การเดินทางของทั้งสอง ผ่านพ้นมาหลายวัน จนถึงแนวกำแพงแน่นหนาสีขาว ทอดตัวยาวโอบล้อมวังหลวงไว้จนสุดสายตา มหานครอันยิ่งใหญ่ แสดงความงดงามจากปลายยอดที่โผล่พ้นกำแพงนั้น หลันฮวาอ้าปากค้างเมื่อเห็นความยิ่งใหญ่ที่ตระหง่านตรงหน้า
“นั่นเหรอเจ้าคะ วังหลวง เหตุใดจึงยิ่งใหญ่งดงามราวกับภาพวาด ข้าไม่เคยคิดว่าวังหลวงจะยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ไม่คิดเลยจริง ๆ เจ้าค่ะ” นางพูดพร้อมดวงตาวาวระริก พร้อมกับเสียงรถม้าเคลื่อนเข้าใกล้ประตูทางเข้า หญิงสาวยังคงจับจ้องไปยังปลายยอดของสิ่งก่อสร้างที่ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ อย่างสวยงาม ยิ่งเข้าใกล้วังหลวงเท่าใดนางยิ่งรู้สึกเหมือนมดตัวเล็ก เพราะเมื่อเทียบขนาดกันแล้วช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
หลันฮวาเบิกตากว้างอีกครั้ง เมื่อเหล่าทหารกล้า ยืนคุ้มกันคอยตรวจตราผู้เข้าออกประตูวังอย่างเข้มงวด ก่อนที่จะมีผู้ถูกจับกุมไปต่อหน้า ด้วยเพราะพยายามแอบหนีเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต
“ข้า..นามว่าหวงซีเหริน ต้องการเข้าไปพบกับฮ่องเต้ ด้วยมีเรื่องสำคัญต้องทูลรายงาน” ชายหนุ่มพูดถึงจุดประสงค์ต่อนายประตูที่ทำหน้าที่เฝ้าอยู่
“คุณชายซีเหรินนี่เอง..เชิญเข้าไปได้” หลันฮวาเลื่อนสายตามองกลับไปยังทหารที่มีหน้าตาโหดเหี้ยม ก่อนจะหันกลับมายังชายหนุ่ม พลันเอียงศีรษะด้วยความไม่เข้าใจบางอย่าง
“เหตุใด เขาเหล่านั้นจึงอนุญาตให้พวกเราเข้าไปอย่างง่ายดายเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ” หวงซีเหรินได้ยินดังนั้นจึงปล่อยยิ้มออกมาเล็กน้อย หากแต่ไม่ตอบคำถามของนาง ปล่อยให้หญิงสาวมองสองข้างทาง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น พร้อมกับสังเกตใบหน้าสวยงามของนางไปพร้อมกับรอยยิ้มเช่นเดิม
หญิงสาวใบหน้างดงาม นอนทอดกายยาวเหยียดรายล้อมด้วยเหล่าบ่าวรับใช้นับสิบ บนศีรษะตบแต่งด้วยเครื่องประดับยศที่แสดงถึงอำนาจ นางใช้มือเรียวเล็กเอื้อมมาหยิบขนมเข้าปากช้า ๆ ก่อนจะมีนางกำนัลผู้หนึ่งวิ่งเข้ามารายงานบางอย่างด้วยท่าทางรีบร้อน
“องค์หญิงสามเพคะ องค์หญิง..”
“เหตุใดจึงโวยวายไร้การอบรมเช่นนั้น...” หญิงสาวทำเสียงดังดุใส่ทันที ด้วยความไม่พอใจ ทำให้นางกำนัลถึงกับหน้าถอดสี แล้วค้อมตัวลงรายงานบางอย่าง
“ข้าขออภัยเพคะ แต่ยามนี้คุณชายหวงซีเหรินเข้ามาเขตวังหลวงแล้วเพคะ” หลังจากได้ยินคำรายงานนั้น องค์หญิงสามรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากแท่นประทับ พร้อมสายตาเป็นประกายมีความหมาย ใบหน้าสวยแย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุด ก่อนจะหันไปหานางกำนัลผู้นั้นอีกครั้ง
“แล้วยามนี้คุณชายซีเหรินอยู่ที่ใด”
“คุณชายซีเหริน..พักอยู่ที่จวนท่านเสนาบดี ข่าวว่ารุ่งขึ้นคุณชายซีเหรินจะเข้าเฝ้าฮ่องเต้”
“คุณชายซีเหรินคงได้รับสาสน์ จากเสด็จพ่อแล้วเป็นแน่ เขาต้องกลับมาเพราะสาสน์ฉบับนั้น ข้าต้องทำตัวเช่นใด ในเมื่อเขารู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของข้าแล้ว” องค์หญิงสามเดินวนไปมาด้วยความตื่นเต้น ความหวังที่จะแต่งงานกับหวงซีเหรินเข้าใกล้ความเป็นจริงขึ้นมา
