของเราไม่เคยเกิดขึ้นและทำหน้าที่ของพวกคุณไปตามปรกติก็พอแล้ว คิดดูสิ ตอนที่มายุ่งกับผมอย่างนี้อาจมีวายร้ายคนอื่นที่อาละวาดอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้”
อย่างน้อยผมคิดว่าลดจำนวนคนที่อาละวาดลงได้เพราะผมกว้านซื้อนหนังสือมาหมดจากเคาน์เตอร์ลับร้านเมจิคบ็อค
ผมตัดสินใจแล้ว
ผมจะไปเหมาหนังสือเวทมนตร์เพิ่มทุกสัปดาห์เพื่อสร้างความมั่นใจว่าหนังสือจะหลุดไปสู่สาธารณชนให้น้อยที่สุด
ไม่ถึงพันดอลล่าร์สามารถขัดขวางไม่ให้มีพ่อมดศาสตร์มืดเพิ่มมาอีกคนได้ มองในภาพรวมก็นับว่าถูกเอามากๆ
เอาหนังสือสาสตร์มืดจำนวนมากเก็บไว้ คนภายนอกคงมองว่าเราเป็นพ่อมดศาสตร์มิดแน่ๆ ฮา
“นี่อย่ามาทำไม่สนใจฉันสิ “วิลโล่โวยวายขึ้นมา
เอ๋ผมคิดว่าผมพูดเรื่องที่ต้องพูดไปหมดแล้วนะ
ไม่มีอะไรที่ผมปิดบังความคิดตนเองและจุดยืนของผมเลย
“เธออยากให้ผมสุ้กับแอนนาและให้แอนนาส่งผมเข้าโรงพยาบาลอย่างง่ายดายสินะ? จะได้ตัดปัญหาไป?ผมก็บอกแล้วว่าผมไม่อยากยุ่งกับพวกคุณ”
“คุณโธมัสต้องการคุยกับเธอนะ อย่าทำตัวเป็นเด็กเลยน่า เลโอนาร์ด”
ทำตัวเป็นเด็ก?
อย่าบอกนะว่านี่พวกคุณเธอมองผมเป็นเด็กมีปัญหาประจำตอนน่ะ
ประมาณตัวร้ายหรือเพื่อนที่สร้างปัญหาที่ไม่ยอมเล่นเป็นทีม ที่ต้องอาศัยการเกลี้ยกล่อมและเหตุการณ์ที่จะเป็นบทเรียนสอนใจให้กลับตัวได้
เฮ้อ
“แล้วคุณโธมัสมีอะไรจะพูดเพิ่มเติมจากของเดิมที่ได้พูดกันไปแล้วหรือวิลโล่? ตราบใดที่แอนนา..”
ผมชี้นิ้วโป้งไปด้านหลังทิศที่แอนนาแอบซ่อนอยู่
“..ยังได้รับการเชื่อถือมากกว่าคำพูดของผม เราคงหาจุดที่แม้แต่ประนีประนอมกันก็ยังยาก
ที่ผมปฏิเสธไม่อยากพบพวกคุณไม่ใช่เพราะปัญหาทางผมอย่างเดียว แต่เพื่อพวกคุณเองด้วยนะ
ผมไม่ชอบแอนนาก็จริง แต่ไม่ถึงขั้นเกลียดในกรณีของเธอวิโลโล่หรือคุณโธมัสหรอกนะ
อยู่ห่างๆกันไว้จะได้ไม่มีเรื่องทะเลาะกันเป็นการดีต่อพวกเราทั้งสองฝ่ายด้วย
“
วิลโล่ทำท่าจะพูดแต่ผมส่งสายตาให้หยุด
“เมื่อเงื่อนไขคือเขาระแวงว่าผมจะล้างสมองเธอ แค่เธอมาอยู่ใกล้ผมตอนนี้ก็สร้างปัญหาให้ผมเพิ่มได้แล้วและยิ่งมีแอนนาอยู่ใกล้ๆนี่ความขัดแย้งแทนที่จะจบอาจจะขยายมากขึ้นก็ได้
“
ผมถอนหายใจ
“เพื่อพวกเราทั้งสองฝ่ายเองฟังที่ผมพูดเถอะ ..แต่จะว่าไป ผมก็ไปที่ห้องสมุดประจำอยู่แล้วหรือยืมหนังสือจากห้องสมุดผ่านคุณโธมัสด้วย หากเขาอยากจะพูดอะไรก็มาพูดกับผมเองได้นั่นล่ะ”
ผมไม่มีความคิดเป็นศัตรูกับพวกเธอ เพราะตระหนักความจริงว่า ยิ่งพวกเธอมาสนใจผม เท่ากับว่าพวกเธอไม่ได้ใช้เวลาไปสนใจวิกฤติอื่นๆที่อาจจะเกิดขึ้นในโรงเรียนนี้
ปัญหาของตอนนี้คือผมพบว่าการสอบ GEDเพื่อไม่ต้องเรียนมัธยมปลายนั้นยากกว่าที่คิด