หลังจากที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์กลับมาสงบอีกครั้ง2 ปีก็ผ่านไปในตอนนี้เหล่าอัจฉริยะในทวีปศักดิ์สิทธิ์ต่างก็แข่งขันกันอย่างดุเดือดพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นหลังจากผ่านสงครามที่รุนแรงมาพวกเขาได้เปิดโลกกว้างให้แก่จิตใจตัวเองทำให้การบ่มเพาะของเขานั้นไม่ติดขัดและในบรรดาอัจฉริยะเหล่านี้ก็มีอัจฉริยะกลุ่มใหม่ที่ปรากฏขึ้น มู่โหลวฉินหมิงเยี่ย โม่หงเย่ พวกนางทั้งสามแสดงความสามารถที่มากล้นออกมา ใน 2 ปีมานี้โม่หงเย่ได้ทะลวงผ่านสู่ปราณนักบุญมู่โหลวเองก็ทะลวงสู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่ 3ฉินหมิงเยี่ยอยู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่ 6 เช่นเดียวกับทั้ง 3 หลี่ซวงเหยียนและจ้าวเสวี่ยเองก็ทะลวงสู่ปราณนักบุญได้เช่นกัน
แต่สิ่งที่ผู้คนอยากรู้มากที่สุดกลับเป็นหยางจื่อเมื่อ 2 ปีก่อนหลินกู่ซวนได้พาหยางจื่อเข้าไปฝึกฝนในสถานที่ลับของนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ปกติสถานที่แห่งนี้จะมีแค่ประมุขนิกายเท่านั้นที่ใช้ได้แต่จากผลงานของหยางจื่อเเล้วจึงไม่มีใครกล้าคัดค้านแล้วหยางจื่อก็บ่มเพาะพลังอยู่ในพื้นที่ลับมาตลอด 2 ปีโดยไม่ออกมาเลยแม้แต่ครั้งเดียวจะมีแต่เสี่ยวหงที่ฟื้นขึ้นมาออกไปหาอาหารกินบางครั้งมันก็เข้าไปปะทะกับสัตว์อสูรมังกรปฐพีการต่อสู้ของสัตว์อสูรนั้นทำให้ผู้คนนั้นตื่นตระหนกแต่พวกมันก็สู้กันไม่นานเเล้วก็แยกจากกันราวกับพวกมันแค่รองเชิงกัน
ภายในวันนี้เหล่าหญิงสาวที่งดงามได้มายืนรอหยางจื่อที่ทางเข้าพื้นที่ลับ
"เขาจะจำได้หรือเปล่าว่าวันนี้คือวันที่อาจารย์จะพาขึ้นไปยังแดนเทวะ"หลี่ซวงเหยียนกล่าว
"เขาฝันถึงการที่ได้ขึ้นไปบนดินแดนเทวะมานานเขาไม่มีทางลืมหรอก"มู่โหลวกล่าว
"ขอให้เป็นอย่างงั้นเถอะ " หลี่ซวงเหยียนกล่าว
ทันใดนั้นเองคลื่นพลังที่น่าหวาดกลัวก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นที่ลับเหล่าผู้อาวุโสพากันตื่นตัวเเล้วเดินทางมายังพื้นที่ลับกันหมดประตูพื้นที่ลับเริ่มเปิดออกมาพร้อมกับปรากฏร่างชายหนุ่มที่หล่อเหลาและมีสายตาที่แหลมคมเหมือนดาบ
"หยางจื่อ!!!!!" มู่โหลวกล่าวด้วยน้ำเสียงมีความสุข
"ปราณนักบุญขั้นที่ 5 นี่!!!!!!!!!"พวกผู้อาวุโสพากันตกตะลึงโดยสิ้นเชิง
ไม่ใช่แค่พวกผู้อาวุโสแม้แต่หลินกู่ซวนและหลินกู่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงความเร็วในการบ่มเพาะของหยางจื่อนั้นน่าหวาดกลัวเกินไปต่อให้อยู่ในดินแดนเทวะก็ยากที่จะหาใครมาเทียบได้
หยางจื่อเดินออกมาอย่างช้าๆบรรยาการรอบตัวของหยางจื่อนั้นเต็มไปด้วยพลังที่ลึกซึ้งหลินเจียงที่พึ่งมาถึงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวด้วยความขมขื่นหยางจื่อใช้เวลาแค่ 2ปีก็ตามตนทันเเล้วนี่แสดงให้เห็นถึงความต่างชั้นของคนทั้งสอง
"ในที่สุดเจ้าก็ออกมา" หลี่ซวงเหยียนกล่าว
"แน่นอนว่าข้าต้องออกมาเพราะวันนี้คือวันที่ข้ารอคอยมาตลอด"หยางจื่อกล่าว
"งั้นก็ไปกันเถอะมีคนมากมายมารอบอกลาเจ้าอยู่" หลินกู่ซวนกล่าว
หยางจื่อได้ออกไปพบกับหมิงฮ่าวและหมิงสุ่ยเพื่อบอกลาหมิงฮ่าวนั้นรู้สึกมีความสุขที่หยางจื่อแข็งแกร่งขึ้นแต่ท่านเองก็รู้สึกเศร้าด้วยเช่นกันท่านเลี้ยงดูหยางจื่อมาตั้งแต่เด็กหยางจื่อก็เปรียบเสมือนลูกแท้ๆของท่านมีหรือที่ท่านอยากจะให้หยางจื่อจากไปแต่เพื่อทำตามความฝันของหยางจื่อท่านจึงต้องอดกลั้นความเศร้าไว้หยางจื่อหันไปทางหมิงสุ่ยและฟางอวี้ด้วยรอยยิ้มฟางอวี้ในตอนนี้กำลังอุ้มเด็กทารกอยู่