“ที่ผ่านมาคุณชายซีเหริน แทบไม่เคยชายตามองข้า ไม่ว่าข้าจะพยายามเข้าใกล้เขาสักเพียงใด ก็พยายามตีตัวออกห่างอยู่เสมอ คล้ายกับว่าไม่มีใจ แต่ยามนี้เขากลับมาหาข้า นั่นเพราะคงไม่อาจปฏิเสธเสด็จพ่อได้..ข้าดีใจที่สุด” องค์หญิงสามแสดงรอยยิ้มสุขใจแต่เพียงผู้เดียว นางไม่เคยมอบหัวใจรัก ให้กับผู้ใด นอกจากหวงซีเหรินเท่านั้น
“องค์หญิงเพคะ จะเสด็จไปพบกับคุณชายซีเหรินเลยไหมเพคะ”
“สิ้นคิด! ข้าจะไปพบเขาด้วยเหตุใด ข้าเป็นหญิง อย่างไรก็ต้องรอให้เสด็จพ่อเรียกหาก่อน การไปพบเขาเช่นนั้นมีแต่จะทำให้เสียเกียรติของข้า” หญิงสูงศักดิ์หันไปตะคอกสาวใช้ จนทุกคนในที่นั้นต่างพากันหดหัวลงในทันที ด้วยยำเกรงในอำนาจ
หวงซีเหรินได้รับการต้อนรับอย่างดีจากท่านเสนาบดีคนสนิท ชายหนุ่มนั่งสนทนากับชายชราตามลำพัง โดยที่หลันฮวากำลังย่างเท้าเดินออกมาด้านนอก พร้อมกับสาวใช้ติดตามด้วยอีกสองสามคน
“ยู่จิน เจ้าอย่าออกไปเพ่นพ่าน เล่นสนุกจนเกินงามเด็ดขาด อย่าลืมว่าที่นี่คือวังหลวงหาใช่ตระกูลหวง” ซีเหรินเรียกเตือนนางด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่ท่านเสนาบดีจะยกยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น
“ไม่ต้องห่วงแม่นางยู่จินหรอก ข้าให้สาวใช้คอยดูแลนางอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ให้นางเดินเล่นบริเวณนี้เสียหน่อย จะได้ไม่อึดอัดเกินไปนัก” เมื่อท่านเสนาบดีพูดเช่นนั้น ทำให้ชายหนุ่มหันมองหลันฮวาอีกครั้งหนึ่งอย่างไม่วางใจ
“ข้าจะไม่สร้างปัญหาอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” หลันฮวาย่อตัวลงแล้วเอ่ยรับปากเขา ก่อนจะหันตัวเดินออกมารับลมด้านนอก
“เป็นคนรักของคุณชายซีเหรินดีเช่นนี้เอง..จากยาจกที่แทบจะไม่มีอะไรกิน ตอนนี้ข้ามีสาวใช้ เดินติดตามราวกับเป็นคุณหนูสูงศักดิ์” หลันฮวานึกภูมิใจตามประสา ก่อนจะหันกลับมายังหญิงรับใช้กลุ่มนั้น แล้วนึกสนุกบางอย่าง
“พวกเจ้า..เจ้าน่ะ นับหนึ่งถึงร้อยได้ฤาไม่” คำถามของหลันฮวาทำเอาเหล่าสาวใช้ถึงกับเบิกตากว้าง พลันหันมองหน้ากันด้วยความแปลกใจอย่างถึงที่สุด
“ทำไมล่ะ..พวกเจ้ามองหน้ากันด้วยเหตุใด”
“เปล่า ๆ เจ้าค่ะ” หนึ่งในนั้นรีบหันกลับมาปฏิเสธ แล้วเอ่ยพูดด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“พวกเราทุกคนรู้จำนวนนับทุกหลักเจ้าค่ะ”
“หมายความว่าอย่างไร” หญิงสาวไม่เข้าใจ จึงถามขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เหล่าสาวใช้พากันมองหน้าอย่างไม่เข้าใจความหมายของนางเช่นกัน
“ข้าหมายถึง..พวกเจ้านับได้ถึงหลักพันฤาไม่”
“เรียนแม่นางยู่จิน ถ้าให้พวกเรานับจริง ๆ พวกเรานับได้จนถึงหลักล้านและเกินกว่าจำนวนนั้นเจ้าค่ะ แต่ไม่มีผู้ใดนั่งนับกัน เพียงแค่บอกจำนวนมา พวกเราก็ทราบว่ามีมากเท่าใดเจ้าค่ะ” หลันฮวาอ้าปากค้างพลางทำตาปริบ ๆ ก่อนจะปกปิดความรู้สึกด้วยรอยยิ้มเจื่อน แล้วแกล้งหันไปทางอื่น
“เหตุใดพวกนางจึงนับเลขได้ถึงหลักล้าน ข้านับได้เพียงแค่หลักร้อยเท่านั้น ไม่ได้การล่ะ ห้ามให้พวกนางรู้อย่างเด็ดขาดว่าข้านับเลขได้น้อยนิดเพียงนี้” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นแล้วทำทีเดินตรงไปยังด้านหน้า ก่อนจะแอบมองพวกนางเป็นระยะแล้วลอบคิดบางอย่างในใจ
“สาวชาววัง มีความรู้มากมายถึงเพียงนี้ ข้าต้องไม่ทำให้คุณชายซีเหรินขายหน้า ต้องห้ามไม่ให้ผู้ใดรู้ว่าข้าอ่านหนังสือไม่ออกและนับเลขไม่ได้อย่างเด็ดขาด” หญิงสาวตั้งมั่นในใจอีกครั้งหนึ่ง
“แม่นางยู่จินเจ้าคะ”