"เด็กคนนี้ชื่ออะไรอย่างงั้นหรือ" หยางจื่อถาม
"เด็กคนนี้ท่านพ่อตั้งให้ชื่อ หมิงจื่อ" หมิงสุ่ยกล่าว
หยางจื่ออดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาหมิงจื่อเป็นชื่อที่เหมือนกับตนหยางจื่อเข้าใจความรู้สึกของหมิงฮ่าวดีว่าหมิงฮ่าวนั้นเหงามากแค่ใหนหยางจื่อสร้อยข้อมือผูกไว้ที่แขนเด็กทารกสร้อยข้อมือนี้เป็นของมีค่าที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะพลังแต่มันมีผลกับผู้ที่อยู่ปราณจักรพรรดิลงไปหยางจื่อได้มันมาจากแหวนมิติของเผาพันธุ์ใต้ทะเลและภายในพื้นที่ในสร้อยคอของหยางจื่อยังเก็บของล้ำค่าอีกมากมายเอาไว้
หลังจากนั้นหยางจื่อก็ได้ไปหาโม่หงเย่ที่นั่งรออยู่อีกห้องโม่หงเย่ในตอนนี้สวมชุดสีเขียวอ่อนทำให้ความงดงามของนางนั้นทำให้หยางจื่ออดไม่ได้ที่จะหน้าแดงขึ้น
"เจ้าจะไปเเล้วสินะ" โม่หงเย่กล่าว
"ใช่ แต่ไม่ต้องห่วงข้าจะต้องกลับมารับพวกเจ้าแน่" หยางจื่อกล่าว
"เเล้วข้าจะรอเจ้า หรือไม่แน่ข้าอาจจะเป็นฝ่ายไปหาเจ้าเองเลยก็ได้"โม่หงเย่กล่าว
"แบบนั้นก็อาจจะดีก็ได้" หยางจื่อกล่าว
หยางจื่อจื่อยื่นหน้าแล้วลงจูบปากโม่หงเย่อย่างเเผ่วเบาทั้งสองจูบกันอย่างดูดดื่มแล้วผละออกจากกัน
"ถือว่าเป็นของขวัญการจากลา" หยางจื่อกล่าว
"ขอให้เจ้ารักษาตัวด้วย" โม่หงเย่กล่าว
หยางจื่อได้พบปะผู้คนมากมายมีทั้งผู้คนที่เป็นมิตรและผู้คนที่เคยเป็นศัตรูพวกเขาต่างก็ได้ข่าวว่าหยางจื่อจะเดินทางไปยังดินแดนเทวะพวกเขาจึงเดินทางมาเพื่อจะมาพบปะกับอัจฉริยะอันดับ1 ของทวีปศักดิ์สิทธิ์
หลังจากที่พบปะผู้คนเสร็จเเล้วหลินกู่ซวนก็พาหยางจื่อไปยังค่ายกลโบราณที่พังเเล้วเพราะตรงจุดที่ค่ายกลโบราณเชื่อมต่อคือดินแดนเทวะขอเพียงแค่พวกเขาฉีกกระชากมิติตรงนี้ก็สามารถไปยังดินแดนเทวะได้เลย
"ดูเหมือนพวกเจ้าจะมาเเล้ว" โอวหยางสู่กล่าว
"เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากเลยนะหยางจื่อ" ประมุขนิกายเหมันศักดิ์สิทธิ์กล่าว
ทั้งหยางจื่อและหลี่ซวงเหยียนต่างก็คารวะคนทั้งสองและหันไปทักทายจ้าวเสวี่ยที่ยืนอยู่ข้างหลังแต่ที่น่าแปลกเพราะไม่ได้มีแค่จ้าวเสวี่ยแต่กลับมีฉินหมิงเยี่ยยืนอยู่ด้วย
"เด็กคนนี้มีพรสวรรค์ที่ดีแล้วยังมีพลังดวงตาที่ทรงพลังข้าเลยคิดว่าจะนำนางไปฝากให้สหายข้าที่ดินเเดนเทวะสอนนางเกี่ยวกับวิธีใช้พลังของดวงตา"โอวหยางสู่กล่าวอธริบายเมื่อเห็นพวกหยางจื่อแสดงสีหน้าแปลกใจ
"งั้นก็ไปกันเถอะ” หลินกู่กล่าว
หลินกู่กระจายพลังของตนเพื่อปกป้องหลี่ซวงเหยียนเพราะหลี่ซวงเหยียนในตอนนี้อ่อนแอเกินไปที่จะผ่านอุโมงมิติในตอนนี้พวกจ้าวเสวี่ยและฉินหมิงเยี่ยเองก็ได้รับการคุ้มกันจากโอวหยางสู่และประมุขนิกายเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์
"เเล้วเจ้าละต้องการให้ข้าปกป้องหรือไม่" หลินกู่ซวนหันไปถามหยางจื่อ
"ไม่จำเป็น" หยางจื่อกล่าว
หยางจื่อกวาดมือไปข้างหน้าทำให้เกิดรอยแยกมิติปรากฏขึ้นต่อจากนั้นร่างกายของหยางจื่อก็เปล่งแสงสีทองออกมาด้วยทักษะกายาทรราชขั้นที่ 2 กายาทองคำทำให้หยางจื่อมีความแข็งแกร่งทางร่างกายและพลังป้องกันสูงทียบเท่าปราณราชันสวรรค์ขั้นที่1
"สมเเล้ว ไปกันเถอะ" หลินกู่ซวนกล่าว
ทั้ง8 คนเดินเข้าไปยังรอยแยกของมิติในทันที
---------------------------------------------------------------------------------------------